บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ - บทที่ 695 คนสกุลเยว่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
  4. บทที่ 695 คนสกุลเยว่
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 695 คนสกุลเยว่

สิบวันต่อมา ที่เมืองเยว่เฉิง ในตอนเช้า ทันทีที่ประตูเมืองเปิด คนทั้งสี่ก็ได้ยื่นทะเบียนราษฎร์ปลอมให้ที่ด่านตรวจ คนเหล่านี้ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นถังหลี่และคนอื่นๆนั่นเอง

“มาจากเมืออวิ๋นเฟิงหรือ?” เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดูทะเบียนราษฎร์ของพวกเขา เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร จึงได้ปล่อยพวกเขาเข้าเมืองไป

เมื่อเห็นว่าผ่านการตรวจสอบเข้าเมืองไปได้อย่างไม่มีปัญหา พวกเขาถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก คาดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่เมืองอวิ๋นเฟิงคงจะถูกปิดเอาไว้เป็นอย่างดี อู๋คูคงยังไม่ได้ส่งข่าวเรื่องอู๋หลี่ที่ยังมีชีวิตอยู่ให้อู๋เจี๋ย

ทั้งสี่คนเข้าไปในเมือง

“ไปบ้านสกุลเยว่ก่อนเถอะ” หวังหยูเอ่ยปาก

ธิดาเทพอยู่ในวิหาร และเป็นไปได้สูงว่านางจะถูกคนของอู๋เจี๋ยอารักขาอยู่อย่างแน่นหนา ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้พบกับนาง

พวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากสกุลเยว่ หวังหยูเป็นคนในสกุลเยว่ เขาจึงคิดพึ่งพาคนในสกุลเดิมของเขา

ระหว่างการเดินทาง ถังหลี่ได้ฟังเรื่องราวของชนเผ่าอู๋จากหวังหยูในหลายแง่มุม เด็กที่มีตราประทับดอกบัวเพลิงหกกลีบในคัมภีร์นั้นเป็นบรรพบุรุษของเขาเอง ในคัมภีร์เขียนเอาไว้ว่าธิดาเทพจันทราโปรดปรานชื่นชอบเด็กผู้นั้นมาก ถึงกับให้เขาใช้นามสกุลว่าเยว่ (แปลว่า ดวงจันทร์)

สกุลเยว่ได้สืบเชื้อสายรุ่นต่อรุ่นและได้กลายเป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเผ่าอู๋ หากสกุลเยว่เป็นตระกูลเก่าแก่ สกุลเหยาก็เป็นสกุลใหม่ที่เกิดขึ้นในภายหลัง

เมื่อประมาณสามร้อยปีมาแล้ว บรรพบุรุษของสกุลเหยาเป็นคนขุดแร่หยกในป่า เขาได้ช่วยเหลือธิดาเทพที่หลงทางเอาไว้ จึงได้เป็นผู้มีพระคุณของธิดาเทพ จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น สกุลเหยาจึงได้เติบใหญ่ขึ้น หลังจากผ่านไปสามร้อยปี จึงได้กลายเป็นสกุลที่มีชื่อเสียงพอๆ กับสกุลเยว่

ทั้งสี่คนขี่ม้าไปตามถนนในเมืองเยว่เฉิง ซานเป่ามองทุกอย่างรอบตัวอย่างอยากรู้อยากเห็นด้วยดวงตากลมโตของนาง

ถังหลี่ก็อยากรู้อยากเห็นเช่นเดียวกัน นี่คือเมืองเยว่เฉิง เป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเผ่าอู๋

อาคารบ้านเรือนล้วนเป็นกำแพงสีแดงและมีกระเบื้องสีดำ ที่ราวบันไดมีการแกะสลักลวดลายทาสีดูแล้วแปลกใหม่กว่าที่เคยเห็น

ชาวเมืองพากันตื่นแต่เช้า ผู้คนออกมาเดินขวักไขว่ตามท้องถนน เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเรียบง่ายเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มของถังหลี่ ภาษาที่ใช้คล้ายคลึงกับภาษาที่ใช้กันทั่วไป นอกจากนั้นแล้วสถาปัตยกรรมและการใช้ชีวิตประจำวันยังมีความคล้ายคลึงกับโลกภายนอก

ถังหลี่ได้ยินหวังหยูเล่าว่าร้อยปีก่อนหน้า มีคนนอกเผ่าได้บังเอิญเดินทางเข้ามายังเผ่าอู๋อย่างไม่ตั้งใจ เขาเป็นหมอและรักษาโรคระบาดที่เกิดขึ้นในเผ่าอู๋ แม้ว่าเผ่าอู๋จะไม่ต้อนรับคนภายนอก แต่ทว่าคนผู้นี้กลับเป็นข้อยกเว้น พ่อมดศักดิ์สิทธิ์ได้ประกาศต่อสาธารณชนว่า เทพเจ้าได้ทรงกรุณาส่งคนผู้นี้มาเพื่อช่วยเหลือคนในเผ่าอู๋ ต่อมาเขาได้กลายเป็นสหายคนสนิทของพ่อมดศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าอู๋ และได้รับความเคารพและศรัทธาจากชาวเมืองเป็นอันมาก

ภาษาพูดของชนเผ่าอู๋มีความซับซ้อนแต่พวกเขาไม่มีภาษาเขียน คนผู้นี้จึงได้ประดิษฐ์ตัวอักษรให้พวกเขา

เดิมทีเนื้อหาในคัมภีร์มีการถ่ายทอดกันแบบปากต่อปาก ต่อมาเมื่อมีการประดิษฐ์ตัวอักษรเกิดขึ้นจึงได้มีการบันทึกตามมาในภายหลัง

“พ่อมดศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว” มีเสียงคนตะโกนขึ้น ผู้คนที่เดินไปมาในตลาด ต่างแหวกทางให้มีทางสัญจรไปมาตรงกลางแล้วพากันนั่งคุกเข่าลง

ถังหลี่มองเห็นรถม้าเทียมกวางแล่นช้าๆ มาตามถนน หลังคารถม้าเป็นสีแดงเข้มมีผ้าม่านทั้งสองฝั่ง ภายในมีคนนั่งอยู่

ชายผู้นั้นสวมหน้ากากเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน รู้เพียงว่าเขามีท่าทางสง่างามและสูงส่ง ถังหลี่เหลือบมองชั่วครู่ จากนั้นจึงได้ดึงซานเป่าให้คุกเข่าลง หวังหยูและตู้เย่เองก็พากันนั่งคุกเข่าด้วยเช่นกัน พวกเขาสี่คนดูกลมกลืนไปกับชาวเมือง ไม่ได้ดูแปลกแยกแต่อย่างใด

หวังหยูกำหมัดแน่น เขาคิดถึงอาจารย์ของตนที่นอนจมกองเลือดเสียชีวิตไปอย่างน่าอนาถ ชายผู้นี้เป็นคนสังหารอาจารย์ ธิดาเทพและบิดามารดาของเขารวมไปถึงคนในสกุลเยว่อีกมากมาย!

เขาพยายามที่จะระงับอาการเกลียดชังที่พุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงจนทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาถึงกับบิดเบี้ยว

ตราบจนกระทั่งมีมือเล็กๆมาตบที่บ่าของเขาอย่างปลอบประโลม ทำให้หวังหยูสงบจิตใจอาฆาตพยาบาทของเขาลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขามองซานเป่าส่งยิ้มให้นาง

“หวังหยู เราจะล้างแค้นให้อาจารย์ของเจ้าอย่างแน่นอน” ซานเป่าโน้มตัวเข้าไปใกล้กระซิบที่หูของเขา

ใบหูของหวังหยูแดงขึ้น เขาไม่กล้าสบตาซานเป่าได้แต่พยักหน้ารับ

“อืม!”

พวกเขาเดินทางไปยังจวนสกุลเยว่ หลังจากอู๋เจี๋ยก้าวขึ้นสู่อำนาจ สกุลเหยาเฟื่องฟู สกุลเยว่ล่มสลาย ทุกคนต่างพากันรู้ดี แต่ถังหลี่ไม่ได้คาดคิดเลยว่า สกุลเยว่จะตกต่ำได้ถึงเพียงนี้

ป้ายหน้าจวนเยว่หายไป ประตูถูกปิดสนิท มีบ่าวเกียจคร้านผู้หนึ่งนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู

หวังหยูมองประตูบ้านสกุลเยว่ เขาตกอยู่ในภวังค์แห่งความทรงจำ

ตอนที่เขายังเป็นเด็กมาก เขาถูกส่งตัวไปอยู่กับอาจารย์ ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากนัก บิดามารดาจะพาเขากลับไปเยี่ยมเยียนสกุลเยว่เป็นบางครั้ง

ในความทรงจำยามเยาว์วัย จวนสกุลเยว่มีชีวิตชีวามาก มีแขกเหรื่อไปมาหาสู่อย่างสม่ำเสมอ แม้สกุลเยว่จะไม่ใคร่ต้อนรับแขกมากนักก็ตามที

สิบปีผ่านไป สิ่งต่างๆ ล้วนผันแปร ผู้คนล้วนเปลี่ยนไปเช่นกัน

ถังหลี่สังเกตเห็นอารมณ์ที่เศร้าหมองของเขา นางตบไหล่เขาเบาๆ

หวังหยูสุดลมหายใจ หันไปยิ้ม

“ข้าไม่เป็นอะไร”

หวังหยูเดินตรงไปยังประตู หาบ่าวที่เฝ้าอยู่ด้านหน้า คนผู้นั้นแปลกใจเมื่อเห็นคนเดินเข้ามาหา

“เจ้ามาหาใครหรือ? มาผิดบ้านหรือเปล่า?”

สกุลเยว่ ได้เปลี่ยนสถานะเป็นสกุลต้องโทษ ญาติสนิทมิตรสหายหรือผู้คนในสกุลอื่นที่แต่เดิมมีความสัมพันธ์อันดีต่อสกุลเยว่ก็พากันหลบลี้หนีหาย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้จึงแทบไม่มีใครไปมาหาสู่กันเลย บ่าวที่เฝ้าหน้าประตูจึงได้เอ่ยคำถามนี้ออกมา

“ข้ามาจากเมืองอวิ๋นเฟิง ท่านเจ้าเมืองให้ข้านำของขวัญมาแสดงความยินดีให้กับสกุลเยว่” หวังหยูกล่าว

หัวหน้าสกุลเยว่คนปัจจุบันคือท่านยายของหวังหยู ผู้เฒ่าเยว่ในความทรงจำของหวังหยูเป็นหญิงชราตัวเล็กๆ ท่าทีเคร่งครัด ไม่ค่อยยิ้มแย้ม ตอนที่เขายังเด็กจึงอดกลัวนางไม่ได้

ในคัมภีร์ที่ได้เขียนเอาไว้ เด็กที่ธิดาเทพจันทราทิ้งสัญลักษณ์ดอกบัวเพลิงเอาไว้ เป็นเด็กผู้หญิง ด้วยเหตุนี้ หัวหน้าสกุลเยว่จึงได้เป็นผู้หญิงมาตลอด

แต่เดิมหัวหน้าสกุลเยว่เป็นท่านป้าของเขา แต่นางได้เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีที่แล้วในฃ่วงที่เกิดเหตุวุ่นวาย ในตอนนั้นสกุลเยว่มีคนบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก ผู้เฒ่าเยว่จึงได้เป็นคนแบกรับสกุลเยว่ที่ตกต่ำเอาไว้ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

“มาจากเมืองอวิ๋นเฟิงหรือ?” บ่าวที่มาต้อนรับมีความประทับใจกับเจ้าเมืองอวิ๋นเฟิงไม่น้อย เขาเป็นแขกเพียงไม่กี่คนที่ได้ไปมาหาสู่กับสกุลเยว่มาโดยตลอดสิบปีที่ผ่านมา

“ขอบคุณ” หวังหยูกล่าว

พวกเขาพากันเดินตามเข้าไปในจวนสกุลเยว่ ภายในจวนรกร้างและทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ราวบันไดเริ่มเปลี่ยนสี ทางเดินที่ปูด้วยกระเบื้องเว้าแหว่ง ลำธารที่เคยมีน้ำใสไหลรินแห้งเหือด วัชพืชขึ้นจนรกเต็มไปหมด…

หวังหยูมองไปรอบๆ ความทรงจำมากมายในวัยเด็กผ่านเข้ามา เขาอดขมวดคิ้วและเศร้าใจไม่ได้เมื่อเห็นซากปรักหักพังของสกุลเยว่ที่ครั้งหนึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในสายตาของเขา

“ท่านผู้มาเยือน ที่นี่เป็นโถงรับรองแขก ท่านกรุณารออยู่ที่นี่สักครู่ขอรับ” บ่าวที่พามาเชื้อเชิญให้พวกเขาเข้าไปรอ จากนั้นจึงได้หันหลังเดินจากไป

ทั้งสี่คนนั่งรออยู่ในห้องโถงรับรอง ระหว่างทางที่เดินมาถังหลี่ไม่ค่อยเห็นบ่าวนับใช้มากนัก คาดว่าสกุลเยว่อาจจะเหลือบ่าวไม่มาก จึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่มีใครมารับรองพวกเขา

ซานเป่ากระสับกระส่าย นางชะเง้อมองไปรอบๆ

“ท่านแม่ ข้าขอไปเดินเล่นได้หรือไม่เจ้าคะ?” นางหันไปถามมารดา

“ฮูหยิน ข้าจะเป็นคนพานางไปเอง” หวังหยูอาสา เขาเป็นคนสกุลเยว่ ถังหลี่จึงไม่ต้องกังวล นางพยักหน้าอนุญาต เด็กทั้งสองจึงออกไปจากโถงรับรอง

จวนสกุลเยว่มีขนาดใหญ่มาก หากหวังหยูไม่ได้เป็นคนพามาเอง ซานเป่าอาจจะหลงทางไปแล้ว ทั้งคู่เดินไปจนถึงลานบ้านแห่งหนึ่ง เห็นประตูลงกลอนเอาไว้อย่างแน่นหนามีเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังมาจากภายในบ้าน

“เสิ่นหลาง ท่านอยู่ไหน? เหตุใดจึงไม่มาหาข้า”

“ลูกของข้า ได้โปรดเถอะ ให้ข้าได้เห็นลูกของข้าด้วย”

เสียงร้องไห้คร่ำครวญ ดังก้องไปทั่วลานบ้านแห่งนั้น ซานเป่าแอบมองช่องว่างของประตู นางเห็นหญิงเสียสติอายุประมาณสี่สิบปี ใบหน้ามีริ้วรอยลึกเป็นร่องน้ำตา ราวกับว่านางหลั่งน้ำตามากเกินไปจนทำให้เกิดรอยเหล่านั้น ดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก

เสิ่นหลางคือใคร? เขาเป็นสามีของนางหรือ? เกิดอะไรกับลูกของนาง เหตุใดนางถึงไม่ได้เจอพวกเขา? ซานเป่าจินตนาการถึงเรื่องราวโศกนาฏกรรมเกี่ยวกับหญิงยากไร้ผู้หนึ่งที่ถูกสามีทอดทิ้งและพาลูกๆ ของนางไป ไม่อนุญาตให้นางได้เจอลูกของตนเอง หญิงสาวผู้นี้ช่างน่าเวทนา

“เจ้าเป็นใครกัน? มาที่นี่ได้อย่างไร?” เสียงตวาดดังขึ้นที่เบื้องหลัง ซานเป่าหันกลับมา หากหวังหยูก้าวเข้ามาปกป้องนางเอาไว้ที่ด้านหลังของเขา

ผู้ที่ส่งเสียงเป็นชายชราที่มีใบหน้าเคร่งขรึม จ้องมองพวกเขาอย่างไร้อารมณ์

หวังหยูจ้องชายชราที่อยู่ตรงหน้า พลันรู้สึกลำคอแน่น และเจ็บจมูกขึ้นมาในทันใด

ชายชราผู้นั้นมองหวังหยูเช่นกัน คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ราวกับคิดถึงบางอย่าง

“ท่านชื่ออะไร?” น้ำเสียงชายชราคาดหวังและตื่นเต้นไม่น้อย เขาคือลุงหรง เป็นพ่อบ้านของสกุลเยว่

ลุงหรงไม่มีบุตร เขาจึงดูแลหวังหยูเป็นอย่างดี เมื่ออาจารย์พาเขากลับบ้านสกุลเยว่ ลุงหรงจะมาหาเขา แอบเอาขนมอร่อยๆให้เขากิน สิบปีผ่านไปลุงหรงอายุมากขึ้น ผมของเขาขาวโพลนไปทั้งศีรษะ

ลุงหรงถามเขาว่าเขาเป็นใคร เขาอยากบอกตัวตนของเขากับพ่อบ้านชราผู้นี้ แต่ภาระที่ยิ่งใหญ่บนบ่าของเขาทำให้เขาไม่อาจที่จะเอ่ยปากบอกความจริงไปได้ ยิ่งมีคนรู้เรื่องนี้น้อยเท่าไหร่ เขาจะมีหนทางในการรอดชีวิตเพิ่มมากขึ้น

“พวกเราเป็นคนที่ท่านเจ้าเมืองอวิ๋นเฟิงส่งมามอบของขวัญให้ท่านหัวหน้าสกุลเยว่” ความคาดหวังในสายตาของลุงหรงเลือนหายไป ในชั่วขณะหนึ่งเขาคิดว่านายน้อยกลับมาแล้ว แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน? อู๋เจี๋ยจะปล่อยให้นายน้อยรอดชีวิตไปได้หรือ?

หัวใจของลุงหรงจมดิ่ง น้ำเสียงกลับไปเย็นชาเช่นเดิม

“ท่านเจ้าเมืองอวิ๋นช่างใส่ใจยิ่ง แต่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คนภายนอกจะมาเที่ยวชม ข้าจะพาพวกท่านกลับไปยังโถงรับรองเอง”

ซานเป่าและหวังหยูถูกพาตัวกลับไป ลุงหรงขอให้บ่าวนำชามารับรอง จากนั้นจึงได้เดินหันหลังจากไป

“หวังหยู ผู้หญิงคนนั้นคือใครหรือ?” ซานเป่ากระซิบถามเสียงเบาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“นางเป็นท่านป้าของข้าเอง” หวังหยูตอบเสียงทุ้มลึก

มารดาของเขามีพี่น้องผู้หญิงสี่คน ท่านแม่เป็นคนที่สาม ป้ารองเป็นผู้สืบทอดจวนสกุลเยว่ นางเสียชีวิตลงไปเมื่อสิบปีก่อน เดิมทีป้าใหญ่ของเขาต้องเป็นคนสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าสกุลเยว่ แต่ท่านป้าของเขากลับตกหลุมรักทายาทสกุลเหยา ทั้งๆ ที่สกุลเหยาและสกุลเยว่มีความขัดแย้งกันมาตลอด สามีของหัวหน้าสกุลเยว่จะต้องแต่งเข้าสกุลเยว่ แต่สกุลเหยาจะยอมให้ทายาทของสกุลแต่งเข้าสกุลเยว่ได้อย่างไร

ความรักของพวกเขาจึงถูกคัดค้านอย่างรุนแรง

คู่รักทั้งคู่จึงได้หนีไปด้วยกัน เหตุการณ์ในครั้งนี้ นำมาซึ่งความอับอายและอัปยศอดสูแก่ทั้งสองสกุล พวกเขาจึงได้ตกลงที่จะเก็บเป็นความลับเอาไว้

ว่ากันว่าทั้งคู่ได้พากันหนีไปยังแดนไกล และให้กำเนิดบุตร แต่สุดท้ายก็โดนจับได้

หลังจากที่ทั้งคู่ถูกจับแยกกัน นางไม่ได้พบหน้าสามีและบุตรอีก ป้าของเขาได้รับความกระทบกระเทือนใจเป็นอย่างมาก นางจึงได้เสียสติไป หวังหยูเล่าเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ซานเป่าได้แต่ถอนหายใจ สงสารในความรักของคนทั้งคู่

……

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 695 คนสกุลเยว่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

137498
รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
2025-04-06
book_detail_large
ยอดหญิงแห่งหมู่บ้านถงซาน
2023-04-23
647ef80
สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80
2025-03-17
1d2403bf
ชะตาฟ้าหาญกล้าท้ายอดคน
2024-02-17

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน