ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 621 ใครอยู่ใครตาย ก็ต้องดูลิขิตสวรรค์
ตอนที่ 621 ใครอยู่ใครตาย ก็ต้องดูลิขิตสวรรค์
ใบหน้าของมู่หรงกวานเย่ว์ปรากฏรอยยิ้ม
“ปากของเจ้าช่างปลอบใจคนได้ดีเหลือเกิน เราจะไปเทียบกับ
สาวน้อยอายุสิบกว่าปีได้อย่างไร ชีวิตนี้ เรามอบให้วังหลวงไปแล้ว
ทั้งชีวิต แก่ไม่แก่จะสำคัญอะไร ตราบใดที่เซียวเหยี่ยนต้องอยู่คน
เดียวเช่นกัน เราก็พอใจแล้ว”
มู่หรงกวานเย่ว์รู้ว่าระหว่างตนเองกับเซียวเหยี่ยนไม่มีทาง
เป็นไปได้อีกแล้ว แต่นั่นก็เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่นางเคยรัก
ท่ามกลางวันเวลาที่ผันผ่าน ครั้งหนึ่งเซียวเหยี่ยนก็เคยทำให้นางยืน
หยัดผ่านไปได้ คิดว่าโลกนี้ยังมีคนรักนางอยู่ นางก็รู้สึกว่าใจนางมีที่
พึ่ง
ต่อมาหลิงอวี้จื้อปรากฏตัวขึ้น นางก็รู้ว่าเซียวเหยี่ยนย้ายนาง
ออกไปจากใจแล้ว ถึงแม้จะไม่ยินดี สุดท้ายก็ต้องยอมรับผลลัพธ์นี้
ตอนนี้เซียวเหยี่ยนกับหลิงอวี้จื้ออยู่กันคนละโลก พูดตามตรง
นางรู้สึกดีใจ ชีวิตนางถูกลิขิตให้อยู่โดยลำพังบนโลกใบนี้ นางหวัง
ว่าเซียวเหยี่ยนก็เป็นเช่นเดียวกัน ถือว่านางได้แก้แค้นเซียวเหยี่ยน
ถึงแม้นางไม่มีเหตุผลที่จะต้องแก้แค้นเซียวเหยี่ยน ต้องเป็นเช่นนี้
เท่านั้น นางถึงจะรู้ใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง
“ทางท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์…”
ถึงแม้เซียวเหยี่ยนจะไม่ใช่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แล้ว
แต่จื่ออีก็ยังเรียกเขาว่าอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ด้วยความ
เคยชิน พูดถึงเซียวเหยี่ยน แววตาของมู่หรงกวานเย่ว์ก็มีความ
ซับซ้อน
“เรากับเซียวเหยี่ยนสุดท้ายก็ต้องมีคนเดียวที่รอด นี่เป็นจุดจบ
ของเรากับเซียวเหยี่ยน ใครอยู่ใครตาย ก็ต้องดูลิขิตสวรรค์”
พูดจบ มู่หรงกวานเย่ว์ก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก หลับตาลง
“ไปศาลาฟังฝน”
“พะยะค่ะ ไทเฮา”
ตอนนี้หลิงอวี้จื้อกำลังทานอาหารอยู่ที่ศาลาฟังฝน เธอหิวนาน
แล้ว นับว่าเฉิงมั่วฉือดูแลเธอดี เตรียมอาหารให้เธอกินอย่างสมบูรณ์
พูนพร้อม ปลากุ้งเนื้อสัตว์มีหมด
เธอหยิบน่องไก่ขึ้นมากัดหนึ่งคำ
เมื่อมาแคว้นเว่ยตะวันตกแล้ว เธอก็ปัดเป่าความโศกเศร้า
เมื่อก่อนทิ้งไป ถึงแม้ยังไม่เจอเซียวเหยี่ยน อย่างน้อยได้อยู่โลก
เดียวกับเซียวเหยี่ยนก็ยังดี สามารถฟังข่างคราวของเซียวเหยี่ยนได้
ตลอดเวลา เธอรู้ว่าได้พบกันแน่นอน จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ขอเพียง
ได้มา เธอไม่รีบร้อนมากนัก
ก่อนได้พบกับเซียวเหยี่ยนอีกครั้ง เธอจะต้องดูแลตัวเองให้ดี ถึง
เวลากินก็กิน ถึงเวลาดื่มก็ดื่ม
ขาไก่น่องเดียวยังกินไม่หมด ก็มีเสียงบอกว่าไทเฮาเสด็จ เธอ
ตกใจจนแทบโยนน่องไก่จากในมือทิ้งไป ทำไมจู่ ๆ มู่หรงกวานเย่ว์
จึงมาหาเธอตอนนี้ หลิงอวี้จื้อเดาไม่ออกว่ามู่หรงกวานเย่ว์มีเจตนา
อะไร และไม่กล้าชักช้า รีบวางน่องไก่ หยิบผ้ามาเช็ดมือ แล้วลุกขึ้น
ไปคารวะมู่หรงกวานเย่ว์
ตอนที่คุกเข่าคารวะ เธอแอบพินิจพิจารณามู่หรงกวานเย่ว์ด้วย
หางตา
เทียบกับห้าปีก่อน มู่หรงกวานเย่ว์ตรงหน้านี้มีราศีมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดูเหมือนจะแก่ลงจากตอนนั้นอยู่บ้าง ตอนนั้นยังดูไม่ออกว่าอายุ
เท่าไหร่ ตอนนี้พอจะมองออกแล้ว มาดสง่างามและสูงศักดิ์ยิ่ง
กว่าเดิม ไม่เสียแรงที่ได้เป็นไทเฮา
“ลุกขึ้นเถิด!”
น ้าเสียงของมู่หรงกวานเย่ว์เรียบ ๆ น ้าเสียงเรียบ ๆ เช่นนี้กลับบ่ง
บอกถึงความสง่าผ่าเผยของนาง ทำให้คนไม่กล้ามองนางตรง ๆ ถึง
ขนาดไม่กล้าเงยหน้า
เพียงแต่หลิงอวี้จื้อไม่กลัวมู่หรงกวานเย่ว์ อย่างไรเธอก็อยู่ใน
วงการบันเทิงมาสักพักใหญ่แล้ว เจอคนมาทุกประเภท บทบาทไหน
ก็แสดงมาหมดแล้ว ทั้งตัวดีและตัวร้าย ต่อให้มีราศีแข็งแกร่ง
เพียงใดก็ไม่สามารถข่มเธอได้
“เจ้าคือเจียงอวี้หรือ”
จื่ออียกเก้าอี้มาให้มู่หรงกวานเย่ว์แล้ว มู่หรงกวานเย่ว์นั่งอยู่บน
เก้าอี้ มองสาวน้อยชุดสีชมพูตรงหน้า
“หม่อมฉันคือเจียงอวี้จริง ๆ เพคะ ไทเฮาเสด็จมาพบหม่อมฉันมี
อะไรจะรับสั่งหรือเพคะ”
มู่หรงกวานเย่ว์เห็นหลิงอวี้จื้อไม่ประจบแต่ไม่วางท่าใส่ แต่ก็ไม่
รู้สึกแปลกใจ ในเมื่อเป็นคนจากสำนักอู๋จี๋ เคยเห็นโลกภายนอ