สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 424 บ้านของหูซีถูกตรวจสอบประวัติ
บทที่ 424 บ้านของหูซีถูกตรวจสอบประวัติ
หยวนชิงเหวินยิ้มแย้มแจ่มใสทันที “ไม่ว่าคุณจะตั้งครรภ์หรือไม่ ตามที่ประธานบอกว่าสตรีสามารถแบกท้องฟ้าครึ่งหนึ่งได้ แล้วผมจะมีอคติเกี่ยวกับคุณเพียงเพราะคุณกำลังตั้งครรภ์ได้อย่างไร คุณแค่มาทำงานในห้องจัดเลี้ยงของเรา ทุกคนในทีมล้วนมีฝีมือ ดังนั้นไม่ต้องกังวลนะ”
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกสบายใจ “ขอบคุณมากนะคะ ฉันจะไปที่นั่นเมื่อถึงเวลา”
หลังจากวางสาย รอยยิ้มบนใบหน้าลู่ฉิวเยว่ก็ยิ่งกว้างขึ้น แม้เธอจะอายุ 20 กว่าแล้ว แต่ตอนนี้เธออยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ เพื่อระบายความตื่นเต้นในใจ
“เป็นอะไรไป คุณยิ้มดีใจเพราะได้เจอผมเหรอครับ?” ฉินซือที่เพิ่งเดินมาจากข้างนอก เข้าไปสวมกอดเอวของลู่ฉิวเยว่แล้วจูบหน้าผากของเธอแผ่วเบา
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะและผลักหน้าของเขาออกไป “อย่าหลงตัวเองนักเลย”
“แล้วจะเป็นเรื่องอะไรไปได้?” ฉินซือหน้าหนาขึ้นเรื่อย ๆ เขาเดินเข้าไปใกล้และจูบใบหน้าของลู่ฉิวเยว่หลายครั้ง
ลู่ฉิวเยว่จับใบหน้าของเขาเพื่อไม่ให้เข้ามาใกล้อีก เธอพูดอย่างจริงจัง “เมื่อกี้หยวนชิงเหวินโทรหาฉัน เดาสิว่าเขาพูดกับฉันว่าอะไร”
หยวนชิงเหวิน?
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ใบหน้าของฉินซือก็จริงจังขึ้น “พูดว่าอะไรครับ?”
“เขาบอกว่าฉันสามารถไปทำงานในห้องจัดเลี้ยงได้!” ลู่ฉิวเยว่บอกข่าวดีนี้อย่างตื่นเต้นและหยุดยิ้มไม่ได้
ฉินซือประหลาดใจและยินดีกับเธอ “ลู่ฉิวเยว่ คุณเก่งที่สุดเลย!”
เขารู้ว่าลู่ฉิวเยว่ต้องการเข้าไปทำงานในห้องจัดเลี้ยงของมหาศาลาประชาชนนานแล้ว และเขาก็รู้ด้วยว่ามันยากแค่ไหนที่จะเข้าไป เพราะสถานที่แห่งนั้นล้วนแล้วแต่เป็นบุคลากรชั้นยอดของประเทศ
ลู่ฉิวเยว่กอดเอวเขาและพูดว่า “ฉันจะไปรายงานตัวหลังจากอายุครรภ์อยู่ในช่วงที่ปลอดภัยแล้วค่ะ”
ทั้งสองคนกอดกันอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น
“เฝิงซีมาถึงตรงเวลาเลย” ลู่ฉิวเยว่สวมรองเท้าแตะและกำลังจะลุกขึ้น
แต่ฉินซือเดินนำเธอหนึ่งก้าวเพื่อไปเปิดประตูและพูดว่า “ผมไปเอง คุณนั่งอยู่เฉย ๆ เถอะ”
เมื่อเปิดประตูก็พบว่าเป็นเฝิงซีพร้อมถือถุงหลายใบในมือ
“จะมาก็มา ทำไมต้องเอาของมาเยอะขนาดนี้ มากไปหน่อยแล้ว” ลู่ฉิวเยว่พูดอย่างขัดใจ เธอไม่คิดว่าเฝิงซีตัวเล็กแค่นี้ จะสามารถแบกของอะไรมากมายขนาดนี้ได้
เฝิงซีทักทายฉินซือก่อน จากนั้นหันไปจับมือลู่ฉิวเยว่ “ควรทำสิ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันคงไม่ตาสว่างสักที”
ลู่ฉิวเยว่มองดูของในถุง พวกมันล้วนเป็นอาหารเสริมที่เหมาะกับคนท้อง ดูเหมือนว่าเฝิงซีจะเตรียมการมาอย่างดี
“เฮ้อ จะพูดเรื่องนั้นไปทำไม ฉันเองก็ไม่ชอบหูซีอยู่แล้ว” ลู่ฉิวเยว่โบกมือแล้วดึงเธอให้นั่งลงบนโซฟา “จริงสิ แล้วพวกคุณหย่ากันอย่างเป็นทางการแล้วเหรอ?”
“ฉันจะหลอกให้เขาเซ็นสัญญาแบบหมดตัวก่อนถึงจะหย่าขาด” พูดถึงเรื่องนี้ เฝิงซีก็ยิ้มไม่หุบ
ต้องขอบคุณลู่ฉิวเยว่ หลังจากกลับไป เธอหลอกให้ผู้ชายคนนั้นให้เซ็นสัญญา ฮั่วฉีคิดว่าเธอยังเป็นเฝิงซีคนเดิมเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ด้วยคำพูดอันอ่อนโยนเพียงไม่กี่คำ เขาก็สามารถหลอกให้เธอใจอ่อนได้
ลู่ฉิวเยว่ยกนิ้วให้ “ใช้วิธีที่เยี่ยมมาก”
ผู้หญิงคนนี้ทำงานในแวดวงธุรกิจมาหลายปีแล้ว เธอไม่มีทางเป็นพวกบูชาความรัก
เธอแค่ใช้ชีวิตอยู่ในยุคนี้ และถูกยุคสมัยครอบงำ ทำให้เธอรู้สึกว่าการหย่าร้างเป็นเรื่องที่น่าอับอาย และคิดว่าการใช้ชีวิตคู่แบบประนีประนอมซึ่งกันและกันก็เพียงพอแล้ว
เฝิงซีเข้าใจทุกอย่างในคราวเดียว ซึ่งทำให้ลู่ฉิวเยว่รู้สึกถึงความสำเร็จ
“ไม่ว่ายังไง ฉันก็ตัดสินใจว่าจะเป็นเพื่อนกับคุณแล้ว!” เฝิงซีหัวเราะออกมา
ไม่เพียงเพราะลู่ฉิวเยว่ช่วยเธอให้หลุดพ้นจากทางตัน แต่ยังเป็นเพราะลู่ฉิวเยว่ที่เป็นคนตรงไปตรงมาและมีเสน่ห์
“ได้สิ” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มเบา ๆ แล้วจับมือเธอ
แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็ขมวดคิ้วด้วยความกังวล “คุณหลอกให้เขาเซ็นสัญญา เขาจะต้องไม่พอใจแน่นอน คุณต้องระวังตัวไว้ด้วยนะ”
พูดถึงเรื่องนี้ เฝิงซีก็ยิ้มกว้าง “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนี้นะ เขาจะไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าฉันได้อีกนานเลยล่ะ”
“ทำไมล่ะ?” ลู่ฉิวเยว่ก็รู้สึกสนใจขึ้นมา
เฝิงซียิ้มเล็กน้อย แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง
ความจริงแล้ว หลังจากที่ฮั่วฉีหย่าร้างกับเฝิงซี เขาก็ไม่มีเงินไม่มีอำนาจอีกแล้ว ส่วนเฝิงซีก็มีบอดี้การ์ดหลายคน เขาไม่มีทางทำร้ายเธอได้ จากนั้นเขาก็หันไปเข้าหาหูซีแทน
แต่เมื่อหูซีเห็นว่าเขาไม่มีเงิน ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่อยากสนใจเขาอีก เธอหันหลังให้เขาและไล่เขาออกไปในทันที
ฮั่วฉีโกรธมากจนบุกเข้าไปในบ้านของหูซียามวิกาลด้วยอาการเมามายและทุบตีเธอ กระทั่งเธอกลายเป็นคนพิการ
ฮั่วฉีถูกตัดสินจำคุกหลายปีและตอนนี้อยู่ในคุก ส่วนหูซีถูกเฝิงซีฟ้องร้องในข้อหาขโมยกระเป๋าในร้านก่อนหน้า
เพราะไม่มีเงินจ่าย เธอจึงถูกจำคุกเช่นกัน
ลู่ฉิวเยว่เกือบจะหัวเราะออกมา
คู่นี้ช่างเหมาะสมกันจริง ๆ ถึงขนาดได้เข้าคุกไปด้วยกัน
ทั้งสองคนคุยกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งบ่ายแก่ ๆ เฝิงซีจึงขอตัวลา
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าให้
นับตั้งแต่รู้ว่าลู่ฉิวเยว่ตั้งครรภ์ คุณแม่ลู่ก็อยากยัดอาหารเสริมเข้าไปในปากของเธอทุกวัน ในที่สุดหนึ่งเดือนต่อมา ใบหน้าของลู่ฉิวเยว่ก็กลับมามีเนื้อมีหนังอีกครั้ง
“ดูสิ เพราะแม่บอกให้ลูกดื่มซุปไก่เยอะ ๆ หน้าเลยดูชมพูเปล่งปลั่งขึ้นมาแล้ว” แม่ลู่จับใบหน้าของลู่ฉิวเยว่ดูซ้ายดูขวา แล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าอย่างจำยอม แต่ก็อดบ่นไม่ได้ว่า “แม่คะ วันนี้อย่าต้มซุปไก่เลยนะ หนูจะอ้วกออกมาเป็นไก่อยู่แล้ว แม่ทำซุปผัก หรือซุปกระดูกหมูบ้างก็ได้”
“คนท้องมีอำนาจที่สุดในบ้าน ถ้าอยากกินอะไรก็บอกแม่แล้วกัน” คุณแม่ลู่พยักหน้าและหันหลังเดินออกจากห้อง “แม่รู้ว่าลูกกำลังยุ่ง แต่ก็ควรดูแลตัวเองด้วย ยุ่งกับงานแล้วก็หยุดพักบ้าง”
ก่อนจะปิดประตู เธออดไม่ได้ที่จะหันกลับมาเตือนอย่างจริงจัง
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้ารับ “รู้แล้วค่ะ” แต่สายตาของเธอไม่ได้ละจากแผนงานที่ถืออยู่ในมือ
หลังจากที่เธอออกจากโรงพยาบาล เธอก็เริ่มยุ่งมากขึ้น
เนื่องจากระดับวิชาชีพของผู้เข้ารับการฝึกอบรมรุ่นก่อน ๆ อยู่ในระดับที่ดีและเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม ชื่อเสียงของโรงเรียนจึงแพร่กระจายออกไป ปัจจุบันนักเรียนในแต่ละระดับชั้นในโรงเรียนมีมากกว่า 600 คน
ในด้านบุคลากรนั้นเรียบร้อยดีแล้ว ตอนนี้สะสมทุนไว้พอสมควร ลู่ฉิวเยว่วางแผนที่จะเปิดร้านอาหารในเครือเพิ่มเติมอีก
ก่อนหน้านี้ เธอได้เปิดร้านอาหารในเครือหลายแห่งในจังหวัดใกล้เคียงกับกรุงปักกิ่ง ยอดขายนั้นไม่เลวเลย เธอจึงวางแผนที่จะขยายขนาดต่อไป และเปิดร้านอาหารไปยังภาคใต้
ธุรกิจของลู่ฉิวเยว่กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ครอบครัวของเธอก็มีความสุข แต่สำหรับหูซีนั้นตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“ปัง!” หูซีมองดูท่อน้ำตรงหน้าเธอที่พังแล้วไม่รู้กี่ครั้ง เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปและขว้างขวดแชมพูลงบนพื้นแล้วกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“โรงแรมห่วย ๆ อะไรเนี่ย บัดซบ! กล้าเปิดให้บริการได้ยังไง!”
ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยว เธออยากจะทุบทำลายข้าวของทุกอย่างในโรงแรม แต่ก็ไม่กล้า เพราะเธอตระหนักดีว่าตอนนี้ไม่มีเงินแล้ว
เมื่อเดือนที่แล้ว ไม่รู้ว่าทำไมพ่อของเธอถึงถูกเจ้าหน้าที่ระดับสูงจับตามอง พวกเขาขุดคุ้ยเรื่องการรับสินบนและการทุจริตที่ครอบครัวของเธอทำไว้ทั้งหมด รวมไปถึงเรื่องจัดตั้งพวกพ้องในหน่วยงานราชการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงลุงของเธอด้วย
บ้านของเธอถูกปิดล้อม เพื่อนของพ่อล้วนเป็นพวกเห็นแก่ตัว ขณะนี้เธอไม่มีที่พึ่งใด ๆ อีกแล้ว