ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 539 เหตุใดต้องท ำร้ำยเขำ
ชิวจวี๋รู้เพียงว่าตัวเองตายแน่ เดิมทีคิดว่าจะรอดพ้นไปได้อย่าง
หวุดหวิด คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะมาตกอยู่ในกำมือของหลิงอวี้จื้อ
ครั้งที่แล้วหลิงอวี้จื้อปล่อยตนไป คราวนี้หลิงอวี้จื้อไม่ปล่อยนางไป
อีกแน่นอน
หรูเยียนที่อยู่อีกด้านหนึ่งมองชิวจวี๋ ทำหน้าไม่ได้ดั่งใจ จึงเสมอง
ไปทางอื่นเสีย เหมือนไม่อยากเห็นชิวจวี๋อีกแล้ว
“ไม่ทราบว่าพระชายาจับบ่าวมามีจุดประสงค์อะไรเพคะ”
ชิวจวี๋เงยหน้าขึ้นมา ทำทีไม่เข้าใจ ตัวหดเป็นก้อน ราวกับไม่รู้ว่า
เหตุใดหลิงอวี้จื้อต้องจับนาง หากคนไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลัง ก็ต้อง
ถูกท่าทางเหมือนผู้บริสุทธิ์ของชิวจวี๋หลอกเข้าให้
เมื่อก่อนหลิงอวี้จื้อรู้สึกว่าตัวเองทำเป็นบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเก่ง
มาก แต่ชิวจวี๋ไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลย ตัวชิวจวี๋เองก็เล็กๆ ผอมๆ อยู่
แล้ว บวกเข้ากับท่าทางขี้ขลาด ดูอย่างไรก็เหมือนสาวชาวนาผู้ไม่
ทันโลก ใครก็ไม่คิดว่านางกับแผนร้ายจะเชื่อมโยงกัน
เธอกับชิวจวี๋ก็ไม่ใช่ทำความรู้จักกันเป็นครั้งแรก เธอขี้เกียจจะ
เล่นทายคำกับชิวจวี๋ ถามมั่วชิงว่า
“เจ้าไปเจอนางที่ไหน”
“ชิวจวี๋แอบอยู่ในหมู่บ้านใกล้ๆ เจ้าค่ะ บ่าวจำกำไลของนางได้”
มั่วชิงเพิ่งพูดจบ หลิงอวี้จื้อก็เห็นกำไลสีเขียวหยกบนข้อมือเล็กๆ
ผอมๆ ของชิวจวี๋
กำไลนั้นเปื้อนฝุ่น ไม่เตะตา คนที่ดูไม่เป็นก็จะนึกว่าเป็นของ
ปลอม แต่คนที่ดูเป็นมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่ากำไลนี้คือหยก ซ ้ายัง
เป็นหยกชั้นดี
เป็นผู้หญิงที่หลงใหลในวัตถุจอมปลอมจริงๆ จนบัดนี้แล้ว ยังไม่
ยอมถอดออกอีก เหมือนคราวที่นางเข้าจวนมหาเสนาบดีมาตอน
แรก ครั้งนี้ก็มาตายกับเรื่องประดับอีก เป็นไปไม่ได้ที่ชาวบ้าน
ธรรมดาจะครอบครองกำไลหยกชั้นสูงอย่างนี้ เช่นนี้ก็เท่ากับว่า
ชิวจวี๋เปิดโปงตัวตนของตนเอง
ชิวจวี๋หน้าขาวซีด กำกำไลบนมือไว้แน่น เครื่องประดับอื่นนาง
ซ่อนไว้หมดแล้ว มีเพียงกำไลนี้ นางยอมถอดไม่ได้จริงๆ กำไลนี้
นางชอบมาก ดังนั้นหลังจากลังเลสักพักแล้วก็ยังตัดสินใจใส่ไว้บน
มือต่อไป
เพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจจากคนอื่น นางจงใจเอาฝุ่นดินมาทา
กำไลไว้ชั้นหนึ่ง บวกกับเสื้อผ้าที่ดูขาดวิ่นมอมแมม จึงไม่มีใคร
สังเกตเห็นนาง นึกไม่ถึงว่าจะเจอมั่วชิงเข้า
“เหตุใดเจ้าต้องทำร้ายพี่ชาย คนที่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลังคือ
ใคร”
หลิงอวี้จื้อไม่พูดอ้อมค้อม ถามตรงๆ
ชิวจวี๋กัดริมฝีปาก สีหน้าขาวซีด
“บ่าวไม่รู้ว่าพระชายากำลังพูดอะไร บ่าวรู้ว่าคุณชายเกิดเรื่อง
แล้ว บ่าวกลัว จึงได้ออกจากเมืองไป”
“ตอนที่เจ้าออกจากเมืองพี่ชายยังดีๆ อยู่ ชิวจวี๋ เจ้ามีญาณทิพย์รู้
เรื่องล่วงหน้าด้วยหรือ”
“พระชายา ฟังบ่าวอธิบายก่อน บ่าวออกไปทำธุระนอกเมือง
เล็กน้อย ตอนเตรียมจะกลับเข้าเมืองก็ได้ยินข่าวว่าคุณชายเกิดเรื่อง
บ่าวก็กลัว จึงได้แต่งตัวเช่นนี้
เดิมทีคิดจะแอบกลับเข้าเมืองมาสืบข่าวคราว พระชายา บ่าวคิด
แต่จะดูแลคุณชาย จะทำเรื่องที่ไม่เป็นผลดีกับคุณชายได้อย่างไร
บ่าวมิได้มีความสามารถขนาดนั้น คุณชายเกิดเรื่องแล้วก็มิได้มีผลดี
ต่อบ่าวเลย”
หลิงอวี้จื้อเริ่มหมดความอดทนแล้ว ชิวจวี๋ถนัดเรื่องใช้ไม้นี้ ไม้นี้
อาจจะใช้กับหลิงจื่อเฉิงได้ผล แต่ใช้ไม่ได้ผลกับเธอเลยแม้แต่น้อย
นางเก็บรอยยิ้มและความเป็นกันเองที่เคยมีเอาไว้ กวาดตามองเซียว
เหยี่ยนอย่างเย็นชา จากนั้นถามมั่วชิงว่า
“หากมีคนไม่ยอมพูดความจริง มีวิธีใดที่จะเปิดปากนางแต่โดยดี
บ้าง”
มั่วชิงตอบเสียงเรียบ
“เรียนพระชายา เมื่อก่อนข้าน้อยฝึกยุทธ์มาหลายปี เจอคนไม่
ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนเป็นประจำ ตอนนั้นป้าที่ฝึกพวกเราล้วนใช้
วิธีๆ วิธีหนึ่ง วิธีนี้พระชายาสามารถลองได้เพคะ”
“อ้อ วิธีอะไรหรือ บอกให้ข้าฟังสิ