สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 362 เมนูหยินหยาง
บทที่ 362 เมนูหยินหยาง
เรื่องราวยังไม่ทันจบ ก็มีเรื่องใหม่เกิดขึ้นอีก สำนักงานการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเพิ่งจะจัดการเรื่องของจิ้งจอกขาวลงไป ก็เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงยิ่งกว่าขึ้นมาอีก
สาวน้อยจากทางใต้คนหนึ่งได้แชร์วิดีโอลงอินเทอร์เน็ต
ในวิดีโอ เธอและเพื่อนไปเที่ยวเมืองน้ำแข็ง ขณะรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พวกเธอสั่งจานหนึ่งชื่อหมูทอดซอสเปรี้ยวหวาน
หมูทอดซอสเปรี้ยวหวานเป็นอาหารพิเศษของเมืองน้ำแข็ง เกือบจะเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวต้องสั่ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้สาวน้อยจากทางใต้รู้สึกเสียใจก็คือ จานหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานที่มีเนื้อเพียงสิบกว่าชิ้น รวมกันยังไม่ถึงขนาดฝ่ามือ กลับขายในราคา 68 หยวนต่อจาน!
นี่มันไม่ใช่การเอาเปรียบลูกค้าชัด ๆ หรอกเหรอ?
สาวน้อยจากทางใต้อาจจะดูน่ารัก แต่เธอไม่ได้โง่
เหตุการณ์นี้ทำให้เธอรู้สึกว่า ทั้งเมืองน้ำแข็งไม่ได้น่าประทับใจอย่างที่คิดอีกต่อไป
ที่แท้สถานที่ท่องเที่ยวไหน ๆ ก็มีการเอาเปรียบลูกค้าทั้งนั้นสินะ ด้วยความรู้สึกอยากระบายความในใจ เด็กสาวจากทางใต้จึงได้โพสต์เรื่องราวที่เธอประสบลงบนอินเทอร์เน็ต
แต่เธอไม่คาดคิดว่า พอโพสต์วิดีโอออกไปก็กลายเป็นกระแสทันที
ในส่วนความคิดเห็นเต็มไปด้วยเสียงด่าทอ
ชาวเน็ต : อะไรนะ? หมูทอดซอสเปรี้ยวหวานในเมืองน้ำแข็งราคา 68 หยวน? แถมยังใส่จานที่ใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือนิดเดียว? บอกตำแหน่งและชื่อร้านหน่อย ฉันจะไปเยี่ยมเยียนหน่อย
ชาวเน็ต : ดูแล้วโมโห ปริมาณเท่านี้ในเมืองน้ำแข็งควรมีราคาแค่ 8 หยวน! แถมจานนี่ก็เล็กเกินไป ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหาจานเล็กขนาดนี้ได้ก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะ
ชาวเน็ต : ราคานี้ที่อื่นไม่แพงหรอก แต่ในเมืองน้ำแข็งแพงเกินไปแน่นอน
ชาวเน็ต : ฉันเป็นคนท้องถิ่น พูดตามตรงนะ หมูทอดซอสเปรี้ยวหวานจานละ 68 หยวนไม่แพง แต่จานเล็กขนาดนี้ โดนหลอกแน่นอน!
ชาวเน็ต : น้องสาวอย่าโกรธนะ บอกชื่อร้านและตำแหน่งที่ตั้งมาสิ ฉันจะไปเรียกร้องความยุติธรรมให้เธอเอง
ในส่วนความคิดเห็นมีคนเมืองน้ำแข็งไม่น้อย พวกเขาต่างโกรธแค้น รอไม่ไหวที่จะไปจัดการคนของตัวเองเพื่อความถูกต้อง
คนเมืองน้ำแข็งรักษาชื่อเสียงของตัวเองมาก เพราะมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่า ทุกสิ่งที่เมืองน้ำแข็งมีในตอนนี้ ช่างยากเย็นแสนเข็ญเพียงใดกว่าจะได้มา ในฐานะเมืองที่ถูกลืม การเห็นมันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้ชาวเมืองน้ำแข็งรู้สึกดีใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
ดังนั้น เมื่อพวกเขาเห็นการกระทำที่รังแกนักท่องเที่ยวต่างถิ่นและทำลายชื่อเสียงของเมืองน้ำแข็ง พวกเขาจึงทนไม่ได้แม้แต่น้อย
เมื่อวิดีโอกลายเป็นกระแส เรื่องนี้ก็สร้างความวุ่นวายไม่น้อยบนโลกออนไลน์
ร้านค้าที่เกี่ยวข้องพบว่ากระแสของวิดีโอเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงตกใจทันที
ร้านค้ารีบติดต่อบล็อกเกอร์วิดีโอ อ้างว่าพี่สาวของตนมาช่วยงานที่ร้านชั่วคราว เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับงาน จึงคิดราคาหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานผิดจาก 58 หยวนเป็น 68 หยวน
จากนั้นยังส่งอั่งเปาจำนวน 888 หยวนให้สาวน้อยคนนี้ หวังว่าเธอจะลบวิดีโอออก
แต่มันฝรั่งตัวกลมเล็กจากทางใต้ไม่ได้โง่ เธอฉลาดมาก
เด็กสาวที่โพสต์วิดีโอไม่ได้ตกหลุมพรางของร้านค้า แต่กลับขอใบเสร็จการสั่งซื้อของลูกค้าคนอื่น ๆ จากร้านค้า
เด็กสาวพูดว่า “คุณเจ้าของร้าน ถ้าคุณบอกว่าคิดเงินผิด งั้นส่งใบเสร็จการสั่งซื้อของลูกค้าคนก่อน ๆ มาให้ฉันดูหน่อย ให้ฉันดูว่าหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานราคาจานละ 58 หยวนจริงหรือเปล่า”
เมื่อเจ้าของร้านได้ยินแบบนั้น ก็รีบส่งใบเสร็จการสั่งซื้อของลูกค้าคนอื่น ๆ มาให้ทันที อย่างไรก็ตาม บนใบเสร็จที่ส่งมา ราคาที่ระบุไว้คือ 58 หยวนจริง ๆ
แต่ชาวเน็ตที่ช่างสังเกตกลับพบปัญหา
ชาวเน็ต : เอ๊ะ? ทำไมใบเสร็จอาหารของคนอื่นระบุว่าหมูทอดซอสเปรี้ยวหวาน แต่บนใบเสร็จของมันฝรั่งตัวกลมเล็กกลับระบุว่า หมูทอดซอสเปรี้ยวหวาน 3?”
ชาวเน็ต : โดยทั่วไปแล้ว ชื่ออาหารที่พิมพ์ออกมาจะไม่มีตัวเลขต่อท้าย แต่บนใบเสร็จนี้กลับระบุว่า หมูทอดซอสเปรี้ยวหวาน 3
ชาวเน็ต : ตัวเลข 3 ในหมูทอดซอสเปรี้ยวหวาน 3 นี้ดูแปลกประหลาดมาก
นักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่เดินทางไปทั่วมาหลายปีตอบว่า : จริง ๆ แล้ว พูดตามตรงก็คือ นี่เป็นเมนูหยินหยางนั่นเอง จึงต้องระบุตัวเลขไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้เครื่องพิมพ์ราคาได้สะดวก
เมนูหยินหยางแบบนี้ อาหารจานเดียวกันแต่มีสามราคา
แบ่งเป็นสำหรับคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ
สำหรับคนรู้จักโดยเฉพาะ และสำหรับคนต่างถิ่นโดยเฉพาะ
พอคำว่า ‘เมนูหยินหยาง’ ถูกพูดออกมา ก็ขึ้นเทรนด์ฮอตในทุกแพลตฟอร์มใหญ่ทันที ชาวเน็ตต่างโกรธแค้นและเดือดดาลกันอย่างพร้อมเพรียง นี่มันไม่ใช่การรังแกคนซื่อ ๆ อย่างชัดเจนหรอกเหรอ!
ชาวเน็ต : โอ้โห แย่ขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงกับเลือกปฏิบัติด้วย?
ชาวเน็ต : ยอมรับได้ถ้าติดราคาชัดเจน แต่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดกับเมนูหยินหยาง
ชาวเน็ต : ไม่ใช่นะ เพื่อนที่อยู่ด้านบน พูดแบบนั้นไม่ถูกหรอก ถ้าซาลาเปาลูกหนึ่งคิดคุณ 999 คุณก็จะคิดว่าสมเหตุสมผลเหรอ?
ชาวเน็ต : ต่อต้านอย่างเด็ดขาด ผมได้รายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม กรมพาณิชย์ หน่วยงานควบคุมราคา และหน่วยงานกำกับดูแลการตลาดแล้ว ทุกคนสามารถรอฟังข่าวดีได้อย่างสงบ
เมื่อเหตุการณ์บานปลาย วิดีโอ #เมืองน้ำแข็งโก่งราคา# ก็ขึ้นเทรนด์ร้อนแรงอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่วิดีโอนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก มันก็ทำให้คนจำนวนมากที่ต้องการมาเที่ยวเมืองน้ำแข็งเปลี่ยนใจ
ชาวเน็ต : ฮะ? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ? ฉันนึกว่าเมืองน้ำแข็งจะไม่เหมือนที่อื่น ไม่คิดว่าจะโก่งราคาด้วย แถมยังทำเมนูหยินหยางอีก ช่างเถอะ ไม่ไปเมืองน้ำแข็งนี่ก็ได้
ชาวเน็ต : ใช่ ๆ ชัดเจนว่าโก่งราคา แล้วยังทำเมนูหยินหยางอีก น่ารังเกียจจริง ๆ! ฉันขอถุย! ยังบอกว่าคุณภาพดีราคาถูก ใจดีมีน้ำใจอีก ฉันว่ามันก็แค่พวกหลอกลวง!
ชาวเมืองน้ำแข็งบางคนไม่อยากให้นักท่องเที่ยวต่างถิ่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับเมืองน้ำแข็ง จึงรีบอธิบายในส่วนความคิดเห็นใต้วิดีโอว่า : ทุกคนอย่ากลัว ที่ไหน ๆ ก็อาจมีขี้หนูอยู่บ้าง เรื่องนี้เป็นแค่กรณีพิเศษ เกิดขึ้นน้อยมาก ยินดีต้อนรับมาเที่ยวเสมอ
คนท้องถิ่น : ถ้ามันฝรั่งตัวกลมเล็กจากทางใต้มาเที่ยวเมืองน้ำแข็ง ยินดีต้อนรับมาเป็นแขกที่บ้านฉัน ฉันจะเลี้ยงหมูทอดซอสเปรี้ยวหวานฟรี หมูทอดซอสเปรี้ยวหวานที่แม่ฉันทำนั้นเป็นเลิศเชียวนะ
คนท้องถิ่น : มันฝรั่งตัวกลมเล็กจากทางใต้อย่าได้กลัวเลย พวกเราได้รายงานขี้หนูตัวนั้นไปแล้ว เชื่อว่าจะมีผลเร็ว ๆ นี้
ไม่นาน เรื่องนี้ก็ถึงหูสำนักการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
เสิ่นชิงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เธอเคยได้ยินเรื่อง ‘สัญญาหยินหยาง*[1]’ แต่ ‘เมนูหยินหยาง’ นี่เธอเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
จางกั๋วเหลียวโกรธจนทุบกาน้ำชาที่รักที่สุดแตก พร้อมสบถออกมา “บ้าเอ๊ย! หมูทอดซอสเปรี้ยวหวานจานเท่าฝ่ามือขายตั้ง 68 หยวน? ยังทำเมนูหยินหยางอีก? มันอยากตายชัด ๆ! ไปตรวจสอบให้ฉัน! รีบไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้!”
ในฐานะเมืองท่องเที่ยว ถ้าถูกแฉว่ามีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ก็คงไม่ไกลจากความซบเซา
และในฐานะผู้บริโภค สิ่งที่เกลียดที่สุดก็คือการถูกหลอก ถูกเอาเปรียบ
อย่างที่เขาว่า งูกัดครั้งเดียว สิบปีก็ยังกลัวเชือก หากเรื่องการเอาเปรียบลูกค้าในเมืองน้ำแข็งถูกคนที่มีเจตนาร้ายนำไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่อย่างกว้างขวาง มันจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของทั้งเมืองน้ำแข็งทันที
ในช่วงบ่ายของวันนั้น หลังจากที่ชาวเมืองน้ำแข็งจำนวนไม่น้อยได้ดูวิดีโอแล้ว พวกเขาก็ไปที่ร้านเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบ
สำหรับพวกคนเลวที่ทำให้เมืองน้ำแข็งเสื่อมเสีย พวกเขาจะไม่ปรานีอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาไปถึงร้านนั้น เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ป้ายของร้านนั้นถูกถอดออกไปแล้ว และร้านค้าก็ว่างเปล่าไม่มีคนอยู่
เวลา 18:00 น. สำนักงานการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเมืองฮาร์บินได้ออกแถลงการณ์ว่า
“เหตุการณ์เมนูเมนูหยินหยางได้รับการแก้ไขแล้ว ร้านค้าที่เกี่ยวข้องได้รับการลงโทษแล้ว ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการตรวจสอบและกระตุ้นเตือน เราจะบริหารจัดการอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก”
[1] สัญญาหยินหยาง หรือสัญญาขาวดำ หมายถึงคู่สัญญาที่ทำสัญญา 2 สัญญาขึ้นไป โดยมีเนื้อหาสัญญาที่แตกต่างในเรื่องเดียวกัน สัญญาภายในและสัญญาภายนอก จะมี 1 สัญญาที่ไม่ใช่การแสดงออกถึงเจตนาที่แท้จริงของคู่สัญญา แต่มีไว้สำหรับ วัตถุประสงค์ในการหลีกเลี่ยงภาษีของรัฐ