สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 181 เสิ่นชิงกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 181 เสิ่นชิงกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง
บทที่ 181 เสิ่นชิงกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง
เสิ่นชิงก็อยากจะใช้เรื่องของหนุ่มหล่อนี้เป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็น เพื่อจัดการกับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายของการไลฟ์ขายของปลอม
ดังนั้น บัญชีทางการของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงจึงได้เปิดเผยบทลงโทษสำหรับหนุ่มหล่อ และออกแถลงการณ์อย่างเข้มงวด
“ไม่ว่าจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือดารานักแสดง หากมีการหลอกลวงผู้บริโภคในระหว่างการไลฟ์ขายสินค้า หรือโฆษณาเท็จเกี่ยวกับสินค้าปลอมแปลงและคุณภาพต่ำ
จะถูกปรับเป็นเงินสามเท่าของค่าโฆษณา และถูกห้ามไลฟ์ตลอดชีวิต
ร้านค้าและแพลตฟอร์มที่ใช้การไลฟ์เพื่อขายสินค้าปลอมและคุณภาพต่ำก็จะได้รับบทลงโทษอย่างรุนแรงเช่นกัน
หากเกี่ยวข้องกับจำนวนเงินมหาศาลและสร้างผลกระทบร้ายแรง จะถูกจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี”
หลังจากแถลงการณ์นี้ออกมา เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ทำไลฟ์ขายของเกือบทุกคนต่างนอนไม่หลับ
บางคนถึงกับลุกขึ้นมาจากเตียงตอนกลางดึก อาบน้ำแต่งตัวแล้วจุดธูปไหว้พระ
แต่พวกเขาไม่ได้ขอให้เงินทองไหลมาเทมา ขอเพียงให้เสิ่นชิงผู้เป็นภัยพิบัตินี้ไปสู่สุคติโดยเร็ว
ตอนนี้เสิ่นชิงอาศัยอำนาจพิเศษที่มีอยู่ในมือ หักแขนหักขาวงการบันเทิงและบัญชีการตลาด
ตบหน้าบริษัทภาพยนตร์อย่างตระกูลจาง ลงโทษตระกูลจูแห่งเมืองหลวง
เธอจะสอบสวนใครก็ได้ เธอจะจับใครก็ได้
ไม่ให้เกียรติใคร ไม่สนใจความสัมพันธ์ของใคร
ทุกคนถูกเธอควบคุมอย่างเข้มงวด
ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่คนเดียว
และทุกคนต่างอัดอั้นตันใจอยู่ในใจ
ทุกวันอธิษฐานขอพร หวังให้เสิ่นชิงขึ้นสวรรค์เร็ว ๆ
อ่าวเหาเยว่แห่งเมืองหลวง คฤหาสน์ตระกูลจู
ภายในห้องสวดมนต์ที่มีกลิ่นอายโบราณ จูอวี้ชิงกำลังจุดธูปไม้จันทน์ ควันสีม่วงอ่อน ๆ ค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากมือของเขา
“พี่ใหญ่ ได้ยินว่าพ่อดุพี่เหรอ? แถมยังกักบริเวณพี่ด้วย? แล้วจะถอดตำแหน่งพี่อีก?”
ชายหนุ่มคนหนึ่งผลักประตูเข้ามาอย่างกะทันหัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโกรธ สีหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง
จูอวี้ชิงหมุนลูกประคำในมือขวา สีหน้าสงบนิ่งพลางกล่าวว่า “ไม่เป็นไร แค่โดนดุไม่กี่คำ แล้วก็แค่ถูกกักบริเวณเท่านั้น น้องสามไม่ต้องตื่นตระหนกขนาดนั้น”
จูฮ่าวได้ยินดังนั้น ก็นั่งลงบนเบาะรองนั่งอย่างโมโห
“พี่ใหญ่ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน พวกผู้อาวุโสในบ้านต้องฉวยโอกาสนี้เพื่อเตะพี่ออกจากเสาหลักของตระกูลจูแน่ ๆ เรื่องนี้ส่งผลกระทบร้ายแรงมากนะ”
แต่จูอวี้ชิงกลับมีสีหน้าเรียบเฉยพลางกล่าวว่า “ก็แค่เรื่องทางโลก จะแย่งชิงกันไปทำไม”
จูฮ่าวมองดูพี่ใหญ่ที่ไม่สนใจการแก่งแย่งชิงดี ดูเหมือนจะอยู่เหนือกว่าสิ่งเหล่านี้ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกเสียใจแทนพี่
ตอนแรกบริษัทยาจิงฮวาที่กำลังมีปัญหา ก็เป็นพวกผู้อาวุโสในตระกูลที่ยัดเยียดให้พี่ใหญ่เป็นคนรับผิดชอบ
ตอนนี้พอเกิดเรื่องขึ้น กลับเป็นพี่ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบแทนอีก
คิดถึงตรงนี้ จูฮ่าวก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
เขาพูดอย่างฉุนเฉียวว่า “พี่ใหญ่ ผมได้ยินมาว่า หัวหน้าทีมเสิ่นจากคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นคนเปิดโปงเรื่องนี้ออกมา บ้าเอ๊ย แม้แต่นายกเทศมนตรีเมืองหางโจวยังต้องให้เกียรติพวกเรา แต่หัวหน้าทีมเสิ่นคนนั้นกลับเอาขนไก่มาทำเป็นธงอาญาสิทธิ์ คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่เป็นโตไปแล้วหรือไง”
จูอวี้ชิงไม่พูดอะไร เพียงแต่เล่นกับกระถางธูปข้าง ๆ มือ
จูฮ่าวพูดอย่างดุดันว่า “พี่ใหญ่ พี่ก็แปลกนะ ถึงกับยอมรับโทษไปเลย ถ้าเป็นผม ผมจะต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อปิดปากคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงให้ได้ ถ้าพวกเขายังยืนกรานจะเปิดโปง ผมก็จะทำให้หัวหน้าทีมเสิ่นปิดปากเน่า ๆ นั่นไปตลอดกาล”
จูอวี้ชิงถอนหายใจ มองไปที่จูฮ่าว
“เสิ่นชิงสั่งปิดบริษัทเจียอี้ในเมืองหางโจวก่อน แล้วก็จับตระกูลจางทั้งหมดเข้าคุก นายรู้ไหมว่าในระหว่างกระบวนการนี้ ทำไมถึงไม่มีใครกล้าออกมาขัดขวาง?”
จูฮ่าวส่ายหน้า “ไม่รู้สิ ทำไมล่ะ?”
จูอวี้ชิง “เหตุผลง่าย ๆ เสิ่นชิงเป็นคนของท่านอวิ๋น”
จูฮ่าวตาโต “ท่านอวิ๋น? ประธานคณะกรรมการอัยการแห่งชาติ? เสิ่นชิงเป็นคนของเขาเหรอ?”
ประธานคณะกรรมการอัยการแห่งชาติของหลงเซี่ยกั๋ว เป็นเจ้าหน้าที่ราชการระดับ 1 ของประเทศ เป็นบุคคลที่มีตำแหน่งเทียบเท่านายกรัฐมนตรี
อธิบดีหม่าหัวหน้าสำนักงานอัยการของเมืองหลวงก็เพียงแค่ระดับสองเท่านั้น
“ไม่นึกเลยว่าหัวหน้าทีมเสิ่นคนนี้จะมีฐานหลังแข็งแกร่งขนาดนี้”
จูฮ่าวแค่นเสียงเย็นชา
ไม่แปลกใจเลยที่เสิ่นชิงอยากจับใครในเมืองหางโจวก็จับ อยากสอบสวนใครก็สอบสวน
ที่แท้ก็มีที่พึ่งใหญ่โตนี่เอง
แต่แล้วมันจะเป็นไงล่ะ?
คนที่ทำให้พี่ชายของเขาต้องถูกลงโทษ สมควรตายซะ!
จูฮ่าวจ้องมองแสงสว่างที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาด้วยความโกรธ แล้วพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ผมไม่สนใจ ผมจะไปสั่งสอนหัวหน้าทีมเสินคนนั้น ผมจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ จูอวี้ชิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยปากห้ามปราม
หลังจากที่จูฮ่าวเดินออกไปด้วยความโกรธ จูอวี้ชิงจึงหันไปมองพระพุทธรูป พนมมือ แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“บาปโทสะ บาปโทสะ…”
หลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงได้ออกแถลงการณ์อย่างเข้มงวดแล้ว ยังได้ร่วมมือกับฝ่ายกฎหมายในการร่าง และประกาศใช้ “ระเบียบปฏิบัติสำหรับนักตลาดผ่านการถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ต”
เพื่อควบคุมพฤติกรรมทางการตลาดของแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีม ร้านค้า และผู้ดำเนินรายการ
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยสถานการณ์การบังคับใช้ระเบียบต่อสาธารณะ และประกาศ “บัญชีรายชื่อดำ-แดงของบัญชีไลฟ์สตรีม” เพื่อส่งเสริมสิ่งที่ถูกต้องและยับยั้งสิ่งที่ผิด ชำระล้างสิ่งสกปรกและยกย่องสิ่งที่บริสุทธิ์
ในชั่วพริบตา ไม่มีใครกล้าโฆษณาสินค้าปลอมหรือคุณภาพต่ำในห้องไลฟ์สตรีมอีกต่อไป
ในช่วงเวลาที่มีลมแรงและคลื่นสูงเช่นนี้ ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เสิ่นชิงยังกล้าที่จะขัดแย้งกับตระกูลจูแห่งเมืองหลวง
ใครจะกล้าสร้างความวุ่นวายในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้
เมื่อนายทุนเสียผลประโยชน์ ประชาชนก็ได้รับผลประโยชน์
ชาวเน็ตพบว่าในช่วงนี้ สินค้าที่ซื้อจากห้องไลฟ์สตรีม แม้จะไม่ได้ลดราคามากมาย แต่ก็เป็นของแท้ราคาถูกต้อง
มีรายงานว่าชาวเน็ตที่เคยซื้อตุ๊กตาลิงนาเบลเวอร์ชัน “เสือทิกเกอร์” ได้รับการชดเชยด้วยตุ๊กตาลิงนาเบลของแท้เพิ่มอีกสามตัวจากร้านค้า
บนโลกออนไลน์ เสียงชื่นชมเสิ่นชิงและคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงดังขึ้นเรื่อย ๆ
ชาวเน็ต : พี่น้องทั้งหลาย ใครเข้าใจบ้าง ของที่ฉันซื้อจากห้องไลฟ์สตรีมไม่ใช่แค่รูปโฆษณาของผู้ซื้อและผู้ขายอีกต่อไป
ชาวเน็ต : ฮือ ๆ หัวหน้าทีมเสิ่น คุณสมควรได้รับการบูชาในหอบรรพชน!! ฉันขอกราบคุณหนึ่งครั้ง
ชาวเน็ต : ส่งเสียงเชียร์หัวหน้าทีมเสิ่นอย่างบ้าคลั่ง พี่เสิ่นชิง คุณคือเทพเจ้าองค์เดียวของฉัน!
ชาวเน็ต : ยกย่องความถูกต้อง ปราบปรามความบิดเบี้ยว ชำระล้างความสกปรก ส่งเสริมความบริสุทธิ์ พี่เสิ่นชิงทำได้ดีมาก ประชาชนต้องการอัยการแบบคุณ
ชาวเน็ต : ขอเสนอคำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ หัวหน้าทีมเสิ่นช่วยกดราคาเชอรี่ในห้องไลฟ์ลงได้ไหม? ราคาเชอรี่แพงเกินไป พวกเราซื้อไม่ไหวแล้ว
ชาวเน็ต : คนที่อยู่ด้านบน คุณควรไปหากรมพาณิชย์ หัวหน้าทีมเสิ่นไม่ได้ดูแลเรื่องนี้ เดี๋ยวจะถูกร้องเรียนว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตนะ
….
เมืองหลวง สำนักงานอัยการสูงสุด
หัวหน้าแผนกคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงกำลังดูรายงานผลการปฏิบัติงานที่เสิ่นชิงส่งมา
สำนักงานอัยการมีกฎว่า ทุกสิ้นเดือน แต่ละแผนกต้องจัดประชุมเชิดชูเกียรติ เพื่อคัดเลือกพนักงานดีเด่น
ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นจะได้รับโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งและเลื่อนขั้น
รายงานผลการปฏิบัติงานของคนอื่นมีเพียงหนึ่งหน้ากระดาษบาง ๆ แต่ของเสิ่นชิงกลับหนาเป็นปึก
ผลงานในครึ่งเดือนที่ผ่านมาของเสิ่นชิงรุ่งโรจน์มาก สมควรได้รับการยกย่องและชื่นชมอย่างยิ่ง
ผู้อำนวยการหลี่มองดูรายงานผลการปฏิบัติงานของเสิ่นชิงด้วยความพอใจ พยักหน้าเบา ๆ แล้วเสนอชื่อเสิ่นชิงขอเลื่อนตำแหน่ง
เขารู้สึกว่าครั้งนี้ที่เสิ่นชิงกลับมาเมืองหลวง อย่างน้อยก็น่าจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาหนึ่งระดับ
อีกด้านหนึ่ง
เสิ่นชิงกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานการสืบสวนอยู่บนโต๊ะทำงาน และบางครั้งก็นวดแขนที่เมื่อยล้าเป็นระยะ ๆ
มองดูรายงานที่เขียนไปครึ่งหนึ่งแล้ว ดวงตาของเสิ่นชิงเริ่มรู้สึกเมื่อยล้า
พูดตามตรง การสืบสวนคดีไม่ยาก การจับคนก็สนุก แต่การเขียนรายงานการสืบสวนต่าง ๆ นั้นทำให้ปวดหัวจริง ๆ
สำนักงานอัยการกำหนดว่า รายงานการสืบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีสำคัญจะต้องเขียนอย่างละเอียดรอบคอบและครบถ้วนทุกแง่มุม
เสิ่นชิงขยับคอที่เมื่อยล้าเล็กน้อย แล้วมองไปยังสมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมตรวจสอบวินัย
เธอคิดจะหาคนมาช่วยเขียนแทน
แต่กลับพบว่าทุกคนต่างก็กำลังครุ่นคิดอย่างหนักและเขียนรายงานอย่างขะมักเขม้นเช่นกัน
เฉาเล่อรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่สามารถดูแลนักโทษได้ดี จึงเขียนจดหมายสำนึกผิดยาวถึงสามพันตัวอักษร
เสิ่นชิงถอนหายใจ
โอ้ ใกล้สิ้นเดือนแล้ว ทุกคนต่างยุ่งกันไปหมด
ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในสำนักงานก็ดังขึ้น
สวีลี่ที่นั่งอยู่ข้างโทรศัพท์ถูกเสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะความคิดในการเขียน เธอทำสีหน้าไม่พอใจ
แต่เมื่อเห็นว่าเป็นสายจากหัวหน้าโดยตรง เธอจึงรีบรับสายทันที
สวีลี่พูดอย่างหวานซึ้ง “สวัสดีค่ะท่านผู้อำนวยการหลี่ มีอะไรจะสั่งการเหรอคะ”
ผู้อำนวยการหลี่พูดพร้อมรอยยิ้ม “ฮ่า ๆ เป็นเพื่อนร่วมงานสวีลี่นี่เอง ขอให้หัวหน้าของคุณมารับสายหน่อย”
เสิ่นชิงรับสายทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงของผู้อำนวยการหลี่
ผู้อำนวยการหลี่ “ฮ่า ๆ หัวหน้าทีมเสิ่น ช่วงนี้คุณเหนื่อยมากเลยนะ”
อีกสองวันก็จะถึงวันที่ 28 แล้ว คุณในฐานะหัวหน้าทีมต้องกลับไปรายงานตัวที่เมืองหลวงสิ้นเดือนนี้
เสิ่นชิงได้ยินว่าต้องกลับไปรายงานตัวที่เมืองหลวง เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ที่แท้การส่งรายงานอย่างเดียวยังไม่พอ ยังต้องกลับไปเมืองหลวงเพื่อรายงานสรุปผลการทำงานด้วยวาจาอีก
เสิ่นชิงมองรายงานการสืบสวนที่อยู่ข้างมือ จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา
การไป ๆ มา ๆ แบบนี้เสียเวลามาก
เธอยังมีงานอีกมากมายที่ยังไม่ได้ทำ
เสิ่นชิงหยุดชั่วครู่ แล้วพูดเสียงนุ่มว่า “ท่านผู้อำนวยการหลี่… เนื้อหาที่ฉันจะรายงานด้วยวาจาก็เหมือนกับในรายงานนั่นแหละค่ะ…”
แต่เสิ่นชิงยังพูดไม่ทันจบ ผู้อำนวยการหลี่ก็ขัดจังหวะเธอเสียก่อน
ผู้อำนวยการหลี่ “ฮ่า ๆ ฉันรู้ว่าเธอคิดว่านี่เป็นเรื่องยุ่งยากเกินไป ถ้าเป็นปกติฉันก็คงไม่ให้เธอกลับมาหรอก แต่คราวนี้เธอต้องมาให้ได้ เพราะฉันมีของบางอย่างจะมอบให้เธอน่ะ”
ผู้อำนวยหลี่ชำเลืองมองประกาศเลื่อนตำแหน่งที่เพิ่งประกาศออกมา รวมถึงเหรียญตราทองคำหนึ่งเหรียญ แล้วเสริมว่า
“เธอยังต้องมาร่วมพิธีมอบรางวัลด้วยนะ”