ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 633 ฮองเฮาผู้เศร้าโศก
หลังจากเข้าวังมา นางก็ทำหน้าที่ของฮองเฮาอย่างเคร่งครัด คอย
จัดการเรื่องในวังหลัง มีเมตตาต่อบ่าวไพร่ กตัญญูต่อมู่หรงกวาน
เยว่ จนทำให้ได้รับคำชมเชยจากคนทั้งหลาย นางแทบไม่มีคำครหา
ใดๆ เลย
แต่เฉินม่อฉือก็ยังเฉยเมยต่อนาง ไม่อาจพูดว่าเขาไม่ดีต่อนาง
ของพระราชทานที่ควรได้ก็มอบให้นางไม่น้อย คนทั้งสองเคารพ
ให้เกียรติกันดุจทหาร เฉินม่อฉือจะมาหานางตามเวลาที่กำหนด แต่
นางมักรู้สึกว่ามันขาดความรักไป แม้แต่จูบนางสักครั้งเฉินม่อฉือก็
ไม่เคยทำ คล้ายว่าการอยู่เป็นเพื่อนนางคือการบรรลุหน้าที่ของ
ตนเองแล้ว
แม้นางจะรู้สึกรับไม่ได้แต่เมื่อเห็นว่าเฉินม่อฉือก็ปฏิบัติกับสนม
คนอื่นๆ เช่นเดียวกันจึงพอทำใจได้บ้าง ด้วยคิดว่าเฉินม่อฉือคงไม่
ชมชอบเรื่องอิสตรีเท่าใดนัก
คิดไม่ถึงว่าจู่ๆ ในวังก็มีสตรีที่ประวัติคลุมเครือผู้หนึ่งปรากกฎ
ขึ้น เฉินม่อฉือถึงกับให้นางเป็นหยวนเฟย ทั้งยังพระราชทานสิ่งของ
มากมาย จนแทบจะยกเอาวังหลังทั้งหมดให้สตรีผู้ไร้หัวนอนปลาย
เท้านั่น
ความหมายของคำว่า ‘หยวน’ ทุกคนต่างรู้กันดี เขาแต่งตั้งสตรี
ไร้หัวนอนปลายเท้าเป็นหยวนเฟย เช่นนั้นนางผู้เป็นฮองเฮาคือสิ่ง
ใดกันเล่า
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินฮองเฮาก็เสียใจยิ่ง นางไม่เข้าใจว่าตนเองทำ
สิ่งใดผิดพลาดไป
“ฮองเฮา อย่าได้ทรงเสียใจไปเลย ฝ่าบาทอาจแค่ลุ่มหลงสตรีผู้
นั้นไปชั่วขณะ รออีกสักระยะก็คงไม่มีอะไรแล้วเพคะ”
เมื่อเห็นหลินฮองเฮาเสียใจเช่นนี้ ไฮ่ถังนางกำนัลคนสนิทของ
นางจึงเอ่ยปลอบ
“ข้ากับฝ่าบาทแต่งงานกันมาสองปีแล้ว ไหนเลยจะเคยเห็น
พระองค์ปฏิบัติกับสตรีสักเช่นนี้” น ้าเสียงของหลินฮองเฮาเต็มไป
ด้วยความเศร้าเสียใจ “พระทัยและพระเนตรของพระองค์ไม่มีข้าผู้
เป็นฮองเฮาผู้นี้อยู่เลย มิเช่นนั้นคงไม่ยกตำแหน่งหยวนเฟยให้สตรี
นางนั้นหรอก”
“ไม่ว่าอย่างไร ฮองเฮาก็เป็นฮองเฮา ต่อให้หยวนเฟยเป็นที่โปรด
ปรานเพียงใดก็เป็นได้เพียงสนมเท่านั้น”
“ไม่แน่ว่าฝ่าบาทอาจจะทรงคิดยกตำแหน่งฮองเฮาให้นางด้วยก็
ได้” หลินฮองเฮาหัวเราะเสียงขื่น
“ฮองเฮา จะเป็นไปได้อย่างไรเพคะ ไท่เฮาคงไม่ยอมให้ฝ่าบาท
ทำเรื่องเช่นนั้นแน่”
ไห่ถังรีบเอ่ยปากทันที คุณหนูของพวกนางแม้จะเป็นฮองเฮา
แล้วแต่จิตใจแสนดี เป็นสตรีที่มีเมตตายิ่งผู้หนึ่ง
พระชายาสนมในวังหลังนั้นมีไม่มาก เฉินม่อฉือเองไม่ได้โปรด
ปรานสนมคนใดเป็นพิเศษ ทั้งไท่เฮาก็ยังอยู่ ด้วยเหตุนี้ฮองเฮาและ
บรรดาสนมจึงไม่มีการแก่งแย่งความโปรดปรานกัน นับว่า
ปรองดองกันมากเชียวล่ะ
หลินฮองเฮาเงยหน้าขึ้น “ฝ่าบาทก็ทรงทราบดีว่าข้าถูกลิขิตให้อยู่
เคียงข้างพระองค์ไปชั่วชีวิต เหตุใดจึงไม่ลองรักข้าดูสักครั้ง หรือข้า
ไม่คู่ควรกับความรักของพระองค์”
“ก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้วทุกคนต่างบอกข้าว่าฝ่าบาทจะเป็น
สามีของข้า แม้ไม่เคยพบหน้ากันเลย แต่ข้าก็ลองเอาพระองค์เข้ามา
ไว้ในหัวใจ คอยคิดถึงวันเวลาที่จะได้อยู่เป็นคู่รักที่รักกันกับฝ่าบาท
มาตลอด ไห่ถัง ข้าทำอะไรผิดไปงั้นหรือ”
“ฮองเฮาจะผิดได้อย่างไรเพคะ ฝ่าบาทเพียงแค่ลุ่มหลงในสตรี
ปีศาจนั่นไปชั่วขณะเท่านั้น ฮองเฮาทรงพระทัยเย็นก่อนเถิดเพคะ”
ไฮ่ถังยืนอยู่ด้านหลังหลินฮองเฮาและคอยพูดปลอบประโลม
ต่อไป นางรู้ว่าหลินฮองเฮาชมชอบฝ่าบาทด้วยใจจริง แต่น่าเสียดาย
ที่ฝ่าบาทกลับเฉยชาต่อฮองเฮายิ่ง
“ตำหนักฉังเล่อมีคนคอยเฝ้าไว้ตลอด คิดว่าฝ่าบาทกับไท่เฮาคงมี
เรื่องอันใดกันแน่ เกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับหยวนเฟยด้วยเพคะ”
หลินฮองเฮามีสีหน้าเป็นกังวล
“คนผู้นี้หากอยู่ในวังคงเป็นภัยพิบัติอันใหญ่หลวงแน่เพคะ” ไฮ่
ถังเพิ่งพูดได้ไม่นานก็มีคนเข้ามารายงานว่าเฉินปี้มาหา หลินฮองเฮา
รีบเก็บอารมณ์และสีหน้าตนแล้วให้คนเชิญเฉินปี้เข้ามา
เพียงเดินเข้ามาในห้อง เฉินปี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสีหน้าของหลิน
ฮองเฮาดูแปลกไป นางย่อมรู้ว่าเหตุใดหลินฮองเฮาจึงมีท่าทีเสียใจ
เช่นนี้ ที่นางมาก็เพราะเรื่องนี้นั่นแหละ
“ใต้เท้าเฉิน ลุกขึ้นเถิด มีเรื่องใดจึงมาพบข้าหรือ”
ยามนี้เฉินปี้เป็นขุนนางหญิงในวัง ดูแลฝ่ายภูษา นางได้รับการ
ยอมรับจากไทเฮายิ่ง หลินฮองเฮาเองก็ชื่นชมในความสามารถของ
นาง ปกติจึงมักพบปะพูดคุยกันอยู่บ่อยครั้ง