สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 573 ระเบิดมือลูกสุดท้าย
บทที่ 573 ระเบิดมือลูกสุดท้าย
ครั้งนี้ทำให้ตำรวจทั้งสองนายโกรธจัด พวกเขาจึงคว้าต้นคอของตู๋หยาแล้วลากเขาขึ้นมาอย่างรุนแรง
พระจันทร์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังเมฆดำค่อย ๆ โผล่พ้นออกมา ส่องสว่างไปทั่วทุกหนแห่ง
แสงจันทร์สาดส่องใบหน้าของตู๋หยา รวมถึงใบหน้าของตำรวจทั้งสองนายที่กำลังควบคุมตัวเขาอยู่
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงจันทร์ส่องมาหรือเปล่า ใบหน้าของตำรวจทั้งสองคนขาวมาก ๆ แต่เมื่อมองดูอย่างละเอียดก็สามารถเห็นความตกตะลึงในดวงตาของพวกเขา
สาเหตุที่ทั้งสองคนตกตะลึงเพราะว่าในปากของตู๋หยาคาบระเบิดมือไว้อยู่
แสงจันทร์ส่องลงบนตัวของตู๋หยา แต่ร่างกายอีกครึ่งของเขาซ่อนอยู่ในเงาของต้นไม้ ทำให้แสงจันทร์ส่องใบหน้าของตู๋หยาเป็นสองด้าน ด้านหนึ่งสว่าง อีกด้านหนึ่งมืดสนิท เหมือนหยินหยาง
ตู๋หยาจ้องตาเขม็ง มองตำรวจทั้งสองนายตรงหน้าด้วยสีหน้าบ้าคลั่ง
จริง ๆ แล้ว ตู๋หยาซ่อนระเบิดมือไว้กับตัว ระเบิดลูกนี้คือไพ่ตายของเขา
ระเบิดมือมีพลังทำลายล้างมหาศาล ครั้งที่แล้วตู๋หยาก็ใช้ระเบิดมือระเบิดท่อธรรมชาติที่เขาเซียวชางจนพัง
พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าระเบิดลูกนี้ระเบิดขึ้นตรงนี้ ทุกคนที่อยู่ใต้คันดินจะถูกระเบิดจนกลายเป็นจุล
ตู๋หยามองทุกคนอย่างเย็น
ในเมื่อเขาหนีไม่ได้ เขาก็จะลากทุกคนไปตายด้วยกัน
ตอนแรกเขาแค่อยากพาเซี่ยเฉิงอวิ๋นไป คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะมีคนมากมายต้องตายไปพร้อมกับเขา
พอตู๋หยาคิดถึงเรื่องนี้ ก็รู้สึกสุขใจอย่างยิ่ง
คิดดูแล้วก็คุ้มค่าดี
ลู่เย่และตำรวจต่างตกใจเมื่อเห็นว่าตู๋หยาคาบระเบิดมือไว้ในปาก
“แย่แล้ว!”
เมื่อครู่ตอนที่ตำรวจสองนายกดตัวตู๋หยาไว้ พวกเขาไม่ทันได้ตรวจค้นตัว จึงไม่พบว่าตู๋หยายังซ่อนระเบิดมือไว้อีกลูก
ตอนนี้ทุกคนต่างสีหน้าแย่ ลู่เย่รู้สึกใจหายวาบ
ลู่เย่เงยหน้ามองกลุ่มคนที่หามเซี่ยเฉิงอวิ๋นเดินออกไปได้ไม่กี่เมตร เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผากทันที
ถ้าระเบิดมือระเบิด ทุกคนในที่นี้จะถูกลูกระเบิดพัดกระเด็นไปด้วย รวมถึงเซี่ยเฉิงอวิ๋นที่เพิ่งเดินออกไปไม่ไกล
ในช่วงเวลาคับขัน สมองของลู่เย่เริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว เขากำลังคิดหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
แต่เวลามีจำกัด เหลือเวลาให้ลู่เย่ไม่มากแล้ว
เพียงชั่วพริบตา ตู๋หยาก็กัดสลักนิรภัยของระเบิดมือออกด้วยความเร็ว
หัวใจของทุกคนแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ระเบิดมือมีคุณสมบัติพิเศษคือ หลังจากดึงสลักนิรภัยออกแล้ว จะมีเวลาหน่วงสามวินาที
ถ้าทุกคนสามารถถอยออกไปได้ภายในสามวินาทีนี้ ก็จะรอดชีวิต
แต่…แค่สามวินาทีจะทำอะไรได้กัน
แม้แต่นักกีฬามืออาชีพก็ไม่สามารถวิ่งไปได้ไกลถึงร้อยเมตรภายในสามวินาที
ในชั่วขณะนั้น เงาแห่งความตายได้ปกคลุมเหนือศีรษะของทุกคน
แย่แล้ว! คงต้องตายกันที่นี่แล้วจริง ๆ
นี่คือความคิดที่ผุดขึ้นในใจของทุกคนพร้อมกัน
ลู่เย่ตะโกนก้อง “วิ่งเร็ว!”
ทุกคนรู้ดีว่าไม่มีทางหนีรอด เพราะไม่มีใครสามารถถอยร่นไปถึงพื้นที่ปลอดภัยได้ภายในสามวินาที
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ทุกคนจะกระตุ้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่มีใครยอมละทิ้งความหวังที่จะมีชีวิตรอด
ทุกคนต่างนับถอยหลังในใจ
พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองจะวิ่งได้ไกลแค่ไหน แต่พวกเขาจะทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีในการวิ่งหนี
“สาม!”
ในวินาทีที่สามของการนับถอยหลัง ตำรวจสองนายที่อยู่ใกล้กับตู๋หยาที่สุด หันหลังวิ่งหนีทันที
ส่วนคนที่กำลังหามเซี่ยเฉิงอวิ๋นอยู่นั้น ก็พยายามวิ่งไปข้างหน้าสุดกำลัง
แต่ลู่เย่ไม่ได้หนี เขารู้ดีว่า ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็หนีไม่พ้น
ในขณะที่ทุกคนต่างหนีระเบิดเหมือนหนีห่าระบาด ลู่เย่กลับวิ่งตรงไปยังทิศทางของระเบิดนั้น
ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนตะลึง ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมไป๋ลู่เย่ถึงไม่หนี แต่กลับวิ่งเข้าหาระเบิด
หรือว่าเขาบ้าไปแล้ว!
เซี่ยเฉิงอวิ๋นที่นอนอยู่บนเปลหามก็เห็นการกระทำของลู่เย่เช่นกัน ดวงตาของเขาเผยความประหลาดใจและตกตะลึง
เขาไม่อาจเข้าใจการกระทำของลู่เย่ในตอนนี้ได้
เพราะการกระทำของลู่เย่นั้นเกินคาดเดาและยากจะคาดเดาเหลือเกิน
“สอง!”
ในวินาทีที่สองก่อนระเบิดมือจะระเบิด ตำรวจสองนายที่วิ่งสุดชีวิตก็วิ่งไปได้ระยะสิบเมตร
แต่พวกเขาก็ยังไม่พ้นรัศมีการระเบิด
รัศมีการระเบิดของระเบิดมือคือหนึ่งร้อยเมตร พูดตามตรงในตอนนี้
ไม่ว่าจะวิ่งได้เก้าสิบเมตรหรือสิบเมตร ก็ไม่มีความแตกต่างและไม่มีความหมายอะไรเลย
สุดท้ายก็ต้องถูกคลื่นระเบิดกลืนกิน แล้วกลายเป็นเศษซากศพที่เต็มไปด้วยเลือด
ในขณะที่คนอื่นกำลังนับถอยหลังสองวินาที ลู่เย่ก็วิ่งทะยานไปอยู่ตรงหน้าตู๋หยาแล้ว
ในวินาทีที่สองก่อนระเบิดจะระเบิด ลู่เย่ทำเพียงอย่างเดียวคือย่อเข่าแล้วเตะเข้าที่คางของตู๋หยาอย่างแรง
ได้ยินเสียงดังกร๊อบ คางของตู๋หยาถูกลู่เย่เตะจนเคลื่อน
ปากของตู๋หยาอ้าออกกว้าง ระเบิดมือที่มีควันพวยพุ่งในปากกำลังจะไหม้ถึงส่วนท้าย
เมื่อเปลวไฟส่วนสุดท้ายไหม้หมด ระเบิดมือก็จะระเบิด
หลังจากคางของตู๋หยาเคลื่อน ระเบิดที่ร้อนระอุก็หล่นออกจากปากของเขา จากนั้นลู่เย่ก็ใช้ความว่องไวรับระเบิดมือที่ร้อนจัดไว้ได้
เขาเหวี่ยงแขน ใช้แรงทั้งตัวสะบัดมือขว้างระเบิดขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างแรง
พละกำลังแขนของลู่เย่แข็งแกร่งมาก เขาเหวี่ยงสุดแรง ระเบิดที่มีควันขาวลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนดาวตก
“หนึ่ง!”
การนับถอยหลังสิ้นสุดลง ระเบิดมือที่พุ่งไปทางดวงจันทร์ก็ระเบิดในทันที
“บึ้ม!”
เสียงดังสนั่น ระเบิดมือระเบิดกลางอากาศ
ท้องฟ้าทั้งผืนสว่างวาบขึ้นราวกับกลางวันในพริบตาเดียว เมฆรูปเห็ดขนาดมหึมาลอยขึ้นกลางอากาศ ควันดำหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด
พื้นดินสั่นสะเทือนกึกก้องไม่หยุด คลื่นอากาศหลายชั้นพัดถอนหญ้าและพุ่มไม้โดยรอบขึ้นจากราก หญ้าปลิวว่อนไปทั่วฟ้าราวกับต้นหญ้าแห้งที่ถูกพัดกระจาย
ในจังหวะคับขัน ลู่เย่ขว้างระเบิดมือไปไกลหลายสิบเมตร
ระเบิดระเบิดขึ้นเหนือศีรษะผู้คน เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
ก่อนที่ระเบิดจะระเบิด ลู่เย่ตะโกนดังลั่น “หมอบ!”
ทุกคนตัดสินใจทันที รีบเอามือกุมหัวและหมอบราบกับพื้น
แพทย์และพยาบาลที่หามเซี่ยเฉิงอวิ๋นอยู่ก็ไม่ลืมที่จะป้องกันร่างของเขาไว้ใต้ร่างของพวกเขา
ตอนนี้ร่างกายของเซี่ยเฉิงอวิ๋นอ่อนแอเกินไป ทนต่อการกระทบกระเทือนใด ๆ ไม่ไหวอีกแล้ว เขาทนรับแรงกระแทกใด ๆ ไม่ได้เลย
ดังนั้นในวินาทีที่แพทย์และพยาบาลหมอบลง พวกเขาจึงป้องกันอยู่ข้างกายเซี่ยเฉิงอวิ๋น สร้างกำแพงมนุษย์ที่แน่นหนาล้อมรอบตัวเขา
“ตูม…”
หลังจากเสียงดังกึกก้องผ่านไป โลกก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
แต่ท้องฟ้ากลับถูกฝุ่นควันปกคลุม อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนที่แสบจมูก
หลังจากเสียงระเบิดดังสนั่น สัญญาณเตือนภัยตลอดแนวริมแม่น้ำก็ดังขึ้นพร้อมกันทั้งหมด
ผู้คนมากมายที่กำลังหลับใหลต่างตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ แสงไฟในอาคารที่พักอาศัยริมแม่น้ำค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละหลัง
ผู้คนจำนวนมากมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยควันดำด้วยความงุนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ดูเหมือนจะมีที่ไหนสักแห่งระเบิด”
“พระเจ้า ไม่ใช่สงครามหรอกนะ”
“ไอ้โง่ ยุคสมัยแห่งสันติภาพแบบนี้จะมีสงครามอะไร ยังฝันไม่ตื่นอีกเหรอไง คงเป็นถังแก๊สบ้านใครสักหลังระเบิดมากกว่า”
“นายนั่นแหละโง่ ถังแก๊สบ้านไหนจะมีแรงระเบิดขนาดนี้ได้ นี่มันต้องเป็นโรงงานเคมีระเบิดแน่ ๆ”
ชาวบ้านริมแม่น้ำเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ผู้คนที่อยากรู้อยากเห็นหลายคนถึงกับสวมชุดนอนวิ่งไปที่ริมแม่น้ำ
แต่เมื่อพวกเขาไปถึงท่าเรือเมืองเจียง บริเวณท่าเรือกลับถูกกั้นด้วยแนวกั้นความปลอดภัยแล้ว และไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปสำรวจ