สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 351 เสิ่นชิงเกือบถูกผลัก
บทที่ 351 เสิ่นชิงเกือบถูกผลัก
เสิ่นชิงและหลินส่วงเดินย้อนกลับตามเส้นทางเดิมไปได้ระยะหนึ่ง หลินส่วงชี้ไปยังที่ไม่ไกลนักแล้วพูดว่า “พี่เสิ่นชิง เราไปทางนั้นกันเถอะ”
เสิ่นชิงมองตามทิศทางที่หลินส่วงชี้ เห็นสันเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน สันเขาถูกแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านซ้ายมีพุ่มไม้เหี่ยวเฉาและต้นสนขึ้นอยู่เบาบาง ส่วนด้านขวาเป็นลานหิมะโล่งกว้าง
สายตาของเสิ่นชิงหม่นลง เธอรู้ว่าหลินส่วงกำลังจะเล่นอุบายอะไร
“พี่เสิ่นชิง ฉัน…ฉันจะไปทำธุระหลังพุ่มไม้สักหน่อย ทางนี้มีแต่พุ่มไม้ อาจทำให้เสื้อผ้าเปื้อนได้ง่าย คุณไปรอฉันที่ลานโล่งทางนั้นนะ”
หลินส่วงชี้ไปที่ลานหิมะทางด้านขวาของสันเขา
ภูมิประเทศทางด้านขวาโค้งขึ้นด้านบน ปกคลุมด้วยหิมะนุ่มฟูสีขาว ดูคล้ายฟองนมหนา ๆ บนชานมไข่มุก
ทำให้คนอยากกลิ้งไปมาบนนั้น
สายตาของเสิ่นชิงหม่นลงอีกครั้ง
ด้านขวาของสันเขาดูเหมือนลานหิมะธรรมดา แต่ความจริงแล้วซ่อนอันตรายไว้ภายใน
ในเขตหนาวเย็น มีภูมิประเทศหิมะที่อันตรายชนิดหนึ่งเรียกว่า หิมะชายคา
หิมะชายคาเกิดจากลมพัดหิมะจนเกิดเป็นส่วนยื่นรูปลิ่ม มันจะยื่นออกไปตามสันเขาหรือขอบหน้าผา
เนื่องจากลมภูเขาและภูมิประเทศ พื้นผิวของหิมะชายคาจะก่อตัวเป็นเปลือกแข็งและเปราะ มองดูเหมือนพื้นราบทั่วไป แต่ด้านล่างของหิมะชายคากลับว่างเปล่า
เมื่อคนเหยียบลงไป หิมะชายคาจะพังทลายทันที อย่างเบาคือตกลงไปในหุบเขาและถูกหิมะฝังกลบ อย่างหนักคือทำให้เกิดหิมะถล่ม
ถ้าคนถูกหิมะฝังกลบ ไม่กี่นาทีก็จะเสียชีวิตเพราะขาดออกซิเจน หรือไม่ก็ถูกหิมะกดทับจนบาดเจ็บสาหัสหรือกระดูกหัก
หิมะในป่าลึกนั้นหนามาก สามารถเติมเต็มร่องเหวได้ ดังนั้นหิมะชายคาบนภูเขาจึงเห็นไม่ค่อยชัดเจน
ถ้าไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศ ก็จะเหยียบโดนหิมะชายคาได้ง่าย เท้าจะเหยียบพลาดลงไปในที่ว่างเปล่า
อย่างไรก็ตาม มีวิธีสังเกตได้ ด้านที่มีต้นไม้บนสันเขาคือพื้นดินจริง ส่วนด้านที่ไม่มีต้นไม้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นหิมะชายคา
เสิ่นชิงเติบโตในภาคใต้ ไม่มีความรู้พื้นฐานเหล่านี้ เธอรู้เรื่องนี้จากการอ่านคู่มือความปลอดภัยของเขตท่องเที่ยว
แต่หลินส่วงคิดว่าเสิ่นชิงเพิ่งมาถึง คงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอันตรายของภูเขาหิมะเลย จึงคิดจะใช้วิธีนี้จัดการเธอ
“พี่เสิ่นชิง ไปรอฉันตรงนั้นนะ ฉันเสร็จธุระเดี๋ยวนี้แหละ”
หลินส่วงพูดชักจูงอย่างใจดี หวังให้เสิ่นชิงเหยียบลงบนหิมะชายคา
เสิ่นชิงรู้ว่าหลินส่วงต้องการจะหลอกเธอ จึงตัดสินใจเล่นตามเกม เดินขึ้นไปตามสันเขาอีกสองสามก้าว
หลินส่วงมองด้วยความกระวนกระวายใจ อยากให้เสิ่นชิงพลาดท่าตกลงไปเร็ว ๆ
แต่เสิ่นชิงกลับดูสงบนิ่ง ค่อย ๆ เดินไปตามขอบที่ใกล้กับต้นไม้อย่างช้า ๆ ทุกย่างก้าวมั่นคง
เสิ่นชิงเดินขึ้นไปถึงที่สูง ยืนเอามือไพล่หลัง ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามในระยะไกลอย่างสบายอารมณ์
สายตาของหลินส่วงจับจ้องทุกย่างก้าวของเสิ่นชิงตลอดเวลา รอคอยให้เธอพลาดท่าตกลงไป
เธอมองเงาด้านหลังของเสิ่นชิง ตาเหลือกลาน ในใจภาวนา “ขวาอีกนิด ขวาอีกนิด”
เธอรู้ว่าใต้ชายคาหิมะนี้มีทะเลสาบน้ำแข็ง ถ้าเสิ่นชิงตกลงไป จะต้องไม่มีอะไรดีแน่นอน
ภายใต้สายตาอันกระวนกระวายของหลินส่วง เสิ่นชิงกลับหยุดยืนอยู่เหนือชายคาหิมะพอดี ไม่ก้าวไปข้างหน้าอีก
เสิ่นชิงมองไปยังเชิงเขาไม่ไกล แสงอาทิตย์สีทองส่องกระทบเงาหิมะสีฟ้า ภาพเงาสีฟ้าบนผาหิมะ แสงระยิบระยับสีทอง งดงามจนบรรยายไม่ถูก
“เอ๊ะ?” ทันใดนั้น เสิ่นชิงเปล่งเสียงพึมพำเบา ๆ แล้วจ้องตรงไปข้างหน้า
หลินส่วงเห็นเสิ่นชิงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น จึงรีบถามอย่างร้อนใจ
“พี่เสิ่นชิง คุณกำลังมองอะไรอยู่เหรอ?”
เสิ่นชิงค่อย ๆ หันหน้ามา ยกนิ้วชี้แตะที่ริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้หลินส่วงเงียบ แล้วใช้มือทำท่าประกอบ
“ฉันเห็นกวางเรนเดียร์สีขาวที่มีเขาเก้าแฉก”
พอได้ยินเช่นนั้น หลินส่วงก็ตาโตด้วยความตกใจ
อะไรนะ?
กวางเรนเดียร์สีขาวที่มีเขาเก้าแฉก?
กวางเรนเดียร์สีขาวก็หายากมากอยู่แล้ว ยิ่งมีเขาถึงเก้าแฉกด้วยยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ในแถบป่าและภูเขาหิมะ มีตำนานเล่าขานกันมาว่า หากใครได้เห็นกวางเรนเดียร์สีขาวที่มีเขาเก้าแฉก จะได้รับความสุขและโชคดี
“เป็นไปได้ยังไง!” นั่นมันสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นำโชคที่มีอยู่แค่ในเพลงพื้นบ้านนี่นา
ปฏิกิริยาแรกของหลินส่วงคือตกใจ จากนั้นก็เต็มไปด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น
จริงเหรอที่ในโลกนี้มีกวางเรนเดียร์สีขาวที่มีเขาเก้าแฉกอยู่จริง ๆ?
“เร็วเข้า เร็วเข้า…”
เสิ่นชิงโบกมือเรียกหลินส่วง ส่งสัญญาณให้เธอรีบมาดู
หลินส่วงเดินขึ้นไปบนสันเขาอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย แล้วมองไปตามทิศทางที่เสิ่นชิงชี้ แต่เธอไม่เห็นอะไรเลย
มองไปครั้งหนึ่งแล้วไม่เห็น หลินส่วงก็คิดว่าเสิ่นชิงคงตาฝาดแน่ ๆ
“กวางเรนเดียร์สีขาวอยู่ไหนล่ะ? อยู่ไหนกัน?”
หลินส่วงแกล้งทำเป็นมองหากวางเรนเดียร์ไปพลาง แอบสังเกตความเคลื่อนไหวของเสิ่นชิงไปพลาง
เสิ่นชิงก็จับสังเกตสายตาของหลินส่วงได้เช่นกัน จึงแอบระวังตัวเธอไว้
“อ๊ะ! ฉันเห็นแล้ว มีสองตัว พี่เสิ่นชิงรีบดูสิ ทางนั้นยังมีอีกตัวด้วย!”
หลินส่วงตะโกนพลางยื่นมือไปผลักเสิ่นชิง ให้สัญญาณเธอมองไปทางขวา
แต่เสิ่นชิงเตรียมพร้อมไว้แล้ว เธอย่อตัวลงทันที แล้วนั่งยอง ๆ “เอ๊ะ? ทำไมเชือกรองเท้าหลุดล่ะ?”
เสิ่นชิงนั่งยองลงในพริบตา ทำให้หลินส่วงผลักไม่โดนคน จึงเซไปข้างหน้า
เพราะไม่ทันได้หยุดแรง ร่างกายจึงเอนไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย และหลินส่วงก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
ก้าวเล็ก ๆ ไปข้างหน้านี้เอง ทำให้เธอเหยียบลงบนชายคาหิมะ
ในชั่วขณะนั้น เท้าขวาของหลินส่วงเหยียบพลาด ทั้งร่างเสียสมดุล ร่วงหล่นลงมาพร้อมกับก้อนหิมะหนา ๆ จากที่สูง
“กรี๊ดดดด!”
เสียงกรีดร้องตกใจของหลินส่วงดังก้องไปทั่วหุบเขาหิมะ
แกรก แกรก!
ตู้ม!…
ทะเลสาบน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ใต้สันหิมะแตกร้าว ส่งเสียงตกน้ำดังสนั่น
ภูเขาหิมะโล่งกว้าง เสียงเพียงเล็กน้อยก็แว่วไปไกล
ไม่ไกลนัก ไกด์นำทางและโจวเฉวียนกับคนอื่น ๆ ได้ยินเสียงกรีดร้องของหลินส่วง จึงรีบวิ่งเข้ามา
ใต้ทะเลสาบน้ำแข็งมีตาน้ำพุ ดังนั้นด้านบนจึงมีน้ำแข็งเพียงบาง ๆ หลินส่วงร่วงลงไปในทะเลสาบน้ำแข็งพร้อมกับหิมะ ทำให้เกิดระลอกคลื่นขนาดใหญ่ที่กลางทะเลสาบ
แต่โชคดีที่หลินส่วงสวมเสื้อขนเป็ดหนา ๆ ด้านนอกของเสื้อขนเป็ดกันน้ำ ทำหน้าที่เป็นห่วงชูชีพ ช่วยให้หลินส่วงลอยอยู่บนผิวน้ำได้
มองไปไกล ๆ หลินส่วงดูเหมือนบัวลอยสีขาวขนาดใหญ่ลอยอยู่บนผิวน้ำ
โจวเฉวียนเห็นแต่ไกล รีบถอดรองเท้าและเสื้อนอก แล้วกระโดดลงไปในทะเลสาบ
น้ำในทะเลสาบที่ทะลุผ่านน้ำแข็งมีอุณหภูมิสูงกว่าบนบก ในน้ำค่อนข้างอุ่นกว่า มีไอขาวลอยขึ้นมา แต่ก็เป็นเพียงการเปรียบเทียบเท่านั้น ความรู้สึกยังคงเย็นจนแทบแข็ง
เมื่อหลินส่วงถูกลากขึ้นมาบนหิมะ ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอเขียวคล้ำไปด้วยความหนาว เพียงแค่สองนาที น้ำบนตัวเธอก็กลายเป็นน้ำแข็ง ผมของเธอมีน้ำค้างแข็งเกาะหนา ๆ
“หนาว…หนาวมาก…”
หลินส่วงพูดไม่ชัดเพราะความหนาว ร่างกายสั่นเทา ตัวสั่นงันงก เสื้อผ้าเปียกบนร่างของเธอถูกแช่แข็งจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง ดูดซับความร้อนจากร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน
หลินส่วงหลับตาแน่น หมดสติไปแล้วเพราะความหนาวเย็น
โจวเฉวียนเห็นสถานการณ์แล้ว รีบถอดเสื้อนอกของหลินส่วงออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็คลุมลงบนร่างของเธอ
โจวเฉวียนอุ้มหลินส่วงไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ไกด์ก็วิ่งเข้ามา มองดูสภาพของหลินส่วง
ริมฝีปากของหลินส่วงเป็นสีดำ มือและเท้าทั้งสองข้างถูกแช่แข็งจนเป็นสีม่วง
ไกด์เห็นสถานการณ์แล้วร้องอุทานติด ๆ กัน
“สภาพของเด็กคนนี้ไม่ดีเลย ต้องรีบพาไปที่เผาสื่อลู่โดยด่วน ถ้าไปช้าเกรงว่ามือและเท้าจะเสียหายจนตาย ตอนนั้นคงต้องตัดทิ้งเท่านั้น”
โจวเฉวียนเห็นสถานการณ์แล้วรีบเร่งให้ทุกคนมุ่งหน้าไปยังเผ่าสื่อลู่
หลิวเฟิงเดินตามหลังมาถามเสิ่นชิงว่า “คุณเสิ่น เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? ทำไมหลินส่วงถึงตกลงไปในทะเลสาบล่ะ?”
เสิ่นชิงเหลือบตามองด้วยท่าทางตกใจ แล้วส่ายหัว “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันแค่ก้มหน้าลงผูกเชือกรองเท้า พอเงยหน้าขึ้นมาก็ไม่เห็นเงาของหลินส่วงข้าง ๆ แล้ว”
“เด็กสาวคนนี้เหยียบหิมะชายคาแล้วตกลงไป ในสถานที่แบบนั้น เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก”
ไกด์สูบบุหรี่พลางขมวดคิ้วพูด
“พวกเราเดินกันต่อเร็ว ๆ เถอะ ต่อจากนี้ห้ามใครแยกออกจากกลุ่มเด็ดขาด ให้เดินตามหลังผมมาติด ๆ”
ไกด์เดินนำหน้าไปด้วยท่าทางเคร่งขรึม มือไพล่หลัง
เสิ่นชิงมองดูหลินส่วงที่สลบไม่ได้สติ ในดวงตามีประกายวูบผ่าน
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอคอยระวังหลินส่วงอยู่ตลอด ตอนนี้คนที่กำลังจะแข็งตายก็คงเป็นตัวเธอเอง
หลินส่วงสมควรแล้ว
และไม่คู่ควรกับความเห็นใจเลยสักนิด