สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 511 การบริจาคเลือด
บทที่ 511 การบริจาคเลือด
ณ โรงพยาบาลประชาชน เมืองเจียง
เฉาเล่อ สวีลี่และเค่ออวิ๋นนั่งอย่างกระวนกระวายอยู่ในระเบียงทางเดิน รอบข้างมีนางฟ้าชุดขาวเดินผ่านไปมา
“ทุกท่าน ผลตรวจเลือดของคุณเสิ่นออกมาแล้ว”
หมอเจียงแพทย์ผู้ดูแลเสิ่นชิงเดินออกมาพร้อมแฟ้มประวัติผู้ป่วย เขาขมวดคิ้วแน่น สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
เค่ออวิ๋นและสวีลี่เห็นสีหน้าของหมอเจียงแล้วรู้สึกใจหายวาบ
สวีลี่รีบถามทันที “คุณหมอเจียง กรุ๊ปเลือดของพี่เสิ่นชิงเป็นอย่างไรบ้างคะ?”
หมอเจียงถอนหายใจ พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยากครับ คุณเสิ่นมีเลือดกรุ๊ปอาร์เอชลบ ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดที่หายากมาก
ในคนหนึ่งหมื่นคน แทบจะหาคนที่มีกรุ๊ปเลือดแบบเดียวกันไม่ได้เลย
ผมต้องขอโทษด้วย ในธนาคารเลือดของโรงพยาบาลเราไม่มีเลือดประเภทเดียวกันเลย”
เค่ออวิ๋นร้อนใจจนน้ำตาคลอ “แล้วจะทำยังไงคะ? ถ้าไม่ได้รับเลือด พี่เสิ่นชิงจะต้องตายแน่ ๆ”
หมอเจียงปลอบใจทุกคน “ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ประเทศจีนของเรามีประชากรหลายพันล้านคน ต้องมีคนที่มีเลือดกกรุ๊ปอาร์เอชลบแน่นอน แต่การหาอาจต้องใช้เวลา ผมกังวลว่าคุณเสิ่นจะรอไม่ไหว”
“แต่เวลาสั้น ๆ แบบนี้จะไปหาที่ไหนได้คะ?”
เค่ออวิ๋นเม้มริมฝีปาก น้ำตาไหลพรากออกมาทันที
สวีลี่พยายามทำใจให้สงบแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราลองประกาศเรื่องนี้ลงอินเตอร์เน็ตดูไหม พี่เสิ่นชิงมีแฟนคลับเยอะขนาดนั้น บางทีอาจจะมีคนที่มีกรุ๊ปเลือดเดียวกันก็ได้”
เฉาเล่อขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “แต่…ถ้าทำแบบนั้น คนพวกนั้นก็จะรู้ว่าพี่เสิ่นชิงยังไม่ตาย แผนที่พวกเราวางไว้ก่อนหน้านี้ก็จะล้มเหลวหมดสิ”
“พระเจ้า ตอนนี้มันเวลาไหนแล้ว นายยังจะคิดถึงแต่เรื่องภารกิจอีกเหรอ? ในหัวนายมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง?”
สวีลี่กัดฟันกรามแน่น แล้วจิ้มนิ้วใส่หน้าอกเฉาเล่อแรง ๆ
คนคนนี้ไม่ใช่ว่าสมองมีปัญหา ก็คงจะไร้หัวใจ
“ไม่ใช่ ๆ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น” เฉาเล่อโบกมือไปมาอย่างแรง เขากำลังจะอ้าปากเถียง แต่โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ติ๊ง ๆ…”
เฉาเล่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่าเป็นสายจากผู้อำนวยการหลี่
ปลายสาย ผู้อำนวยการหลี่พูดอย่างร้อนรน “เสี่ยวเฉา ที่นั่นเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เสิ่นชิงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? ข่าวที่แพร่กระจายในอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
คำถามรัว ๆ เหล่านี้ทำให้เฉาเล่องงไปหมด
คุณตาหลินยืนอยู่ข้าง ๆ ผู้อำนวยการหลี่ เขาแย่งโทรศัพท์ของผู้อำนวยการหลี่มา แล้วพูดเสียงเร่งร้อน “ข้างนอกลือกันว่าชิงชิงเสียสละตัวเอง ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง?”
เฉาเล่อไม่รู้ว่าคุณตาหลินเป็นใคร แต่จากน้ำเสียงเขาคาดเดาว่าน่าจะเป็นญาติของเสิ่นชิงจึงเล่าความจริงทั้งหมดว่า
“ข่าวลือภายนอกเป็นม่านควันที่พวกเราปล่อยออกไป พี่เสิ่นชิงยังมีชีวิตอยู่”
เมื่อคุณตาหลินได้ยินเช่นนั้น หัวใจที่แขวนอยู่ที่ลำคอก็ตกลงไปอยู่ในท้องในทันที
แต่ประโยคต่อมาของเฉาเล่อกลับพลิกสถานการณ์ไป 360 องศา
เฉาเล่อ “แต่พี่เสิ่นชิงตอนนี้ยังอยู่ในอันตราย เธอต้องการเลือดด่วน แต่กรุ๊ปเลือดของเธอเป็นชนิดกรุ๊ปอาร์เอชลบที่หายากมาก โรงพยาบาลไม่มีเลือดที่เข้ากันได้ ตอนนี้สถานการณ์วิกฤตมาก”
เมื่อคุณตาหลินได้ยินเช่นนั้น หัวใจก็กระเด้งขึ้นมาค้างอีกครั้ง
เขารู้มานานแล้วว่าเสิ่นชิงมีกรุ๊ปเลือดหายาก เรื่องของตระกูลเฉียวเขาก็เคยได้ยินมาบ้าง การหาคนที่มีกรุ๊ปอาร์เอชลบนั้นยากจริง ๆ
เรื่องยุ่งยากแล้ว!
คุณตาหลินขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวล
จะทำอย่างไรดี ถ้าเสิ่นชิงเป็นอะไรไป
เขาจะไปอธิบายกับอาเย่ยังไง
ผู้อำนวยการหลี่ประสานมือไว้ด้านหลัง พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมจะโทรไปถามทุกโรงพยาบาลทหารดูว่ามีเลือดหรือไม่”
“ไม่ได้ มันเสียเวลาเกินไป รางวัลก้อนโตย่อมต้องมีคนกล้า ผมว่าใช้เงินซื้อคน ใช้เงินนำทางจะเร็วกว่า”
อธิบดีหม่าโผล่หน้าเข้ามา บนใบหน้าของเขาก็แสดงความกังวลเช่นกัน
สายตาของคุณตาหลินเคร่งขรึมขึ้นมา “แผนของพวกคุณเสียเวลามากเกินไป เรื่องนี้ผมรู้ว่าควรจะไปหาใคร แต่เพื่อความไม่ประมาท แผนของพวกคุณทั้งสองก็สามารถดำเนินการไปพร้อมกันได้”
…
เมืองหางโจว คฤหาสน์ตระกูลเฉียว
ชายชราในชุดทักซิโด้กำลังดูแลต้นไม้และดอกไม้อยู่ในสวน
ชายชราคนนี้เคยเป็นพ่อบ้านใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเฉียวตั้งแต่สมัยที่คุณปู่เฉียวยังมีชีวิตอยู่ เขาก็คอยปรนนิบัติรับใช้อยู่เคียงข้าง
พ่อบ้านชราอายุกว่าหกสิบปีแล้ว แต่ร่างกายยังแข็งแรงดี
หลังจากเสิ่นชิงขึ้นเป็นผู้นำตระกูล พ่อบ้านชราก็ลาออก
เมื่อเปลี่ยนผู้นำก็ต้องเปลี่ยนขุนนาง พ่อบ้านชราเข้าใจหลักการนี้เป็นอย่างดี
แต่เสิ่นชิงสงสารที่เขาไม่มีลูกไม่มีหลาน อีกทั้งยังทำงานเป็นพ่อบ้านให้ตระกูลเฉียวมาทั้งชีวิต จึงขอร้องหลายครั้งให้เขาอยู่ต่อ ช่วยดูแลสวนของคุณตาของเธอ
พ่อบ้านชราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในตระกูลเฉียว จนถือว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเองไปแล้ว
เมื่อเสิ่นชิงรั้งตัวหลายครั้ง พ่อบ้านชราก็เลยอยู่ต่อตามคำขอ
ทุกวันนี้เขาคอยทำความสะอาดสวนของคุณชายเฉียว ตัดแต่งต้นไม้และดอกไม้ ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ
ตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากผู้บัญชาการหลิน พ่อบ้านชราตกใจมาก
คุณชายเฉียวตอนยังหนุ่มมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับผู้บัญชาการหลิน
แต่ต่อมาตระกูลหลินย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่เมืองหลวง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลลดน้อยลงไป
เนื่องจากสถานการณ์เร่งด่วน ผู้บัญชาการหลินจึงพูดตรง ๆ ว่า “พ่อบ้านฟาง ผมรู้ว่าคุณเคยช่วยคุณชายของคุณหาคนที่มีเลือดอาร์เอชลบ ตอนนี้คุณยังมีรายชื่อพวกนั้นอยู่ไหม?”
พ่อบ้านชราครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วถามว่า “ผู้บัญชาการหลิน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับผู้นำของพวกเราเหรอครับ?”
พ่อบ้านฟางไม่ชอบดูโทรศัพท์ จึงรู้เรื่องราวทางอินเทอร์เน็ตน้อยมาก อีกทั้งยังชอบความสงบไม่ชอบให้ใครมารบกวน แทบไม่ได้ติดต่อกับคนรับใช้คนอื่น ๆ ในตระกูลเฉียว จึงไม่รู้ว่าเสิ่นชิงเกิดเรื่อง
แต่การที่เขาสามารถทำหน้าที่พ่อบ้านในตระกูลเฉียวมาหลายสิบปี ความคิดของเขาย่อมว่องไวเป็นธรรมดา
เมื่อผู้บัญชาการหลินถามถึงเรื่องเลือดอาร์เอชลบ เขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที
เนื่องจากเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ผู้บัญชาการหลินจึงไม่ได้ตอบตรง ๆ
แต่พ่อบ้านฟางเข้าใจดี เขารีบพูดว่า “ผมมีรายชื่อครับ ตอนนั้นเพื่อรักษาคุณชาย ผมได้ไปเยี่ยมคนที่มีกรุ๊ปอาร์เอชลบทั่วประเทศ แต่มีน้อยคนที่ยินดีขายเลือดเพื่อการรักษาในระยะยาว”
การบริจาคเลือดระยะยาวจะส่งผลเสียต่อร่างกาย คนส่วนใหญ่จึงยอมขายแค่ครั้งเดียว
คนที่มีเลือดอาร์เอชลบขายเลือดไม่กี่ครั้งก็พอใช้ได้ครึ่งชีวิต เมื่อมีเงินแล้วก็ไม่อยากขายเลือดบ่อย ๆ
เมื่อได้ยินว่าพ่อบ้านฟางมีรายชื่อ ผู้บัญชาการหลินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาตอบว่า “ผมเข้าใจแล้ว ขอรายชื่อให้ผมหน่อย พวกเราไม่ได้่ต้องการเลือดระยะยาว แค่ต้องการในยามฉุกเฉินเท่านั้น”
ไม่นานนัก รายชื่อก็มาถึงมือของคุณตาหลิน
“เร็วเข้า! เลือกคนที่อยู่ใกล้เมืองเจียงที่สุด ไม่ว่าเขาจะเรียกเท่าไหร่ พวกเราตระกูลหลินจะให้เป็นสองเท่า!”
คุณตาหลินสั่งการทุกคน
สำหรับตระกูลหลินแล้ว เรื่องที่ใช้เงินแก้ปัญหาได้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เลือดกรุ๊ปอาร์เอชลบหลายถุงถูกส่งมาถึงโรงพยาบาลประชาชน เมืองเจียง