สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 385 เนื้อหาที่น่ากลัว
บทที่ 385 เนื้อหาที่น่ากลัว
จดหมายร้องเรียนมีเพียงประโยคเดียว แต่เนื้อหานั้นน่ากลัวเกินไป
นายกเทศมนตรีเจียงร่วมมือกับลู่จ่านประธานของปั๋วน่ากรุ๊ป ยักยอกทรัพย์สินของเศรษฐีคนหนึ่ง ภรรยาของนายกเทศมนตรีเพื่อรักษาความเยาว์วัยตลอดกาล ได้ร่วมมือกับหน่วยงานอุ้มบุญและโรงพยาบาลเอกชน วิจัยและพัฒนา ‘การฉีดผิวย้อนวัย’ ราคาแพงลิบ
หลังจากอ่านจดหมายร้องเรียนจบ สีหน้าของเสิ่นชิงดูเคร่งเครียดมาก ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เสิ่นชิงไม่แปลกใจเลยที่ลู่จ่านจอมเจ้าเล่ห์คนนั้นจะทำเรื่องแบบนี้ได้ แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่า นายกเทศมนตรีเจียงเฉิงที่ได้รับความรักใคร่จากประชาชนเมืองหางโจวอย่างมาก จะร่วมมือกับลู่จ่าน
ส่วนภรรยาของนายกเทศมนตรี ในความทรงจำของเสิ่นชิง ภรรยาของนายกเทศมนตรีเป็นสตรีที่สง่างาม อ่อนโยน เหมาะสม และใจดี เธอคิดไม่ออกเลยว่า ทำไมภรรยาของนายกเทศมนตรีถึงได้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอุ้มบุญ
หรือว่าภรรยาของนายกเทศมนตรีจะเป็นอีกคนที่หน้าเป็นพระโพธิสัตว์ แต่ใจเป็นงูพิษ?
การอุ้มบุญในประเทศจีนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หน่วยงานอุ้มบุญยิ่งเป็นเหมือนหนูที่ถูกไล่ตะเพิดบนถนน ทุกคนต่างร้องให้ทุบตี
ถ้าภรรยาของนายกเทศมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอุ้มบุญ เรื่องนี้ก็จะร้ายแรงมาก
เสิ่นชิงคิดไม่ตกว่า การฉีดผิวย้อนวัยนั่นมันคืออะไรกันแน่? ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอุ้มบุญด้วย?
ในตอนที่เธอตกอับ นายกเทศมนตรีและภรรยาของนายกเทศมนตรีไม่ได้มองเธอด้วยสายตาที่มีอคติ แต่กลับช่วยเหลือเธอให้พ้นจากสถานการณ์ลำบาก
เสิ่นชิงถอนหายใจ เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าภรรยาของนายกเทศมนตรีที่อ่อนโยนและเป็นมิตรจะเป็นผู้หญิงไม่ดี
ถ้าแม้แต่นายกเทศมนตรีและภรรยาขยังเป็นคนใจดำ แล้วในเมืองหางโจวนี้จะยังมีคนดีเหลืออยู่อีกไหม
เสิ่นชิงเงยหน้ามองท้องฟ้า ฤดูหนาวในเมืองหางโจวชื้นและเย็น ท้องฟ้ามักจะมืดครึ้มและหม่นหมอง
เมฆดำหนาทึบกดทับอยู่เหนือศีรษะ มักจะไม่เห็นแสงอาทิตย์ ลำคอของเสิ่นชิงรู้สึกตีบตัน หัวใจว่างเปล่า รู้สึกหดหู่
จดหมายร้องเรียนฉบับนี้สร้างผลกระทบต่อเธออย่างมาก
เฉาเล่อก็ได้เห็นเนื้อหาในจดหมาย เขาชี้ไปที่จดหมายร้องเรียน ตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ตะลึงไปครู่หนึ่ง “นี่…นี่จดหมายร้องเรียนนี้จริงหรือปลอมกันแน่”
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว จดหมายร้องเรียนฉบับนี้มีเนื้อหาคลุมเครือ เนื้อหาเหลือเชื่อมาก และไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือใด ๆ ความน่าเชื่อถือยังต้องพิจารณา
แค่คำพูดลอย ๆ ไม่สามารถตัดสินความผิดของใครได้ นายกเทศมนตรีและภรรยามีชื่อเสียงมากในเมืองหางโจว นายกเทศมนตรีเจียงเฉิงเป็นที่รักใคร่ของประชาชน ในแวดวงราชการก็มีชื่อเสียงว่าเป็นคนมือสะอาด อดทน และทำงานหนัก
เรื่องนี้ถ้าพูดออกไป ใครก็คงไม่เชื่อ และไม่กล้าเชื่อ
เฉาเล่ออ่านจดหมายร้องเรียนอีกหลายรอบ แล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “พี่เสิ่นชิง ผมยังรู้สึกว่าเนื้อหาในจดหมายนี้ค่อนข้างเหลือเชื่อ”
เสิ่นชิงคิดสักครู่ แล้วพูดอย่างครุ่นคิดว่า “ยังไม่มีหลักฐาน ยังสรุปไม่ได้ แต่เราสามารถสังเกตการณ์ได้ตามคำแนะนำในจดหมายร้องเรียน แล้วค่อย ๆ สืบสวนดู”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉาเล่อรู้สึกงุนงงเล็กน้อย “ฮะ? ในจดหมายร้องเรียนมีคำแนะนำด้วยเหรอ? คำแนะนำอะไร?”
เสิ่นชิงไม่พูดอะไร เธอเก็บจดหมายร้องเรียนใส่กระเป๋า แล้วบอกให้เฉาเล่อขับรถกลับสำนักงาน
…
ในสำนักงาน สวีลี่และเค่ออวิ๋นกำลังทำความสะอาดครั้งใหญ่
ใกล้จะถึงวันตรุษจีนแล้ว ต้องทำความสะอาดที่ทำงานให้ดี ๆ ถึงแม้ว่าอาจจะต้องทำงานล่วงเวลาในช่วงปีใหม่ แต่อย่างน้อยก็จะรู้สึกสบายใจขึ้น
แน่นอนว่าสวีลี่และเค่ออวิ๋นในใจปฏิเสธการทำงานล่วงเวลา พวกเธอถูกส่งไปทำงานนอกพื้นที่มานานแล้ว ไม่ได้กลับบ้านเป็นเวลานานใครบ้างไม่อยากอยู่บ้านกับครอบครัวในช่วงปีใหม่ กินดื่มสบาย ๆ และเป็นคนขี้เกียจอย่างสบายใจ
เสียงเครื่องยนต์ดังกึกก้องขึ้นที่ชั้นล่าง สวีลี่มองลงไปด้านล่างแวบหนึ่ง
รถสีดำจอดนิ่ง เสิ่นชิงผลักประตูรถ ก้าวขายาว ๆ ลงจากรถ เดินอย่างรวดเร็ว
สวีลี่ยื่นหน้าออกจากหน้าต่างอย่างมีความสุข ทักทายเสิ่นชิงว่า “พี่เสิ่นชิง คุณกลับมาแล้วเหรอ? พวกเราใกล้จะทำความสะอาดเสร็จแล้ว”
สวีลี่ยิ้มกว้าง ดวงตาโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว
พอทำความสะอาดเสร็จ เธอก็จะกลับไปจัดกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน
เค่ออวิ๋นยังเอากระเป๋าเดินทางมาไว้ที่สำนักงาน พอทำความสะอาดที่ทำงานเสร็จ เธอก็จะถือกระเป๋าเดินทางไปสนามบินเลย
ไม่กี่นาทีต่อมา เสิ่นชิงเข้ามาในสำนักงาน ร่างกายแผ่ความเย็นออกมาเล็กน้อย
สวีลี่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเสิ่นชิง หัวใจก็กระตุกวูบทันที แย่แล้ว! สีหน้าของพี่เสิ่นชิงดูเคร่งเครียดมาก ต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ ๆ
สวีลี่ร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ในใจ
แย่แล้ว อาจจะต้องทำงานล่วงเวลาแน่เลย!
ฮือ ๆ เธออยากกลับบ้านไปฉลองปีใหม่จัง!
ตอนที่เดินเข้าประตูมา เสิ่นชิงสังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางของเค่ออวิ๋น สายตาของเธอหม่นลงเล็กน้อย
เค่ออวิ๋นก็สังเกตเห็นสายตาของเสิ่นชิงเช่นกัน เธอก้มหน้าลง ใบหน้าเล็ก ๆ แดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง
เสิ่นชิงเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “พวกเราต้องประชุมด่วน”
จากนั้นเธอก็หยิบจดหมายร้องเรียนออกมาจากกระเป๋า “พวกเรามีคดีใหญ่แล้ว แต่ครั้งนี้ไม่มีหลักฐานเพียงพอ พวกเราต้องไปสืบหาความจริงกันเอง”
พอได้ยินว่ามีคดีใหญ่ต้องสืบ สวีลี่ก็มีกำลังใจขึ้นมาทันที
ดวงตาของเธอเป็นประกายวาววับ แล้วพับแขนเสื้อขึ้นพลางพูดว่า “ได้! เข้าใจแล้ว! พี่เสิ่นชิง คราวนี้พวกเราจะไปบุกค้นบ้านใคร?”
ฮ่า ๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ ไปบุกบ้านคนอื่น คิดแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น
เสิ่นชิงส่งจดหมายร้องเรียนให้กับสวีลี่
สวีลี่รีบเปิดจดหมายร้องเรียนอ่านทันที หลังจากอ่านจบ เธอก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกฟ้าผ่า
โอ้พระเจ้า เนื้อหาในจดหมายร้องเรียนนี้ช่างรุนแรงจริง ๆ
ครั้งนี้จะต้องไปบุกบ้านของนายกเทศมนตรี! และยังมีลู่กรุ๊ปอีกด้วย!
คดีนี้ตื่นเต้นขนาดนี้เลยเหรอ?
เค่ออวิ๋นเห็นสวีลี่มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น ก็อยากรู้อยากเห็นเข้ามาดูด้วย
หลังจากอ่านจบ เค่ออวิ๋นก็อ้าปากค้าง ยืนตะลึงอยู่กับที่ เธอชี้ไปที่จดหมายร้องเรียนพลางพูดเสียงสั่น “นี่…เนื้อหาในจดหมายร้องเรียนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเค่ออวิ๋นซีดลงทันที นายกเทศมนตรีเมืองหางโจว! นี่มันขนาดไหนกัน!
ถ้าเนื้อหาในจดหมายร้องเรียนนี้เป็นความจริง เมืองหางโจวคงจะต้องพลิกโฉมหน้าแน่ ๆ เสิ่นชิงกอดอกและกวาดตามองเพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ทุกคนอ่านจดหมายร้องเรียนนี้แล้ว คิดยังไงกันบ้าง?”
สวีลี่ยกมือขึ้นพูด “ฉันคิดว่าเนื้อหาในจดหมายฉบับนี้น่าสงสัย ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ ต้องตรวจสอบก่อน”
โดยทั่วไป จดหมายร้องเรียนมักจะแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาด้วย แต่จดหมายร้องเรียนฉบับนี้กลับเขียนแค่ไม่กี่ตัวอักษร จะให้คนเชื่อได้อย่างไร?
ถ้าพวกเธอมีแค่กระดาษแผ่นเดียวนี้ ก็ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย
เค่ออวิ๋นอ่านจดหมายร้องเรียนอย่างละเอียดแล้วพูดเสียงอ่อย “ฉันว่ามันเป็นของปลอม นายกเทศมนตรีเป็นข้าราชการที่ทุกคนชื่นชม จะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง บางทีอาจจะเป็นการใส่ร้ายป้ายสีก็ได้!”
เฉาเล่อพยักหน้า “อาจจะเป็นคนที่มีเจตนาไม่ดีพยายามยุแยงตะแคงรั่ว จงใจให้พวกเราไปเล่นงานนายกเทศมนตรีก็ได้”
สวีลี่หยิบจดหมายร้องเรียนขึ้นมาอีกครั้ง ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ดูเหมือนจะค้นพบบางอย่าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที
ต่อมาเธอหันไปมองทุกคนแล้วพูด “ทุกคนรอฉันสักครู่นะ ฉันจะเอาของอย่างหนึ่งมาให้ดู”
พูดจบ สวีลี่ก็วิ่งไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วเริ่มค้นหาในกองเอกสาร