ทะลุมิติยุค 70 กลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชค - บทที่ 570 ดูแลเด็ก
บทที่ 570 ดูแลเด็ก
ฉินเสี่ยวซู่เคยชินกับการตื่นเช้าฝึกซ้อมในกองทัพ
หลังจากกลับมาบ้าน เพราะฉินเสี่ยวซู่เหนื่อยมากจึงนอนตื่นสายไปหน่อย แต่แล้วเขาก็เริ่มเบื่อ
ฉินเสี่ยวซู่ไม่ได้ออกไปไหนเลย จู่ ๆ เขาก็รู้สึกไม่ดี กลัวว่าคนอื่นจะมาถามเรื่องในกองทัพ กลัวจะทำให้ครอบครัวขายหน้า
ดังนั้นเขาเลยได้แต่อยู่เงียบ ๆ ในบ้านไม่ออกไปไหน
เดิมทีฉินเสี่ยวกั่วอยู่บ้านเป็นเพื่อนเขา แต่ต่อมาก็ทนความเหงาไม่ไหวต้องวิ่งออกไปเล่นข้างนอก
ฉินเสี่ยวซู่อยู่บ้านคนเดียว เห็นลูกคิดและเครื่องคิดเลขของไป๋อวี้ก็รู้สึกเจ็บใจ เขาถอนหายใจเดินออกไปข้างนอก แต่ออกไปไม่พ้นประตูใหญ่ ได้แต่นั่งอยู่ในลานบ้านเท่านั้น
พวกไก่ที่เลี้ยงไว้เดินไปมาอยู่แถว ๆ เท้าของเขา
น่าวจงไม่อยู่ น่าจะออกไปกับเสี่ยวสือแล้ว
อย่างไรเสียมันก็ชอบแต่ลูกคนเล็กของบ้านเท่านั้นแหละ แต่แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่ลงจากเตียงเตาได้เองโดยไม่ต้องอุ้ม
นี่ก็ทำให้ฉินเสี่ยวซู่นึกขึ้นมาได้ว่าเขาเป็น ‘ผู้ใหญ่’ แล้ว
การที่น่าวจงไม่สนใจเขาถือเป็นหลักฐานสำคัญ
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็เอามือเท้าคางถอนหายใจ
“พี่เสี่ยวซู่”
ตอนนั้นเอ่อร์เติ้งวิ่งเข้ามาแล้วพุ่งเข้าไปในห้องของฉินเสี่ยวซู่ทันที
“…นายจะทำอะไร?”
เอ่อร์เติ้งอุ้มขาตั้งวาดรูปของเขาออกมา
นี่เป็นสิ่งที่ไป๋อวี้สั่งให้คนทำให้เขา มีทั้งขาตั้งและกระดานวาดรูป
ปกติแล้วเก็บไว้ในห้องของฉินเสี่ยวซู่
เมื่อวานฉินเสี่ยวซู่ก็เห็นมันแล้ว เขายังสงสัยอยู่เลยว่ามันคืออะไรกันแน่
เอ่อร์เติ้งกางมันออกแล้วเริ่มวาดรูป ท่าทางของเขาดูคล่องแคล่วราวกับที่นี่คือบ้านของตัวเอง
ฉินเสี่ยวซู่วิ่งเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น “นายวาดอะไรน่ะ?”
เอ่อร์เติ้งตอบ “ลูกเจี๊ยบ”
ฉินเสี่ยวซู่หัวเราะพูดว่า “ดีจัง วาดเสร็จแล้วให้ฉันดูด้วยนะ”
“มีใครอยู่บ้านไหม?”
ฉินเสี่ยวซู่เงยหน้าขึ้น เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาโดยใช้ไม้เท้าค้ำยัน
เขาถามว่า “คุณเป็นใครหรือครับ?”
“ผมคือเหยียนเหอ นิติเวชจากสถานีตำรวจท้องที่”
เขาพยายามใช้ไม้เท้าเดินเข้ามาอย่างยากลำบาก
ฉินเสี่ยวซู่รีบเข้าไปพยุงเขาทันที “โอ้ ทำไมไม่ให้คนหารถเข็นมาให้ละครับ บ้านลุงจ้าวมีรถเข็นอยู่นะ ผมไปยืมให้ไหม?”
เหยียนเหอค่อย ๆ เคลื่อนตัวอย่างยากลำบากไปนั่งในลานบ้าน พลางพูดว่า “ไม่เป็นไร ๆ หมอบอกว่าผมต้องเคลื่อนไหวให้มากหน่อย”
ส่วนใหญ่เป็นเพราะฉินต้าซานไม่ชอบคนที่อ่อนแอเกินไป เขาจึงพยายามทำให้ตัวเอง ‘เข้มแข็ง’ ขึ้น
“หัวหน้าฉินไม่อยู่บ้านเหรอ?”
“อ๋อ พ่อผมไปธุระน่ะครับ”
เหยียนเหอมองดู ‘หนุ่มน้อย’ ที่สูงเกือบเท่าเขาแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
สักพักเขาจึงถามว่า “ปีนี้นายอายุเท่าไหร่?”
ฉินเสี่ยวซู่ตอบว่า “สิบสองปีครับ”
เหยียนเหอ “?”
ฉินเสี่ยวซู่ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “คุณคิดว่าแม่ของผมอายุน้อยใช่ไหม?”
เหยียนเหอพูดอย่างเก้อเขิน “หัวหน้าฉินดูยังหนุ่มมากเลยนะ”
ฉินเสี่ยวซู่พูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ผมเป็นเด็กที่พวกเขาเก็บมาเลี้ยงน่ะ”
เหยียนเหอรู้สึกทันทีว่าตัวเองได้ทำให้คนอื่นไม่พอใจเข้าแล้ว
ฉินเสี่ยวซู่เดินหนีไม่สนใจเขาอีกต่อไป
เอ่อร์เติ้งที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
แท้จริงแล้วเหยียนเหอเห็นเขาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว แต่ไม่รู้จะเข้าไปทักทายอย่างไรดี
ตอนนี้เขาค่อย ๆ ใช้ไม้เท้าพยุงร่างของตัวเองอย่างยากลำบาก
“เอ่อร์เติ้ง นายกำลังวาดรูปอยู่เหรอ?”
เอ่อร์เติ้งตอบว่า “ใช่ครับ”
ลูกไก่หลายตัวปรากฏบนกระดาษแล้ว
แม้ว่าจะวาดอย่างเรียบง่ายและไม่มีเทคนิคอะไรมากนัก แต่มันดูมีชีวิตชีวามาก
ตอนแรกเหยียนเหอคิดว่าเขาคงวาดส่งเดชไปเรื่อย แต่พอมองดูอย่างแล้วกลับพบว่าไก่แต่ละตัวของเขาไม่เหมือนกันเลย…
เหยียนเหอรู้สึกสนใจขึ้นมา จึงพูดว่า “เอ่อร์เติ้ง นายมีพรสวรรค์นะ”
เอ่อร์เติ้งพึมพำว่า “แม่ของผมก็พูดแบบนี้เหมือนกัน”
เหยียนเหออยากเอาใจเขา จึงพูดว่า “ให้ลุงสอนเธอวาดรูปดีไหม?”
คิดสักครู่ เอ่อร์เติ้งก็ยื่นปากกาให้เขา
เหยียนเหอรู้สึกดีใจมาก
แต่ใครจะรู้ว่าเอ่อร์เติ้งกลับพูดว่า “ขอดูก่อนว่าคุณมีฝีมือแค่ไหน”
เหยียนเหอ “…”
จริง ๆ แล้วเหยียนเหอมีฝีมืออยู่บ้าง
เพราะพวกเขาที่เรียนนิติเวชต้องเรียนวาดภาพเหมือนด้วยนี่นา
ว่าแล้วเขาก็ใช้ปากการ่างบนกระดาษ ไม่นานก็วาดภาพคนออกมาได้อย่างเรียบร้อย
เอ่อร์เติ้งเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
เหยียนเหอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย “เป็นไงบ้าง?”
เอ่อร์เติ้งพยักหน้าอย่างจริงจัง “คุณคงมีอะไรที่จะสอนผมได้จริง ๆ”
เหยียนเหอถอนหายใจโล่งอก เขายิ้มพลางกล่าวว่า “ได้สิ”
เขาจึงเริ่มสอนเอ่อร์เติ้งเกี่ยวกับเทคนิคพื้นฐานในการวาดภาพ
เมื่อฉินต้าซานและไป๋อวี้กลับมา พวกเขาก็เห็นภาพที่ดูอบอุ่นนี้เข้าพอดี
เหยียนเหอเงยหน้าขึ้นเห็นทั้งสองคน เขารีบตะโกนว่า “พี่ใหญ่!”
ฉินต้าซานขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไป๋อวี้สังเกตเห็นจึงพูดว่า “ฝากเสี่ยวซู่ไว้กับฉันเถอะ”
พูดจบเธอก็เข้าไปในห้อง
ฉินต้าซานนั่งลงตรงข้ามกับเหยียนเหอ “เป็นยังไงบ้าง?”
เหยียนเหอรีบพูดว่า “ตอนที่ผมกำลังจัดระเบียบคดีเก่า ผมค้นพบบางอย่าง”
คดีเก่าที่เขาหมายถึงแน่นอนว่าคือคดีที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
จริง ๆ แล้วมีแค่ไม่กี่คดีเท่านั้น
ฉินต้าซานได้ยินแล้วจึงพูดว่า “ลองเล่าให้ฉันฟังซิ”
…
ไป๋อวี้เข้ามาในห้องแล้วพูดกับฉินเสี่ยวซู่ว่า “วันนี้แม่กับพ่อเข้าไปในเขตทหารของพวกเธอแล้วนะ”
ฉินเสี่ยวซู่แสดงท่าทางต่อต้านทันที “ทำไมล่ะ?”
ไป๋อวี้ยื่นมือไปตีเขาทีหนึ่ง
“พูดกับแม่แบบนี้ได้ยังไง?”
ฉินเสี่ยวซู่ “…”
“ฉันกับพ่อของเธอจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่”
ฉินเสี่ยวซู่พูดอย่างไม่พอใจว่า “แล้วเข้าใจหรือยังล่ะ?”
ไป๋อวี้หรี่ตาลง
โดยทั่วไปเมื่อเธอแสดงสีหน้าแบบนี้ แสดงว่าเธอโกรธแล้ว
ฉินเสี่ยวซู่จึงยอมจำนน “แม่พูดมาเถอะ”
“ฉันรู้ว่านายถูกรังแก” ไป๋อวี้ลูบหัวเขา “แต่นายก็ทำผิดเหมือนกัน”
ทำไมเด็กอายุน้อยถึงได้หัวร้อนขนาดนี้นะ?
หน้าที่ของทหารคือการเชื่อฟังนะ
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่ายังเด็ก นิสัยยังพอขัดเกลาได้ คงไม่ง่ายที่ทางกองทัพจะยอมอ่อนข้อให้
ฉินเสี่ยวซู่เบ้ปาก ไม่พูดอะไรอีก
ไป๋อวี้มองออกแต่เธอไม่ได้รีบร้อนเถียงกับเขา
“จริง ๆ แล้วครอบครัวเราไม่ได้ขาดทหารพิเศษอย่างนายสักหน่อย”
ฉินเสี่ยวซู่งุนงงไปชั่วขณะ “ทหารอะไรนะ?”
ไป๋อวี้เข้าไปใกล้ ๆ กระซิบข้างหูเขาว่า “ฉันได้รับข่าวที่เชื่อถือได้ว่า กองทัพของนายจะได้รับการยกระดับเป็นกองกำลังพิเศษในอนาคต”
ฉินเสี่ยวซู่ “!!!”
เขาตื่นเต้นจนหัวหมุน แทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่!
ไป๋อวี้แกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วพูดว่า “นายอย่าได้เอาไปพูดข้างนอกเชียวนะ”
ฉินเสี่ยวซู่ยังคงตกตะลึง “โอ้…”
ไป๋อวี้พูดต่อ “พวกเราไม่ใช่พ่อแม่ที่ไม่เข้าใจเหตุผลหรอกนะ อนาคตของนายต่อจากนี้ นายต้องเลือกเองแล้ว”
ฉินเสี่ยวซู่ไม่ทันได้ตั้งตัว “หา? อะไรนะ?”
“ไม่ต้องกังวล ฉันจะไม่บังคับนายหรอก”
ไป๋อวี้พูดพลางลูบใบหน้าเล็ก ๆ ที่เริ่มมีเค้าโครงชัดเจนของเขาอย่างเอ็นดู
ฉินเสี่ยวซู่ “…”
ไป๋อวี้เห็นสีหน้าของเสี่ยวซู่แล้วรู้ว่าเขาอยากกลับบ้าน แต่ไม่กล้าพูดออกมา
ไป๋อวี้เลยได้แต่หัวเราะในใจ
“อยู่บ้านให้สบายใจเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะพานายไปเที่ยวที่เหมืองทอง!”
ฉินเสี่ยวซู่ตาเหลือกลาน “จะไปทำอะไรที่นั่นกัน?”
ไป๋อวี้พูดอย่างตื่นเต้น “ฉันคิดว่านายน่าจะไปเป็นนักบัญชีได้นะ”
ฉินเสี่ยวซู่ “???”
“เหมืองทองมีรายรับหมุนเวียนมากมายทุกวัน ดังนั้นจึงต้องการนักบัญชีที่มีความสามารถสูง เสี่ยวซู่ของพวกเราได้รับการฝึกจากหน่วยรบพิเศษในอนาคตมาแล้ว นายต้องทำได้แน่นอน!”
ฉินเสี่ยวซู่ “!!!”
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
07SBS4Z8
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ