บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก - ตอนพิเศษ 99 เจ้าซาลาเปาน้อยมาแล้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก
  4. ตอนพิเศษ 99 เจ้าซาลาเปาน้อยมาแล้ว
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนพิเศษ 99 เจ้าซาลาเปาน้อยมาแล้ว

ปฏิทินสวรรค์ ปีที่หนึ่งแสนเก้าสิบแปด ต้นเหมันต์ หิมะตกต้องตามฤดูกาล

ศึกระหว่างมารกับเทพหนนั้นผ่านมาหนึ่งร้อยปีแล้ว ยามนี้หิมะแรกของปีโปรยปรายไล่จากแดนเทพเรื่อยมาจนถึงแดนปีศาจ แม้แต่แดนยมโลกที่ไม่เคยมีฤดูกาลก็ยังมีปุยหิมะขนาดเท่าขนห่านลอยละล่อง

นับตั้งแต่กระจกปี้คงถูกผนึก มันก็ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่มีพลังปราณเซียนเข้มข้นที่สุดของแดนเซียนโดยมีชิงสุ่ยเจินเหรินคอยเฝ้าดูแลด้วยตนเอง

วันนี้เป็นวันมหามงคลของแดนเซียน นั่นก็คือวันฉลองวันเกิดของท่านยอดเซียน เทพเซียนจากทุกสารทิศต่างพากันเดินทางมาร่วมอวยพร แม้แต่สำนักเชียนหลันก็มาด้วย

สิ่งที่ควรเล่าสักหน่อยก็คือหลังจากทางเชื่อมแดนเทพถูกเปิดออก เซียนไม่น้อยก็สำเร็จเป็นเทพขึ้นไปยังแดนเทพ บางครั้งก็มีเทพเดินทางมายังแดนเซียน แดนมารและแดนมนุษย์ ทำให้พลังปราณในแดนกลางเข้มข้นขึ้นเล็กน้อย ชีพจรปราณที่แห้งขอดในแดนล่างก็ได้ท่านเทพบางองค์ซ่อมแซม ใต้หล้าจึงมีผู้ฝึกตนที่พลังร้ายกาจเพิ่มขึ้นมาจำนวนหนึ่ง เจ้าสำนักสวี่ ประมุขเหลยกับผู้พิทักษ์ใหญ่ต่างทยอยสำเร็จเป็นเซียนเดินทางไปยังแดนเซียนตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน

ยามนี้เจ้าสำนักเชียนหลันคือลู่หยวนเจิ่นอดีตผู้พิทักษ์สาม

หลิงจือเองก็ก้าวเข้ามาถึงขั้นมหายานแล้ว นางห่างจากการบรรลุเป็นเซียนอีกเพียงก้าวเดียว หนนี้นางก็ได้รับคำเชิญด้วย

ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่าง หลิงจือก็เก็บข้าวของเรียบร้อย เตรียมตัวพร้อมออกเดินทางไปแดนเซียน ระหว่างที่เดินผ่านกลุ่มศิษย์ใหม่ สีหน้าของนางก็ชะงักไปวูบหนึ่งแล้วเดินเข้าไปหา

ในสำนักศิษย์ใหม่ ศิษย์ที่เพิ่งเข้าสำนักกำลังเข้ารับการทดสอบเดือนแรก

ผู้ดูแลหลิวกลายเป็นผู้พิทักษ์แล้ว อวี๋เจี๋ยก็รับช่วงต่อดูแลสำนักศิษย์ใหม่ คุณชายน้อยหรงวันนี้ก็กลายเป็นคุณชายใหญ่หรงแล้ว เขากลายเป็นพ่อครัวพลังปราณคนแรกของสำนักเชียนหลัน เขามาที่นี่เพื่อเฟ้นหาศิษย์ใหม่ที่มี ‘ศักยภาพ’ สักสองสามคน เพื่อที่วันหน้าจะได้เดินตามรอยเขาทำให้ห้องครัวได้เฉิดฉาย

“รากปราณครึ่งเดียว!” ศิษย์เอกคนหนึ่งมองตัวอักษรบนหินทดสอบแล้วประกาศออกมา

ศิษย์ที่มีรากปราณครึ่งเดียวสีหน้าหม่นหมองถอยออกไป มาอยู่ได้หนึ่งเดือนแล้วแต่รากปราณที่เคยเต็มกลับถดถอยมาเหลือรากปราณครึ่งเดียว ดูท่าคงจะได้เก็บสัมภาระจากไปแล้ว

ศิษย์หญิงอายุสิบสองสิบสามปีคนหนึ่งก้าวออกมาอย่างกังวล นางวางมือเรียวสวยขาวผ่องลงบนหินทดสอบ ทันใดนั้นก็เห็นหินเปล่งแสงเป็นสีน้ำเงินเข้ม

ทุกคนอุทานตกตะลึง

ศิษย์เอกบอกด้วยสีหน้ายินดีปรีดา “รากปราณน้ำ ระดับบน!”

“สวรรค์ นางเพิ่งจะเข้ามาได้นานเท่าใดก็มีรากปราณระดับบนแล้ว ความเร็วการฝึกตนเช่นนี้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าประมุขหลิงเมื่อในอดีตเสียอีก! ไม่เสียทีเป็นศิษย์อัจฉริยะของรุ่นนี้ มิน่าจึงถูกเจ้าสำนักลู่รับเป็นศิษย์สายตรง!”

“ใครว่าไม่ใช่เล่า”

“ได้ยินว่ามาจากชนบท ระหว่างทางขอทานมาจนเกือบจะหิวตาย ยังดีที่ผู้ดูแลอวี๋ไปพบเข้า”

“ตอนนั้นประมุขหลิงก็มาจากชนบทเหมือนกันนี่”

ศิษย์ใหม่ทั้งหลายซุบซิบพูดคุยกันอย่างอิจฉา

หลิงจือมองแม่นางน้อยคนนั้นด้วยสายตาปลื้มใจ แม่นางน้อยรูปร่างผอมบางจนเห็นชัดว่าเสื้อผ้าหลวมโพรก หลังจากนางเดินกลับลงมาจากแท่นทดสอบ นางก็ดีใจจนก้าวเท้าซวนเซอยู่นิดๆ ตอนที่นางมานั่งบนอัฒจันทร์ด้านข้าง นางก็หยิบยันต์แคล้วคลาดแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ นางปาดน้ำตาพร้อมกับคลี่ยิ้ม

สายตาของหลิงจือมองบนที่ว่างข้างกายนาง นางเหมือนจะมองเห็นเฉียวเวยเวยตอนอายุสี่ขวบนั่งเลียถังหูลู่อยู่อย่างสงบเสงี่ยมอยู่ตรงนั้น

‘หลิงจือ กิน’

‘ข้าไม่กิน เจ้ากินเถิด’

‘โอ้’

จู่ๆ ลำคอของหลิงจือก็มีก้อนสะอื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ

“เหอะ รากปราณน้ำมีอะไรน่าอวดนักหนา เพ้อฝันจะไปเทียบกับประมุขหลิง ไม่รู้หรือว่าประมุขหลิงมีรากปราณผสมที่แสนหายากในหกดินแดน”

เด็กสาวสวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อนคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าหยิ่งยโส

นางก็เป็นศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักเช่นกัน บิดาของนางคือเซียนที่มีรากปราณสายฟ้า มารดาเป็นมนุษย์ธรรมดา นางเกิดมาก็คือรากปราณสายฟ้าครึ่งหนึ่ง พรสวรรค์ระดับนี้เทียบกับฉินหลิงเอ๋อร์เมื่อตอนนั้นมีแต่ดีกว่าไม่ด้อยกว่า นางก็เป็นศิษย์สายตรงที่เจ้าสำนักรับเอาไว้เช่นกัน

นางเดินไปตรงหน้าแม่นางน้อยคนนั้นอย่างไม่รีบร้อน แล้วก้มมองนางจากด้านบน “เคล็ดวิชาที่อาจารย์สอนท่องได้แล้วหรือยัง ตำราที่ศิษย์พี่ทั้งหลายมอบให้อ่านจบแล้วหรือไม่ อักษรคัดเสร็จแล้วหรือไม่”

แม่นางน้อยส่ายหน้าอย่างหวาดกลัว

นางกอดอกแล้วแค่นเสียงหยันอย่างดูแคลน “ถ้าเช่นนั้นเจ้ายังจะมานั่งดีใจโง่ๆ ปล่อยเวลาเสียเปล่าอยู่ที่นี่อีกหรือ คิดว่าพรสวรรค์เพียงเท่านี้น่าดีอกดีใจแล้วหรือไร เจ้าเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”

แม่นางน้อยลุกขึ้นยืนอย่างเศร้าสร้อย นางกำลังจะกลับห้องไปฝึกก็เห็นหลิงจือยืนอยู่ตรงหน้า นางตกใจก้มตัวลงไปทันที “ประมุขหลิง!”

เด็กสาวรากปราณสายฟ้าได้ยินนางเอ่ยคำเรียกขานนั่นก็รีบหันหลังกลับไป นางมองหลิงจืออย่างตกใจกลัว แล้วค้อมกายคำนับทักทายว่า “ประมุขหลิง”

ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าประมุขหลิงเป็นคนเข้มงวดอย่างที่สุด การกลั่นแกล้งศิษย์น้องของตนเองเช่นนี้ต้องถูกประมุขหลิงลงโทษอย่างแน่นอน ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจก็คือประมุขหลิงไม่เอ่ยสักคำ นางเพียงพยักหน้าให้นิ่งๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไป

เด็กสาวรากปราณสายฟ้าขาอ่อน นางตบหน้าอกตัวเองแล้วหอบหายใจหนักๆ “ข้ากลัวแทบตายๆ…”

หลิงจือเคลื่อนกายจากไปไกล เงาร่างสีม่วงอ่อนค่อยๆ ลับหายไปท่ามกลางรัศมีแสง คล้ายภาพมายาหลุดพ้นจากโลกีย์ งดงามไม่มีสิ่งใดเทียบเทียม

ทุกคนมองอย่างเหม่อลอย ดวงตาฉายแววอิจฉาอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ ไม่รู้ว่าอิจฉารูปโฉมที่ขันแข่งกับเทพธิดาบนสวรรค์ชั้นฟ้าได้ของนาง หรืออิจฉาพรสวรรค์ที่เทียมเท่าเผ่าเทพของนาง

ภายในเวลาสั้นๆ ร้อยปีนางก็เดินมาถึงก้าวที่จะบรรลุเป็นเซียน พลังระดับนี้ ในหกดินแดนน่ากลัวว่าคงไม่มีคนที่สอง

นับตั้งแต่หลิงจือปรากฎตัว สายตาของอวี๋เจี๋ยไม่ละออกจากร่างนางแม้แต่นิดเดียว ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อนยากที่ผู้ใดจะเข้าใจ

“ท่านแม่!” เจ้าซาลาเปาน้อยรูปงามดุจหยกสลักคนหนึ่งโผล่ศีรษะกลมดิกออกมาจากด้านหลังภูเขาจำลอง

ชั่วขณะนั้นใบหน้างดงามอันเย็นชาของหลิงจือพลันถูกย้อมด้วยสีหน้าอันอ่อนโยน นางยื่นมือออกมาแล้วย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าตัวน้อยคนนั้นไว้ในอ้อมแขน แต่เจ้าตัวน้อยกลับบิดร่างเล็กๆ ของตัวเองไถลลงมาแล้วบอกว่า “ข้าโตแล้ว จะให้ท่านแม่อุ้มอีกไม่ได้ ข้าอาย!”

หลิงจือบีบจมูกเล็กๆ ของเขาแล้วอมยิ้มบอกว่า “ได้ๆ มู่เอ๋อร์โตแล้ว ไม่ต้องการท่านแม่แล้ว”

หลิงจือยิ้มอย่างปลื้มใจ

สองแม่ลูกจูงมือกัน หลิงจือก้าวเดินอย่างสุขุมงามสง่า มู่เอ่อร์น้อยกระโดดโลดเต้นตาม เขาฮัมเพลงเดินลงเขาอย่างมีความสุข

ศิษย์กลุ่มหนึ่งเห็นแม่ลูกที่รูปโฉมโดดเด่นเกินผู้อื่นคู่นี้ก็รู้สึกว่าทิวทัศน์อันงดงามของสำนักเชียนหลันหม่นสีลง

“เป็นบุตรของผู้ใดกันแน่นะ”

“ไม่รู้สิ แต่ข้าได้ยินมาว่าวันที่มู่เอ๋อร์น้อยเกิด ท้องนภาของแดนกลางแทบจะถล่มลงมา กฎสวรรค์ของแดนกลางทนรับตัวตนของเขาไม่ได้ เขาน่าจะมีกายาเซียน!”

“เกิดมาก็เป็นเซียนเลยหรือ”

มู่เอ๋อร์น้อยบ่นในใจ เซียนอะไรเล่า เขาแค่เกิดมาเป็นเซียนที่ไหนกัน เขาเป็นเทพต่างหาก!

แต่ท่านแม่ไม่ให้เขาเปิดเผยร่างจริงของตนเอง

มู่เอ๋อร์น้อยคิดอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

สองแม่ลูกใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเพียงประเดี๋ยวเดียวก็เดินทางมาถึงตำหนักเซียน

วันนี้ตำหนักเซียนงดงามตระการตาอย่างแท้จริง มันครึกครื้นต่างจากปกติ ผู้ฝึกตนที่มีชื่อเสียงจากดินแดนต่างๆ ล้วนมากันพร้อมหน้า เผ่ามารก็ได้รับสาส์นเชิญเช่นเดียวกัน แต่ท่านจอมมารยังไม่ปรากฏตัวได้ยินว่านางตามหาหนทางคลายผนึกมาตลอด นางใช้กำลังพลทั้งหมดของเผ่ามาร แม้แต่ ‘เจ้าปลาอ้วน’ ฉินเซวียนตัวนั้นกับจิตตั้งต้นของโหราจารย์หญิงก็ถูกนางใช้งานเยี่ยงทาสส่งไปตามหาวิธีปลดผนึกทั่วทุกสารทิศ

หลิงจือเดินเข้ามาในประตูใหญ่ของตำหนักเซียน เสียงดนตรีก้องกังวานลอยเข้ามาปะทะใบหน้า ดวงตาของมู่เอ๋อร์น้อยเป็นประกายวิบวับ เขามองเซียนน้อยที่เล่นกันอยู่ตรงลานเต้นรำใกล้ๆ แล้วกระโดดไปมาอย่างตื่นเต้น “ท่านแม่ๆ ข้าอยากไปดู!”

หลิงจือปล่อยมือเขา แล้วลูบหน้าผากของเขาเบาๆ “ไปเถิด”

มู่เอ๋อร์น้อยเผ่นแผล็วไปทันใด!

เขามีกายาของเทพ เล่นกับมนุษย์ธรรมดาก็มักจะกลัวว่าหากไม่ทันระวังเพียงนิดจะทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตน้อยๆ ของตนไป เล่นกับเซียนน้อยทั้งหลายดีกว่า ล้มไปก็ทนไหว!

ลานเต้นรำมีเสียงร้องโอดโอยของเซียนน้อยดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลิงจือส่ายหน้า กำลังจะไปจับลูกชายกลับมา ทว่าเพิ่งหมุนตัวก็มีเงาร่างสูงตระหง่านร่างหนึ่งขวางนางเอาไว้

เวลาหนึ่งร้อยปีสำหรับมนุษย์ธรรมดาอาจยาวนานอย่างยิ่ง ทว่าในสายตาเทพองค์หนึ่งมันเป็นเวลาเพียงชั่วดีดนิ้วมือ อวิ๋นเยี่ยหน้าตาไม่เปลี่ยนไปแต่อย่างใด เขายังคงหล่อเหลาเยาว์วัย สง่างามเหนือผู้ใด แต่หลิงจือกลับลบเลือนความไร้เดียงสาเช่นสาวน้อยไปแล้ว นางมีความอ่อนหวานและสง่างามของมารดาเพิ่มขึ้นมาแทน

อวิ๋นเยี่ยจับจ้องมองนาง

แต่นางไม่อยากสนทนากับอวิ๋นเยี่ย

นางเดินหลบไปทางซ้าย อวิ๋นเยี่ยก็ขยับมาทางซ้าย

นางเดินหลบไปทางขวา อวิ๋นเยี่ยก็ขยับไปทางขวา

นางเงยหน้ามองอวิ๋นเยี่ยด้วยแววตาเฉยชา “ท่านเจ้าตำหนักมีธุระใดหรือ”

ริมฝีปากบางของอวิ๋นเยี่ยเผยอพูดแผ่วเบา “ลูกชายของข้าหรือ”

หลิงจือยิ้มเย็นชา “ลูกของท่านที่ไหนกัน”

อวิ๋นเยี่ยโต้ “อย่ามาหลอกข้า”

หลิงจือยิ้ม “ตอนนั้นท่านดูข้าดื่มยาห้ามครรภ์ด้วยตาตนเอง ข้าจะให้กำเนิดลูกของท่านได้อย่างไรเล่า”

อวิ๋นเยี่ยหันขวับ แววตาครุ่นคิดจับจ้องบนใบหน้าน้อยอันหล่อหลาดุจหยกสลักของมู่เอ๋อร์น้อย

หลิงจือยิ้มเย็นชา “ไม่ต้องมองแล้ว ไม่ใช่ลูกของท่าน”

อวิ๋นเยี่ยหรี่ตา “ไม่ใช่ของข้า แล้วเป็นของผู้ใด”

“เรื่องนั้นมิเกี่ยวข้องกับท่าน” หลิงจือมองเขาแล้วยิ้มอย่างเย็นชา จากนั้นนางก็ไม่สนใจเขาอีก แต่หมุนตัวไปทางลานเต้นรำแล้วจูงมือลูกชายจากไป

อวิ๋นเยี่ยโมโหจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน!

หน้าตาเหมือนเขายังกับแกะชัดๆ! ยังกล้าบอกว่าไม่ใช่ลูกของเขาอีกหรือ!

สตรีนางนี้ช่างขวัญกล้าขึ้นทุกทีแล้วจริงๆ!

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนพิเศษ 99 เจ้าซาลาเปาน้อยมาแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
2023-06-19
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
2022-08-10
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
2024-02-25
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
2023-02-11

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน