หวนกลับมาเป็นคนโปรดของฮ่องเต้ - บทที่ 431 โจรตัณหาเยือนราตรี
บทที่ 431 โจรตัณหาเยือนราตรี
หลังจากกินข้าวเสร็จ หงเฉินรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ยังต้องคอยเล่นกับเด็กน้อยอีก หากไม่ใช่เพราะนางเข้าต้องห้ามหลักไม่ได้ คืนนี้คงต้องไปกล่อมเจ้าตัวน้อยนั่นนอนอีก คิดแล้วก็น่ากลัว
หงเฉินถอดเสื้อผ้าแช่ตัวในน้ำอุ่น ถอนหายใจยาว “แต่การอยู่ในเรือนรองก็สบายจริง ๆ ได้แช่น้ำคนเดียว อยากลุกเมื่อไหร่ก็ได้ สบายสุด ๆ ไปเลย”
น่าเสียดายที่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงเกินไป
ไอน้ำอุ่นลอยเป็นสายขาว ม่านหมอกปกคลุม บดบังสายตา เงาไผ่บนฉากกั้นดูคล้ายกับที่อยู่นอกเรือนย่งเก๋อ นางค่อย ๆ หลับตาลง อดนึกถึงรอยยิ้มอ่อนโยนของซ่งจื่ออานที่ยืนอยู่ข้างกระจกน้ำแข็งไม่ได้
ใบหน้าของเขางดงามดั่งหปานอาน สง่างามมีเสน่ห์ หากไม่ใช่เพราะความหม่นหมองระหว่างคิ้ว แม้ไม่ยิ้มก็ยังเห็นประกายสดใสดั่งแสงอรุณ เขาอายุเพียงยี่สิบสองปี ทำไมถึงได้เคร่งขรึมเช่นนี้
“เขาก็น่าสนใจดีนะ”
หงเฉินวักน้ำราดบนลำคอ ยิ้มน้อย ๆ ใต้แสงเทียนสลัว
“ข้าแค่บ่นไปสองสามคำ เขาก็จัดการสำนักดอกไม้ให้แล้ว น่ารักดีนะ…สมแล้วที่เป็นบิดาของเจาหยางลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ ”
นางหยุดครู่หนึ่ง ลืมตาขึ้นมองฉากกั้น
“แต่ไม่รู้ว่าอันหรูอี้นั้น เป็นคนเช่นไร ถึงได้รับความไว้วางใจจากผู้คนมากมาย ได้บันทึกในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ก่อน ได้ฉายาว่าหงส์สวรรค์ งามล้ำโลกมีเพียงผู้เดียว ทำไมถึงไม่ได้เป็นฮองเฮานะ”
ไอน้ำเข้าตา หงเฉินก้มหน้าในถังน้ำ นวดคอที่เกร็งเกินไป แล้วยิ้มพูด
“ฮองเฮาก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีหรอก สบายกว่าเป็นพระสนมเสียอีก”
น้ำอุ่นทำให้ผมเปียก นางหายใจลึก รวบผมไว้ด้านหน้า บนไหล่ขาวผ่องมีหยดน้ำส่องประกายระยับ แสงเทียนสลัวทำให้เงาด้านหลังดูเลือนราง ราวกับไม่ใช่คนจริง ๆ
นิ้วมือลูบไล้จากแขนลงมา จากเอวถึงขา ผ้าขาวนวลเช็ดผ่านผิวทุกนิ้ว หงเฉินถอนหายใจด้วยความสบาย
“นานแล้วที่ไม่ได้อาบน้ำสบายขนาดนี้ อยู่คนเดียวสบายจริง ๆ ”
นางเงยหน้า พิงคอกับขอบถัง หลับตาเบา ๆ แก้มขาวดั่งหยกแกะสลักระเรื่อแดง ริมฝีปากแดงเผยอเล็กน้อย เส้นผมหอมกลิ่นสบู่ ทันใดนั้น ลมหายใจนางเร่งเร็วขึ้นชั่วครู่ ใบหน้าแดงก่ำขึ้น ผ่านไปครู่หนึ่งจึงรีบลุกขึ้นจากถังอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เท้างามเล็กเหยียบพื้น ลมเย็นพัดมาจากที่ใดไม่ทราบ เป่าดับเทียน ทำให้นางสะท้านโดยไม่รู้ตัว นางหันหลัง ตั้งใจจะจุดเทียนใหม่ จู่ ๆ มีมือมาปิดปากนางไว้
หงเฉินตาเบิกกว้าง ม่านตาหดเล็ก ยื่นมือจะแกะมือนั้นออก แต่ไม่รู้ว่าถูกบีบตรงไหน ทั้งร่างอ่อนยวบ หมดแรงทันที แม้แต่เสียงร้องก็เปล่งไม่ออก
หงเฉินพยายามมองหน้าคนผู้นั้นด้วยความหวาดกลัว แต่ห้องมืดเกินไป แม้แต่แสงจันทร์ก็เหมือนแกล้งนาง ไม่มีแสงสว่างแม้แต่น้อย จนกระทั่งนางถูกวางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ระยะใกล้ขนาดนั้นก็ยังมองหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด
แต่ไม่นาน นางก็รู้ตัว ที่มองหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด ไม่ใช่เพราะนางตาบอด แต่เพราะอีกฝ่ายคลุมหน้าด้วยผ้าดำ
จากนั้นดวงตานางก็ถูกปิด
วันนี้เกิดอะไรขึ้น?! ทำไมทุกคนถึงมาหาเรื่องนาง?! นางยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย! ชายผู้นี้ต้องการทำอะไร?! เขา…
หงเฉินชะงักกึก ชายงั้นหรือ? จะไม่ใช่ซ่งจื่ออานปลอมตัวมาทดสอบนางหรอกนะ? นี่คือเรือนเหมันต์นะ มีองครักษ์เงาอยู่ทั่ว ใครจะเข้ามาได้ง่าย ๆ ?
หงเฉินสงสัยและหวาดกลัว นางรอให้คนผู้นั้นพูด การมาดึกดื่นเช่นนี้ต้องมีจุดประสงค์หากเป็นซ่งจื่ออานต้องพูดอะไรสักอย่างแน่
แต่เขาไม่พูดอะไรเลย แม้แต่ลมหายใจก็แทบไม่ได้ยิน หงเฉินสงบใจลงรับรู้ ใบหน้าพลันดำทะมึน นางรู้สึกถึงมือข้างหนึ่ง มือที่ลูบไล้ต้นขาอยู่
ต่างจากซ่งจื่ออานที่เร่งรีบจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง การเคลื่อนไหวช้า ๆ ยั่วยวนนี้ต้องเป็นการลวนลามแน่นอน!
“อื้ม!”
หงเฉินครางอย่างร้อนใจ
“พระชายา”
คนผู้นั้นเอ่ยปากขึ้น เป็นเสียงทุ้มแปลกหู
“ในที่สุดท่านก็กลับมา ข้ารอท่านมานาน ท่านคงไม่ลืมสิ่งที่เคยสัญญากับข้าหรอกนะ?”
หงเฉินตกใจยิ่งนัก อันหรูอี้มีศัตรูใหญ่เช่นนี้ด้วยหรือ? ไม่ถูก ท่าทางนี้ไม่เหมือนศัตรูใหญ่ กลับเหมือน…เหมือน…
ช่างเป็นไปไม่ได้
ชายคนนั้นจู่ ๆ ก็แยกขาของนางออก หงเฉินหายใจติดขัด น้ำตาเอ่อท่วมผ้าดำที่ปิดตาอยู่ มือของเขาลูบคลำต้นขาของนาง แล้วรวดเร็วขยับไปที่เอวด้านหลัง หงเฉินสีหน้าเย็นชา โทสะพลุ่งพล่าน แต่ไม่คิดว่าชายผู้นั้นจะกระโดดขึ้นเตียงกะทันหัน!
“อื้อ! อื้ออื้อ! อื้ออื้ออื้ออื้ออื้อ!”
ไสหัวไป! ไอ้ชั่ว! กล้าแตะต้องข้า ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย!
แต่ทว่า ไม่มีทางเลย
ชายผู้นั้นไม่สนใจการต่อต้านของนางเลยแม้แต่น้อย นิ้วมือของเขาจู่ ๆ ก็ลูบคลำท้องน้อยของนาง ส่วนที่นุ่มนิ่มนั้นไปสัมผัสกับสิ่งที่ร้อนผ่าวและแข็งแกร่ง หงเฉินเกือบจะเป็นลมด้วยความโกรธ นางขอสาบานด้วยศักดิ์ศรี นางไม่อยากรู้เลยแม้แต่น้อยว่านั่นคืออะไร!
“เมื่อครู่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
ชายผู้นั้นหัวเราะเสียงต่ำ
“มีน้ำด้วย”
หงเฉินชะงักเล็กน้อย ใบหน้าพลันแดงก่ำ
“อื้ออื้ออื้ออื้ออื้อ! อื้ออื้ออื้อ!”
ไอ้ชั่วช้า! กล้าแอบดูข้า!
ร่างกายหนักราวกับภูเขาจู่ ๆ ก็กดทับลงมา หน้าอกของหงเฉินถูกร่างกายอีกร่างที่อ่อนโยนปกคลุม ชายผู้นั้นแนบริมฝีปากกับใบหูของนาง หัวเราะเบา ๆ พลางกล่าว
“ชายาผู้สูงศักดิ์ ข้าจะปลดจุดชีพจรให้เจ้า เจ้าอย่าร้องนะ มิเช่นนั้น หากผู้อื่นเห็นเจ้าในสภาพเช่นนี้ เจ้าคงไม่มีที่ให้ซ่อนหน้าแล้ว เจ้าว่าใช่หรือไม่?”
“…”
แววฆาตกรรมวาบผ่านใบหน้า หงเฉินส่งเสียงอืมเบา ๆ
เขาใช้ร่างกายควบคุมการต่อต้านทั้งหมดของนาง หงเฉินรู้สึกถึงสิ่งที่แข็งแกร่งใต้ร่างกำลังถูไถอย่างไม่รู้ตัว กระแสความเสียวซ่านไหลผ่านเส้นเลือด หงเฉินสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ตระหนักว่าตนเองก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง
“ถ้าเช่นนั้น ตอบข้ามา”
ใครจะรู้ว่าในตอนนี้ น้ำเสียงของชายผู้นั้นพลันเย็นชาลง “เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
คนผู้นี้แปดในสิบส่วนต้องเป็นซ่งจื่ออานแน่! หงเฉินกัดฟัน
“ท่าน… ท่านวีรบุรุษ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่ชายาผู้สูงศักดิ์… อ๊ะ ท่านถอยออกไปหน่อย ข้า ข้า ข้าชื่อหงเฉิน เป็นแค่นางกำนัลที่เพิ่งเข้าวังเท่านั้น!”
“นางกำนัลจะเข้าเรือนเหมันต์ได้หรือ?”
ชายผู้นั้นไม่ถอยแต่กลับรุกคืบ พอร่างกายทั้งสองสัมผัสกัน ต่างก็เกร็งขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ราคะที่ไม่ได้สัมผัสมานานพุ่งตรงขึ้นศีรษะ ชายผู้นั้นกัดฟัน หอบหายใจพลางกล่าว
“รีบบอกมา เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่!”
องค์จักรพรรดิผู้สูงส่งถึงกับยอมตนเป็นโจรลามก!ซ่งจื่ออานเจ้าจำข้าไว้เถอะ!
“ท่านวีรบุรุษ ท่านไว้ชีวิตข้าเถิด”
แม้ในใจจะสาปแช่งนับพันคำ แต่บนใบหน้าก็ไม่อาจแสดงออกแม้แต่น้อย หงเฉินได้แต่ร้องไห้เสียงเบา
“ข้าไม่ใช่อันหรูอี้จริง ๆ ไม่ใช่จริง ๆ !”
ชายผู้นั้นหัวเราะเย็นชาพลางหรี่ตา มองร่างกายที่แดงระเรื่อ ปิดปากนาง ดวงตาวาบแววดุร้าย ยื่นมือคว้าร่างขาวนุ่มของนาง…