สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 362 มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเฉิงหลี่
บทที่ 362 มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเฉิงหลี่
อวี๋หว่านหว่านมีสีหน้าหงุดหงิด เธอนั่งลงและเล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เธอยังพูดถึงลู่ฉิวเยว่หลายครั้ง โดยเน้นว่าเหตุการณ์นี้ทั้งหมดเกิดขึ้น
สีหน้าของอวี๋ซ่งมืดมนลงทันที “นักเรียนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง จะมีความสามารถยอดเยี่ยมอย่างนี้ได้ยังไง?”
ไม่น่าแปลกใจที่ผู้จัดการโรงงานพูดเมื่อสองวันก่อน ว่าคำสั่งซื้อของโรงเรียนจะลดลงครึ่งหนึ่งในเดือนหน้า ปรากฏว่าเป็นความผิดของเธอนี่เอง!
อวี๋หว่านหว่านกัดฟัน “ไม่ค่ะ ช่วงนี้เฉิงหลี่เย่อหยิ่งเกินไป หากยังปล่อยให้พัฒนาแบบนี้ต่อไป จะเป็นอันตรายต่อครอบครัวของเราแน่เลยค่ะ!”
อวี๋ซิ่งเป็นผู้นำด้านเครื่องปรุงรสในประเทศมาโดยตลอด อวี๋ซิ่งจะเต็มใจให้เฉิงหลี่แซงหน้าขึ้นมาได้อย่างไร เขาพูดด้วยสีหน้าเข้ม “พ่อจะแก้ปัญหานี้เอง ไม่ต้องกังวล แค่เรียนรู้การทำอาหารให้ดีก็พอ”
“พ่อคะ ทำไมพ่อไม่ฟังความคิดของหนูล่ะคะ?” อวี๋หว่านหว่านกลอกตา จับแขนของอวี๋ซ่งและทำหน้าตาออดอ้อน
“พูดมา” อวี๋ซ่งอยากรู้
“ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแบรนด์คือชื่อเสียงแย่ลง หากเราลงมือใช้กลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ เฉิงหลี่ก็จะไม่สามารถกลับมาได้อีก จากนั้นคนทั้งประเทศก็จะคว่ำบาตร ทำให้ไม่สามารถอยู่รอดได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามค่ะ” อวี๋หว่านหว่านยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วบอกแผนการให้อวี๋ซ่งฟัง
ดวงตาของอวี๋ซ่งเป็นประกาย “หว่านหว่านฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ได้เลย จะทำตามที่ลูกพูด!”
อวี๋ซ่งชื่นชมแล้วหัวเราะ
ในอีกด้านหนึ่งที่โรงเรียน เนื่องจากข่าวว่าลู่ฉิวเยว่ใช้เครื่องปรุงรสปรุงซุปแสนอร่อย ในโรงอาหารเมื่อไม่กี่วันก่อน และได้รับการยกย่องจากซ่งซวี่หนาน ทุกคนจึงเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เรื่องเครื่องปรุงรสใหม่ของเฉิงหลี่ และยังชื่นชมผู้เป็นนักเรียนใหม่ลู่ฉิวเยว่มากขึ้นด้วย
ในตอนแรกมีเพื่อนร่วมชั้นเพียงไม่กี่คนจากชั้นเรียนนี้เท่านั้น ที่มาถามลู่ฉิวเยว่เรื่องเครื่องปรุงรส หลังจากพบว่าเธอมีอัธยาศัยดี ผู้คนจากชั้นเรียนอื่นก็เข้ามาฟังด้วย และพวกเขามักจะเข้ามาพร้อมเครื่องปรุงรส และถามว่าจะผสมอย่างไร
ลู่ฉิวเยว่ย่อมเต็มใจที่จะสอน และอาจเป็นเพราะเธอมักจะสอนเชฟเรื่องวิธีทำอาหารในร้านอาหารอยู่แล้ว ทักษะการพูดของเธอจึงดีมาก และสามารถเข้าใจความเข้าใจผิดบางอย่างของเพื่อนร่วมชั้นได้อย่างละเอียดอ่อน และช่วยแก้ไขให้อย่างระมัดระวัง ทุกคนบอกว่าเธอสอนได้ดีกว่าอาจารย์
เนื่องจากการสอนของเธอ เครื่องปรุงรสของเฉิงหลี่จึงได้รับการส่งเสริมให้ใช้ เหล่านักเรียนจึงเริ่มเปลี่ยนจากใช้เครื่องปรุงรสของอวี๋ซิ่ง มาใช้ของเฉิงหลี่แทน
เมื่ออวี๋หว่านหว่านรู้เข้าก็โกรธมาก
“ลู่ฉิวเยว่! เธอตั้งใจทำแบบนี้!” เมื่อเลิกเรียน เธอก็มาขวางลู่ฉิวเยว่ที่ประตูโรงเรียน สีหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธ ราวกับว่าเธอต้องการฉีกลู่ฉิวเยว่เป็นชิ้น ๆ
ลู่ฉิวเยว่ผลักเธอออกไปด้วยความรังเกียจ “ไม่สำคัญว่าจะตั้งใจหรือเปล่า แต่ตอนนี้ทุกคนเปลี่ยนมาใช้เฉิงหลี่แล้ว”
เธอยิ้มอ่อน ทำให้อวี๋หว่านหว่านเวียนหัวด้วยความโกรธ มือไม้สั่นและพูดไม่ออก
ลู่ฉิวเยว่ไม่สนใจจะโต้เถียงกับคนบ้าคนนี้ จึงเปิดประตูแล้วขึ้นรถ
“ลู่ฉิวเยว่ฉันบอกเลยว่าเฉิงหลี่ ไม่สามารถแข่งขันกับพวกฉันได้ ไม่ช้าก็เร็ว เครื่องปรุงรสของโรงเรียนทั้งหมด จะถูกแทนที่ด้วยของพวกฉัน!”
เมื่อฟังเสียงแผ่วเบาตที่ะโกนมาจากด้านหลัง ลู่ฉิวเยว่ก็เลิกคิ้วขึ้น แล้วปิดประตูรถ
รถค่อย ๆ มาจอดที่ชั้นล่าง ลู่ฉิวเยว่กล่าวลากับคนขับรถ แล้วรีบเปิดประตูบ้าน
“ล้างมือเตรียมตัวกินข้าวได้แล้วครับ” ฉินซือยกจานออกมาจากครัวพอดี เมื่อเห็นเธอกลับมา สายตาของเขาก็แสดงความอ่อนโยน
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า แล้วยื่นอาหารที่นำกลับมาจากโรงเรียนให้เขา “ช่วยอุ่นให้หน่อยนะคะ”
ฉินซือรับไปอุ่นให้
เขาทำอาหารไม่เก่งแต่เลือกกิน เมื่อก่อนเขาจึงมักจะทำโจ๊กขาวชามหนึ่งกินกับผัดผัก
ลู่ฉิวเยว่บอกว่าเธออยากทำอาหารให้เขา แต่ฉินซือคิดว่าเธอจะเหนื่อยกว่าเดิม เพราะเธอต้องเรียนและบริหารร้านอาหารตลอดทั้งวัน เขาจึงปฏิเสธ
ลู่ฉิวเยว่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากนำอาหารปรุงสุกจากโรงเรียนมาให้เขาอุ่น
อาหารถูกเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว ลู่ฉิวเยว่หยิบชามขึ้นมาซดซุปเป็นครั้งคราว โดยมองตรงไปที่โทรทัศน์
เธอไม่ได้บังคับฉินซือกินอาหารที่โรงเรียน แต่อยากให้เขาลองบ้าง
“…ตามรายงานของพนักงานหลายคนภายในเฉิงหลี่ มีปัญหาในการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะภายในโรงงานเฉิงหลี่ มีการพบหนูและแมลงสาบในโรงงานหลายครั้ง…”
เมื่อฟังรายงานที่มาจากโทรทัศน์ ลู่ฉิวเยว่ก็ตกตะลึง และหยิบรีโมทมาเพิ่มเสียง คาดไม่ถึงว่าข่าวที่กำลังนำเสนอ ยังคงเป็นปัญหาของการประเมินว่าโรงงานเฉิงหลี่ไม่ถูกสุขลักษณะ
เธอขมวดคิ้ว หยิบหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ของวันนี้ขึ้นมาจากกล่องหลังประตู และพลิกดูหลายฉบับ ซึ่งไม่สามารถหนีข่าวปัญหาสุขอนามัยของเฉิงหลี่ได้
“มีอะไรผิดปกติเหรอครับ?” ฉินซือเห็นว่าสีหน้าเธอมีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงวางตะเกียบลงแล้วเดินเข้าไปหา
ลู่ฉิวเยว่เม้มปาก “เฉิงหลี่เป็นแบรนด์ที่มีคุณธรรมมาโดยตลอด เมื่อใดก็ตามที่ประเทศเกิดปัญหา แบรนด์ของพวกเขาก็จะรับภาระบริจาคอย่างหนัก แบรนด์แบบนี้จะทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?”
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังจำได้ว่าชาติที่แล้ว พัฒนาการของเฉิงหลี่นั้นราบรื่นมาโดยตลอด ได้รับการยกย่องชมเชยเสมอ และเธอยังเคยได้พบกับผู้ก่อตั้งครั้งหนึ่งด้วย
ชายชราคนนั้นมีความเป็นมิตร และเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ เขายินดีให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องอย่างไม่ปิดบัง เธอไม่เชื่อว่าความผิดพลาดแบบนี้จะเกิดขึ้นในโรงงานที่เขาควบคุม
ทำไมครั้งนี้ถึงแตกต่างจากชาติที่แล้ว
สีหน้าของลู่ฉิวเยว่ซีดลง
เป็นไปได้ไหมว่าคำแนะนำของเธอ เกี่ยวกับเครื่องปรุงรสของเฉิงหลี่ในโรงเรียนในช่วงนี้ กระตุ้นให้เกิดความกลัวของตระกูลอวี๋ และพวกเขาต้องการทำลายแบรนด์เฉิงหลี่?
“คุณอยากให้ช่วยไหมครับ?” ฉินซือก้มหน้าลงถามอย่างจริงจัง
ดูเหมือนลู่ฉิวเยว่จะไม่ได้เป็นคนชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แล้วทำไมจู่ ๆ เธอถึงอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเฉิงหลี่ในตอนนี้?
แต่เธอสามารถทำอะไรก็ได้ที่เธอต้องการ ฉินซือจะสนับสนุนเธอทุกอย่าง
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าและมองเขาอย่างจริงจัง “ได้ค่ะ! คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม?”
แบรนด์ที่ดีอย่างเฉิงหลี่มีส่วนช่วยประเทศอย่างมาก น่าจะพัฒนาได้อย่างราบรื่น หากล้มละลายเพราะผลกระทบจากการกระทำของเธอ เธอคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
“คุณต้องการให้ผมทำอะไรครับ?” ฉินซือจริงจัง สีหน้าของเขาเคร่งขรึม
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มอ่อน “คุณบอกว่าคุณรู้จักกับนักข่าว จากหนังสือพิมพ์ชื่อดังครั้งที่แล้วไม่ใช่เหรอคะ คุณขอให้พวกเขาไปที่โรงงานเฉิงหลี่ เพื่อตรวจสอบแล้วรายงานสถานการณ์จริงหน่อยค่ะ”
ฉินซือประหลาดใจ “จะได้ผลเหรอครับ?”
ลู่ฉิวเยว่กล่าวอย่างมั่นใจ “แน่นอนค่ะ ในเมื่ออีกฝ่ายใช้ความคิดเห็นของประชาชน เพื่อบ่อนทำลายเฉิงหลี่ เราก็จะเริ่มสงครามความคิดเห็นสาธารณะกับพวกเขา!”
ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ช่องทางเท่านั้นที่ประชาชนจะได้รับความรู้ – วิทยุ หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ พวกเขาจะเชื่อสิ่งที่พวกเขาได้ยินโดยไม่มีวิจารณญาณ ตราบใดที่ชนะสงครามความคิดเห็นสาธารณะได้ เฉิงหลี่ก็จะกลับมาฟื้นคืนได้อีกครั้ง
สงครามความคิดเห็นสาธารณะเหรอ?
ฉินซือได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก เขาประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล เขานึกอยากจะเปิดหัวเล็ก ๆ ของลู่ฉิวเยว่ออก เพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ทำไมเธอถึงมีความคิดที่ชาญฉลาดมากมาย และสิ่งที่เธอพูดจะตรงประเด็นอยู่เสมอ
เขาพยักหน้า รีบกินอาหารเย็นให้เสร็จ แล้วกลับห้องเพื่อวางแผนเรื่องนี้ จากนั้นโทรศัพท์หาเพื่อนของเขา
แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้เพียงลำพัง พวกเขาต้องทำงานร่วมกับบุคคลที่รับผิดชอบเฉิงหลี่ เพื่อดูว่ายินดีจะทำตามความคิดของพวกเขาหรือไม่