สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 550 ทำดีแต่กลับกลายเป็นเรื่องแย่
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 550 ทำดีแต่กลับกลายเป็นเรื่องแย่
บทที่ 550 ทำดีแต่กลับกลายเป็นเรื่องแย่
ชายคนขับรถแท็กซี่งงงัน อะไรคือการทำร้ายตำรวจ? อะไรคือกองกำลังรับจ้าง? อะไรคือพวกพอยเซินแฟ็ง?
เขาไม่เข้าใจสักอย่างเลย
ชายคนขับรถแท็กซี่อ้าปากด้วยความตกใจ พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณตำรวจ คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม? ผมเป็นพลเมืองดีนะ!”
ลู่เย่ทำปากเบะ “คุณบอกว่าคุณเป็นพลเมืองดี? แล้วมีพลเมืองดีคนไหนทำงานให้กองกำลังรับจ้างบ้าง?”
ชายคนขับรถแท็กซี่งงไปทั้งตัว เขาไม่เข้าใจสถานการณ์เลย
ชายคนขับรถแท็กซี่ถอนหายใจ แล้วชูนิ้วทั้งสี่ขึ้น สาบานต่อฟ้า
“สาบานต่อฟ้าดิน! ผม…ผมไม่เคยทำเรื่องพวกนั้นนะ คุณตำรวจ…ผม ผมไม่เคยทำร้ายตำรวจ แล้วก็ไม่ใช่พวกอาชญากรด้วย”
พอถูกใส่ความขนาดนี้ ชายคนขับรถแท็กซี่รู้สึกเหมือนท้องฟ้าจะถล่มลงมา
บ้าเอ๊ย เขารู้สึกว่าตัวเองถูกใส่ร้ายยิ่งกว่าโต้วเอ๋อ*[1]เสียอีก…
ชายคนขับรถแท็กซี่หน้าแดงด้วยความร้อนใจ รีบอธิบาย “คุณตำรวจ ผมไม่เคยทำผิดกฎหมายเลยนะ ผมเป็นพลเมืองดีที่มีคุณธรรมจริยธรรมครบถ้วน ผม…ผมวันนี้ยังไล่โจรและช่วยเอากระเป๋าคืนให้ผู้โดยสารด้วยนะ!”
ชายคนขับรถแท็กซี่ถูมือใหญ่ทั้งสองข้างด้วยความกังวล สีหน้าดูซื่อ ๆ “ผม…ผมวันนี้ยังช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความกล้าหาญด้วยนะ…”
ลู่เย่ฟังคำบอกเล่าของชายคนขับรถแท็กซี่จบ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นประหลาดขึ้นมาทันที
ลู่เย่ “…”
ลู่เย่มุมปากกระตุกเล็กน้อย
บางทีโจรที่คนขับรถพูดถึงอาจจะเป็นพวกเราก็ได้
ดังนั้นเขาถึงได้ทำตัวเป็นวีรบุรุษ แย่งกระเป๋าเดินทางที่มีเซี่ยเฉิงอวิ๋นอยู่ข้างในคืนมาจากทีมช่วยเหลือ?
ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็…
นี่มันเรื่องเข้าใจผิดที่ทำให้คนพูดไม่ออกจริง ๆ
จากนั้น ลู่เย่ก็ถามเชิงหยั่งเชิง “วันนี้คุณช่วยแย่งกระเป๋าเดินทางคืนให้ผู้โดยสารตอนกี่โมง?”
ชายคนขับรถแท็กซี่สะบัดผมเปียกของเขา เอียงหัวคิดสักครู่ “อืม… น่าจะประมาณห้าหกโมงเย็น
ตอนนั้นหลังจากผู้โดยสารลงจากรถ ผมเห็นว่าพวกเขาทำโทรศัพท์ตกไว้บนเบาะรถ ผมเลยขับรถตามไปหาพวกเขา อยากเอาโทรศัพท์ไปคืนเจ้าของ
พอผมตามทันพวกเขา ก็เห็นโจรกระชากกระเป๋าแย่งกระเป๋าเอกสารของคนคนหนึ่งไป แล้วโจรคนอื่น ๆ ก็ฉวยโอกาสขโมยกระเป๋าเดินทางไปด้วย
ผู้โดยสารสองคนนั้นดูหวงกระเป๋าเดินทางใบนั้นมาก ระหว่างทางไม่ให้ผมแตะต้องเลย แถมยังหนักอึ้งด้วย ผมเลยรู้ว่าข้างในต้องมีของมีค่าแน่ ๆ
ผมคิดว่าถ้ากระเป๋าเดินทางที่มีของมีค่าถูกขโมยไป พวกเขาคงกังวลมาก ผมเลยคิดจะทำความดี ช่วยแย่งกระเป๋าเดินทางคืนมาให้พวกเขา…”
ลู่เย่ “…”
ลู่เย่ตบหน้าผากตัวเองทีหนึ่ง บ้าจริง…
มันเป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่จริง ๆ
ตอนนี้ลู่เย่รู้สึกหมดคำพูดในใจ เขาไม่มีอะไรจะพูดเลย ได้แต่คิดว่าทั้งหมดนี้คงเป็นเรื่องของพรหมลิขิต
“อ้อ! ใช่แล้ว! โทรศัพท์ของพวกเขายังอยู่ที่ผม อยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกนี่”
ชายคนขับรถแท็กซี่ตบหน้าผาก หยิบเสื้อนอกที่โยนทิ้งไว้ข้าง ๆ แล้วรูดซิปกระเป๋า หยิบโทรศัพท์สีเงินส่งให้ลู่เย่
ลู่เย่พอได้ยินก็ดีใจจนตัวลอย
ไม่คิดว่าจะได้ของดีแบบนี้
ได้โทรศัพท์ของตู่หยามา ก็จะสามารถตรวจสอบบันทึกการติดต่อภายในของพวกเขาได้
แม้โทรศัพท์จะเปียกน้ำ แต่ดูเหมือนยังใช้งานได้
ลู่เย่กดปุ่มหลักของโทรศัพท์ หน้าจอก็สว่างขึ้นทันที
ในความมืดของราตรี หน้าจอโทรศัพท์แผ่แสงสีฟ้าอ่อน ๆ จากนั้นแสงสีฟ้าก็ส่องสว่างใบหน้าของลู่เย่ที่ทั้งขำทั้งเศร้า
โทรศัพท์ที่พวกพอยเซินแฟ็งทำตก กลับเป็นของเซี่ยเฉิงอวิ๋น…
ภาพพื้นหลังโทรศัพท์เป็นรูปถ่ายภาพคู่ของเซี่ยเฉิงอวิ๋นกับเค่ออวิ๋น
ลู่เย่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาคิดว่าจะได้ข้อมูลภายในของพวกพอยเซินแฟ็งเสียอีก
คนขับรถเห็นลู่เย่สีหน้าไม่ค่อยดี ก็รีบกังวลขึ้นมาทันที “เอ่อ… มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ คุณ… คุณตำรวจ
ผมขอสาบานต่อฟ้าว่า ทุกคำที่ผมพูดไปไม่มีเท็จแม้แต่นิดเดียว ไม่งั้นขอให้ฟ้าผ่าผมซะเลย!”
คนขับรถพูดอย่างจริงจังและหนักแน่น
ตอนนี้ลู่เย่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว
ชายคนขับรถคนนี้ไม่ได้เป็นพวกเดียวกับพวกพอยเซินแฟ็ง และก็ไม่ใช่อาชญากรที่เห็นแก่เงินด้วย
เรื่องนี้เป็นแค่ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่…
เขาเป็นแค่คนใจดีที่ทำเรื่องแย่ ๆ โดยไม่รู้ตัว
เมื่อรู้ว่าคนขับรถเป็นคนดีแต่แค่ทำเรื่องไม่ดีโดยไม่ตั้งใจ สีหน้าของลู่เย่ก็อ่อนลง
ลู่เย่กะพริบตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “คุณครับ ต่อไปนี้ผมจะบอกความจริงที่คุณอาจจะรับไม่ได้”
คนขับรถพยักหน้าแล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ครับ ๆ คุณจะบอกว่า… ผู้โดยสารสองคนนั้นเป็นพวกค้ามนุษย์ใช่ไหมครับ?”
พูดจบ คนขับรถก็ถอนหายใจแล้วพูด “จริง ๆ ผมก็ไม่ได้โง่หรอก ตอนหลังผมได้ยินเสียงร้องดังมาจากในกระเป๋าเดินทาง ตอนนั้นผมก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยถูกต้อง
ผมตระหนักได้ว่าพวกเขาอาจจะเป็นแก๊งค้ามนุษย์ แต่พอจะยืนยันความจริง ก็ถูกพวกเขาทำร้ายเสียแล้ว…
แล้วผมก็เข้าใจแล้วว่า โจรที่ขี่มอเตอร์ไซค์ปะทะกับแก๊งค้ามนุษย์ ที่แท้ก็เป็นการชิงของระหว่างโจรด้วยกันนั่นเอง”
ลู่เย่กระตุกมุมปาก พูดเสียงเครียดว่า “เอ่อ…จริง ๆ แล้วคุณพูดถูกแค่ครึ่งเดียว”
คนขับรถแท็กซี่เงยหน้ามองเขา “ฮะ? ถูกแค่ครึ่งเดียวเหรอ?”
“เฮ้อ…จริง ๆ แล้วโจรที่ขี่มอเตอร์ไซค์นั่นคือตำรวจที่ปลอมตัวมา พวกเรากำลังช่วยเหลือตัวประกันที่อยู่ในกระเป๋า…”
ลู่เย่มองหน้าคนขับรถพลางพูดทีละคำ
เมื่อได้ฟังจบ คนขับรถก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับรูปปั้นที่กลายเป็นหิน มองหน้าลู่เย่อย่างงงงัน
อะไรนะ?
พระเจ้าช่วย!
เขาทำอะไรลงไปแล้วเนี่ย!
เขาขับรถชนโจรขี่มอเตอร์ไซค์ ที่แท้เป็นตำรวจ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังส่งตัวประกันที่ตำรวจอุตส่าห์ช่วยมาได้ กลับคืนให้โจรอีก
โอ้พระเจ้า สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นการช่วยเหลือคนอื่น ที่แท้กลับกลายเป็นการช่วยเหลือคนชั่วไปซะได้!
ฮือ ๆ ๆ…
ในตอนนี้ ชายคนขับรถแท็กซี่รู้สึกสับสนและซับซ้อนในใจอย่างที่สุด
ความโกรธ ความรู้สึกผิด ความจนใจ ความน้อยใจ ความรู้สึกต่าง ๆ พุ่งขึ้นมาในใจพร้อมกัน
จริง ๆ แล้วเขาตั้งใจทำดีแต่กลับกลายเป็นเรื่องผิด!
เมื่อสายลมพัดมา ชายคนขับรถแท็กซี่ก็โผเข้ากอดลู่เย่พลางร้องไห้ฮือ ๆ เหมือนหมีขนฟูที่กำลังร้องไห้โฮ
“ฮือ ๆ ๆ คุณตำรวจครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะครับ…
ผมไม่รู้จริง ๆ ขอโทษครับ มันเป็นความผิดของผมทั้งหมด ฮือ ๆ…”
ชายคนขับรถแท็กซี่ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก ลู่เย่รู้สึกรังเกียจเล็กน้อยจึงถอยหลังไปสองสามก้าว
ลู่เย่ยื่นมือออกไปอย่างจำใจ ผลักชายคนขับรถแท็กซี่ออกไปด้านข้าง “โอเค ๆ ผมเข้าใจความจริงทั้งหมดแล้ว ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจทำร้ายตำรวจ เรื่องนี้สามารถลดหย่อนโทษได้…”
ชายคนขับรถแท็กซี่ร้องไห้เหมือนเด็กน้อย
ตอนนี้เขารู้สึกทั้งน้อยใจและรู้สึกผิด…
เขารู้สึกว่าตัวเองได้ก่อความผิดมหันต์
“ฮือ ๆ ๆ…”
สายลมแม่น้ำพัดแรงผสานกับเสียงร้องไห้ของชายคนขับรถแท็กซี่ บรรยากาศรอบข้างดูหดหู่ขึ้นมาทันที
ลู่เย่ทำหน้าเคร่งแล้วดุชายคนขับรถแท็กซี่ “พอได้แล้ว ๆ อย่าร้องไห้อีกเลย ผู้ชายตัวโตแค่นี้ยังมาร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล ไม่อายเขาบ้างหรือไง”
ลู่เย่ก็ไม่คิดว่าผู้ชายร่างใหญ่สูงเกือบ 180 เซนติเมตรคนนี้จะเป็นคนขี้แย
ชายคนขับรถแท็กซี่คว้าเสื้อเปียก ๆ มาเช็ดน้ำตาแบบลวก ๆ แล้วพูดว่า “งั้น…คุณตำรวจครับ ผมขอชดใช้ความผิดด้วยการทำความดีได้ไหม ตัวประกันนั่นผมเป็นคนพาไปส่งให้โจรเอง ผมก็ต้องรับผิดชอบช่วยเขากลับมา!”
ชายคนขับรถแท็กซี่เงยหน้าขึ้น สีหน้าจริงจัง
“ไม่ต้องหรอก คุณยังมีบาดแผลอยู่ เดี๋ยวผมจะให้เพื่อนร่วมงานพาคุณไปตรวจที่โรงพยาบาล” ลู่เย่ปฏิเสธคำขอของชายคนขับรถแท็กซี่อย่างนุ่มนวล
ชายคนขับรถแท็กซี่ถามด้วยความกังวล “แล้ว…ตำรวจสองคนที่ผมชนเมื่อกี้ พวกเขาบาดเจ็บหนักไหมครับ?”
เจ้าหน้าที่ทีมช่วยเหลือทั้งสองคนนั้นสวมชุดป้องกันอยู่ จึงบาดเจ็บไม่มาก ตอนนี้กำลังรับการรักษาที่โรงพยาบาล
ลู่เย่คิดสักครู่ แล้วตอบว่า “อืม พวกเขาบาดเจ็บไม่มาก อีกสองวันก็กลับมากระโดดโลดเต้นได้แล้ว”
“ดีจังเลย ดีจังเลย…”
เมื่อได้ยินว่าตำรวจสองคนที่ถูกชนกระเด็นไม่เป็นอะไรมาก ชายคนขับรถแท็กซี่ก็รู้สึกโล่งอกในที่สุด
ความรู้สึกผิดในใจก็ลดน้อยลงไปหลายส่วน
“แต่ว่าคุณตำรวจครับ ผม…ผมอยากช่วยพวกคุณ ผมอยากทำความดีชดเชยความผิด…” คนขับรถมองดูลู่เย่อย่างน่าสงสาร ราวกับเป็นลูกหมาที่ทำผิดและรู้สึกเสียใจ
ลู่เย่ยังไม่ทันพูดอะไร ชายคนขับรถแท็กซี่ก็พูดต่อว่า “คุณตำรวจครับ ผมเคยขับเรือในแม่น้ำสายนี้มาก่อน ผมว่ายน้ำเก่งมาก และรู้จักบริเวณนี้ดี บางทีผมอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง”
ชายคนขับรถแท็กซี่ขอร้องลู่เย่อย่างไม่ย่อท้อ ให้ตนได้อยู่ช่วยเหลือ
มีเพียงแบบนี้เท่านั้น ความรู้สึกผิดในใจของเขาถึงจะบรรเทาลงได้บ้าง
ลู่เย่คิดสักครู่ “เดี๋ยวรถพยาบาลมาถึง คุณไปทำแผลก่อน ถ้าร่างกายไม่มีปัญหาอะไร ก็นั่งรออยู่ในรถได้ ถ้าพวกเราต้องการความช่วยเหลือ จะติดต่อคุณ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าของชายคนขับรถแท็กซี่ก็เริ่มมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นในที่สุด “ครับ ๆ ๆ ผมเข้าใจแล้ว จะทำตามที่คุณตำรวจสั่งทุกอย่าง!”
คู่รักบนบันไดหิน เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างลู่เย่กับชายคนขับรถแท็กซี่ ถึงได้รู้ว่าพวกเขาเข้าใจผิดไป
ชายหนุ่มกลอกตาใส่แฟนสาวของตัวเอง “เขากำลังช่วยคนต่างหาก อะไรกันเรื่องรักร่วมเพศ เธอคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหมด”
หญิงสาวแลบลิ้นพลางยิ้มอย่างเขิน ๆ “ฮ่า ๆ…ฉันคิดไปไกล…คิดไปไกล…”
ลู่เย่ไม่สนใจคนดูละครสองคนข้าง ๆ พาชายคนขับรถแท็กซี่เดินผ่านพวกเขาไปตรง ๆ
ทันใดนั้น หญิงสาวก็ร้องตะโกนอย่างตื่นเต้น “อ๋า! ฉันนึกออกแล้ว! ฉันนึกออกแล้ว!”
ยามที่ไม่มีลม ริมแม่น้ำเงียบสงัดมาก เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นเต้นของหญิงสาวดังแหลมชัดเจนในความมืดของราตรี
หญิงสาววิ่งมาตรงหน้าลู่เย่อย่างตื่นเต้น ชี้ไปที่จมูกเขาพลางพูดว่า “ฉันนึกออกแล้วว่าเคยเห็นคุณที่ไหน คุณตำรวจหล่อที่ติดเทรนด์เมื่อสองวันก่อนก็คือคุณนี่นา!”
เมื่อสองวันก่อน ตอนที่ลู่เย่ช่วยเหลือเสี่ยวหยาง ถูกผู้ชมในห้องไลฟ์เห็นภาพนั้นทั้งหมด
ในคลิปวิดีโอ ลู่เย่หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสง่างาม สวมชุดตำรวจดูสง่าน่าเกรงขาม บุคลิกองอาจผ่าเผย
ด้วยเหตุนี้ลู่เย่จึงได้รับการยกย่องจากชาวเน็ตว่าเป็นตำรวจที่หล่อที่สุดในประเทศจีน และยังดังในโลกออนไลน์อยู่พักหนึ่ง
หญิงสาวจ้องมองลู่เย่ด้วยดวงตาเป็นประกาย พูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่า “คุณตำรวจคะ… ฉัน… ฉันขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ?”
ไม่ทันที่ลู่เย่จะตอบ หญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วเอนตัวพิงไหล่ลู่เย่ราวกับไร้กระดูก พยายามเบียดตัวเข้าไปในอ้อมอกของลู่เย่สุดแรง
ด้านหลัง แฟนหนุ่มของหญิงสาวทำหน้าบึ้งทันที
เขารู้สึกเหมือนมีแสงสีเขียวส่องวาบขึ้นบนหัวของตัวเอง
ในขณะที่หญิงสาวโน้มตัวเข้ามาลู่เย่ก็ได้กลิ่นน้ำหอมฉุนรุนแรงในทันที
จนแทบหายใจไม่ออก
ลู่เย่รีบผลักหญิงสาวออก พูดเสียงเย็นว่า “ขอโทษนะครับ พวกเรากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ไม่สามารถถ่ายรูปด้วยได้”
พูดจบลู่เย่ก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
หลังจากถูกปฏิเสธ หญิงสาวโกรธจนกระทืบเท้า “อะไรกันเนี่ย เย็นชาจัง! อย่าคิดว่าตัวเองหล่อแล้วจะเก่งไปหมด”
หญิงสาวพยายามจะวิ่งไปขวางทางลู่เย่ แต่แฟนหนุ่มของเธอรีบดึงตัวเธอไว้ “พอได้แล้ว อย่าทำแบบนี้สิ เขากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นะ ทำไมเธอถึงทำตัวเหมือนแฟนคลับบ้าคลั่งแบบนี้…”
หญิงสาวกลอกตา “หึ… นายจะหึงทำไมกัน…”
เธอยังคงมองตามแผ่นหลังของลู่เย่และคนขับรถแท็กซี่อย่างอาลัยอาวรณ์จนลับสายตา
ย้อนเวลากลับไปสักครู่
สามนาทีก่อนหน้านั้น
ผู้ร้ายที่หลบหนีมาถึงอู่ต่อเรือร้างได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังมาเข้าหู
เสียงกรีดร้องนั้นทำให้พวกผู้ร้ายที่หลบหนีตื่นตัวขึ้นมาทันที
“เกิดอะไรขึ้น? ฉันเหมือนได้ยินเสียงผู้หญิงร้องนะ”
“ใช่… ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน ที่ซ่อนตัวของพวกเรานี่คงไม่ปลอดภัยแล้วละ”
“บ้าเอ๊ย! ทำไมดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้ถึงมีคนมาที่นี่ได้”
พวกผู้ร้ายที่หลบหนีรู้สึกหวั่นใจเมื่อรู้ว่ามีคนอยู่แถวนี้ พวกเขารวมตัวกันปรึกษา “หรือว่า… หรือว่าพวกเราควรติดต่อหัวหน้าเพื่อเปลี่ยนจุดนัดพบดี ฉันรู้สึกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยเลย”
คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย “อืม พวกเราควรระวังตัวไว้หน่อย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าตำรวจจะไม่วางกำลังไว้แถวนี้”
ไม่มีใครโง่พอที่จะมาที่นี่ ถ้าพวกเขาไม่จนมุมจริง ๆ ก็คงไม่ตัดสินใจหนีข้ามแม่น้ำหลานชางหรอก
นายกเทศมนตรีรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ท่าเรือเมืองเจียง เขาจึงไม่มีทางที่จะไม่ส่งกำลังตำรวจมา
นักโทษแหกคุกคนหนึ่งดึงไกปืน มองรอบ ๆ ด้วยสีหน้าระแวดระวัง “พวกเราอย่าเพิ่งติดต่อหัวหน้าเลย ย้ายที่หลบซ่อนกันก่อนดีกว่า”
นักโทษแหกคุกอีกคนคัดค้าน “แต่ว่า…แต่ว่าถ้าทำแบบนั้น หัวหน้าก็จะหาพวกเราไม่เจอนะ…”
“ไอ้โง่ พวกเราทิ้งรหัสลับไว้ก็พอแล้ว”
พูดจบ นักโทษแหกคุกคนหนึ่งก็เก็บก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นมา แล้วสลักข้อความประหลาด ๆ ไว้บนกำแพงของอู่ต่อเรือร้าง ข้อความนี้เป็นรหัสลับของกลุ่มพอยเซินแฟ็ง มีเพียงคนวงในเท่านั้นที่จะเข้าใจความหมาย
[1] โต้วเอ๋อ (窦娥) เป็นตัวละครเอกในบทละครอุปรากรจีนชื่อดังเรื่อง 窦娥冤 (โต้เอ๋อ ยวน) โต้เอ๋อเป็นหญิงสาวที่มีความกตัญญูและจิตใจดี แต่เธอถูกใส่ร้ายในคดีฆาตกรรม ทำให้ต้องรับโทษประหารชีวิต ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ได้กระทำผิด