ย้อนไปยุค 70 เป็นสาวสุดสวยให้อดีตสามีเสียดายเล่น - บทที่ 688 ตอนพิเศษของลู่สือจิ่ง 22 (จบ)
- Home
- All Mangas
- ย้อนไปยุค 70 เป็นสาวสุดสวยให้อดีตสามีเสียดายเล่น
- บทที่ 688 ตอนพิเศษของลู่สือจิ่ง 22 (จบ)
บทที่ 688 ตอนพิเศษของลู่สือจิ่ง 22
“คุณลุงคะ ในที่สุดคุณลุงก็มาแล้ว” เซี่ยซินอี๋ร้องไห้และเริ่มฟ้องทันทีที่เธอเห็นสวีเจียซู่ “ใบหน้าของหนูจะเสียโฉมหรือเปล่าคะ? หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วค่ะ!”
“ไม่ ไม่หรอก” สวีเจียซู่ปลอบหลานสาวด้วยสีหน้าเศร้าโศก “ลุงมาแล้ว ลุงจะทวงความเป็นธรรมให้หลานอย่างแน่นอน!”
“คุณเป็นอะไรไหม?” ลู่สือจิ่งรับเข้าไปหร่วนอวิ๋นหนี และมองสำรวจเธอด้วยความกังวล “คุณถูกเธอทำร้ายรึเปล่า? มือของคุณเจ็บรึเปล่า?”
“ฉันไม่เป็นอะไร” หร่วนอวิ๋นหนีส่ายหัวและมองสวีเจียซู่อย่างเฉยเมย ตอนนี้สวีเจียซู่กำลังปลอบประโลมเซี่ยซินอี๋ด้วยวิธีต่าง ๆ
ลู่สือจิ่งยืนเคียงข้างเธออย่างมั่นคง “ไม่ต้องกลัวนะ ไม่เป็นไรหรอก”
“ฉันไม่กลัวหรอก” หร่วนอวิ๋นหนียิ้มให้เขา
สวีเจียซู่สังเกตเห็นบางสิ่งแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในห้อง หลังจากปลอบเซี่ยซินอี๋แล้วเขาก็มองลู่สือจิ่งกับคุณหลิว และพูดด้วยสีหน้าไม่ดีนัก “เสี่ยวจิ่ง เธอจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”
“เซี่ยซินอี๋ของผมเป็นเด็กดีมาโดยตลอด และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับหลานสาวของผมอีกโดยไม่ตอบโต้แล้วล่ะ!” สวีเจียซู่พูดด้วยความโกรธจัด
“เธอต้องให้หล่อนขอโทษในที่สาธารณะ แล้วให้ออกจากวงการบันเทิงไปตลอดกาลซะ!” สวีเจียซู่กล่าวอย่างแน่วแน่
“ฉันไม่มีทางขอโทษ” หร่วนอวิ๋นหนีมองเขาแล้วพูด “ฉันจะไม่ขอโทษคนที่ดูถูกแม่ของฉันเด็ดขาด”
สวีเจียซู่เหลือบมองหญิงสาวสวยตรงหน้า หากคนที่ถูกทำร้ายไม่ใช่หลานสาวของเขา เขาอาจมีความรู้สึกที่ดีกับหญิงสาวคนนี้มากทีเดียว
ใครจะไม่โกรธบ้างถ้าแม่ของตัวเองถูกต่อว่า?
ถ้าเปลี่ยนเป็นเขา เขาคงจะกระทืบคนที่ด่าแม่ของเขาจนปางตางไปแล้วด้วยซ้ำ
“ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้สามารถทำร้ายคนอื่นได้!” สวีเจียซู่พูด เขามองไปที่ลู่สือจิ่ง “เสี่ยวจิ่ง เธอจะจัดการเรื่องนี้ไหม?”
“ฉันอยากจะถามบางอย่างหน่อย” เมื่อลู่สือจิ่งไม่ตอบ หร่วนอวิ๋นหนีจึงถามต่อหน้าเขาว่า “ถ้าเธอไม่ใช่หลานสาวของคุณ แต่เป็นเพียงคนรู้จัก คุณจะยังคิดว่าฉันควรขอโทษเธอไหม?”
สวีเจียซู่เหลือบมองหญิงสาวตรงหน้าเขา และจู่ ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นในใจ ทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงดูคุ้นแปลก ๆ?
แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดถึงเรื่องนี้
“สาวน้อย อย่าคิดจะเปลี่ยนเรื่องเชียวนะ!” เขาพูด
“บางทีคุณควรดูสิ่งนี้ก่อนนะคะ” เธอหยิบผลการสอบสวนของตัวเองออกมาจากกระเป๋า แล้วพูดกับสวีเจียซู่ว่า “ฉันลืมบอกคุณไป เธอกับฉันโตมาด้วยกันน่ะ”
“หร่วนอวิ๋นหนี เธอคิดจะทำอะไร!” เซี่ยซินอี๋รู้สึกกังวล เธอรีบพูดกับสวีเจียซู่ว่า “คุณลุงคะ อย่าไปเชื่อเธอนะ เธอเป็นผู้หญิงที่ชอบขโมยของของหนูมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กแล้วค่ะ!”
“เป็นเธอนี่เอง” สวีเจียซู่ขมวดคิ้วและมองไปยังหร่วนอวิ๋นหนี แต่เขากลับรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้ดูไม่ใช่คนที่มีนิสัยแบบนั้นเลย
“เซี่ยซินอี๋ ถามจริง ๆ เถอะ พูดออกมาแบบนี้ไม่อายปากเลยเหรอ?” สวี่ตัวพูดขึ้นทันที “ตั้งแต่หนีหนีมาที่ปักกิ่ง เธอขโมยของของหนีหนีไปกี่อย่างแล้ว?”
หากหร่วนอวิ๋นหนีต้องการขโมยของของผู้หญิงคนนี้จริง เซี่ยซินอี๋จะสามารถมายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?
“เมื่อพูดถึงการขโมย ตัวตนปัจจุบันของเธอที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันก็เกิดจากการขโมยตัวตนของหนีหนีไปไม่ใช่เหรอ?” สวี่ตัวพูดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
“คุณหมายถึงอะไร?” สวีเจียซู่พูด
“คุณจะรู้เพียงแค่ดูเอกสารที่ฉันยื่นให้ค่ะ” หร่วนอวิ๋นหนีพูดอย่างสงบ
“เป็นไปได้ยังไง…นี่มันเป็นไปได้ยังไง?” สวีเจียซู่มองไปยังรายงานในเอกสาร จากนั้นจึงมองไปที่หร่วนอวิ๋นหนี “แท้จริงแล้วเธอคือลูกสาวของน้องสาวฉันงั้นเหรอ?!”
“ถ้าคนที่คุณกำลังมองหาเป็นคนในหมู่บ้านของเราและมีไฝหลังใบหู ฉันคิดว่าคน ๆ นั้นน่าจะเป็นแม่ของฉันนะคะ” หร่วนอวิ๋นหนีพูด
“ตอแหล! นั่นแม่ของฉันต่างหาก!” เซี่ยซินอี๋ตะโกนโวยวายทันที “ลุงของฉันไปที่หมู่บ้านและตรวจสอบแล้ว นั่นคือแม่ของฉัน!”
“งั้นเหรอ?” หร่วนอวิ๋นหนียิ้ม “นอกจากไฝดำหลังใบหูแล้ว แม่ของเธอมีไฝที่อื่นด้วยหรือเปล่าล่ะ?”
“เช่นมีแถวแขนอะไรแบบนั้นไหม?” หร่วนอวิ๋นหนีถาม
“ใช่ ๆ แม่ของฉันก็มีไฝที่แขนด้วย!” เซี่ยซินอี๋พูดอย่างเร่งรีบ
“เธอแน่ใจเหรอ?” หร่วนอวิ๋นหนีถาม
“ดูเหมือน…ดูเหมือนว่าจะมี…” เซี่ยซินอี๋รู้สึกไม่แน่ใจอีกครั้งเมื่อถูกถามอีกรอบ
“มีหรือไม่มีกันแน่?” สวีเจียซู่เริ่มสังเกตเห็นพิรุธ เขาจึงถามซ้ำเช่นกัน
“ไม่มี!” เซี่ยซินอี๋เหลือบมองหร่วนอวิ๋นหนีและกัดฟันแน่น
หร่วนอวิ๋นหนีจะไม่พูดเรื่องแบบนี้โดยไม่มีเหตุผลแน่
“ถูกแล้ว” หร่วนอวิ๋นหนีพูดด้วยความเสียใจ “แม่ของฉันไม่มีไฝที่แขน”
เซี่ยซินอี๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง
แต่ก่อนที่รอยยิ้มจะเผยออกมาเต็มที่ หร่วนอวิ๋นหนีก็พูดต่อว่า “แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะนะ แม่ของฉันมีไฝที่เอวและกระดูกก้นกบน่ะสิ”
เอกสารที่อยู่ในมือของสวีเจียซู่หล่นลงอย่างไม่อาจควบคุม
ใช่แล้ว น้องสาวของเขาไม่เพียงแต่มีไฝสีดำเล็ก ๆ ที่หลังหูเท่านั้น แต่ยังมีไฝที่เอวและตรงกระดูกก้นกบอีกด้วย
เพียงแต่ตอนที่เขาไปที่หมู่บ้านเพื่อตรวจสอบ กระดูกก้นกบเป็นพื้นที่ส่วนลับ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าถาม
แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะมีคนสองคนที่มีอายุเท่ากันในหมู่บ้านที่มีไฝหลังใบหู
“ไม่นะ เธอโกหก! เธอเป็นคนโกหก! เธอชอบขโมยทุกสิ่งไปจากฉันตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ตอนนี้เธอก็คิดจะแย่งลุงคนเดียวของฉันไปอีกเหรอ!” เซี่ยซินอี๋มองหร่วนอวิ๋นหนีด้วยความโกรธ ดวงตาเธอแดงก่ำ
“นี่คือสิ่งที่ผมพบจากการสืบสวนของผมเอง” ลู่สือจิ่งเหลือบมองเซี่ยซินอี๋อย่างเย็นชา “คุณเซี่ย เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว คุณยังจะกล้าปฏิเสธอีกรึไง?”
“ฉัน… ไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร!” เซี่ยซินอี๋หลบตา
“คุณรู้มาโดยตลอดว่าลุงของคุณไม่ใช่ลุงสวี” หลังจากลู่สือจิ่งพูดจบ เขาก็มองไปที่ประตู ชายชราที่มีสีหน้าหวาดกลัวยืนอยู่ตรงนั้น
“เสี่ยวอี๋ ฉัน…ฉันช่วยไม่ได้แล้ว” ชายชราคนนั้นเหลือบมองเซี่ยซินอี๋ที่หน้าซีดเผือก “ฉันบอกพวกเขาไปทุกอย่างแล้ว”
“ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่? ไม่ใช่ว่าควรอยู่ต่างประเทศเหรอ!?” เซี่ยซินอี๋กำลังจะบ้าอยู่รอมร่อ
แน่นอนว่าบุคคลนี้คือลุงทางสายเลือดของเธอ
เขาพบเธอในเวลาต่อมา เขาถือรูปถ่ายของหญิงสาวและแม่ของเธออยู่หลายรูป ซึ่งหลายรูปคือรูปที่แม่ของเซี่ยซินอี๋กำลังอุ้มเธอไว้กับเขา
ในเวลานั้นเองเซี่ยซินอี๋ก็ตระหนักว่าเธอไม่ใช่หลานสาวจริง ๆ ของสวีเจียซู่
เธอจึงให้เงินแก่ชายชราและบังคับให้เขาไปอยู่ต่างประเทศ
ตราบใดที่เขาอยู่นอกประเทศก็จะไม่มีใครรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอและเขา
แต่ใครจะรู้ชายคนนี้ไม่เคยไปต่างประเทศเลย
“ฉันไม่รู้อะไรเลยในต่างประเทศ ฉันไม่เข้าใจภาษาอื่นเลยด้วยซ้ำ” ชายชราคนนั้นพูด
เขาไม่ได้ผิดอะไรด้วย ทำไมเขาต้องไปอยู่อย่างทนทุกข์กันล่ะ?
เซี่ยซินอี๋โกรธมากจนแทบจะอาเจียนเป็นเลือด
“คุณลุง ฟังคำอธิบายของหนูก่อนนะคะ!” เธอพูดอย่างกังวลกับสวีเจียซู่
แต่ในเวลานี้สวีเจียซู่ไม่ฟังเธออีกแล้ว
แต่หร่วนอวิ๋นหนีก็พูดขึ้นว่า การที่เธอพูดเรื่องนี้ออกมา ไม่ได้เกี่ยวกับการให้สวีเจียซู่ยอมรับตัวเธอ “ฉันแค่อยากจะอยู่ของฉันอย่างสงบก็เท่านั้น”
เธอไม่อยากถูกสุนัขบ้าอย่างเซี่ยซินอี๋ไล่กัดอีกต่อไป
สำหรับข่าวลือบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีลู่สือจิ่งต้องการชี้แจงให้กระจ่าง แต่หร่วนอวิ๋นหนีปฏิเสธ
คนฉลาดย่อมไม่เชื่อข่าวลือ
แต่จากเหตุการณ์นี้ เธอสามารถเห็นความจริงใจของลู่สือจิ่งที่มีต่อเธอได้ และหญิงสาวก็ไม่ปฏิเสธความรักของเขาที่มีต่อเธออีกต่อไป
แม้ว่าข่าวลือทางอินเทอร์เน็ตจะยังไม่ได้ถูกชี้แจงให้ชัดเจน แต่กู้หน่วนก็พาหร่วนอวิ๋นหนีไปงานเลี้ยงด้วย
และหลังจากนั้นไม่กี่วันต่อมา กู้หน่วนก็พาหร่วนอวิ๋นหนีกับกู้เสี่ยวกู้ไปฝรั่งเศส เพื่อซื้อของต่าง ๆ และไปร่วมงานแฟชั่นวีก
เมื่อภาพถ่ายถูกส่งกลับไปยังประเทศจีน ก็ทำให้เกิดความโกลาหล
กู้หน่วนอาจไม่เป็นที่รู้จักในวงการบันเทิง แต่กู้เสี่ยวกู้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากในฐานะผู้กำกับ
เมื่อภาพถ่ายแพร่กระจายออกไป ไม่นานก็มีคนเปิดเผยตัวตนของหญิงวัยกลางคนที่อยู่ถัดจากกู้เสี่ยวกู้และหร่วนอวิ๋นหนี
ข่าวนี้น่าตกตะลึงมาก
เจ้านายใหญ่กู้หน่วน
ใครบ้างในปักกิ่งจะไม่รู้จักร้านอาหารหน่วนซินของกู้หน่วน และใครบ้างไม่เคยดื่มน้ำแร่ของเธอ?
เจ้านายใหญ่คนนี้กับกู้เสี่ยวกู้ต่างก็มีนามสกุลกู้ เป็นไปได้ไหมว่าพวกเธอเป็นแม่ลูกกัน?
แล้วหร่วนอวิ๋นหนีล่ะ?
จากนั้นชื่อของลูก ๆ หลายคนในตระกูลลู่ก็ถูกเปิดเผยเช่นกัน
แต่ทุกคนก็ยังคงสับสนและไม่เข้าใจว่าความจริงคืออะไรกันแน่
อะไรคือความจริงที่เกี่ยวกับหร่วนอวิ๋นหนีดาราหน้าใหม่ที่เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาว?
กระทั่งในเวลาต่อมา ลู่สือจิ่งจัดการธุระในมือเสร็จแล้วจึงบินตามไปรูดการ์ดและถือกระเป๋าให้
ทุกคนจึงรู้ว่านี่คือ ว่าที่ลูกสะใภ้ของตระกูลลู่
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างว่าที่ลูกสะใภ้กับแม่สามีดีเกินไปหน่อยรึเปล่า?
ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองช่างน่ารักเหลือเกิน
ผู้คนบางคนเริ่มเปลี่ยนทิศทางของกระแส แทนที่จะเล่นเรื่องของลู่สือจิ่งกับหร่วนอวิ๋นหนี พวกเขาเริ่มไปเล่นข่าวของแม่สามีกับว่าที่ลูกสะใภ้ คือกู้หน่วนและหร่วนอวิ๋นหนี
ที่ดูสนิทสนมกันมาก
ผู้คนชอบเห็นฉากที่พวกเธอไปช็อปปิงด้วยกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาจากท่าทางของหร่วนอวิ๋นหนีแล้ว เหมือนว่าเธอจะสนใจกู้หน่วนมากกว่าลู่สือจิ่งซะอีก
ลู่สือจิ่ง “…”
ชายหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเขาจะต้องอิจฉาแม่ของตัวเขาเอง
อันที่จริงต้องบอกว่าทุกคนตกใจไม่แพ้กัน
บางคนถึงกับคาดเดาอย่างกล้าหาญว้า ‘หากหร่วนอวิ๋นหนียอมรับการสู่ขอของลู่สือจิ่งในวันหนึ่ง เหตุผลส่วนใหญ่คงจะเป็นเพราะกู้หน่วนแม่สามีของเธอใช่ไหม?’
ในความเป็นจริง ข่าวลือเหล่านี้ไม่ห่างหายไปเลยกระทั่งลู่สือจิ่งกับหร่วนอวิ๋นหนีหมั้นและแต่งงานกัน
หร่วนอวิ๋นหนี “อาจจะใช่ก็ได้…”
“จริงเหรอ?” ลู่สือจิ่งถามเสียงเบาในคืนวันแต่งงาน หลังจากทั้งสองร่วมเตียงกันจนสุขสมแล้ว
คำถามนี้ก็ถูกซ่อนอยู่ในใจของเขามาเป็นเวลานาน
หร่วนอวิ๋นหนีเหนื่อยมากจนแทบลืมตาไม่ขึ้น แต่หลังจากได้ยินแบบนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของเธอ
“ฉันนึกว่าคุณจะไม่ถามซะแล้ว” หร่วนอวิ๋นหนีพูดด้วยรอยยิ้ม
เธออยากรู้ว่าเขาจะเก็บมันไว้นานแค่ไหน แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะถามในเวลานี้
“แล้ว?” ลู่สือจิ่งจะไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่
“คุณคิดว่าไงล่ะ?” เธอยิ้มหวาน
ลู่สือจิ่งรู้สึกว่ามันง่ายเกินไปที่จะปล่อยภรรยาไป เขาพลิกตัวหญิงสาวและกดเธอลงอีกครั้ง “คุณจะไม่บอกผมใช่ไหม?”
ท่าทางของเขาแน่วแน่มาก เขาทำท่าทางราวกับดำลังบอกว่า…ถ้าคุณไม่พูด คืนนี้คุณจะไม่ได้นอนหลับแน่
“คนโง่” หร่วนอวิ๋นหนียิ้ม ก่อนจะจูบเขา “นั่นก็เพราะว่าพวกเราทุกคนรักคุณไง”
“คุณพูดอะไรนะ?” ลู่สือจิ่งถาม “ผมได้ยินสองสามคำสุดท้ายไม่ชัดเท่าไหร่เลย”
“ฉันรักคุณ” หร่วนอวิ๋นหนีสบตาเขาแล้วพูดอีกครั้ง
ในที่สุดเมื่อได้ยินสิ่งที่ตนอยากได้ยินมาโดยตลอด ลู่สือจิ่งก็ก้มหน้าลง จูบหญิงสาวตรงหน้าอย่างเสน่หา “ผมก็รักคุณเหมือนกัน”
——จบบริบูรณ์——