สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 96 คำเชิญของลู่เย่
บทที่ 96 คำเชิญของลู่เย่
“อย่าขยับ! พวกเราคือตำรวจ!”
ทันทีที่แอดมินเปิดประตู เจ้าหน้าที่เหอก็นำกำลังบุกเข้ามา จับมือทั้งสองข้างของเขาไพล่หลัง แล้วกดเขาไว้กับกำแพง
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วไม่ถึงสองนาที
แอดมินถึงกับมึนงง เขาไม่เข้าใจว่าแค่เปิดประตูรับพัสดุ ทำไมถึงมีตำรวจมาเต็มบ้าน
“คุณชื่อหลินเซิงปินใช่ไหม”
เจ้าหน้าที่เหอใช้โทรศัพท์เปิดข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของหลินเซิงปิน
หลินเซิงปินพยักหน้าอย่างสับสน เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เจ้าหน้าที่เหอชำเลืองมองหลินเซิงปิน
หลินเซิงปินคนนี้โกนผมสั้นเกรียน คิ้วเข้ม ตาโต มองดูแล้วซื่อ ๆ ดูแล้วไม่เหมือนคนที่จะทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าแบบนี้ได้
อย่างที่เขาว่าไว้จริง ๆ ว่า “อย่าตัดสินคนจากภายนอก”
จากนั้นตำรวจได้ตรวจสอบคอมพิวเตอร์และ USB ของหลินเซิงปิน พวกเขาพบไฟล์ตัดต่อคลิปของเสิ่นชิงในซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอ
หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ ทำให้หลินเซิงปิน ไม่สามารถปฏิเสธได้ เขาจึงยอมสารภาพทุกอย่างออกมา
แท้จริงแล้ว เขาเป็นนักข่าวสายบันเทิง คอยขุดคุ้ยเรื่องอื้อฉาวของดารา จากนั้นก็นำมาตัดต่อเป็นข้อความ และเผยแพร่วิดีโอทางออนไลน์เพื่อเรียกยอดวิว
วันหนึ่ง มีแอคเคาท์ที่ใช้ชื่อว่า “แมวดำ” แอด WeChat ของเขามา แล้วบอกว่าอยากร่วมงานกัน
แมวดำให้ USB กับเขา ข้างในมีรูปภาพและคลิปบางส่วนของเสิ่นชิง ตอนที่เธออยู่ที่เมียร์มาร์
โดยแมวดำต้องการให้เขาใช้ AI นำใบหน้าของเสิ่นชิง ไปตัดต่อใส่กับดารา AV ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง
หลังจากตัดต่อเสร็จแล้วก็นำไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์
“คุณรู้ไหมว่าแมวดำคือใคร” เจ้าหน้าที่เหอเอ่ยถาม
หลินเซิงปินหน้าซีดเผือด ส่ายหน้าเป็นพัลวัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่รู้จักครับ ผมรู้จักเขาแค่นั้น”
“ประวัติการแชทและประวัติการโอนเงินยังอยู่ไหม” เจ้าหน้าที่เหอถามต่อ
“ยังอยู่ครับ เป็นการโอนเงินผ่าน WeChat เขาโอนให้ผมมา 5,000 หยวน”
หลินเซิงปินรีบส่งบัญชี WeChat และประวัติการทำธุรกรรมของแมวดำให้กับตำรวจทันที
ไม่นานนัก ทีมสืบสวนก็รายงานความคืบหน้า “IP ของแมวดำไม่ได้อยู่ในประเทศครับ แสดงว่าผู้บงการน่าจะไม่ได้อยู่ในประเทศเหมือนกัน”
เจ้าหน้าที่เหอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู พร้อมกับพูดกับเสิ่นชิงที่อยู่อีกฝั่งของสาย [คุณได้ยินแล้วใช่ไหม]
[ได้ยินค่ะ] เสิ่นชิงตอบรับ [รูปของฉันที่เมียร์มารต้องเป็นฝีมือของซุนเจ๋ออย่างแน่นอน เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่ ๆ]
พูดจบ เสิ่นชิงก็ขมวดคิ้วครุ่นคิดต่อ [ไม่สิ ซุนเจ๋อไม่น่าจะใช้วิธีแบบนี้เพื่อจัดการกับฉัน การส่งนักฆ่ามาจัดการฉันตรง ๆ น่าจะเป็นวิธีของเขามากกว่า]
เสิ่นชิงนวดขมับเบา ๆ เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีคนอื่นคอยวางแผนอยู่เบื้องหลังอีก
“คุณตำรวจครับ ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่ทำอีก ผมมันเลว ผมจะกลับตัวเป็นคนใหม่” หลินเซิงปินคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับร้องไห้ พลางตบหน้าตัวเองไปด้วย
“ช่วยเห็นแก่ที่ผมทำผิดครั้งแรก แล้วปล่อยผมไปเถอะครับ”
เจ้าหน้าที่เหอมองหลินเซิงปินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คุณรู้ไหมว่าการกระทำของคุณสร้างบาดแผลให้เหยื่อมากแค่ไหน บางเรื่องแค่ลงมือทำ ก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีวันได้รับการให้อภัย!”
จากนั้นเจ้าหน้าที่เหอก็ทำหน้าบึ้ง ก่อนจะใส่กุญแจมือหลินเซิงปินแล้วนำตัวขึ้นรถตำรวจไป
…
ภายในโรงแรม เสิ่นชิงกำลังจะล็อกอินเข้าบัญชีโซเชียลของเธอเพื่อชี้แจงเรื่องราวทั้งหมด
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูและเสียงของลู่เย่ดังลอดเข้ามา “เสิ่นชิง! เสิ่นชิง! อยู่ไหม!”
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว ไอ้บ้านี่รู้ได้ยังไงว่าเธอพักอยู่ที่นี่?
ใจของเสิ่นชิงพลันหน่วง เขาคงไม่ได้เห็นคลิปตัดต่อพวกนั้นแล้วเข้าใจผิดเธอใช่ไหม
เมื่อคิดได้ดังนั้น เสิ่นชิงจึงรีบเปิดประตูออก
ลู่เย่ยืนยืนพิงกำแพงอยู่หน้าประตู ท่าทางอิดโรย ใต้ตาคล้ำ ดูท่าทางคงไม่ได้นอนมาทั้งคืน
เสิ่นชิงอ้าปาก เตรียมอธิบายเรื่องราวทั้งหมด
แต่พอจะพูดก็ชะงักไป ทำไมเธอต้องอธิบายด้วย
ดูเหมือนลู่เย่จะอ่านความคิดของเสิ่นชิงออก เขาเดินเข้ามาในห้องโดยไม่พูดอะไร แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
“เธอไม่ต้องกังวล ฉันรู้ว่ามันเป็นคลิปตัดต่อ”
เสิ่นชิงเอียงคอมองด้วยความประหลาดใจ เธอคิดว่าลู่เย่จะเข้าใจผิด เพราะตอนที่ลู่เย่บุกเข้าไปช่วย เธอถูกซุนเจ๋อกดอยู่บนเตียงพอดี
ลู่เย่เหลือบมองหน้าอกของเสิ่นชิง ริมฝีปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เธอ เพราะเธอดูไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น”
เสิ่นชิงหน้าขึ้นสีแดงราวดอกบ๊วย หยิบหมอนที่อยู่ข้าง ๆปาใส่ลู่เย่ “นายอยากตายจริง ๆ ใช่ไหม”
“โอ้ย… เจ็บ ๆ ๆ…”
ลู่เย่เอามือกุมแขนทำท่าทางเจ็บปวดราวกับโดนทุบอย่างหนัก
เสิ่นชิงเหลือบมองเขา “แกล้งทำเป็นเจ็บทำไม ฉันปาใส่หัวนาย ไม่ได้ปาใส่แขนซักหน่อย”
ลู่เย่ “…”
ลู่เย่ส่งเสียงฮึดฮัด พลางใช้ผ้าห่มคลุมโปง เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน
ทันใดนั้นลู่เย่ก็เปิดผ้าห่มออก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เสิ่นชิง อีกสองวันปู่ฉันอายุครบ 90 ปี ไปฉลองวันเกิดให้ท่านกับฉันหน่อยสิ”
ได้ยินอย่างนั้น ดวงตาของเสิ่นชิงก็พลันชะงัก เธอจำได้ว่าคุณปู่ของลู่เย่เป็นชายชราที่ใจดีคนหนึ่ง
คุณปู่ของลู่เย่กับคุณปู่ของเธอสนิทกันมาก สมัยที่เธอยังเด็ก ทุกครั้งที่คุณปู่ของลู่เย่แวะมาหาคุณปู่ของเธอที่บ้าน ท่านจะซื้อของขวัญมาฝากเธอเสมอ
เมื่อพิจารณาถึงมารยาทสังคมแล้ว เธอควรจะไปเยี่ยมท่านสักหน่อย
ถ้าจะว่าไป นับตั้งแต่คุณปู่ของลู่เย่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม ท่านก็ไม่ค่อยออกจากบ้าน เธอเองก็ไม่ได้เจอท่านมานานแล้ว
เสิ่นชิงครุ่นคิด งานวันเกิดครบรอบ 90 ปีของคุณปู่ของลู่เย่ บรรดาบุคคลสำคัญในสังคมของเมืองหางโจวต้องมารวมตัวกันอย่างแน่นอน คนที่เธอต้องการสืบหาข้อมูลก็น่าจะอยู่ในงานนั้นด้วย
ดังนั้น เสิ่นชิงจึงพูดว่า “คุณปู่ของนายดีกับฉันมาก ในเมื่อเป็นวันเกิดของท่าน ฉันก็ควรไปร่วมฉลองวันเกิดด้วย”
“เยี่ยม! งั้นตกลงตามนี้นะ!” ลู่เย่ดีดนิ้วด้วยความดีใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง
เสิ่นชิงเองก็รู้ดีว่า การกระทำแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก
คนพวกนั้นคิดว่าเธอความจำเสื่อม จึงไม่ได้มาเล่นงานเธอ
หากครั้งนี้เธอไปร่วมงานเลี้ยง อาจจะทำให้พวกเขาเคลือบแคลงใจได้
แต่ไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ เธอต้องหาเบาะแสเพิ่มเติมเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับการฆาตกรรมคุณปู่ของเธอ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เสิ่นชิงก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง “เดี๋ยวนะ ลู่เย่ นายรู้ได้ยังไงว่าฉันพักอยู่ที่นี่”
แต่คำตอบของเธอกลับเป็นเสียงกรนเบา ๆ ของลู่เย่ เขาหลับไปแล้ว ใบหน้าซีกหนึ่งซุกอยู่บนหมอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง
แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ลอดผ่านหน้าต่าง ส่องกระทบจมูกโด่งเป็นสัน เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา
เปลือกตาของเขาปิดสนิท ขนตายาวงอนงามแนบกัน
มองใบหน้ายามหลับของลู่เย่ เสิ่นชิงใช้มือทาคาง พลันนึกถึงตอนที่พวกเขายังเด็กที่ลู่เย่แอบตัดผมเธอ
จากนั้นเธอก็แกล้งเดินเท้าเปล่าไปทั่วห้องตอนที่เขากำลังหลับ เมื่อเท้าของเธอเต็มไปด้วยฝุ่น เธอก็ยกเท้าขึ้นมาประทับรอยเท้าลงบนใบหน้าของเขา
เมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้ เสิ่นชิงก็หลุดขำออกมา ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น