สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 411 สั่งสอนบทเรียนให้หลี่ซิ่ว
บทที่ 411 สั่งสอนบทเรียนให้หลี่ซิ่ว
ใบหน้าของอธิการบดีซีดเซียว เขาเอามือไพล่หลังเพื่อแสดงศักดิ์ศรีของตัวเอง
บรรยากาศหลังเวทีคล้ายกับหยุดนิ่งชั่วขณะ ผู้ชายที่เล่นกีตาร์รับรู้ถึงความผิดปกติเช่นกัน เขาจึงเงยหน้าขึ้นและเห็นคนเดินเข้ามา ชายคนนั้นตื่นตกใจจนใบหน้าซีดเผือดและดีดกีตาร์ผิดจังหวะหลายครั้ง
หลี่ซิ่วบนเวทีฟังเสียงดนตรีที่วุ่นวายสับสนในตอนท้าย สีหน้าของเธอพลันแข็งค้างและลอบกัดฟัน
เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนี้ เขาให้คำสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ให้มีเรื่องผิดพลาด แล้วมันเกิดอะไรขึ้น!
หลังจากม่านเวทีปิดลง เธอเดินกลับมาหลังเวทีด้วยสีหน้าน่ากลัว
อธิการบดีโกรธมากเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้
ตลอดทั้งชีวิตเขาพร่ำสอนและให้ความรู้ผู้คน สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาด้านศีลธรรม เวลานี้นักศึกษากลับมีส่วนร่วมในการโกงใต้จมูกของเขา และมันยังเป็นงานสำคัญอย่างวันครบรอบมหาวิทยาลัย
หากผู้นำภายนอกเห็น พวกเขาจะมองมหาวิทยาลัยนี้อย่างไร!
อธิการบดีสูดลมหายใจเข้าลึกพลางรู้สึกขอบคุณผู้นำส่วนใหญ่นอกมหาวิทยาลัยกำลังยุ่งอยู่กับการพูดคุยในตอนนี้ และไม่ได้ติดตามเขามาเพื่อดูลู่ฉิวเยว่เล่นเปียโน ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงมหาวิทยาลัยคงถูกทำลายจนป่นปี้!
“ท่านอธิการบดี กรุณาใจเย็นลงก่อนนะครับ” เมื่อเห็นว่าราวกับจะมีควันลอยออกจากหัวของเขา ผู้นำที่อยู่ด้านข้างรีบกล่าวปลอบโยน
ชายคนนี้มีอายุมากแล้ว การโกรธเคืองไม่ดีต่อสุขภาพ
“ใครรคือผู้เข้าแข่งขันในรายการนี้!” อธิการบดีหันไปมองผู้รับผิดชอบด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
เสื้อผ้าของผู้รับผิดชอบเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ทว่าเขากลับหนาวสะท้านเข้าไปในหัวใจจนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทา
เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากเย็นและหยิบรายชื่อออกจากกระเป๋า “เป็นนักศึกษาหญิงชื่อหลี่ซิ่วจากคณะบริหารธุรกิจครับ” เขาตอบกลับโดยไม่กล้าแม้แต่จะเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาราวกับเม็ดฝนบนหน้าผาก
รับฟังดังนั้น ผู้นำทุกคนล้วนตกตะลึงและดูแคลนอีกฝ่ายอยู่ในใจ หญิงสาวสองคนนี้มาจากคณะบริหารธุรกิจและอยู่ชั้นเรียนเดียวกัน แต่หลี่ซิ่วคนนี้แตกต่างจากลู่ฉิวเยว่ราวฟ้ากับเหว!
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา ทันทีที่เขาพูดจบ “ปัง” เสียงประตูถูกผลักออกอย่างแรง ตามมาด้วยเสียงคำรามของหญิงสาวคนหนึ่ง
“จางซิน นายเป็นบ้าอะไร ยังอยากได้เงินอยู่หรือเปล่า!” หลี่ซิ่ววิ่งกระฟัดกระเฟียดเข้ามา “นายรู้ไหมว่าเมื่อกี้…”
ก่อนที่จะพูดจบประโยค เธอก็ได้เห็นสถานการณ์ภายในเต็มตา เวลานี้ราวกับคอถูกรัดแน่น เสียงของเธอขาดห้วงไปทันทีพร้อมใบหน้าที่ซีดเซียวลง
ซวยแล้ว!
เมื่อมองดูผู้นำกลุ่มใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ในหัวหลี่ซิ่วปรากฏเพียงสองคำนี้
ลู่ฉิวเยว่มองไปที่ผลงานชิ้นเอกด้วยความพึงพอใจ เธอยกมือขึ้นกอดอกและเอนพิงเสาเพื่อดูการแสดงที่เกิดขึ้น หากเป็นไปได้เธอคงอยากกินเมล็ดแตงโมขณะรับชม
เมื่อหลี่ซิ่วเห็นร่างที่คุ้นเคย เธอก็เริ่มเข้าใจทุกอย่างทันที นางสุนัขตัวเมียลู่ฉิวเยว่กำลังเอาคืนเธอ!
เธอตัวสั่นด้วยความโกรธ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับใบหน้าที่เย็นชาของอธิการบดี เธอกลับรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นกว่าเดิม
“คุณคือหลี่ซิ่วใช่ไหม?” อธิการบดีเหลือบมองเธออย่างไม่แยแส ดวงตาฉายชัดถึงความไม่สบอารมณ์ ซึ่งทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกหวาดกลัว
หลี่ซิ่วกลืนน้ำลายลงคอ เธอพลันรู้สึกว่าลำคอช่างแห้งผากจนเสียงแหบผิดปกติ “ค่ะ”
“คุณสองคนตามมาที่ห้องทำงานของผม!” อธิการบดีมองเธอด้วยสายตาเฉียบคมราวกับมีดแหลม ก่อนเดินเอามือไพล่หลังนำออกไป
ทุกคนทยอยเดินติดตามเขา
ชายหนุ่มยืนขึ้นเงียบงันและเดินตามหลังหลี่ซิ่ว
เมื่อเดินผ่านลู่ฉิวเยว่ หลี่ซิ่วจ้องมองอีกฝ่ายอย่างแค้นเคือง คล้ายกับอสรพิษที่พร้อมจะพุ่งฉกเหยื่อ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอารมณ์เสีย ลู่ฉิวเยว่กลับเผยยิ้มออกมาและโน้มตัวไปกระซิบใกล้หูของหลี่ซิ่ว “ของขวัญนี้ฉันเตรียมให้เธอเป็นพิเศษเลย ชอบหรือเปล่า? ไม่ต้องขอบคุณนะ ฉันเป็นคนดีและมักตอบแทนคนอื่นเสมอ”
หลี่ซิ่วกัดฟันกรอดพร้อมกำมือแน่น เล็บทั้งสิบของเธอจิกเข้าไปในฝ่ามือจนเกิดเป็นคราบเลือด
“ฉันชอบมันมาก! และอย่าคิดว่าแกจะตอบแทนฉันได้อยู่ฝ่ายเดียว”
ลู่ฉิวเยว่ยักไหล่ “ไม่กลัวหรอก มาเถอะ”
ดวงตาหลี่ซิ่วมืดหม่นลงจนแทบครองสติไม่ได้
นางผู้หญิงเลว ต่ำช้าต่ำทราม!
“ทำไมไม่รีบตามมาอีก อยากให้ท่านอธิการบดีรอหรือไง?” ผู้รับผิดชอบหันมาตะคอกด้วยความโกรธ
ในใจเขาอยากจะทุบตีนักศึกษาที่ไม่มีศีลธรรมคนนี้ให้ตายคามือ
วันอื่นก็มี แต่หล่อนกลับเลือกที่จะสร้างปัญหาในวันครบรอบมหาวิทยาลัยเพื่อทำให้เขาเดือดร้อน! จะเกิดอะไรขึ้นหากท่านอธิการบดีคิดว่าเขาบกพร่องในหน้าที่การงาน? ความหวังในการเลื่อนตำแหน่งของเขาจะจบสิ้นลงแล้วใช่ไหม?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ผู้รับผิดชอบก็ยิ่งโกรธมากขึ้นและพานหงุดหงิดใส่หลี่ซิ่ว
ท้ายที่สุดแล้วการกระทำของหลี่ซิ่วนั้นเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ลู่ฉิวเยว่คิดว่าทางมหาวิทยาลัยคงจะจัดการเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว และลดปัญหาสำคัญให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้มหาวิทยาลัยประสบปัญหา
แต่ไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์จะตรงกันข้าม
หลังจากจบงานแล้ว ลู่ฉิวเยว่เหลือบมองนาฬิกาและวางแผนจะกลับหอพักเพื่องีบหลับ จากนั้นช่วงบ่ายเธอจะไปอ่านหนังสือในห้องสมุด
“ฉิวเยว่! เธอกลับมาแล้ว! ฉันมีข่าวดีจะบอก!” ทันทีที่เธอเดินเข้าประตู เสียงของเจี่ยงชีก็ดังขึ้น
เจียงเยว่อี๋วิ่งเข้ามาจับมือของเธอเช่นกัน
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้ว “ข่าวดีอะไรกันที่ทำให้พวกเธอตื่นเต้นขนาดนี้ หรือว่าเธอจะได้รับทุนการศึกษาเหรอ?”
“นี่! มันน่ายินดียิ่งกว่าการได้รับทุนการศึกษาอีก!” เจี่ยงชีเงยหน้าระเบิดหัวเราะ ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะตามอย่างดุเดือด
“ดูสิ ดูสิ!” เจียงเยว่อี๋ชี้ไปยังเตียงว่างในหอพักแล้วพูดอย่างภาคภูมิใจ
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้ว “หลี่ซิ่วไปแล้วเหรอ?”
“ใช่!” เจี่ยงชีตบต้นขาของตัวเอง “เธอรู้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“ท่านอธิการบดีพบการฉ้อโกงในวันครบรอบและลงโทษเธอ?” ลู่ฉิวเยว่คาดเดา
“เธอรู้ได้ยังไงเนี่ย” เจี่ยงชีตกตะลึง อย่างไรก็ตามลู่ฉิวเยว่มักมุ่งอ่านหนังสือเยี่ยงบัณฑิตและไม่สนใจเรื่องภายนอกสักเท่าไหร่
“เป็นอย่างที่เธอพูดแหละ มหาวิทยาลัยจะประกาศว่าหลี่ซิ่วถูกไล่ออกเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในวันนี้!” เธอพูดเสียงดัง
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกประหลาดใจ การลงโทษค่อนข้างรุนแรง ดูเหมือนว่าอธิการบดีจะมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนแน่วแน่
“ต่อจากนี้จะไม่มีตัวปัญหาแบบหล่อนในหอพักเรา และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปลุกให้ตื่นกลางดึกอีกแล้ว!” เจียงเยว่อี๋พูดด้วยความตื่นเต้น
“บ่ายวันนี้ไม่มีเรียน เราออกไปทานข้าวข้างนอกกันดีไหม? มาฉลองให้กับการแสดงอันยอดเยี่ยมของฉิวเยว่เมื่อเช้านี้ และฉลองที่นางคนต่ำช้าหลี่ซิ่วที่ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย!” เจี่ยงชีเสนอ
การไปเที่ยวกับเพื่อนฝูงบ้างถือเป็นสิ่งดี
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้ารับ “ตอนนี้มีร้านเปิดใหม่ข้างนอก ฉันมีคูปองส่วนลดอยู่ เราไปร้านทั่นทั่นด้วยกันเถอะ!”
แน่นอนว่าคนอื่น ๆ ไม่คัดค้าน พวกเธอเตรียมตัวและมุ่งหน้าเพื่อออกไปข้างนอก
รถของลู่ฉิวเยว่ไม่สามารถรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก เธอจึงเช่ารถสามล้อเพื่อพาคนทั้งเจ็ดไปยังร้านอาหาร
“จานนี้อร่อยมากเลย!” ฉือเหยียนอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งขึ้นหลังจากชิมอาหารตรงหน้า
คนอื่นชิมตามและพยักหน้าชื่นชม
มีเพียงเจี่ยงชีและเจียงเยว่อี๋เท่านั้นที่นิ่งเงียบและไม่มีท่าทีแปลกใจเท่าไหร่
พวกเขาได้ทานอาหารรสเลิศจากร้านของลู่ฉิวเยว่มาก่อน ซึ่งอาหารร้านนี้ห่างไกลจากสิ่งที่พวกเธอเคยลิ้มลอง
“ฉันจะบอกอะไรให้ เพราะพวกเธอไม่เคยเห็นโลกกว้างมาก่อน แต่อาหารร้านนี้น่ะเทียบไม่ได้กับอาหารจากร้านของลู่ฉิวเยว่เลยสักนิด! คราวหน้าหาโอกาสไปชิมดูสิ รับรองว่าพวกเธอจะติดใจ!” เจียงเยว่อี๋อดไม่ได้ที่จะกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
คำพูดเหล่านี้ทำให้ทุกคนตกใจ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง “ลู่ฉิวเยว่มีร้านอาหารเป็นของตัวเองด้วยเหรอ?”
“ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังเปิดร้านขายยาอีกด้วย!” เจี่ยงชีหัวเราะ