สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 257 ออกเดินทางล่วงหน้า มุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์ (รีไรต์)
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 257 ออกเดินทางล่วงหน้า มุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์ (รีไรต์)
บทที่ 257 ออกเดินทางล่วงหน้า มุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์ (รีไรต์)
ตอนที่ไห่ตงชิงถูกรถตำรวจพาตัวไป ลู่จ่านเพิ่งออกมาจากบ้านของนายกเทศมนตรีโจว
ทั้งสองคนไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่คุยกันจนใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี ราวกับว่าได้บรรลุข้อตกลงบางอย่าง
ก่อนที่ลู่จ่านจะได้พบกับนายกเทศมนตรีโจว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล คิ้วที่ขมวดมุนแทบจะหนีบแมลงวันตายได้ เมื่อเขาเดินออกมาจากบ้านของนายกเทศมนตรีโจว ราวกับว่าภาระอันหนักอึ้งพันชั่งได้ถูกยกออกจากบ่าของเขาแล้ว
ลู่จ่านมีรอยยิ้มที่มุมปาก ก้าวเดินอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วราวกับสายลม
เขากลับมาเป็นเหมือนเช่นในอดีต ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการธุรกิจที่ครองอำนาจในเมืองหางโจวอีกครั้ง
เมืองหางโจว สถานีตำรวจ
ไห่ตงชิงนั่งอยู่ในห้องสอบสวน ฝั่งตรงข้ามคือเจ้าหน้าที่ทัง ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้ ไห่ตงชิงรู้ว่าการที่ตัวเองถูกจับนั้น แน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้องกับลู่หลี
หลังจากที่ชายสวมหมวกถูกจับ เขากลับไม่ได้ยินข่าวคราวอะไรเลยแม้แต่น้อย
นี่หมายความว่าอะไร?
หมายความว่า มีคนกำจัดสายสืบของเขาในสถานีตำรวจ
และคนที่มีความสามารถกำจัดสายสืบของเขาได้ ในเมืองหางโจวนอกจากตระกูลลู่แล้ว ก็ไม่มีใครอีกแล้ว ไห่ตงชิงรู้สึกสะเทือนใจ ลู่หลีช่างโหดร้ายจริง ๆ มีแต่เขาเท่านั้นที่สามารถทรยศคนอื่นได้ แต่คนอื่นกลับไม่สามารถทรยศเขาได้
ไห่ตงชิงคิดไม่ออกว่า การที่เขาเข้าคุกจะเป็นประโยชน์อะไรกับลู่หลี
หรือว่าลู่หลีไม่กลัวเลยเหรอที่เขาจะเปิดเผยทุกอย่างออกมา?
“ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…”
เจ้าหน้าที่ทังเคาะโต๊ะ ขัดจังหวะความคิดของไห่ตงชิง ไห่ตงชิงเงยหน้าที่ซีดขาวขึ้น มองตรงไปที่เจ้าหน้าที่ทัง เขากำลังลังเลว่าควรจะเล่าทุกอย่างออกมาหรือไม่
“พูดแค่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ก็พอ อย่าไปพูดเรื่องอื่น” เจ้าหน้าที่ทังจ้องมองไห่ตงชิง ในดวงตามีประกายวูบไหวไม่ชัดเจน
ไห่ตงชิงได้ยินแล้ว ในทันใดนั้นก็เข้าใจบางอย่าง ดวงตาของเขาสว่างวาบขึ้นมาทันที
เจ้าหน้าที่ทังกำลังบอกใบ้เขาอยู่
ประโยคนี้ดูผิวเผินแล้วเหมือนกำลังบอกให้เขาอย่าพูดวกวน ให้สารภาพเหตุผลของการก่ออาชญากรรมตรง ๆ แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด ความหมายของประโยคที่เจ้าหน้าที่ทังพูดก็คือ พูดในสิ่งที่ควรพูด อย่าพูดพล่อย ๆ ในสิ่งที่ไม่ควรพูด
ไห่ตงชิงคลายประสาทที่ตึงเครียดลง เขากะพริบตาแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า
“คุณตำรวจ ถ้าผมให้ความร่วมมือในการสืบสวนคดีอย่างแข็งขัน จะช่วยลดโทษทางอาญาได้ไหมครับ?”
เจ้าหน้าที่ทังก้มหน้าหรี่ตาลง พลางจดบันทึกไปด้วยและตอบว่า “แน่นอน”
ไห่ตงชิงพยักหน้า เขาเข้าใจแล้วว่า ต่อไปควรทำอย่างไร
หลายวันต่อมา
ผลการสอบสวนออกมาแล้ว ไห่ตงชิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงการกระทำผิดในการลักพาตัวเฉียวอวี่หราน
เหตุผลในการก่ออาชญากรรมที่เขาให้คือ “ความแค้นส่วนตัว”
ตามที่กล่าวกันว่า ไห่ตงชิงเคยมีความขัดแย้งทางธุรกิจกับเฉียวเทียนเอิน เคยมีเรื่องไม่พอใจกันมาก่อน ดังนั้นตอนนี้เขาจึงคิดหาทางเล่นงานเฉียวอวี่หรานโดยตั้งใจที่จะแก้แค้น
สำหรับเรื่องอื่น ๆ ไห่ตงชิงไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมแม้แต่คำเดียว
เจ้าหน้าที่ทังที่รับผิดชอบการสอบสวนก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เขาก้มหน้าจดบันทึกคำให้การของไห่ตงชิง แล้วส่งรายงานการสอบสวนไปโดยตรง
ที่สำนักงานคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงในเมืองหางโจว
“สอบสวนได้แค่นี้เองเหรอ?” เสิ่นชิงขมวดคิ้ว เสียงของเธอเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาที่แทบสังเกตไม่ได้
“ครับ ท่านอัยการอาวุโสเสิ่น รายงานการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทังเขียนไว้แบบนี้ครับ” เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจกล่าวหลังจากฟังจบ
สายตาของเสิ่นชิงก็เย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง
ไห่ตงชิงเป็นบุคคลที่สำคัญมาก เกือบทุกเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนมีเงาของเขาอยู่เบื้องหลัง
หากขุดคุ้ยให้ลึกลงไป จะต้องพบเรื่องราวมากมายอย่างแน่นอน
เสิ่นชิงไม่พอใจกับผลการสอบสวนที่ดูเหมือนจะทำแบบขอไปทีนี้
การพยายามลักพาตัวแล้วล้มเหลวถูกตัดสินจำคุกแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น คราวนี้ในเมื่อจับจุดอ่อนของไห่ตงชิงได้แล้ว เธอจะไม่ยอมปล่อยไปเด็ดขาด! ดังนั้น เสิ่นชิงจึงรีบโทรศัพท์ไปหาเจ้าหน้าที่ทังผู้เป็นตำรวจที่รับผิดชอบการสอบสวนคดีนี้ เพื่อขอให้สอบสวนไห่ตงชิงใหม่อีกครั้ง
เสิ่นชิงพูดทางโทรศัพท์ว่า “เจ้าหน้าที่ทัง จุดประสงค์ของไห่ตงชิงในการลักพาตัวเฉียวอวี่หรานไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด”
ทางโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ทังพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คดีนี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงของพวกคุณ คุณไม่มีอำนาจสั่งการให้ผมทำงาน”
แผนกที่เสิ่นชิงทำงานอยู่คือคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งรับผิดชอบหลักในการจัดการคดีที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง ส่วนคดีอาญาอื่น ๆ จะถูกส่งต่อไปยังแผนกอื่นของสำนักงานอัยการ
ดังนั้นคำพูดของเจ้าหน้าที่ทังจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เสิ่นชิงได้ยินน้ำเสียงเย็นชาของเจ้าหน้าที่ทัง เธอจึงเปลี่ยนน้ำเสียงของตัวเองเช่นกัน และพูดอย่างเย็นชาว่า
“เจ้าหน้าที่ทัง ฉันกำลังตั้งคำถามในฐานะญาติของผู้เสียหาย ไม่ได้กำลังสั่งการในนามของสำนักงานอัยการ”
เจ้าหน้าที่ทังตอบกลับด้วยคำพูดที่เป็นทางการว่า “ได้ครับ พวกเราจะพยายามสืบสวนอย่างเต็มที่”
คำตอบนี้ดูเป็นทางการและเป็นแบบแผนมาก มีความรู้สึกว่า ไม่จริงใจอย่างบอกไม่ถูก
เสิ่นชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย และตัดสินใจติดต่อเพื่อนร่วมงานในแผนกอื่นของสำนักงานอัยการ เพื่อให้พวกเขากระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ทังสอบสวนไห่ตงชิง
เสิ่นชิงเพิ่งติดต่อกับเพื่อนร่วมงานที่สำนักงานอัยการเสร็จ ก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการหลี่ทันที
ผู้อำนวยการหลี่ “เสี่ยวเสิ่น เธอรีบเตรียมตัวเร็ว ๆ หน่อย กำหนดการเดินทางของคณะทูตถูกเลื่อนขึ้นมา จะออกเดินทางบ่ายนี้แล้ว”
เสิ่นชิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย เธอคิดว่าจะได้จัดการเรื่องของไห่ตงชิงก่อนออกเดินทางไปต่างประเทศ ไม่คิดว่า จะต้องออกเดินทางในช่วงบ่ายนี้เสียแล้ว
ช่างเป็นเรื่องเร่งรีบจริง ๆ ทั้งคนทั้งงาน
เสิ่นชิงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย “ผู้อำนวยการคะ ทำไมถึงเลื่อนขึ้นมากะทันหันแบบนี้ล่ะคะ? ไม่ใช่ว่าตกลงกันไว้ว่าจะออกเดินทางวันอาทิตย์นี้เหรอคะ?”
ผู้อำนวยการหลี่ตอบว่า “สภาพอากาศในอีกไม่กี่วันข้างหน้าไม่ดี ตามการพยากรณ์จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ทูตจางอี่ฉีกลัวว่าจะทำให้กำหนดการล่าช้า จึงเลื่อนวันเดินทางให้เร็วขึ้น”
เมื่อเทียบกับเรื่องของประเทศชาติแล้ว เรื่องครอบครัวถือเป็นเรื่องเล็กน้อย เสิ่นชิงจึงต้องวางเรื่องส่วนตัวไว้ก่อนชั่วคราว และตอบรับการเรียกร้องของประเทศ เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่สหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์
ก่อนออกเดินทาง เสิ่นชิงไปเยี่ยมคุณย่าและเฉียวอวี่หรานที่บ้านพักในเขตทหาร
คุณตาและคุณยายของลู่เย่ก็อยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนพูดคุยเรื่องครอบครัวกันอย่างสนุกสนาน
บ้านพักในเขตทหารยังคงปลอดภัยมาก คุณย่าและเฉียวอวี่หรานอาศัยอยู่ที่นี่ เสิ่นชิงจึงไม่กังวลว่าจะเกิดปัญหาอะไร
เมื่อได้ยินว่าเสิ่นชิงจะไปทำงานนอกสถานที่ที่สหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์ ดวงตาของคุณตาหลินก็ปรากฏแววประหลาดใจ
คุณตาหลิน “สหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์เหรอ? ชิงชิง ถ้าเธอจะไป บางทีอาจจะได้เจอกับอาเย่ก็ได้นะ เขากำลังปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพแถวนั้นอยู่พอดี”
เสิ่นชิงไม่ได้ยินข่าวคราวของลู่เย่มานานแล้ว
ตอนนี้เมื่อได้ยินอย่างกะทันหันว่าลู่เย่กำลังปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพ เธอก็ถึงกับอึ้งไปหลายวินาที
เสิ่นชิงมองด้วยสายตาสงสัย “ลู่เย่ไม่ได้อยู่ฝึกทหารใหม่ที่เขตทหารตะวันตกเฉียงใต้หรอกเหรอคะ? ทำไมถึงไปรักษาสันติภาพกะทันหันแบบนี้ล่ะ?”
คุณตาหลินหัวเราะเสียงดังและพูดว่า “ฮ่า ๆ อาเย่ทำผลงานได้ดีมากในกองทัพช่วงนี้ เขาจบการฝึกทหารใหม่ก่อนกำหนด เธอคงยังไม่รู้เรื่องนี้สินะ
อ้อ ใช่แล้ว เรื่องที่ประเทศเราส่งกองกำลังรักษาสันติภาพไปอ่าวเปอร์เซีย เธอรู้เรื่องนี้แค่คนเดียวก็พอ ตอนนี้มันยังเป็นความลับอยู่”
เสิ่นชิงพยักหน้า “ค่ะ ฉันทราบแล้ว”
เมื่อได้ยินว่าอาจจะได้พบลู่เย่ เสิ่นชิงก็รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้ขึ้นมาทันที
คุณตาของลู่เย่พูดเสริมอีกประโยค “ฮ่า ๆ ไอ้หนูอาเย่คนนั้น เขาเติบโตขึ้นมากในช่วงนี้ ถ้าเธอเจอเขาเมื่อไหร่ อย่าตกใจมากเกินไปล่ะ”
หลังจากกล่าวลาคุณย่าของเธอ และคุณตาคุณยายของลู่เย่แล้ว เสิ่นชิงจึงรีบกลับไปจัดกระเป๋าเดินทางทันที เพื่อเตรียมตัวไปยังสนามบินปักกิ่ง
ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเสิ่นชิงก็ได้รับข้อความแบบไม่ระบุชื่อข้อความหนึ่ง
“ชิงชิง ขอบคุณที่ปกป้องอวี่หราน ขอโทษด้วยที่ฉันจากไปโดยไม่ได้บอกลา ฉันยังมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องไปทำ”
เห็นได้ชัดว่า ข้อความนี้ส่งมาจากโจวอวิ๋น