ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 518 ดีจริงที่มีเจ้า
“เช่นนี้…เช่นนี้ไม่รีบไปหน่อยหรือเพคะ”
หลิงอวี้จื้อเริ่มพูดจาตะกุกตะกัก หน้าแดงอีกครั้ง
เซียวเหยี่ยนหัวเราะเบาๆ
“อวี้จื้อ เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ หากเจ้าอดใจไม่ไหว อ๋องคนนี้ก็คง
ต้องจำยอมทำให้พระชายาพึงพอใจ”
หลิงอวี้จื้อเพิ่งรู้ตัวว่าเซียวเหยี่ยนจงใจแกล้งเธอ ผลักเซียวเหยี่ยน
ออกด้วยความโมโห
“เกลียดท่านจริงๆ ”
“โกรธแล้วหรือ”
“เชอะ…”
หลิงอวี้จื้อคว ่าปาก ไม่สนใจเซียวเหยี่ยน
เซียวเหยี่ยนกุมมือหลิงอวี้จื้อ น ้าเสียงอ่อนโยนลง
“ไม่ต้องโกรธแล้ว อวี้จื้อ เจ้าไม่อยากเห็นแล้วหรือว่าข้าพาเจ้ามา
ดูอะไร”
“จริงด้วย เกือบลืมประเด็นหลักไปแล้ว ข้าไปดูสักหน่อย”
หลิงอวี้จื้อพูดพลางผลักมือเซียวเหยี่ยนออกไป กระโดดลงรถม้า
อย่างมีความสุข เห็นหลิงอวี้จื้อเป็นเช่นนี้ เซียวเหยี่ยนก็ส่ายหน้าไม่
หยุด นิสัยเด็กน้อยตามคาด อวี้จื้อของเขาปลอบง่ายเหมือนเดิม พูด
ไม่กี่คำก็ทำให้เธอลืมแล้วว่าก่อนนั้นเพิ่งพูดอะไร
“โอ้โห ที่แท้ดอกท้อก็บานหมดแล้ว ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้วจริงๆ
”
หลิงอวี้จื้อตะโกนออกมา กระโจนเข้าไปในป่าดอกท้อ เซียวเห
ยี่ยนรู้ว่าหลิงอวี้จื้อชอบดอกไม้ เมื่อมีเวลาว่างจึงถือโอกาสพาหลิ
งอวี้จื้อมาดูดอกท้อ ตามคาด ทันทีที่เห็นดอกไม้สดใหม่ หลิงอวี้จื้อก็
ร่าเริงทันที
หลิงอวี้จื้อว่องไวมาก ร่างที่คล่องแคล่วนั้นแหวกแทรกอยู่ในป่า
ดอกท้อ เธอสวมชุดสีชมพูหยกอยู่แล้ว ผสมกลมกลืนกับดอกท้อ
พอดี ยืนอยู่ไกลก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของเธอ
ได้ยินเสียงหัวเราะ เซียวเหยี่ยนก็ยิ่งมีความสุข ทุกครั้งที่เห็นเธอ
หัวเราะ เขามักจะได้รับอิทธิพลโดยไม่รู้ตัวเสมอ และรู้สึกว่าอารมณ์
เบิกบานเป็นอย่างมาก
เซียวเหยี่ยนก้าวไปข้างหน้าเร็วๆ ลมผ่านมาวูบหนึ่ง กลีบดอกท้อ
ร่วงพรูจากต้น บนหัวและตัวของหลิงอวี้จื้อมีกลีบดอกท้อเต็มไป
หมด เธอยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนเป็นดอกไม้ เห็นเซียวเหยี่ยนมาใจก็
ไหวหวั่น
หลิงอวี้จื้อยืนยิ้มสดใสอยู่ท่ามกลางกลีบดอกท้อ แม้แต่
แสงอาทิตย์บนท้องฟ้ายังไม่สว่างใสเท่ารอยยิ้มของเธอ เธอใช้มือ
รับกลีบดอกท้อมากลีบหนึ่ง เทเบาๆ เห็นกลีบดอกท้อร่วงลง เธอยิ้ม
จนตาหยีโค้ง
“ที่นี่สวยเหลือเกิน ดอกท้อเยอะมาก รอตอนที่มันออกผล จะได้
ลูกท้อมากมายเท่าไร ถึงตอนนั้นคงกินลูกท้อไม่หมด”
“อวี้จื้อ เจ้าชอบกินลูกท้อหรือไม่”
“ชอบเพคะ”
“ถึงตอนนั้นเจ้ากินได้ตามสบาย”
“ข้าไม่เกรงใจแน่นอน”
หลิงอวี้จื้อเอียงคอมองท้องฟ้าสีฟ้า ได้แต่คิดว่าทุกอย่างนี้ดีงาม
เหลือเกิน ยุคปัจจุบันเพราะปัญหามลภาวะทางอากาศ ถ้าไม่ไป
ชนบท ในสถานการณ์ปกติจะมองเห็นฟ้าสีฟ้าใสขนาดนี้ได้ยาก
ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฟ้าสีเทาหมองหม่น
เห็นฟ้าสีฟ้า เมฆสีขาวแล้ว หลิงอวี้จื้อก็ลงนอนเหยียดบนกลีบ
ดอกท้อ มองกลีบดอกไม้ร่วงลงมาเป็นสาย ตกลงบนร่างกายของ
ตนเอง เธอหลับตา มีกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้แตะปลายจมูก
หลิงอวี้จื้อเห็นเซียวเหยี่ยนยืนอยู่ข้างหน้าตัวเอง มองเธอตาเป็น
ประกาย เธอก็รีบร้องเรียกเซียวเหยี่ยน
“อาเหยี่ยน มานี่สิ”
เซียวเหยี่ยนนอนข้างๆ หลิงอวี้จื้อ ยื่นมือไปจับมือของหลิงอวี้จื้อ
หลิงอวี้จื้อยิ้มแป้น
“ดีจริงที่โลกใบนี้มีดอกไม้”
เซียวเหยี่ยนพูดต่อ
“ดีจริงที่มีเจ้า”
หลิงอวี้จื้อหันหน้าไป มองเซียวเหยี่ยนดวงตาเป็นประกาย
ระยิบระยับ
“อื้ม ดีจริงที่มีท่าน”
“อวี้จื้อ ขอเพียงเจ้าชอบทำสิ่งใด ข้าก็จะยินดีทำสิ่งนั้นกับเจ้า”
“จริงหรือเพคะ เช่นนั้นท่านปั้นดินน ้ามันกับข้าได้หรือไม่”
“…”
หลิงอวี้จื้อหัวเราะฮาลั่น
“อาเหยี่ยน ท่านรักข้าหรือไม่”
เซียวเหยี่ยนเอามือหลิงอวี้จื้อมาวางที่ตำแหน่งของหัวใจ
หลิงอวี้จื้อรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงของเซียวเหยี่ยน เซียวเหยี่ยนพูด
อย่างจริงจังว่า
“เจ้าอยู่ที