บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ร้อยรักปักดวงใจ - ตอนที่ 747 ประหลาดใจ (ต้น)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ร้อยรักปักดวงใจ
  4. ตอนที่ 747 ประหลาดใจ (ต้น)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 747 ประหลาดใจ (ต้น)
สวีซื่อจิ่นมองบิดามารดาสลับไปมา จนกระทั่งลืมเคี้ยวข้าวที่อยู่ในปาก

แปลกจริงๆ!

ท่านพ่อกับท่านแม่นั่งตัวตรงและรับประทานอาหารปกติ ไม่ได้มีท่าทางใกล้ชิดใดๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดในทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาจึงดูสนิทสนม ซึ่งแตกต่างกับความเย็นชาและความห่างเหินในเมื่อวานนี้อย่างสิ้นเชิง

ผ่านไปเพียงแค่คืนเดียวเอง

เกิดอะไรขึ้นกันแน่

“มีอะไรหรือ” เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของบุตรชาย สืออีเหนียงจึงยิ้มพลางถามเขา

สวีลิ่งอี๋ก็วางตะเกียบลงเช่นกัน ความเป็นห่วงปรากฏขึ้นในดวงตา

“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรขอรับ” สวีซื่อจิ่นก้มหน้าตักข้าวตามปกติ แต่กลับลืมไปว่ายังมีข้าวอยู่ในปากของเขาก็เลยสำลัก

“เจ้าเด็กคนนี้!” สืออีเหนียงรีบตักน้ำแกงให้บุตรชาย “ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามเช่นนี้”

เหลิ่งเซียงรีบส่งน้ำชาสำหรับป้วนปากมาให้อย่างรู้งาน

สวีซื่อจิ่นรับน้ำแกงจากสืออีเหนียงมาดื่มสองอึก รู้สึกดีขึ้น กลัวว่าบิดาจะรู้ความคิดของเขา จึงรีบพูดขึ้นมาว่า “ท่านพ่อ ท่านยังไม่ได้เล่าสถานการณ์ที่ไปจวนเฉินเก๋อเหล่าเมื่อวานนี้ให้ข้าฟังเลยขอรับ”

“ทานข้าวก่อนเถิด!” สวีลิ่งอี๋พูดเสียงเรียบ “เมื่อทานข้าวแล้วพวกเราค่อยไปคุยที่ห้องหนังสือฝั่งตะวันออกของแม่เจ้า!”

สวีซื่อจิ่นตอบเพียง “ขอรับ” เพียงครู่เดียวก็ทานเสร็จแล้ว มองสวีลิ่งอี๋อย่างกระตือรือร้น

สวีลิ่งอี๋ยิ้มเล็กน้อย ทานซาลาเปาที่อยู่ในมืออีกครึ่งชิ้นแล้วลุกขึ้น “ไปกันเถิด!” ไปยังห้องทางด้านตะวันออก

สวีซื่อจิ่นรีบตามไป

สืออีเหนียงยิ้มพลางให้เหลิ่งเซียงเก็บชามและตะเกียบ แล้วไปนั่งบนเตียงเตาริมหน้าต่างในห้องปีกทิศตะวันตก ตั้งโต๊ะปักผ้าทำงานเย็บปัก

หลังจากทำงานเย็บปักได้ประมาณครึ่งก้านธูป สวีลิ่งอี๋กับสวีซื่อจิ่นก็เดินออกมาจากห้องสุดทางเดินตะวันออก

สีหน้าของสวีลิ่งอี๋สงบนิ่ง แต่สวีซื่อจิ่นกลับดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“ข้าจะไปหาท่านซุนโหวผู้เฒ่าสักหน่อย” สวีลิ่งอี๋พูดกับสืออีเหนียง “จะกลับมาตอนกลางวัน” แล้วพูดกับสวีซื่อจิ่นว่า “เจ้าอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนแม่ของเจ้า เข้าใจหรือไม่”

“ท่านวางใจได้ขอรับ!” สวีซื่อจิ่นรีบพูดว่า “ข้ารู้จักขอบเขตดี รับรองว่าจะไม่วิ่งวุ่นไปที่ไหนแน่นอน”

สืออีเหนียงลงจากเตียงเตามาส่งสวีลิ่งอี๋

เมื่อเห็นว่าบิดาไปแล้ว สวีซื่อจิ่นก็โอบไหล่มารดา “ท่านแม่ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่เหล่านี้ช่างซับซ้อนจริงๆ!ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตอนที่ข้ามาใต้เท้ากงจึงได้กำชับข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเยี่ยนจิงนั้นยากแท้หยั่งถึง หากข้ามีเรื่องอันใดก็ให้ปรึกษากับท่านพ่อ อย่าได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ” จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เฉินเก๋อเหล่ากับอาลักษณ์ลู่ต้องการอาศัยโอกาสที่ติงจื้อถูกย้ายกลับมาเยี่ยนจิงเพื่อสอดแทรกคนของตัวเองเข้าไปให้สืออีเหนียงฟัง

เมื่อคืนสวีลิ่งอี๋ได้วิเคราะห์ดูแล้ว ตอนนั้นสืออีเหนียงมีเรื่องกังวลอยู่ในใจ จึงไม่ได้ตั้งใจฟังอย่างละเอียดนัก ตอนนี้ก็เลยตั้งใจฟังที่สวีซื่อจิ่นเล่า ยิ้มแล้วพูดว่า “เรื่องในราชสำนักก็เป็นเช่นนี้ เจ้าอย่าคิดว่าเจ้าเก่งที่ได้เป็นอู่จิ้นปั๋ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่เจ้าต้องเรียนรู้!”

ครั้งนี้สวีซื่อจิ่นไม่ได้เถียง แต่กลับพูดอย่างเชื่อฟังว่า “ดังนั้นจึงได้มีคำพูดที่ว่า ‘คนฉลาดมักถ่อมตัวและเงียบขรึม ส่วนคนโง่มักอวดอ้างตัวเอง’!”

สืออีเหนียงยิ้มพลางสำรวจมองบุตรชายตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มีอะไรหรือขอรับ” สวีซื่อจิ่นถูกนางมองจนรู้สึกเขินอายเล็กน้อย ยิ้มพลางอธิบายว่า “คำพูดนี้ข้าได้ยินมาจากหัวหน้ากองพันของพวกเราพูดกัน ก็คือหัวหน้ากองพันของกองทัพผิงอี๋…”

“ก็ข้ามีความสุขน่ะสิ” สืออีเหนียงทอดถอนใจเล็กน้อย “จิ่นเกอของพวกเราโตแล้ว รู้จักทบทวนตัวเองและรู้จักประเมินตัวเองอย่างถูกต้อง”

คำชมของมารดาทำให้เขารู้สึกเขิน มองไปรอบๆ พลางพูดว่า “ข้า…ข้าก็รู้จักทบทวนตัวเองอยู่แล้ว ท่านแค่ไม่เคยรู้มาก่อนก็เท่านั้น”

สืออีเหนียงเม้มปากยิ้ม

สวีซื่อจิ่นกลัวว่านางจะชมต่อ จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ท่านแม่ ทางด้านท่านย่า ข้าอยากแอบไปเยี่ยมนางขอรับ!”

สวีลิ่งอี๋เคยกล่าวไว้ว่าบางสิ่งบางอย่างหลอกตัวเองแต่หลอกผู้อื่นไม่ได้ดีกว่าทำตัวกำเริบเสิบสาน ใต้เท้ากงยังไม่ได้ส่งคืนตราแม่ทัพ สวีซื่อจิ่นก็แอบกลับเมืองหลวงอย่างเงียบๆ ทำให้คนที่สนใจคอยจับตาดู ต่อให้ครั้งนี้ทุกคนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เพราะเห็นแก่หน้าฮ่องเต้ แต่ในภายภาคหน้าหากวันไหนเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เกรงว่าจะมีการนำเรื่องนี้เขียนฎีกาถวายฮ่องเต้

เมื่อเห็นว่ามารดาไม่พูดอะไร สวีซื่อจิ่นก็รู้ว่าไม่อนุญาต ดังนั้นจึงเอามือประสานท้ายทอยแล้วนอนลงบนเตียงเตา “ในพวกเราบรรดาพี่น้อง ท่านย่าดีกับข้ามากที่สุด…” ท่าทางผิดหวังเป็นอย่างมาก

สืออีเหนียงยิ้มอย่างลำบากใจ “เจ้าอดทนรออีกสักสองวันเถิด!”

สวีซื่อจิ่นทำได้เพียงพยักหน้า

สืออีเหนียงหาบันทึกการเดินทางจากห้องหนังสือของสวีลิ่งอี๋มาให้เขาอ่านแก้เบื่อ

สองแม่ลูกคุยกัน อ่านหนังสือ ทำงานเย็บปัก เพียงพริบตาเดียวก็มาถึงวันที่ยี่สิบเก้า

“กงตงหนิงตั้งค่ายอยู่ที่วังจยาวานอยู่ห่างจากซีซานห้าสิบลี้ ในตอนบ่ายขบวนต้อนรับของเยี่ยนจิงจะมีรถคุ้มกันออกนอกเมือง” ขณะที่รับประทานอาหารกลางวัน จู่ๆ สวีลิ่งอี๋ก็พูดขึ้นมาว่า “อีกสักครู่เจ้าก็ติดตามกับคนในขบวนออกจากเมืองหลวงไปสมทบกับใต้เท้ากง ก่อนพิธีมอบเชลยจะจบลงเจ้าห้ามกลับจวนเด็ดขาด!”

สวีซื่อจิ่นรับคำ “ขอรับ” ด้วยสีหน้าจริงจัง ท่าทางสุขุมขัดกับอายุของเขา

สวีลิ่งอี๋พยักหน้าด้วยความชื่นชม

สืออีเหนียงช่วยเปลี่ยนชุดบ่าวรับใช้ให้เขาอย่างอาลัยอาวรณ์

“ท่านแม่ ตามหลักแล้ว หลังจากพิธีมอบเชลยจะมีเวลาพักอยู่สองสามวัน” สวีซื่อจินปลอบใจนาง “เมื่อถึงเวลาข้าค่อยกลับมาพบท่านอย่างเปิดเผย จากนั้นก็ไปคารวะไท่ฮูหยิน ท่านป้าสะใภ้สอง และท่านอาสะใภ้ห้า…ตั้งสุสานให้หวงเสี่ยวเหมากับหลิวเอ้อร์อู่” ขณะที่พูด ดวงตาของเขาหม่นหมอง อารมณ์หดหู่เล็กน้อย

“ข้าจะรอเจ้ากลับมา!” สืออีเหนียงกอดบุตรชาย มองดูบุตรชายเดินออกจากเรือนหลัก

เมื่อถึงวันที่ทำพิธีมอบเชลยที่ประตูพระราชวัง สวีลิ่งควน สวีซื่อจุน สวีซื่อเจี้ย สวีซื่อเซิน สวีซื่อเฉิง แม้กระทั่งถิงเกอกับจวงเกอก็ไปดูความครึกครื้นด้วย สตรีในจวนกลับมารวมตัวกันรออยู่ที่เรือนไท่ฮูหยิน บ่าวรับใช้แผนกรายงานมารายงานข่าวอยู่เรื่อยๆ “คุณชายน้อยหกเข้าเมืองแล้วขอรับ” “คุณชายน้อยหกกำลังเดินขบวนขอรับ” “คุณชายน้อยหกถึงประตูพระราชวังแล้วขอรับ” เมื่อไท่ฮูหยินได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหน้าบาน ให้รางวัลบรรดาบ่าวรับใช้สิบตำลึง ทำเอาบ่าวรับใช้แผนกรายงานแย่งกันมารายงานข่าว บรรยากาศครื้นเครงเป็นอย่างมาก ฮูหยินห้าเห็นดังนั้นก็พูดหยอกล้อว่า “ท่านแม่ พวกเราที่คอยอยู่เป็นเพื่อนท่านก็ต้องให้รางวัลด้วยใช่หรือไม่”

ไท่ฮูหยินกำลังเบิกบานใจยิ่งนัก เลยไม่สนว่าฮูหยินห้าจะพูดล้อเล่นอะไร หัวเราะพลางกำชับจื่อหง “ให้รางวัลฮูหยินห้าของพวกเจ้าด้วยยี่สิบตำลึง!”

ทุกคนพากันหัวเราะ

มีบ่าวรับใช้วิ่งเข้ามาพลางปาดเหงื่อบนหน้าผาก “ไท่ฮูหยิน ไท่ฮูหยิน เรื่องมงคล เรื่องมงคล! คุณชายน้อยหกของพวกเราได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารกุ้ยโจวขอรับ!”

เหตุใดจิ่นเกอจึงได้เป็นผู้บัญชาการทหารกุ้ยโจว ปีนี้เขาพึ่งจะอายุสิบหกปี!

สืออีเหนียงประหลาดใจ

ส่วนไท่ฮูหยินอุทานขึ้นมา “ไอ๊หยา” พลางนั่งตัวตรง ถามบ่าวรับใช้ผู้นั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “เจ้าได้ยินมาชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ หากพูดจาเหลวไหลเจ้าจะโดนเฆี่ยน!”

“ไท่ฮูหยิน บ่าวไม่กล้าพูดจาเหลวไหลขอรับ!” บ่าวรับใช้รีบพูดขึ้นมาว่า “คุณชายห้าให้คนมาบอกข่าวว่าพระราชกฤษฎีกาได้ประกาศออกมา และได้ติดประกาศเอกสารทางการแล้ว ให้พวกบ่าวมารายงานแก่ท่าน ท่านจะได้ดีใจขอรับ” ขณะที่พูดก็มองไปที่สืออีเหนียง “ฮูหยินสี่ คุณชายห้าบอกว่าเมื่อเลิกประชุมราชสำนักแล้ว จะต้องมีแขกมากมายมาแสดงความยินดีที่จวนอย่างแน่นอน จึงให้พวกบ่าวมารายงานท่าน คนครัวก็จะได้เตรียมอาหารและสุราไว้แต่เนิ่นๆ ขอรับ”

“ในเมื่อคุณชายห้าเป็นคนบอก เช่นนั้นก็ไม่ผิดอย่างแน่นอน!” ฮูหยินห้ารีบสนับสนุนสวีลิ่งควน พูดกับสืออีเหนียงว่า “พี่สะใภ้สี่ต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่”

“หากเป็นเรื่องจริง ก็ย่อมต้องขอให้น้องสะใภ้ห้าช่วยแล้ว!” สืออีเหนียงยิ้มพลางตอบกลับ แต่ในหัวกลับสับสนไปหมด

เหตุใดผู้บัญชาการทหารกุ้ยโจวจึงได้กลายเป็นสวีซื่อจิ่น แล้วผู้บัญชาการทหารซื่อชวนคือใครกัน

ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาข้ออ้างไปที่ห้องหนังสือได้

“ท่านโหว ท่านรู้หรือไม่เจ้าคะว่าจิ่นเกอได้เป็นผู้บัญชาการทหารกุ้ยโจว”

“ข้าเองก็พึ่งรู้” สวีลิ่งอี๋พูดว่า “ผู้บัญชาการทหารซื่อชวนเป็นคนของเฉินเก๋อเหล่า…ได้ยินหวังลี่บอกว่าการที่ให้จิ่นเกอเป็นผู้บัญชาการทหารกุ้ยโจวนั้นเป็นพระประสงค์ของฮ่องเต้” จากนั้นก็วิเคราะห์ว่า “เฉินเก๋อเหล่าต้องการจัดคนของตัวเองไปเป็นผู้บัญชาการทหารซื่อชวน และยังต้องการได้รับการสนับสนุนจากฮ่องเต้ สำหรับฮ่องเต้แล้ว พระองค์ไม่มีทางคัดค้านอย่างแน่นอน และกระทรวงขุนนางภายในก็เห็นว่าเฉินเก๋อเหล่าไม่ได้มีท่าทีอะไร ย่อมไม่มีทางทำลายบรรยากาศที่สวยงามในเวลาเช่นนี้จนทำให้เกิดความขัดแย้ง ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารจึงไปตกอยู่ที่จิ่นเกอ” เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็เผยให้เห็นสีหน้าหมดปัญญา “หากใต้เท้ากงรู้เข้าจะต้องผิดหวังอย่างแน่นอน ข้าเขียนจดหมายอธิบายกับกงตงหนิงแล้ว ผู้ดูแลที่นำจดหมายไปส่งพึ่งจะออกไป!” ทันทีที่เขาพูดจบ ก็มีบ่าวรับใช้วิ่งเข้ามา “ท่านโหว ท่านโหว ใต้เท้าโจวมาขอรับ”

“คาดว่าคงมาดื่มสุราแสดงความยินดี!” สวีลิ่งอี๋ไตร่ตรองพลางพูดกับสืออีเหนียงว่า “เจ้าไปกำชับห้องครัวให้เตรียมอาหารกับสุราไว้ เกรงว่าอีกสักครู่จะยังมีคนมาอีก!”

สืออีเหนียงขานรับแล้วกลับไปที่เรือนใน

เรือนนอกครึกครื้นทั้งคืน วันรุ่งขึ้นก็มีบรรดาสตรีที่มาร่วมแสดงความยินดีทยอยกันมา สืออีเหนียงยุ่งจนหัวหมุน คุณนายสี่สกุลถังก็มาพูดถึงเรื่องเก่าในเวลานี้ ลากนางมาคุยเรื่องการหมั้นหมายของคุณหนูใหญ่สกุลถังกับจิ่นเกอ ไม่ง่ายเลยกว่านางจะใช้ข้ออ้างว่า ‘วันนี้มีแขกมามากมาย ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องนี้ ’ จนปลีกตัวออกมาได้ จากนั้นก็ถูกกานฮูหยินลากไปคุยเรื่องหลานสาวของนาง

คุณนายใหญ่สกุลหลินลากนางมาด้านข้าง “บรรดาสกุลเหล่านี้ทางที่ดีเจ้าอย่าตอบตกลงจะดีกว่า ตอนนี้จิ่นเกอเป็นผู้บัญชาการทหารแล้ว ตามหลักแล้วภรรยาของเขาต้องอยู่ที่เยี่ยนจิง” นางพูดอย่างมีนัยยะแอบแฝง

สืออีเหนียงเข้าใจในทันที

ไม่แปลกใจเลยที่โจวฮูหยินกับมู่ซื่อต่างก็ไม่พูดอะไร

“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเตือนข้า!” นางกล่าวขอบคุณคุณนายใหญ่สกุลหลิน “ข้าจะปรึกษาเรื่องนี้กับท่านโหวอย่างแน่นอน”

สวีลิ่งอี๋ได้ยินดังนั้นกลับไม่ได้สนใจอะไร “ไม่ว่าเรื่องอันใดก็มักจะมีข้อยกเว้น เมื่อถึงเวลานั้นก็ขอให้มีราชโองการให้จิ่นเกอพาภรรยาไปรับตำแหน่งด้วย ตอนนี้เจ้าแค่เลือกคนที่เหมาะสมให้เขาก็พอแล้ว ตอนนี้เขาก็เป็นขุนนางชั้นสูง ยังไม่ได้แต่งงาน คนอื่นมองก็มักจะรู้สึกว่ายังไม่มั่นคงพอ ไม่เป็นผลดีต่อการเลื่อนตำแหน่งของเขาในภายภาคหน้า”

“เช่นนั้นท่านโหวมีคนที่เหมาะสมหรือไม่” สวีลิ่งอี๋มีสิทธิ์ที่จะออกเสียงว่าตระกูลใดที่จะเอื้อต่อหน้าที่การงานของจิ่นเกอหลังจากแต่งงานกัน ส่วนการที่จะเลือกให้ใครในตระกูลนั้นๆ มาเป็นภรรยาล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสืออีเหนียง

“ไม่ต้องรีบ” สวีลิ่งอี๋ยิ้มแล้วพูดว่า “รอให้ราชโองการพิเศษลงมาก่อนแล้วค่อยหารือก็ยังไม่สาย มิเช่นนั้นใครจะกล้าให้บุตรสาวแต่งเข้ามาในสกุลเรา ก็ไม่ต่างอะไรกันกับการเป็นม่ายไม่ใช่หรือ อีกอย่างในภายภาคหน้าก็จะต้องรับอนุภรรยาให้จิ่นเกอ หากบุตรชายของอนุอายุมากกว่าบุตรชายของภรรยาเอก ก็จะยิ่งเป็นปัญหา!”

สืออีเหนียงได้ฟังดังนั้นก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “เช่นนั้นก็รอราชโองการพิเศษของฮ่องเต้ลงมาก่อนแล้วค่อยว่ากันเถิด” ท่าทางหนักแน่นเป็นอย่างมาก

สวีลิ่งอี๋พยักหน้าเล็กน้อย

ใบหน้าของเหลิ่งเซียงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ท่านโหว ฮูหยิน คุณชายน้อยหกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”

สืออีเหนียงดีใจเป็นอย่างมาก เดินออกไปข้างนอกพลางพูดว่า “เขาอยู่ไหน”

“ถูกคุณชายน้อยสี่ คุณชายน้อยห้า คุณชายน้อยเจ็ด และคุณชายน้อยแปดล้อมไว้เจ้าค่ะ” เหลิ่งเซียงรีบเข้าไปพยุงสืออีเหนียง “กำลังพูดคุยเรื่องจับตั่วเหยียน! บรรดาสาวใช้ ป้ารับใช้ หญิงเฒ่า ผู้ดูแล บ่าวรับใช้ชาย ต่างก็กำลังห้อมล้อมฟังกันอย่างสนุกสนานเลยเจ้าค่ะ!”

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 747 ประหลาดใจ (ต้น)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

browniee.onlinee1811d354
เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นภรรยาคนโปรดของหัวหน้ากองพัน
2026-06-13
brownieebVdHWywlJ
กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80
2026-01-22
633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
2023-11-08
cc-443
วิวาห์ลวง พันธนาการรักท่านประธาน
2026-06-12

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน