เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นภรรยาคนโปรดของหัวหน้ากองพัน - บทที่ 2205 ตอนนี้มาถึงเวลาแห่งชีวิตและความตาย
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นภรรยาคนโปรดของหัวหน้ากองพัน
- บทที่ 2205 ตอนนี้มาถึงเวลาแห่งชีวิตและความตาย
บทที่ 2205 ตอนนี้มาถึงเวลาแห่งชีวิตและความตาย
หลี่ซิงเฉินพูดว่า “พวกคุณมาได้เวลาดีจริง ๆ วันนี้ที่นี่พอดีมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ มาเยี่ยม ได้ยินว่าคุณเหมยกุยอยู่ที่นี่ เขายินดีมาก โดยเฉพาะเปลี่ยนกำหนดการเพื่อเตรียมพบกับคุณเหมยกุยด้วย!”
เจียงหว่านและเฉียวเหลียนเฉิงพร้อมคนอื่น ๆ “……”
เสร็จกัน นี่มันฉากเสียหน้าขนาดใหญ่เลย
เฉียวเหลียนเฉิงและพวกเขาไม่รู้ว่าเหมยกุยรู้จักกับสมาชิกสภานิติบัญญัติหรือเปล่า
แต่พวกเขาต้องรู้ดีว่าเจียงหว่านรู้จักหรือไม่รู้จัก
เจียงหว่านก็แค่พลเมืองธรรมดา ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยออกนอกประเทศเลยด้วยซ้ำ จะไปรู้จักสมาชิกสภาได้อย่างไร
คนในครอบครัวย่อมรู้เรื่องของตัวเอง
เฉียวเหลียนเฉิงกับไห่จิ่งยืนอยู่ข้างหลังเจียงหว่าน
วันนี้มาในฐานะบอดี้การ์ด จึงแยกยืนอยู่ทางซ้ายและขวา
เมื่อหลี่ซิงเฉินพูดประโยคนี้จบ หัวใจของทั้งสองคนก็บีบรัดอย่างแสนสาหัส แต่บนใบหน้ายังต้องแสดงสีหน้าเฉยเมยสงบเสงี่ยม
ทว่า ในที่ที่คนอื่นมองไม่เห็น ไห่จิ่งแอบทำภาษามือให้เฉียวเหลียนเฉิงอย่างแนบเนียน
เฉียวเหลียนเฉิงเห็นแล้วก็ตอบกลับด้วยภาษามือเช่นกัน!
คนทั้งสองบรรลุข้อตกลงกันในทันที
รอเดี๋ยวถ้าจริง ๆ ไม่ไหวจะต่อกรกับพวกเขา
ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็จะสู้กับพวกเขาตรง ๆ เฉียวเหลียนเฉิงถนัดการจู่โจมสังหาร ดังนั้นจะเข้าจับหลี่ซิงเฉินเป็นตัวประกันในทันที ส่วนไห่จิ่งจะคุ้มกันเจียงหว่านให้หลบหนี
ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยง เฉียวเหลียนเฉิงและคนอื่น ๆ ได้วางแผนไว้หลายแผนแล้ว
หนึ่งในแผนนั้นก็คือ หากการเจรจาไม่ลงรอยและเกิดการแตกหัก พวกเขาจะถอนตัวและหลบหนีได้อย่างไร!
แม้ว่าเหล่าสิบสองนักษัตรจะไม่ได้โผล่หน้าออกมาเท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วได้เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว
หากไม่ได้ผลก็คงต้องต่อสู้กันจริงจัง
แม้พวกเขาจะรู้ดีว่าการทำเช่นนั้นอาจไม่มีโอกาสหนีออกไปได้ และผลลัพธ์สุดท้ายน่าจะต้องตายอยู่ที่นี่
แต่ถ้าไม่ลองสักครั้ง ก็คงไม่สบายใจ
พวกเขายังมีไพ่ตายอีกใบ นั่นคือ นักล่าเมือง
กลุ่มนักล่าเมืองในเมืองนี้ได้ก่อตั้งเป็นพันธมิตรแล้ว ภายใต้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของพันธมิตรนี้ มีหลายสถานที่ในเมืองที่สามารถใช้เป็นจุดหลบภัยชั่วคราวได้
แม้แต่ตำรวจก็หาไม่เจอ แต่ที่นั่นจำเป็นต้องจ่ายเงิน!
นี่ก็เป็นสิ่งที่คงหลิงบอกพวกเขาไว้ ดังนั้นด้วยการรับประกันข้อนี้ เจียงหว่านและเฉียวเหลียนเฉิงยังมีกำลังที่จะต่อสู้ได้
แน่นอนว่านี่คือเส้นทางที่จะเดินได้เฉพาะเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ เพราะถ้าเป็นไปได้ก็คงไม่เลือกทางนี้
หัวใจของทั้งสามคนเต้นระรัว ขณะที่ฮันอิงและหลี่เฉิงเซ่อ กลับดูอยากรู้อยากเห็น
พวกเขาก็อยากรู้มากว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนไหนมา
เหมยกุยมีความสัมพันธ์กับพวกเขาอย่างไร?
ตอนนี้เจียงหว่านกลับสงบลงมาแล้ว
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ท่าทางและกิริยาต่าง ๆ ดูสง่างามก่อนจะถามว่า “ไม่ทราบว่าเป็นสมาชิกสภาท่านไหน เพราะที่อเมริกันมีสมาชิกสภาหลายร้อยคน”
หลี่ซิงเฉินรีบพูดว่า “คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไอเรล”
เจียงหว่านยิ้มเบา ๆ “น่าเสียดายจริง ๆ ฉันไม่มีความจำเกี่ยวกับท่านนี้เลย ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีโอกาสได้รู้จักกัน”
“ไม่เป็นไรหรอก ที่ได้เจอกันที่นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ”
“ที่มีโอกาสได้รู้จักกับท่านสมาชิกสภาอีกคนหนึ่ง แล้วได้คุยกันก็ดีนะ”
หลี่ซิงเฉินได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างจนดั่งดอกไม้บาน
ต่อมาบรรยากาศก็เปลี่ยนไป เขาเสนอความต้องการว่า “ฉันอยากเชิญคุณเหมยกุยมาช่วยให้คำแนะนำที่เครือเจ็ดดาวของฉันหน่อย”
หลี่ซิงเฉินพูดว่า “พวกเราอยากจะลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เรามีความชื่นชอบเป็นพิเศษ”
“กลุ่มธุรกิจของเราได้ลงทุนความพยายามอย่างมากและใช้เงินจำนวนมากในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์”
“จากที่ฉันทราบมา คุณเหมยกุยได้เปิดโรงงานอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งในเมืองอันเฉิงและนำเข้าอุปกรณ์จำนวนมากจากสหรัฐอเมริกัน”
“อุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้ยินมาว่าคุณต้องการผลิตนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ทราบว่าคุณจะสามารถแบ่งปันเทคโนโลยีของคุณกับเราได้หรือไม่”
“แน่นอนว่าเราจะไม่เอาไปเปล่า ๆ เราสามารถให้ผลตอบแทนแก่คุณได้”
เจียงหว่านยิ้มบาง ๆ และมองไปที่หลี่ซิงเฉินด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนเห็นทะลุทุกอย่างแล้วพูดว่า
“คุณต้องทราบว่าในอเมริกัน เทคโนโลยีทั้งหมดต้องมีสิทธิบัตร”
“โรงงานของเราได้ยื่นขอสิทธิบัตรแล้ว มีสิทธิบัตรนี้ หากที่อื่นต้องการใช้ก็ต้องจ่ายเงิน”
“นอกจากค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิบัตรแล้ว ส่วนเพิ่มเติมนั่นแหละคือส่วนแบ่ง”
สีหน้าของหลี่ซิงเฉินดูไม่ค่อยดีนัก เจียงหว่านมองเห็นชัดเจนว่าเนื้อบนใบหน้าเขากระตุกเล็กน้อย
เธอไม่สนใจเลย พูดต่อไปว่า “จะสามารถได้ความร่วมมือตามเจตนานี้หรือไม่ ยังต้องดูว่าความจริงใจของคุณหลี่มีมากน้อยแค่ไหน!”
“ถ้ามีกำไรให้ทำ ฉันย่อมยินดีตกลง ไม่มีใครอยากเป็นศัตรูกับเงิน”
“ยังไงซะ ข้างหลังฉันยังมีสมาชิกสภาหลายคนรอแบ่งเงินอยู่เลย แต่ถ้าคุณให้น้อยเกินไป พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับคุณเลย”
รอยยิ้มของหลี่ซิงเฉินแข็งทื่อลง กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขากระตุกไปตาม ๆ กัน
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจมาก แต่ก็ไม่กล้าระเบิดอารมณ์!
จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้คิดจะเอาแบบฟรี ๆ เพียงแต่อยากลองดูว่าจะต่อรองราคาให้ถูกลงได้ไหม ถ้าราคาตลาดค่าลิขสิทธิ์สิทธิบัตรต่อปีคือ 1 ล้านหยวน เขาก็หวังว่าจะสามารถซื้อมาได้ในราคา 500,000 หยวน
เพราะในความคิดของเขาตระกูลเจ็ดดาวก็ได้สละที่ดินแปลงหนึ่งให้เหมยกุยแล้ว
ที่ดินแปลงนี้แม้จะถือเป็นการลงทุน แต่ก็ต้องมีผลประโยชน์บ้างสิ คงไม่ใช่ว่าจะให้ที่ไปฟรี ๆ แล้วยังเอาเงินไม่ได้อีกใช่ไหม
เจียงหว่านมองทะลุความคิดของเขา จึงไม่ให้โอกาสเขาเลย
หลังจากปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา บรรยากาศระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ตึงเครียดลง
ขณะนั้นเอง มีคนมารายงานจากข้างนอกว่า “มีชาวอเมริกันคนหนึ่งมา บอกว่าเขาชื่อ ไอเรล”
หลี่ซิงเฉินได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว ขณะเดินก็พูดไปว่า “คุณไอเรลมาแล้ว พวกเราไปต้อนรับกันเถอะ!”
เจียงหว่านกลับไม่ขยับเขยื้อน
เจียงหว่านไม่ได้เคลื่อนไหว เฉียวเหลียนเฉิงและไห่จิ่งที่อยู่ข้างหลังเธอทั้งสองคนก็ไม่ได้ขยับเช่นกัน ทั้งสามคนยังคงอยู่ที่เดิม ทำในสิ่งที่ควรทำต่อไป
หลี่ซิงเฉินเดินมาถึงประตูหันกลับมามองอีกครั้ง เห็นว่าเจียงหว่านไม่ได้ออกมาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก
พูดให้จริงจังแล้ว ภูมิหลังที่เจียงหว่านสะท้อนออกมาในตอนนี้ไม่ได้แตกต่างจากสมาชิกสภานี้มากนัก อย่างน้อยหลี่ซิงเฉินตอนนี้ก็ไม่กล้าไปยุ่งเกี่ยว
เขาเลยออกไปต้อนรับคนเดียว ผ่านไปประมาณสิบกว่านาที หลี่ซิงเฉินพาไอเรลเข้ามา
ไอเรลเป็นชายผิวขาวอายุสี่สิบกว่าปี
รูปร่างสูงใหญ่ เมื่อเขาเดินเข้ามาก็เห็นทันทีว่าเจียงหว่านนั่งอยู่บนโซฟาไขว้ขา ท่าทางสง่างาม มือถือแก้วไวน์แดงอยู่
ดวงตาของเขาสว่างวาบขึ้น เจียงหว่านตอนนี้มีรูปร่างที่ดี บุคลิกภาพก็ดีมาก
ใบหน้ายังคงเป็นของเหมยกุย ซึ่งเธอเป็นคนสวยมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ดังนั้น แม้ว่าเหมยกุยจะอายุสี่สิบกว่าแล้ว ก็ยังคงทำให้คนตาสว่างได้
ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ได้ทำให้หลี่เฉิงเซ่อหลงใหลจนหัวปั่นป่วนได้หรอ
หลี่ซิงเฉินเดินมาแนะนำกัน เจียงหว่านเห็นคนมาแล้ว ก็ไม่สามารถนั่งอยู่ได้
จึงลุกขึ้นยืนทักทาย
หลังจากทักทายกันเสร็จ ก็นั่งลง
ไอเรลมองดูเจียงหว่านแล้วพูดว่า “ได้ยินว่าคุณเหมยกุยมีความร่วมมือกับสมาชิกสภา ไม่ทราบว่าคุณร่วมมือกับสมาชิกสภาคนไหนครับ”
ขณะนี้ฝ่ามือของเจียงหว่านเต็มไปด้วยเหงื่อ เธอควรจะตอบอย่างไร
อาจจะพูดได้ว่า คำตอบประโยคนี้ของเธอจะเป็นตัวกำหนดชีวิตและความตายของพวกเขาทั้งหมด