สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 552 ถอดรหัสลับ
บทที่ 552 ถอดรหัสลับ
ท้องฟ้ามืดครึ้มและสูง ดวงจันทร์สว่างแต่ดวงดาวมีน้อย
ผิวน้ำในยามค่ำคืนราวกับมีผ้าคลุมสีดำปกคลุม เมื่อสายลมพัดผ่านแม่น้ำ ผ้าคลุมสีดำก็พลิ้วไหวเป็นระลอก
แสงจันทร์สาดส่องลงบนผ้าคลุมสีดำที่โปร่งแสง เคลือบผืนผ้าด้วยประกายเงินวาว
ประภาคารสีดำทะมึนหลายแห่งตั้งตระหง่านอยู่เหนือผืนน้ำ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดไร้ขอบเขต กลายเป็นเงาดำในรัตติกาล
บนประภาคารที่อยู่ห่างไกลที่สุด มีเงาดำลับ ๆ ล่อ ๆ หลายเงากำลังเคลื่อนไหวไปมา
พวกเขารวมตัวกันเหมือนหนูในท่อระบายน้ำ กระซิบกระซาบกัน
นักแหกคุกคนที่หนึ่ง “ทำไมหัวหน้าของเรายังไม่มาอีก? จะไม่เห็นสัญญาณลับหรือเปล่า?”
นักแหกคุกคนที่สอง “เป็นไปไม่ได้หรอก พวกเราวาดเครื่องหมายชัดเจนขนาดนั้น หัวหน้าต้องเห็นแน่ ๆ”
นักแหกคุกคนที่สาม “มีความเป็นไปได้ไหม… ว่าหัวหน้าของเราอ่านลายมือปีศาจของนายไม่ออก?”
นักแหกคุกคนที่หนึ่ง “…”
นักแหกคุกคนที่หนึ่ง “นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่แล้ว รหัสลับนี้หัวหน้าเป็นคนสอนฉันเองนะ เขาจะอ่านไม่ออกได้ยังไง!”
…
โรงพยาบาลประชาชน เมืองเจียง
เสิ่นชิงและสวีลี่กำลังศึกษารหัสลับที่ลู่เย่ส่งมาให้
ตอนที่เสิ่นชิงฝึกฝนความจำ เธอได้อ่านพจนานุกรมของหลายประเทศ ทำให้โดยไม่รู้ตัวเธอได้เรียนรู้ภาษาและตัวอักษรของหลายประเทศไปด้วย
ความน่าสะพรึงกลัวของความจำเหนือธรรมชาติของเสิ่นชิงแสดงให้เห็นตรงนี้
เสิ่นชิงไม่เพียงแต่จำได้เร็ว จำได้แม่นยำ แต่ยังไม่มีวันลืม สมองของเธอเปรียบเสมือนคลังเก็บเอกสารขนาดใหญ่ เมื่อไหร่ที่ต้องการอะไร ก็แค่ดึงออกมาใช้ได้เลย
เสิ่นชิงขมวดคิ้วเบา ๆ “ตัวอักษรที่อยู่ด้านบนนี้ ดูเหมือนจะเป็นการผสมกันระหว่างภาษากรีกโบราณและภาษาละติน…”
สวีลี่เบิกตากว้างมองด้วยความชื่นชม “พี่เสิ่นชิง คุณรู้ภาษากรีกโบราณด้วยเหรอ? แล้วก็ภาษาละตินด้วย?”
เสิ่นชิงพยักหน้าเบา ๆ
สวีลี่ “!”
พี่เสิ่นชิง! มีอะไรบ้างที่คุณทำไม่ได้!
“อืม อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันไม่เคยเรียนหรอก แค่เคยอ่านพจนานุกรมที่เกี่ยวข้องเท่านั้น” เสิ่นชิงพูดเรียบ ๆ
สวีลี่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
นี่มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว
แค่ดูพจนานุกรมครั้งเดียวก็จำได้หมดแล้ว
“ฮืม…” พี่เสิ่นชิงก็คือพี่เสิ่นชิงจริง ๆ นั่นแหละ
เสิ่นชิงพิจารณาภาพถ่ายอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หลับตาลง เริ่มค้นหาความทรงจำที่เกี่ยวข้องในสมอง
ก่อนที่เธอจะเข้าร่วมการแข่งขันความจำ เธอได้เข้ารับการฝึกอบรมในค่ายฝึกความจำ และได้อ่านหนังสือรหัสลับหลายเล่ม
ตอนนั้นเธอจดจำตัวเลขและความหมายที่ตรงกันในหนังสือรหัสลับเป็นหลัก เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการฝึกฝน
เสิ่นชิงไม่เคยคิดมาก่อนว่า สักวันหนึ่งเธอจะได้นำความรู้เหล่านี้มาใช้ในการถอดรหัสลับ
ตัวอักษรในภาพถ่ายนี้ประกอบด้วยตัวอักษรกรีกโบราณและละติน
เสิ่นชิงเรียงลำดับตามการออกเสียงของภาษากรีกโบราณและละติน พร้อมกับจับคู่กับตัวอักษรและความหมายที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำทีละตัว
สวีลี่มองเสิ่นชิงที่กำลังหลับตาครุ่นคิด พลางบ่นพึมพำในใจ
“ไม่จริงนะ… ไม่จริงนะ… ไม่จริงนะ พี่เสิ่นชิงของเราจะสามารถถอดรหัสนี่ได้จริง ๆ เหรอ?”
สวีลี่เหลือบมองรหัสลับในภาพถ่ายเป็นลายเส้นยึกยืออีกครั้ง พลางขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ
รหัสลับในภาพถ่าย เธอไม่เข้าใจเลยสักตัว
ไม่เข้าใจว่า ตนจะใช้อะไรเป็นหลักในการถอดรหัส
แม้ว่าเสิ่นชิงจะรู้ภาษาของหลายประเทศ แต่ในสมุดรหัสลับมีตัวอักษร สัญลักษณ์ และตัวเลขมากมาย แค่อยากจัดเรียงผสมผสานกันก็มีได้นับร้อยล้านแบบ
นั่นหมายความว่า เสิ่นชิงต้องมีทั้งความจำที่เป็นเลิศและความสามารถในการคำนวณที่น่าทึ่งถึงจะถอดรหัสนี้ได้
สวีลี่เม้มริมฝีปาก แอบเป็นห่วงเสิ่นชิงอยู่ในใจ
พี่เสิ่นชิงจะถอดรหัสได้จริงเหรอ
ถ้าถอดรหัสได้ หัวหน้าทีมลู่ก็จะสามารถเคลื่อนไหวก่อนพวกพอยเซินแฟ็ง และได้เปรียบในสถานการณ์
การได้เปรียบในสถานการณ์เป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ในทุกโอกาส
พูดตามตรง สวีลี่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากอยู่พอสมควร
เพราะเสิ่นชิงไม่เคยทำงานถอดรหัสมาก่อน เธอไม่ใช่เจ้าหน้าที่มืออาชีพของสํานักข่าวกรองเเห่งชาติจีน และไม่เคยผ่านการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องมาก่อน
สวีลี่ทำงานกับเสิ่นชิงมานาน แต่ก็ไม่เคยเห็นเสิ่นชิงถอดรหัสอะไรมาก่อนเลย
คนเรามักจะรู้สึกกังวลกับสิ่งที่ไม่รู้และไม่แน่นอน
เวลาผ่านไปทีละนาที เสิ่นชิงยังคงหลับตาแน่น พึมพำอะไรบางอย่างเบา ๆ
ในสายตาของสวีลี่ เสิ่นชิงดูเหมือนพระที่กำลังนั่งสมาธิ นิ่งสงบราวกับหินผา
สวีลี่ไม่เคยเห็นเสิ่นชิงแสดงสีหน้าจริงจังขนาดนี้มาก่อน เธอรู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง
อาการบาดเจ็บของเสิ่นชิงเพิ่งจะหาย การทำเรื่องแบบนี้ต้องใช้พลังสมองและจิตใจอย่างมาก
สวีลี่จ้องมองเสิ่นชิงอย่างตื่นเต้น กลัวว่าเธอจะหมดแรงล้มลงไปกะทันหัน
สองนาทีผ่านไป
ในที่สุดเสิ่นชิงก็ลืมตาขึ้น เธอเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาจากริมฝีปากบาง “ที่นี่ไม่ปลอดภัย ให้ไปพบกันที่ประภาคารทางใต้สุด”
สวีลี่ “!”
เมื่อได้ยินเสียงข้างหู สวีลี่ก็หันขวับไปมองเสิ่นชิง
พระเจ้า! พี่เสิ่นชิงถอดรหัสออกจริง ๆ ด้วย!
นี่มันเป็นเรื่องที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้เหรอ?
สวีลี่เพิ่งค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมา ถ้าจะถอดรหัสระดับนี้ ต้องใช้พลังการประมวลผลมหาศาล อาจต้องใช้คอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่องคำนวณพร้อมกัน
หลังจากเสิ่นชิงพูดจบ เห็นว่าข้าง ๆ ไม่มีเสียงตอบรับ คิดว่าสวีลี่อาจจะไม่ได้ยิน จึงพูดซ้ำอีกครั้ง
“รหัสลับในรูปถ่ายนี้ ฉันถอดรหัสออกแล้ว พวกอาชญากรน่าจะย้ายไปที่ประภาคารทางใต้สุด นั่นหมายความว่า ตู๋หยากับชายปากเบี้ยวก็จะไปที่ประภาคารทางใต้สุดด้วย”
น้ำเสียงของเสิ่นชิงฟังดูอ่อนแรงเล็กน้อย ราวกับขาดพลังงาน
ในความรู้สึกของสวีลี่ เสียงของเสิ่นชิงนั้นเบาบางราวกับว่าถ้าลมพัดมา เสียงก็จะปลิวหายไปตามสายลม
บนหน้าผากของเสิ่นชิงมีเหงื่อเต็มไปหมด บนผิวที่ขาวราวหยกนั้นเหมือนมีม่านน้ำบาง ๆ ปกคลุมอยู่
เหมือนดอกไม้ในสายน้ำ หญิงงามในม่านหมอก ยิ่งมองก็ยิ่งสวย
ตอนนี้สีหน้าของเสิ่นชิงใบหน้าซีดดูอิดโรย
คางของเสิ่นชิงเรียวแหลม ดูเหมือนหญิงงามที่นอนป่วยอยู่บนเตียง
การใช้สมองอย่างหนักหน่วงเช่นนี้ สูบพลังงานร่างกายไปมาก
เสิ่นชิงรู้สึกหมดแรงจริง ๆ เธอรู้สึกว่าหัวหนักมาก ตัวเบา และมึนงง…
สวีลี่ไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเสิ่นชิง ตอนนี้สวีลี่ยังคงจมอยู่ในความตกตะลึง
เธอไม่คิดว่าเสิ่นชิงจะสามารถถอดรหัสลับในรูปถ่ายได้จริง ๆ
สวีลี่เบิกตากว้าง จ้องมองเสิ่นชิงไม่กะพริบ แล้วชูนิ้วโป้งพูดว่า “โอ้โห! พี่เสิ่นชิงเจ๋งมาก!”
ไม่ควรรอช้า หลังจากถอดรหัสลับในรูปถ่ายได้แล้ว เสิ่นชิงรีบโทรหาลู่เย่ทันที
เสิ่นชิงเอื้อมมือจะหยิบโทรศัพท์ แต่กลับพบว่าร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลย
เธอพยายามเอื้อมตัวไปข้างหน้า แต่กลับทำให้โทรศัพท์บนโต๊ะหล่นลงพื้น
เสิ่นชิง “…”
เสิ่นชิงรู้สึกเขินเล็กน้อย “เอ่อ…ฉันแค่จะหยิบโทรศัพท์น่ะ”
สวีลี่รีบย่อตัวลงเก็บโทรศัพท์ของเสิ่นชิงขึ้นมา แล้วส่งให้มือเธอ
ตอนนั้นเอง สวีลี่ถึงสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเสิ่นชิงซีดขาวผิดปกติ และแขนที่ถือโทรศัพท์ก็สั่นเบา ๆ
เสิ่นชิงพบว่าตัวเองมองอะไรไม่ค่อยชัด ตรงหน้าราวกับมีหมอกขาวปกคลุม มองไม่เห็นอะไรเลย และยังได้ยินเสียงอึกทึกดังแว่ว ๆ เข้ามาในหู
ห้องพิเศษนี้อยู่ห่างจากห้องผู้ป่วยอื่นและห้องตรวจมาก จึงเงียบสงบมาก ไม่น่าจะมีเสียงอึกทึกได้
เสิ่นชิงพยายามสะบัดศีรษะ จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงสัญญาณรอสายแหลมแสบแก้วหูดังขึ้นข้างหู
“ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด”
เมื่อเสียงสัญญาณรอสายดังเข้าหู เสิ่นชิงรู้สึกเหมือนมีคนเอาสว่านมาเจาะสมองเธอ
เสิ่นชิงรู้สึกว่าเสียงสัญญาณรอสายที่แสบแก้วหูนั้น เหมือนแมลงที่คลุ้มคลั่งกำลังบิดตัวไชเข้าไปในสมองของเธอ
เสิ่นชิงรู้ตัวว่าเธอกำลังหูแว่ว
ทันใดนั้น เสิ่นชิงรู้สึกถึงความเย็นเฉียบในฝ่ามือ
สวีลี่ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ เสิ่นชิงเอื้อมมือออกไปจับอย่างอ่อนแรง แต่เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะกำสิ่งใดไว้ได้เลย
โทรศัพท์มือถือหลุดจากมือของเสิ่นชิงตกลงบนพื้น
หน้าจอโทรศัพท์แตกร้าว มีรอยแตกละเอียดคล้ายใยแมงมุมแผ่กระจายไปทั่วหน้าจอ
สวีลี่เพิ่งสังเกตเห็นว่าสภาพของเสิ่นชิงดูไม่ค่อยปกติ
เสิ่นชิงก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่ค่อยปกติ
เธอเพิ่งใช้พลังสมองและจิตใจไปมาก อาจจะเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
“สวีลี่…สวีลี่…เร็ว…”
เสิ่นชิงพูดติด ๆ ขัด ๆ ริมฝีปากบางสั่นระริก แต่พูดยังไม่ทันจบก็หมดสติล้มลงบนเตียง
สวีลี่เห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปข้างตัวเสิ่นชิงแล้วตะโกน “พี่เสิ่นชิง! พี่เสิ่นชิงเป็นอะไรไปคะ!”
เสิ่นชิงไม่ได้ยินอะไรแล้ว เธอถูกความรู้สึกวิงเวียนอย่างรุนแรงกลืนกิน รู้สึกว่าร่างกายชาไปหมด ราวกับถูกฟ้าผ่า อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง
สวีลี่ตกใจมาก รีบวิ่งออกไปตามหมอ
ไม่นาน หมอในเสื้อกาวน์สีขาวก็รีบมาถึงตามที่ได้รับแจ้ง
สวีลี่ตกใจจนตัวแข็งทื่อ ยืนมองแพทย์และพยาบาลที่กำลังวุ่นวายอยู่ข้าง ๆ
ทันใดนั้น สวีลี่ก็สะดุ้งเฮือก นึกถึงคำพูดที่เสิ่นชิงบอกเธอก่อนจะหมดสติ
ใช่แล้ว! เธอต้องรีบแจ้งรหัสลับที่พี่เสิ่นชิงถอดรหัสได้ให้หัวหน้าลู่ทันที!
ถ้าปล่อยให้เสียเวลา จนผู้ร้ายหนีไปได้ ทุกสิ่งที่พี่เสิ่นชิงทำมาก็จะไร้ความหมาย!
สวีลี่พุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์แล้วรีบกดหมายเลขของลู่เย่อย่างรวดเร็ว
…
อีกด้านหนึ่ง ลู่เย่กำลังหารือแผนช่วยเหลือกับทีมช่วยเหลือ
ในเวลานี้ เซี่ยจือจางและเค่ออวิ๋นก็มาถึงท่าเรือเมืองเจียงแล้ว ทั้งสองกลุ่มกำลังประชุมวางแผนการต่อสู้
ข้าง ๆ เซี่ยจือจางมีกระเป๋าหนังใบใหญ่สามใบ ข้างในคือเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวนยี่สิบล้าน
แต่เดิมตู๋หยาไม่ได้บอกว่าต้องการดอลลาร์สหรัฐ แต่ภายหลังพวกเขาคิดว่าเงินสดมากเกินไปจะถือไม่สะดวก อีกทั้งเมื่อออกนอกประเทศแล้วจะแลกเปลี่ยนลำบาก
จึงให้เซี่ยจือจางนำเงินสดของจีนไปแลกเป็นดอลลาร์สหรัฐที่ใช้หมุนเวียนในต่างประเทศได้
เค่ออวิ๋นยืนอยู่ข้างเซี่ยจือจาง ตั้งใจฟังทุกคนประชุมวางแผนการต่อสู้ เธอกำมือแน่น ใบหน้าเล็ก ๆ มีเหงื่อเต็มไปหมด ในใจรู้สึกตื่นเต้นจนทนไม่ไหว
ในขณะที่ลู่เย่และคนอื่น ๆ กำลังตรวจสอบแผนที่อยู่นั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาทันที
“สั่น…สั่น…”
โทรศัพท์ที่แขวนอยู่ที่เอวของลู่เย่สั่นหลายครั้ง
โทรศัพท์ของลู่เย่ตั้งค่ารายชื่อพิเศษไว้ให้แค่เสิ่นชิงเท่านั้น
รายชื่อพิเศษหมายความว่า ไม่ว่าโทรศัพท์ของลู่เย่จะเปิดโหมดห้ามรบกวนอยู่หรือไม่ เสิ่นชิงก็สามารถโทรหาเขาได้
ดังนั้นลู่เย่จึงรู้ว่าสายที่โทรเข้ามาตอนนี้ต้องเป็นเสิ่นชิงแน่นอน
ที่เสิ่นชิงโทรมาตอนนี้ คงจะเป็นเรื่องการถอดรหัสลับแน่ ๆ
ลู่เย่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วหันไปพูดกับเซี่ยจือจาง “เป็นสายจากเสิ่นชิง ผมให้เธอช่วยถอดรหัสลับ”
หลังจากที่ลู่เย่ส่งรหัสลับให้เสิ่นชิงแล้ว เขาก็ส่งให้เซี่ยจือจางและสำนักงานตำรวจด้วย
เซี่ยจือจางได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดรหัส ทางสำนักงานตำรวจก็พยายามถอดรหัสลับเช่นกัน
แต่พวกเขายังไม่มีความคืบหน้า มีแค่เสิ่นชิงที่โทรมาเป็นคนแรก
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ สีหน้าของเซี่ยจือจางก็เปลี่ยนไป รีบพยักหน้าให้ลู่เย่รับสาย
“เสิ่นชิง เธอเหรอ ถอดรหัสลับได้แล้วเหรอ” ลู่เย่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมาก ราวกับกำลังพูดกับสัตว์น้อยน่ารักอยู่
ดูเหมือนว่าถ้าเสียงของลู่เย่ดังขึ้นนิดหน่อย สัตว์ตัวน้อยตรงหน้าก็จะวิ่งหนีไปทันที
คนอื่น ๆ ไม่เคยได้ยินลู่เย่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขนาดนี้มาก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะหันมามองกันเป็นตาเดียว
ลู่เย่คิดว่าปลายสายจะเป็นเสียงของเสิ่นชิง แต่คนที่พูดกลับเป็นสวีลี่
เสียงของสวีลี่ดังกังวานใส ฟังแล้วเหมือนเสียงประทัดระเบิด
ปลายสาย สวีลี่พูดเสียงดัง “ฮัลโหล! หัวหน้าลู่! ฉันสวีลี่เองค่ะ รหัสลับในรูปถ่ายนั้น พี่เสิ่นชิงถอดรหัสออกแล้ว ผู้ร้ายคิดว่าอู่ต่อเรือมีอันตราย จึงย้ายไปที่ประภาคารทางใต้สุดแล้ว”
ลู่เย่เปิดลำโพงไว้ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นได้ยินกันหมด
เมื่อเซี่ยจือจางได้ยินเช่นนั้น ก็รีบทำสัญญาณมือให้กับเจ้าหน้าที่ข้าง ๆ
ไม่นาน ก็มีคนนำข่าวมาว่า “เจ้าหน้าที่ประสานงานที่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของผู้ร้ายบอกว่าตู๋หยาและชายปากเบี้ยวกำลังมุ่งหน้าไปทางตอนใต้ของแม่น้ำหลานชาง”
เซี่ยจือจางขมวดคิ้ว “ไม่ผิดแน่ ดูเหมือนเป้าหมายของชายปากเบี้ยวและตู๋หยาคือประภาคารทางใต้สุด”
ต่อมา เซี่ยจือจางก็จัดการให้กำลังตำรวจริมแม่น้ำเคลื่อนกำลังไปทางใต้ เรือเร็วหลายลำที่ซ่อนอยู่ในกอต้นอ้อก็แล่นไปยังประภาคารทางใต้สุดอย่างรวดเร็วภายใต้การอำพรางของความมืด
คนอื่น ๆ ไม่ได้สังเกตเห็นปัญหาอะไร แต่ลู่เย่กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
นี่มันเป็นโทรศัพท์ของเสิ่นชิง แล้วทำไมคนที่พูดถึงเป็นสวีลี่
ลู่เย่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ขมวดคิ้วแล้วถามว่า “สวีลี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนที่โทรมาหาฉันถึงเป็นเธอล่ะ แล้วเสิ่นชิงล่ะ”
ปลายสาย สวีลี่ไม่รู้จะตอบลู่เย่อย่างไรดี
เธอกลัวว่าถ้าพูดความจริงออกไปตอนนี้ จะทำให้ลู่เย่เสียสมาธิในระหว่างปฏิบัติภารกิจ