บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ร้อยรักปักดวงใจ - ตอนที่ 701 มานะ (ปลาย)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ร้อยรักปักดวงใจ
  4. ตอนที่ 701 มานะ (ปลาย)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 701 มานะ (ปลาย)
ตอนที่ฮองเฮาได้เจอกับจิ่นเกอ สีหน้าท่าทีทรงตื่นเต้นและดีพระทัยเป็นอย่างมาก

“เหมือนจริงๆ!” ฮองเฮาเชยคางของจิ่นเกอขึ้นเบาๆ “เหมือนท่านโหวคนก่อนไม่มีผิด!”

ท่านโหวคนก่อนก็คือบิดาของสวีลิ่งอี๋ หรือท่านปู่ของจิ่นเกอนั่นเอง

จิ่นเกอเชิดหน้าขึ้นสูงให้ฮองเฮาสังเกตใบหน้าของเขาอย่างเต็มที่ “ท่านย่าเองก็บอกว่ากระหม่อมเหมือนท่านปู่ ยังบอกด้วยว่าวันข้างหน้ากระหม่อมคงจะตัวสูงกว่าท่านปู่และฉลาดกว่าท่านปู่อีกพ่ะย่ะค่ะ” ดวงตากลมโตสดใสเป็นประกาย ทั้งบริสุทธิ์และไร้เดียงสา

ฮองเฮาได้ยินแล้วก็ทรงพระสรวล ความเศร้าใจก่อนหน้านี้พลันสลายหายไปในพริบตา

พระนางทรงจูงมือของจิ่นเกอขึ้นมานั่งบนเก้าอี้บัลลังก์ยาวด้วยกัน จากนั้นก็หันไปหยิบลูกกวาดราวหนึ่งกำมือมามอบให้จิ่นเกอ “มาเร็ว! ทานขนมวัวซือถังกัน”

จิ่นเกอนำลูกกวาดที่ได้รับใส่ลงไปในถุงผ้าติดตัวของเขา

ฮองเฮาทรงแปลกพระทัยเป็นอย่างมาก

“ลูกกวาดวัวซือถังของในวังเนื้อเนียนละเอียดกว่าข้างนอกมาก ทั้งยังหวานสดชื่นอีกด้วย” จิ่นเกอพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม “กระหม่อมจะเอากลับไปให้น้องเจ็ด น้องแปด ถิงเกอและอิ๋งอิ๋งทานด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

“เด็กดีเสียจริง!” ฮองเฮาทรงยิ้มพลางโอบไหล่ของจิ่นเกอเอาไว้ จากนั้นก็หันไปสั่งกับหวงเสียนอิงว่า “ประเดี๋ยวตอนคุณชายน้อยหกกลับ อย่าลืมห่อขนมวัวซือถังกลับไปด้วย!”

หวงเสียนอิงรีบขานรับด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม “เพคะ” จากนั้นก็กระซิบเตือนฮองเฮาเสียงเบาว่า “ถึงเวลาเข้าเฝ้าแล้วเพคะ”

ฮองเฮาได้ยินแล้วก็ทรงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หันไปตรัสกับจิ่นเกอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ประเดี๋ยว ข้าจะรีบกลับมา!” จากนั้นก็หันไปรับสั่งกับหนึ่งในเหล่าบรรดานางกำนัลเหล่านั้นว่า “อยู่ปรนนิบัติดูแลคุณชายน้อยหกที่นี่!” แล้วลุกขึ้นพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังพระตำหนักหลักทันที

นางกำนัลคนนั้นอายุราวยี่สิบปี รูปร่างหน้าตางดงาม นางเดินไปยกเก้าอี้จิ่นอู้มาให้จิ่นเกอนั่ง จากนั้นก็ไปนำขนมมาให้จิ่นเกอทานด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

จิ่นเกอเอ่ยทักทายขึ้นว่า “พี่หญิง สวัสดีปีใหม่ขอรับ” จากนั้นก็หยิบขนมไส้กุหลาบกวนขึ้นมาทานพลางพูดคุยกับนางกำนัลคนนั้นว่า “พี่หญิงแซ่อะไร ท่านอยู่ปรนนิบัติรับใช้ฮองเฮาตลอดเลยหรือ ตอนนี้ทำหน้าที่อะไรเป็นหลัก ปกติแล้วยุ่งหรือไม่ แล้วออกนอกวังได้หรือเปล่า” เขาถามคำถามราวกับว่าเป็นเด็กน้อยขี้สงสัยอย่างไรอย่างนั้น คำถามมากมายเป็นกองพะเนิน พลอยทำให้นางกำนัลอดไม่ได้ที่จะยกแขนเสื้อขึ้นมาบังพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “ข้าแซ่ถาน เรียกข้าถานกูกูก็พอเจ้าค่ะ!” นางไม่ได้ตอบคำถามอื่นแต่อย่างใด แต่กลับถามเขากลับไปว่า “ชอบทานขนมไส้กุหลาบกวนหรือ ขนมดอกกุ้ยฮวาก็อร่อยนะเจ้าคะ”

“จริงหรือ” จิ่นเกอรีบหยิบขนมดอกกุ้ยฮวาขึ้นมาชิมทันที จากนั้นก็ออกปากชมไม่ขาดสาย “อร่อย! หวานแต่ไม่เลี่ยน” ราวกับว่าถูกของอร่อยดึงดูดจนทำให้ลืมบทสนทนาเมื่อครู่ไปอย่างสิ้นเชิง

เวลานี้เอง จู่ๆ ด้านนอกก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียงตะโกนถามขึ้นว่า “เสด็จแม่ยังไม่กลับมาหรือ”

นางกำนัลทั้งหมดที่อยู่ในพระตำหนักต่างก็พากันย่อตัวถวายบังคมพลางขานเรียกพระนามด้วยความนอบน้อม “องค์หญิงใหญ่”

จิ่นเกอได้ยินแล้วก็เงยหน้าขึ้น เบื้องหน้ามีเด็กผู้หญิงสวมชุดเป้ยจื่อสีแดงสดที่ปักด้วยลาย ‘ร้อยปักษารายล้อมหงส์’ ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่านางกำนัลที่สวมด้วยชุดชาววังสีน้ำเงินเขียวกำลังเดินเข้ามาพอดี ผิวพรรณของนางเนียนละเอียดและขาวกระจ่างใส สันจมูกโด่ง นัยน์ตาดำสนิทเป็นประกายชัดเจน อาจเพราะนางรีบเดินจนเกินไป แก้มนวลจึงแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ดูแล้วน่ารักและมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

“ผู้ใดกัน” จู่ๆ ก็มีเด็กผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในพระตำหนักข้างของพระมารดา องค์หญิงใหญ่อดไม่ได้ที่จะจ้องมองจิ่นเกอด้วยความแปลกใจ

“นี่คือคุณชายน้อยหกของหย่งผิงโหวเพคะ!” ขณะที่ถานกูกูกำลังแนะนำอยู่นั้น จิ่นเกอก็ได้คุกเข่าลงไปคารวะองค์หญิงใหญ่แล้ว

“ที่แท้แล้วก็เป็นเจ้านี่เอง!” องค์หญิงใหญ่อึ้งตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นขึ้นมาแทน นางเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าของจิ่นเกอ “นี่! เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินมาว่าสุขภาพของเจ้าไม่ดีมิใช่หรือ ช่วงฤดูหนาวไม่กล้าแม่แต่จะให้เจ้าออกมาโดนลมข้างนอกเสียด้วยซ้ำ เหตุใดวันนี้เจ้าถึงออกมาได้ ดูแล้วไม่เห็นจะเหมือนคนป่วยเลยแม้แต่นิดเดียว…”

จิ่นเกอย่อมจำหน้าตาขององค์หญิงใหญ่ไม่ได้อยู่แล้ว เขายิ้มขึ้นพลางตอบคำถามหลังแทน “ตอนนี้กระหม่อมหายดีแล้วก็เลยเข้าวังมาเข้าเฝ้าฮองเฮา!”

องค์หญิงใหญ่ได้ยินแล้วดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

“ดีเลย!” องค์หญิงใหญ่จูงมือของจิ่นเกอวิ่งออกไปยังด้านนอก “พวกข้ากำลังจะเล่นเตะลูกหนัง ขาดหนึ่งคนพอดี!”

“องค์หญิงใหญ่!” ถานกูกูรีบตามไปทันที “ฮองเฮาทรงรับสั่งให้คุณชายน้อยรออยู่ที่พระตำหนักข้างนะเพคะ” จากนั้นก็พูดต่อไปว่า “ประเดี๋ยวองค์หญิงใหญ่ก็จะต้องไปถวายบังคมฮ่องเต้อีกด้วย”

“เจ้าก็แค่ทูลเสด็จแม่ก็พอ” องค์หญิงใหญ่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม “ทางฝั่งเสด็จพ่อข้าถวายบังคมไปแล้ว”

ถานกูกูอดไม่ได้ที่จะกระทืบเท้าเบาๆ นางรีบหันไปบอกกับนางกำนัลที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็รีบวิ่งตามออกไปทันที

ตอนที่ฮองเฮาและสืออีเหนียงกลับมาถึงพระตำหนักข้าง จิ่นเกอและองค์หญิงใหญ่พากันออกไปราวครึ่งชั่วยามแล้ว ฮองเฮาทรงนึกถึงความซุกซนขององค์หญิงใหญ่ขึ้นมา ก็รีบหันไปรับสั่งกับหวงเสียนอิงทันที “รีบไปเรียกจิ่นเกอมาเร็ว บอกไปว่าหย่งผิงโหวฮูหยินจะกลับจวนแล้ว!”

หวงเสียนอิงนึกถึงตอนที่ทั้งคู่เจอกันทั้งสองครั้งเมื่อตอนยังเด็ก จิ่นเกอและองค์หญิงใหญ่ก็ชวนกันไปก่อเรื่องทั้งสองครั้ง นางเองก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันที รีบหันไปถามนางกำนัลว่าองค์หญิงใหญ่ไปที่ไหน จากนั้นก็รีบตามไปด้วยความเร่งรีบ

“เจ้าอย่าเป็นกังวลจนเกินไป!” ฮองเฮาปลอบโยนสืออีเหนียง “รอบข้างยังมีนางกำนัลน้อยและขันทีเน่ยซื่อติดตามไปด้วย ไม่ให้พวกเขาไปไหนไกลอย่างแน่นอน”

ตอนนี้ร้อนใจไปก็เปล่าประโยชน์

จิ่นเกอไปถึงไหนก็ไม่เคยยอมก้มศีรษะให้ใครแม้แต่ครั้งเดียว อยู่ท่ามกลางเหล่าบรรดาพระโอรสและพระธิดาเช่นนี้ เขาควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร ถือเป็นการทดสอบเขาไปในตัว!

สืออีเหนียงขานรับด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม “เพคะ” จากนั้นก็หย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้จิ่นอู้ที่ฮองเฮาเชื้อเชิญให้นั่ง

ฮองเฮาถามไถ่ถึงอาการของไท่ฮูหยินขึ้นมา

สืออีเหนียงก็ตอบกลับทุกคำถามด้วยน้ำเสียงที่ฉะฉานชัดเจน เวลานั้นเอง หวังเหม่ยเหริน ซ่งเจี๋ยอวี๋และคนอื่นๆ ก็ได้พากันมาถวายบังคมฮองเฮาพอดี

ฮองเฮาได้แนะนำทุกคนให้สืออีเหนียงรู้จัก

เมื่อทุกคนถวายบังคมฮองเฮาและกล่าวทักทายซึ่งกันและกันแล้ว ก็พากันนั่งลงล้อมรอบฮองเฮา จากนั้นก็ชวนกันคุยเล่นเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก

อยู่ในพระตำหนักคุนหนิง คนที่กล้าทำเช่นนี้เกรงว่าก็คงจะมีแต่องค์หญิงใหญ่คนเดียวเท่านั้น

ในขณะที่สืออีเหนียงกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เวลานั้นเองก็ได้ยินเสียงที่ใสแจ๋วของเด็กผู้หญิงพูดขึ้นด้วยความหยิ่งทะนงว่า “…ข้าไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าต้องอยู่ที่วังกับข้า ให้เขาไปอยู่กับน้องแปดไม่ได้หรืออย่างไรกัน อีกอย่างเขาก็เป็นลูกพี่ลูกน้องชายของข้า ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย…” น้ำเสียงค่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงพระตำหนักข้าง ก็เห็นเข้ากับองค์หญิงใหญ่ที่สีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและจิ่นเกอที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนใจพากันเดินเข้ามา ด้านหลังมีหวงเสียนอิงและถานกูกูเดินตามมาด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ

“เกิดอะไรขึ้น” ฮองเฮาถามขึ้นด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

“เสด็จแม่!” องค์หญิงใหญ่ไม่ได้กลัวแม้แต่นิดเดียว วิ่งไปยืนเบื้องหน้าของฮองเฮา “ท่านให้จิ่นเกอพักอยู่ที่วังได้หรือไม่ รอให้พ้นวันที่ห้าก็ค่อยส่งเขากลับไป!” นางพูดพลางดึงชายเสื้อของฮองเฮาไปมาด้วยสีหน้าท่าทีที่ออดอ้อน

ตอนที่จิ่นเกอเดินเข้ามาในพระตำหนัก สืออีเหนียงก็ได้ใช้สายตาสำรวจจิ่นเกอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็เห็นว่าใบหน้านั้นแดงก่ำไปหมด หน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อราวกับว่าไปวิ่งมาหลายสิบลี้อย่างไรอย่างนั้น อดไม่ได้ที่จะบ่นขึ้นพึมพำในใจ เมื่อได้ยินองค์หญิงใหญ่พูดมาเช่นนี้ สืออีเหนียงก็จ้องมองไปยังบุตรชายโดยที่ไม่ละสายตาแม้แต่นิดเดียว

จิ่นเกอรีบส่งสายตาให้กับมารดาเพื่อบอกเป็นนัยว่าเขาไม่เป็นอะไร

องค์หญิงใหญ่พูดต่ออีกว่า “ข้านัดแนะกับน้องเก้าเอาไว้แล้วว่าจะไปเตะด้วยกันอีกหนึ่งรอบ หากว่าจิ่นเกอไม่อยู่ ข้าคงเสียหน้าแย่!”

ฮองเฮาได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น “เจ้าอายุตั้งเท่าไรแล้ว ยังจะไปเล่นเตะลูกหนังกับน้องๆ อีก อย่าว่าในวังไม่มีขนบธรรมเนียมให้คนนอกเข้ามาพักค้างแรมเลย ถึงแม้ว่าจะมี เจ้าก็ไม่สามารถที่จะรั้งให้จิ่นเกออยู่ที่วังในวันปีใหม่เช่นนี้เพียงเพราะจะให้จิ่นเกออยู่เล่นเตะลูกหนังกับเจ้า” พระพักตร์ของฮองเฮาค่อยๆ เคร่งขรึมขึ้น “เรื่องนี้เจ้าห้ามพูดถึงอีก” ฮองเฮายกถ้วยน้ำชาขึ้น “เวลาเริ่มสายแล้ว หย่งผิงโหวคงกำลังรอหย่งผิงโหวฮูหยินกับจิ่นเกออยู่ที่นอกวัง”

สืออีเหนียงรีบไปจูงมือของจิ่นเกอเข้าไปคุกเข่าทูลลาฮองเฮา องค์หญิงใหญ่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับร้องเรียกไม่หยุด “เสด็จแม่”

หลังจากเดินออกมาจากพระตำหนักคุนหนิงแล้ว สืออีเหนียงก็รีบถามขึ้นด้วยความเป็นกังวลใจว่า “เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”

“ไม่เป็นไรขอรับ!” จิ่นเกอยิ้มพร้อมกับตอบกลับเสียงเบา “แค่ไปเล่นเตะลูกหนังเป็นเพื่อนองค์ชายแปดกับองค์ชายเก้าเท่านั้น” จากนั้นเขาก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้สืออีเหนียงฟัง

ที่แท้แล้วองค์หญิงใหญ่ก็ชอบเตะลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจ องค์หญิงใหญ่มักจะไปเล่นกับเหล่าบรรดาองค์ชายอยู่เป็นประจำ ฝีมือการเตะลูกหนังขององค์ชายแปดดีที่สุด และองค์ชายแปดก็มักจะจับคู่กับองค์หญิงใหญ่อยู่บ่อยครั้ง คืนของวันส่งท้ายปีเก่า องค์หญิงใหญ่ก็ได้นัดแนะกับเหล่าบรรดาองค์ชายไปเล่นเตะลูกหนังกัน แต่ใครจะไปนึกว่าวันนี้องค์ชายสิบเอ็ดจะประชวร ไม่สามารถมาเล่นด้วยกันได้ และเวลานั้นเอง องค์หญิงใหญ่ก็ได้เจอกับจิ่นเกอเข้าพอดี ความคิดก็ผุดขึ้นมาในหัว เลยดึงตัวจิ่นเกอไปจับคู่กับองค์ชายเก้า แล้วมาแข่งกับองค์หญิงใหญ่และองค์ชายแปด

สืออีเหนียงนึกถึงเรื่องที่องค์หญิงใหญ่จะให้จิ่นเกออยู่ค้างแรมที่วัง ก็ยิ้มพร้อมกับถามขึ้นว่า “พวกเจ้าแพ้การแข่งขันหรือ”

“ย่อมไม่ใช่อยู่แล้ว!” จิ่นเกอพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิใจ “ข้ากับองค์ชายเก้าชนะต่างหากขอรับ!”

สืออีเหนียงรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

“ดูจากท่าทีขององค์หญิงใหญ่แล้ว เห็นได้ชัดว่าต้องการจะดึงข้าไปเล่นด้วยแค่เพื่อจะให้ครบคน” จิ่นเกอพูดขึ้น “องค์ชายแปดไม่ได้เห็นข้าอยู่ในสายตาแม้แต่นิด หากข้าไม่แสดงฝีมือสักหน่อย พวกเขาจะจำข้าได้อย่างไรกัน!”

“เจ้าจะให้พวกเขาจดจำอะไรกัน” สืออีเหนียงนึกเพียงแต่ว่าอยากจะให้จิ่นเกอออกให้ห่างจากคนเหล่านี้มากเท่าไรก็ยิ่งดี “เจ้าไม่กลัวองค์หญิงใหญ่โกรธหรืออย่างไรกัน!” นางพลันนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนว่าองค์หญิงใหญ่ไม่ได้โกรธเคือง ในใจเลยแอบรู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก จึงถามจิ่นเกอไปว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“ไม่มีอะไรขอรับ!” จิ่นเกอตอบกลับด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม จากนั้นก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ให้สืออีเหนียงฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ตอนที่จิ่นเกอได้ยินว่าเขาต้องไปเล่นเตะลูกหนัง ก็นึกว่าแค่ต้องลงไปเล่นเป็นเพื่อนองค์หญิงใหญ่เท่านั้น ต่อมาจึงเพิ่งรู้ว่าเป็นการแข่งขันกัน จึงค่อนข้างรู้สึกประหม่าในฝีมือของตัวเอง แต่เมื่อได้เห็นท่าทางขององค์ชายแปดกับองค์ชายเก้าแล้ว เขาก็มีแผนคร่าวๆ ในใจ เริ่มไตร่ตรองว่าควรจะแพ้หรือชนะดี เมื่อได้ยินองค์ชายเก้าพูดขึ้นว่าปกติตอนที่แข่งขันกัน พวกเขาไม่ได้กำหนดการจับคู่แบบตายตัว เพราะว่าฝีมือการเตะลูกหนังขององค์ชายแปดนั้นค่อนข้างดี องค์หญิงใหญ่ก็เลยจับคู่กับองค์ชายแปดเสียส่วนใหญ่ แต่บางครั้งองค์หญิงใหญ่ก็ใจดียอมเล่นคู่กับองค์ชายเก้าหรือองค์ชายสิบเอ็ดด้วย

“…ข้าก็เลยเล่นแบบไม่ออมมือ” จิ่นเกอยิ้มกว้าง “หากเป็นเช่นนี้ ครั้งต่อไปองค์หญิงใหญ่ก็คงจะต้องเปลี่ยนคู่แล้ว!”

สืออีเหนียงตะลึงไปชั่วขณะ “เจ้า…เจ้าจะเข้าวังมาเล่นเตะลูกหนังกับองค์หญิงใหญ่อีกหรือ”

“ไม่จำเป็นจะต้องเล่นเตะลูกหนังด้วยกันก็ได้!” จิ่นเกอพูดขึ้น “ขอแค่ได้ฝากผลงานให้กับองค์หญิงใหญ่กับบรรดาองค์ชายเหล่านั้นก็เป็นพอ!”

ขณะที่พูดคุยกันอยู่นั้น ทั้งสองก็เดินพ้นประตูวังหลวงพอดี

“ท่านพ่อ ท่านอาห้า!” จิ่นเกอกำลังวิ่งตรงไปหาทั้งสองคน

สวีลิ่งอี๋และสวีลิ่งควนสองพี่น้องกำลังยืนคุยกันอยู่ตรงกลางระหว่างรถม้าสีดำเงาสองคัน เมื่อได้ยินเสียง สวีลิ่งอี๋ก็รีบตรงเข้าไปหาสองแม่ลูกทันที

“เป็นอย่างไรบ้าง” สวีลิ่งอี๋ตบไหล่ของบุตรชายเบาๆ สีหน้ากังวลใจเล็กน้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสวีลิ่งอี๋

จิ่นเกอหันไปยิ้มกว้างให้กับสวีลิ่งอี๋ “ไปเล่นเตะลูกหนังเป็นเพื่อนองค์หญิงใหญ่ขอรับ องค์หญิงใหญ่แพ้ก็เลยจะให้ข้าเข้าวังไปเล่นเตะลูกหนังเป็นเพื่อนองค์หญิงใหญ่อีกรอบตอนวันที่สี่”

“อย่างนั้นหรือ” สวีลิ่งอี๋เลิกคิ้วขึ้นสูง “เราไปคุยกันต่อบนรถม้าดีกว่า”

*****

“หากว่าในวังให้จิ่นเกอเข้าวังวันที่สี่ ก็ปล่อยให้เขาไปเถิด!” สวีลิ่งอี๋กำลังนอนอยู่บนเตียง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “จิ่นเกอของเรารับมือได้อย่างแน่นอน”

“เข้าวังไปก็มีแต่จะไปเล่นเท่านั้น” สืออีเหนียงหย่อนตัวนั่งลงริมเตียง “การบ้านย่อมต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ลูกเองก็จะได้ไม่ไปเล่นจนจิตใจล่องลอยไปถึงไหนต่อไหน”

สวีลิ่งอี๋พูดด้วยรอยยิ้ม “ปีใหม่ทั้งที ตามใจเขาหน่อยเถิด!” พูดจบก็นั่งตัวตรงแล้วพูดขึ้นว่า “มั่วเหยียน ข้ามีเรื่องจะปรึกษาหารือกับเจ้า!” สีหน้าดูจริงจังเป็นอย่างมาก

สืออีเหนียงชะงักไปชั่วขณะ “มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”

“หลังพ้นตรุษจีน จิ่นเกอก็อายุสิบสองแล้ว ข้าอยากจะส่งเขาไปที่ด่านหุบเขาจยาอวี้!”

“เร็วเกินไปกระมังเจ้าคะ” สืออีเหนียงจ้องมองสวีลิ่งอี๋ด้วยความตกใจ “ไปที่ด่านหุบเขาจยาอวี้ เขาทำอะไรได้บ้าง”

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 701 มานะ (ปลาย)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
2022-07-23
001c2b01f1browniee
ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว
2026-04-02
brownieemDAKK
ทะลุมิติพลิกชะตากับครอบครัวคลั่งรักยุค 70
2026-05-19
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
2024-01-10

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน