สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 235 เสิ่นชิงกลายเป็นคนผิดซะอย่างนั้น
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 235 เสิ่นชิงกลายเป็นคนผิดซะอย่างนั้น
บทที่ 235 เสิ่นชิงกลายเป็นคนผิดซะอย่างนั้น
ณ หางโจว สำนักงานคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิง
บนโต๊ะทำงานของเสิ่นชิง มีนิตยสารแฟชั่นต่างประเทศวางอยู่ โดยมีรูปถ่ายบางหน้าถูกฉีกออกมาแปะไว้บนกระดานดำ
ในรูปถ่ายบนนิตยสาร มีนางแบบแฟชั่นนั่งโพสท่าอยู่บนเก้าอี้
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดในภาพคือ กระเป๋าถือสีขาวที่นางแบบถืออยู่
หูหิ้วของกระเป๋าเป็นกระดูกสันหลังทั้งอัน กระเป๋าหนังสีขาวที่เข้าคู่กับหูหิ้วโครงกระดูก รูปทรงแปลกตา ดูเย็นยะเยือกและน่าขนลุก
เสิ่นชิงมองดูรูปถ่าย สีหน้าดุดันเหมือนน้ำแข็ง ในดวงตาเปล่งประกายความโกรธที่ไม่อาจระงับได้
เฉาเล่อกำหมัดแน่น เค่ออวิ๋นตาแดงก่ำ สวีลี่อดสบถไม่ได้
กระเป๋าถือแฟชั่นในนิตยสารต่างประเทศเล่มนี้ ทำมาจากลิ้นและกระดูกสันหลังของจระเข้
ส่วนหูหิ้วที่ทำจากกระดูกมนุษย์แบบนี้ ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดต่างประเทศ เพราะความแปลกใหม่และไม่เหมือนใคร
กระเป๋าถือใบเดียวมีราคาสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
“มันช่างน่ารังเกียจจริง ๆ! พวกสัตว์เดรัจฉานพวกนี้มันแย่ยิ่งกว่าสัตว์เสียอีก!”
เฉาเล่อต่อยกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างแรง
หลังจากการสอบสวนและซักถามหลายครั้ง ในที่สุดหมอหวังก็ทนแรงกดดันไม่ไหว จึงยอมปริปากบอกที่อยู่ของทารกที่มีร่างกายพิการ ซึ่งถูกพ่อแม่ส่งคืน
หลังจากแม่อุ้มบุญคลอดบุตรแล้ว หากเป็นทารกที่แข็งแรงก็จะถูกพ่อแม่พากลับไปเลี้ยงดู
แต่หากจู่ ๆ มีคนไม่ต้องการเด็กคนนั้นขึ้นมา หมอหวังก็จะติดต่อไปยังสถานสงเคราะห์
แท้จริงแล้วที่สถานสงเคราะห์ เด็ก ๆ ที่แข็งแรงเป็นที่ต้องการอย่างมาก มีคนข้างนอกมากมายที่ต้องการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม
ดังนั้น ในตอนนี้ก็จะขึ้นอยู่กับว่าใครให้ซองแดงมากกว่ากัน
ด้วยเหตุนี้ หมอหวังจึงสามารถรับส่วนแบ่งจากสถานสงเคราะห์ได้เช่นกัน
ต่อมา พวกเขาจะเอาทารกที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์และมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ไปขายให้กับบริษัทผลิตกระเป๋าในต่างประเทศในราคาสูง
ไม่กี่เดือนต่อมา วงการแฟชั่นก็ได้ปรากฏกระเป๋าถือที่มีรูปทรงแปลกตาไม่เหมือนใครออกมาวางขาย
และกระเป๋าถือสุดแปลกนี้ ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งคั่ง ชนชั้น และรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของคนบางกลุ่ม
ในสายตาของเสิ่นชิง สิ่งที่คนพวกนี้ถืออยู่ไม่ใช่กระเป๋า แต่เป็นโครงกระดูก
พวกเขากำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมนุษยชาติ
เสิ่นชิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “สัตว์เดรัจฉานบางตัวมักจะพรางตัวอยู่ในคราบมนุษย์ สิ่งที่เราต้องทำคือส่งพวกมันไปสู่สุคติ”
ได้ยินดังนั้น เค่ออวิ๋นก็ถอนหายใจเบา ๆ “พี่เสิ่นชิง เรื่องนี้มันเกี่ยวโยงกับอะไรหลายอย่างเหลือเกิน… พวกเราจะรับมือไหวเหรอ?”
สิ่งที่พวกเขาขุดคุ้ยขึ้นมาได้ตอนนี้ มันเลยขอบเขตการสอบสวนของทีมตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงไปไกลแล้ว
การลงโทษเจียงว่านถิงและสวีเหยา ยังอยู่ในขอบเขตอำนาจของทีมตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิง
แต่โรงพยาบาลรับจ้างตั้งครรภ์อุ้มบุญ องค์กรตัวกลาง สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเรื่องการขนส่งกระดูก ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานพวกเขา
เสิ่นชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “รายงานเรื่องที่เราตรวจสอบได้ทั้งหมดขึ้นไปก่อน จากนั้นให้เบื้องบนเป็นคนตัดสินใจ”
ถึงแม้ว่าเสิ่นชิงอยากจะจับคนชั่วพวกนี้เข้าคุกด้วยมือของเธอเอง แต่เธอก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะมันจะเป็นการแย่งงานของหน่วยงานอื่น
ในขณะนั้นเอง สวีลี่เดินถือโทรศัพท์เข้ามาหาเธอ
“พี่เสิ่นชิง มีสายเรียกเข้าค่ะ เป็นประธานบริษัทภาพยนตร์ฝานฮวาโทรมา”
บริษัทฝานฮวาคือบริษัทภาพยนตร์ที่เจียงว่านถิงเซ็นสัญญาอยู่ ตอนที่เจียงว่านถิงถูกพาตัวไป เธอก็ยังคงมีท่าทางไม่เกรงกลัวอะไร
เพราะว่าเธอมีละครที่ยังไม่ได้ออกอากาศอีกหลายเรื่อง ถ้าเธอเกิดเรื่องขึ้นมา ละครเหล่านั้นก็จะไม่สามารถออกอากาศได้
แบบนี้ พวกนักลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิงคงต้องพากันกระโดดตึกตายกันหมดแน่
ดังนั้น เจียงว่านถิงจึงคิดว่า พวกเขาต้องปกป้องเธอเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอย่างแน่นอน
เมื่อเสิ่นชิงได้ยินว่า มีโทรศัพท์จากบริษัทภาพยนตร์ฝานฮวา เธอก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
บริษัทภาพยนตร์ฝานฮวาในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำงานอย่างขยันขันแข็งมาโดยตลอด จ่ายภาษีตรงเวลา ไม่เคยมีเรื่องผิดพลาดอะไร
ถือเป็นบริษัทสื่อที่บริสุทธิ์ และใสสะอาด
ประธานหลิวหยางของบริษัทฝานฮวาก็เป็นคนถ่อมตนติดดินมาก
เสิ่นชิงเคยพบกับเขาแล้ว ความประทับใจแรกก็พอใช้ได้
แต่ในวงการบันเทิง บริษัทภาพยนตร์ที่ไหนบ้างที่จะไม่ชอบหาผลประโยชน์
เสิ่นชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็รับโทรศัพท์
ปลายสายโทรศัพท์ ประธานหลิวหยางถือโทรศัพท์มือถือด้วยความระมัดระวัง กล่าวว่า
“สวัสดีครับ ท่านอัยการอาวุโสเสิ่น ผมได้ยินมาว่านักแสดงในสังกัดของผม เจียงว่านถิงถูกคุณพาตัวไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ”
เสิ่นชิงรู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย
หลิวหยางคนนี้แกล้งโง่
โทรศัพท์โทรมาหาเธอขนาดนี้แล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เสิ่นชิงไม่ชอบพูดไร้สาระ เธอจึงเข้าประเด็นทันที
“เจียงว่านถิงอุ้มบุญ ก่อคดีค้ามนุษย์ ละทิ้งทารก จะต้องรับผิดชอบทางอาญา คดีของเธอมีพฤติการณ์ร้ายแรง ถ้าคุณอยากจะปิดเรื่องนี้ เป็นไปไม่ได้หรอก”
คำพูดของเสิ่นชิงทำให้คำพูดที่หลิวหยางต้องการจะพูดติดอยู่ในลำคอ
ปลายสายหลิวหยางอ้าปากค้าง เขาอึ้งไปชั่วขณะ
เขายังไม่ได้พูดอะไรสักคำก็ถูกตอกกลับมาแล้ว
เสิ่นชิงคนนี้ทำเกินไปจริง ๆ!
พูดจาและทำอะไรช่างเด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้พูดอะไรเลย
พอได้อำนาจมาอยู่ในมือ ก็รอแทบไม่ไหวที่จะขึ้นไปเหยียบย่ำคนอื่น ใบหน้าของคนช่างประจบสอพลอ!
หลิวหยางด่าในใจว่า เสิ่นชิงเป็นคนช่างประจบสอพลอ แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นน่าสงสารพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า
“คุณเสิ่น ผมรู้ว่าเจียงว่านถิงทำผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกลงโทษอยู่แล้ว ผมอยากถามว่าละครที่เจียงว่านถิงแสดงไว้ แต่ยังไม่ได้ออกอากาศจะได้รับผลกระทบด้วยหรือเปล่าครับ”
เสิ่นชิงแค่นเสียงในใจ
ไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งถามกันแน่ คนอื่นไม่รู้ แต่ท่านประธานอย่างคุณจะไม่รู้เลยเหรอ
“ตามกฎระเบียบว่าด้วยพฤติกรรมของศิลปินที่มีประวัติเสียหาย ละครที่รอออกอากาศของเจียงว่านถิงจะถูกระงับการออกอากาศ และละครที่เธอเคยแสดงนำมาก่อนหน้านี้ก็จะถูกถอดออกจากชั้นวาง”
เสิ่นชิงพูดเพียงประโยคเดียว ก็ส่งหลิวหยางลงสู่ขุมนรกขั้นที่สิบแปด
หลิวหยางนิ่งไปนาน ก่อนจะถอนหายใจหนัก ๆ แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา
“แต่ว่า คุณเสิ่น บทลงโทษนี้มันรุนแรงเกินไปนะครับ คุณเคยคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมาก่อน คุณน่าจะรู้ว่ามีคนลงทุนให้เจียงว่านถิงอยู่เบื้องหลังมากแค่ไหน ถ้าละครของเธอถูกสั่งห้ามฉายทั้งหมด นักลงทุน บริษัท และผู้ลงโฆษณาที่อยู่เบื้องหลังเธอทั้งหมด ก็จะขาดทุนย่อยยับ
ตอนนี้วงการภาพยนตร์ซบเซา หลายคนเลยต้องมาหาเลี้ยงชีพในวงการละคร ถ้าคุณยังทำแบบนี้ต่อไป วงการบันเทิงทั้งหมดก็คงจะพังพินาศ”
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลิวหยาง เสิ่นชิงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ช่างเป็นการกล่าวโทษทางศีลธรรมอะไรเช่นนี้
ช่างเป็นการโยนความผิดมหันต์อะไรเช่นนี้
คนที่ทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจนคือเจียงว่านถิง แต่ตอนนี้กลับมาต่อว่าเธอ?
คนที่บิดเบือนรายได้ภาพยนตร์ ฟอกเงิน และทำลายระบบอุตสาหกรรมจนต้องหยุดปรับปรุงแก้ไขอย่างชัดเจนคือกลุ่มคนในวงการภาพยนตร์ แต่ตอนนี้กลับเอาโทษมาลงที่หัวเธอ?
เสิ่นชิง “คุณหลิว กรุณาเข้าใจให้ถูกต้องด้วยนะคะ คนที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่ฉัน ฉันแค่ทำหน้าที่ของฉันอย่างตรงไปตรงมา คนที่ทำให้บริษัทภาพยนตร์ฝานฮวาและนักลงทุนต้องสูญเสีย คือเจียงว่านถิง”
พูดจบ เสิ่นชิงก็วางสายไปทันที
ไม่เปิดโอกาสให้หลิวหยางได้พูดอะไรอีก
ปลายสาย หลิวหยางโกรธจนตัวสั่น
“เป็นไงบ้าง คุยกับเสิ่นชิงรู้เรื่องไหม”
ในห้องทำงานของหลิวหยาง มีกลุ่มผู้ลงโฆษณาและนักลงทุนละครโทรทัศน์นั่งกันอยู่
พวกเขาเห็นหลิวหยางวางสายแล้วก็รีบกรูเข้ามาถาม
หลิวหยางปาโทรศัพท์ลงพื้น “คุยกันรู้เรื่องที่ไหน เสิ่นชิงไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เธอได้คืบจะเอาศอก คิดว่าตัวเองมีอำนาจหน่อยเดียวก็คิดจะทำอะไรก็ได้!”