สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 229 จดหมายแจ้งเบาะแสแบบระบุตัวตน
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 229 จดหมายแจ้งเบาะแสแบบระบุตัวตน
บทที่ 229 จดหมายแจ้งเบาะแสแบบระบุตัวตน
เสิ่นชิงเปิดดูด้วยความสงสัย พบว่ามันคือวิดีโอของลู่เย่
ในวิดีโอ ลู่เย่สวมชุดพรางตัว กำลังยิงปืนไปมาอยู่หลังพุ่มหญ้า หน้าผา และต้นไม้
ทุกครั้งที่เขายิงปืน จะมีศัตรูล้มลง
ลู่เย่แสดงสีหน้ามุ่งมั่น ดวงตาคมกริบราวกับดวงดาวที่เปล่งประกายด้วยความกระหายเลือด
เขาผู้นั้นมีสันจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเม้มแน่น ใบหน้ามีเส้นสายคมเข้ม แสดงออกถึงความแน่วแน่และเฉียบคม
เสิ่นชิงไม่เคยเห็นลู่เย่ยามจริงจังแบบนี้มาก่อน ในความทรงจำของเธอ ลู่เย่มักทำตัวล่องลอยไร้แก่นสารอยู่เสมอ
เมื่อเห็นใบหน้าที่ถูกแดดเผาจนเป็นสีน้ำผึ้งของลู่เย่ เสิ่นชิงก็แอบอมยิ้มออกมา
ดูเหมือนว่ากองทัพจะหล่อหลอมผู้คนได้จริง ๆ
“ว้าว พี่ทหารคนนี้เท่จังเลยพี่เสิ่นชิง ใครเหรอคะ?”
สวีลี่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาใกล้ตอนไหน เธอชะโงกหน้ามองโทรศัพท์ของเสิ่นชิงด้วยสายตาชื่นชม
เสิ่นชิงยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เค่ออวิ๋นก็หยิกสวีลี่พร้อมกับเลิกคิ้วดุว่า “นี่เธอรู้จักมารยาทบ้างไหม มองโทรศัพท์คนอื่นแบบนี้ได้ยังไง”
ได้ยินดังนั้น สวีลี่ก็หันกลับมา มองสบตาพร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย
จากนั้นสวีลี่ก็ชี้นิ้วไปที่หน้าอกของเค่ออวิ๋นพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแหลมสูงว่า “นี่ เธอกล้าดุด่าฉันเหรอ ยัยเด็กเมื่อวานซืน”
เค่ออวิ๋นตกใจจนต้องรีบเอามือปิดหน้าอกตัวเองพลางร้องว่า “แง ๆ ๆ ยัยผู้หญิงหื่นกาม! อย่าเข้ามานะ!”
เมื่อเห็นทั้งสองคนเล่นกันเอะอะอยู่ในออฟฟิศ เสิ่นชิงก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ
“พี่เสิ่นชิง พี่ไม่คิดจะจัดการพวกเธอหน่อยเหรอครับ ถ้าให้หัวหน้าแผนกอื่นเห็นเข้า มันจะดูไม่ดี…”
เฉาเล่อทำหน้าบึ้ง พูดด้วยท่าทางจริงจัง
เสิ่นชิงจิบชาหนึ่งอึก พยักหน้าแล้วพูดว่า “เฉาเล่อ นายพูดถูก ตอนนี้ฉันแต่งตั้งให้นายเป็นหัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลสำนักงาน ไปจัดการพวกเธอด่วนเลย”
เฉาเล่อได้แต่ใบ้แอบในใจ “…”
เขาจะกล้าไปยุ่งกับคุณผู้หญิงทั้งสองได้ยังไง ปกติไม่โดนรังแกก็บุญแล้ว
เสิ่นชิงไม่ชอบสภาพแวดล้อมในสำนักงานที่น่าเบื่อ เธอคิดว่าทุกคนแค่ตั้งใจทำงานก็พอ ผ่อนคลายบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คนในแผนกมีน้อย แล้วยังอยู่ไกลจากเมืองหลวง ไม่มีใครมาคุมหัวพวกเธอได้หรอก
แม้แต่ ผู้อำนวยการหลี่อยู่ที่นี่ เธอก็กลัวว่าเขาคงได้แต่ถือแก้วน้ำร้อนยืนยิ้มมองพวกเธอก่อกวนอยู่ข้าง ๆ
ดังนั้น แผนกตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงจึงน่าจะเป็นแผนกที่มีบรรยากาศดีที่สุดในสำนักอัยการ
สวีลี่และเค่ออวิ๋นเล่นกันอยู่ครู่หนึ่งก็หยุด
ทันใดนั้น สวีลี่ก็หยิบจดหมายสองปึกจากลิ้นชักมาวางไว้ตรงหน้าเสิ่นชิง
เสิ่นชิงยกศีรษะขึ้น มองอย่างสงสัย “นี่คืออะไร”
สวีลี่ตอบว่า “พวกนี้คือจดหมายร้องเรียนที่ประชาชนส่งมา”
หลังจากที่เสิ่นชิงออกมาส่งเสริมให้ประชาชนออกมาเปิดโปงและรายงานความวุ่นวายในวงการบันเทิงผ่านทางออนไลน์ จดหมายร้องเรียนและจดหมายเสนอแนะต่าง ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาเหมือนเกล็ดหิมะ
เสิ่นชิงหันกลับไปมองกองจดหมายที่กองสูงราวกับภูเขาบนโต๊ะ แล้วถามว่า “แล้วพวกนั้นล่ะ เป็นจดหมายร้องเรียนเหมือนกันเหรอ”
สวีลี่ส่ายหน้าแล้วพูดอย่างช้า ๆ ว่า “ไม่ใช่ พวกนั้นคือจดหมายรักที่แฟนคลับของคุณเขียนถึงคุณ”
เสิ่นชิง “…”
สวีลี่แบ่งจดหมายร้องเรียนออกเป็นสองประเภท
ประเภทแรก เป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก ฝ่าฝืนกฎหมาย
แบบนี้โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษี สัญญาทั้งที่เปิดเผยและปกปิด และปัญหาอื่น ๆ
จดหมายประเภทที่สอง เป็นเรื่องราวจิปาถะ แม้กระทั่งข่าวซุบซิบก็มี
ตัวอย่างเช่น ผู้กำกับคนหนึ่งใช้ข้ออ้างเรื่องบทหนังมาลวนลามนักแสดงหญิง ดาราทำร้ายร่างกายเด็กฝึกงานในกองถ่าย พระเอกรางวัลออสการ์ไปเล่นการพนันในต่างประเทศ…
เสิ่นชิงมองกองจดหมายที่สูงราวกับภูเขาเล็ก ๆ อยู่ตรงหน้า นัยน์ตาของเธอเย็นชาขึ้นเล็กน้อย
ดูเหมือนว่า วงการบันเทิงตอนนี้มีเรื่องที่ต้องจัดการไม่น้อยเลยทีเดียว
ขณะที่เสิ่นชิงกำลังเหม่อลอย เค่ออวิ๋นก็ชูจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา พร้อมกับพูดว่า “พี่เสิ่นชิง ผมได้รับจดหมายร้องเรียนที่ระบุชื่อจริงมาฉบับหนึ่งครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของทุกคนในออฟฟิศก็จับจ้องไปที่จดหมายในมือของเค่ออวิ๋น
ร้องเรียนที่ระบุชื่อจริง?
พวกเขาได้รับจดหมายร้องเรียนมาก แต่จดหมายร้องเรียนที่ใช้ชื่อจริงเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว เธอรู้สึกว่าจดหมายร้องเรียนฉบับนี้อาจจะไม่ธรรมดา
เธอสั่งเค่ออวิ๋นทันทีว่า “เปิดดูสิ”
…
ดอกไม้สองดอกบานสะพรั่งข้างละดอก แต่ละกิ่งต่างมีเรื่องราว
ฐานฝึกทหารใหม่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้
หลังจากการซ้อมรบสิ้นสุดลง ทหารกองร้อยตุ้ยลี่และทหารกองร้อย 17k ก็กลับมาที่ค่าย
เรื่องที่กองร้อย 17k พลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้นั้น อยู่นอกเหนือความคาดหมายของทุกคน
ส่วนกองร้อยตุ้ยลี่ที่คิดว่าตัวเองจะชนะอย่างแน่นอน ก็ถูกตบหน้าอย่างแรง
ทหารในกองพันตุ้ยลี่ต่างพากันซึมเศร้า หมองหม่น เพราะไม่มีใครอยากซักถุงเท้าเหม็นให้คนอื่น
ในทางกลับกัน ทหารในกองร้อย 17k ทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใส ดีใจจนเนื้อตัวแทบเต้น
เมื่อทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน พวกเขาก็เริ่มเยาะเย้ยกันทันที ทหารในกองร้อย 17k หัวเราะร่วน “ฮ่า ๆ ๆ พี่น้อง เรามาถอดถุงเท้าเหม็น ๆ ให้พวกกองร้อยตุ้ยลี่ซักกันเถอะ เดี๋ยวเราจะดื่มเหล้ากินเนื้อฉลองชัยชนะ ส่วนพวกนั้นก็ค่อยซักถุงเท้าอยู่ข้าง ๆ นี่แหละ”
ทหารของกองร้อยตุ้ยลี่ชูนิ้วกลางขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า
“ไปตายซะ พวกแกยังจะมาโวยวายอีกเหรอ ฉันจะยัดถุงเท้าเหม็น ๆ เข้าไปในปากพวกแก”
ทหารกองร้อย 17k เห็นแบบนั้นก็ไม่พอใจ “เฮ้ พวกแกมันพวกแพ้แล้วยังจะมาอวดดีอีกเหรอ?”
คนของกองร้อยตุ้ยลี่ทำหน้าไม่ยอมรับ “เหอะ เรื่องการบัญชาทางทหาร เรื่องความสามารถในการรบ ผู้บัญชาการของพวกเราเก่งกว่าพวกแกตั้งเยอะ ถ้าพวกนายไม่หน้าด้านเล่นสกปรก พวกเราก็ไม่แพ้หรอก”
พอพูดแบบนี้ ทหารกองร้อย 17k ก็ไม่พอใจ พวกเขาจึงพับแขนเสื้อขึ้น เหมือนพร้อมที่จะมีเรื่อง “เออ แล้วไง?”
“เหอะ ๆ ไม่ใช่ว่าพวกนายก็ลอบกัดหรอกเหรอ? พูดอีกอย่าง พวกเราก็แค่ส่งคนไปคนเดียว เล่นงานพวกนายสามสิบคนจนหัวหมุน พวกนายยังจะมีหน้ามาเห่าอะไรอีก มีอะไรที่ยังไม่พอใจอีกล่ะ?”
คนของกองร้อยตุ้ยลี่ถึงกับพูดไม่ออก
เพราะอีกฝ่ายก็ส่งมาแค่คนเดียวจริง ๆ แต่กลับสังหารผู้บัญชาการของพวกเขาได้