บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ร้อยรักปักดวงใจ - ตอนที่ 606 งุนงง (ต้น)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ร้อยรักปักดวงใจ
  4. ตอนที่ 606 งุนงง (ต้น)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 606 งุนงง (ต้น)
“ก็ไม่ได้พูดอะไร!” สวีลิ่งอี๋พูดต่อไปว่า “ก็แค่ไปปีนเขาด้วยกัน”

“ไม่ได้พูดอะไรเลยหรือ” สืออีเหนียงซักไซ้

“ไม่ได้พูดอะไรเลย!” สวีลิ่งอี๋พูดต่อไปว่า “เขาล้มเหลวในสนามสอบ ข้าจะไปถามเขาเรื่องการบ้านก็คงจะไม่ใช่เรื่องกระมัง”

สวีซื่ออวี้ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย เพียงแค่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของสวีลิ่งอี๋ก็สามารถทำให้เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมได้แล้ว

สืออีเหนียงยิ้มพลางมองสวีลิ่งอี๋ ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ

สวีลิ่งอี๋เห็นสายตาของภรรยา ก็อดหัวเราะไม่ได้ “เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่”

“ข้าแค่คิดว่าท่านโหวเก่งยิ่งนักเจ้าค่ะ” สืออีเหนียงพูดต่ออีกว่า “พวกเราพูดไปพันคำหมื่นคำ ก็ไม่สู้ท่านโหวที่พาออกไปเดินนอกเมืองโดยไม่พูดอะไรสักคำ!” ท่าทางเหมือนหยอกล้อเขาเล็กน้อย

นางอยากจะใช้ท่าทางที่ดูเหมือนผ่อนคลายเช่นนี้บอกให้เขาใส่ใจเด็กๆ ให้มากขึ้นกระมัง!

สวีลิ่งอี๋ยิ้มพลางนอนลง “รีบนอนเถิด พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาอีก!”

สืออีเหนียงยิ้มพลางเป่าตะเกียง

ในความมืด นางได้ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น

******

สืออีเหนียงตื่นขึ้นยามเหม่า

เมื่อหันหน้าไปก็เห็นใบหน้าที่กำลังหลับใหลของสวีลิ่งอี๋

นางอดแอบมองเขาอย่างเงียบๆ ไม่ได้

สวีลิ่งอี๋ที่หลับใหลสีหน้าดูสงบนิ่ง ดูอ่อนกว่าวัยหลายปี ที่คิ้วด้านซ้ายของเขามีขนสองเส้นที่ยาวมาก

จู่ๆ นางก็นึกถึงการชุมนุมในตอนกลางคืนของมหาวิทยาลัย มีเพื่อนร่วมชั้นบอกว่าผู้ชายขนคิ้วยาวมักจะกลัวภรรยา…พอคิดถึงเรื่องนี้ สืออีเหนียงก็อดเม้มปากกลั้นหัวเราะไม่ได้

บางทีเขาอาจจะรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวแปลกไป หรืออาจจะนอนเต็มอิ่มแล้ว จู่ๆ สวีลิ่งอี๋ก็ลืมตาขึ้นมา

เมื่อเห็นสืออีเหนียงกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ราวกับว่าเขาบังเอิญเห็นบางสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขโดยไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาของเขาพลันเป็นประกาย

“เจ้าไม่ได้เป็นอะไรใช่หรือไม่”

สืออีเหนียงรู้สึกเขินเล็กน้อย รีบคว้ามือของเขา “ข้าสบายดี!”

“จริงหรือ” สวีลิ่งอี๋มองนางด้วยรอยยิ้ม

“จริงเจ้าค่ะ!” สืออีเหนียงอึดอัดเล็กน้อย ลุกขึ้นนั่งราวกับจะปกปิดอะไรบางอย่าง

ผ้าห่มสีน้ำเงินไพลินที่ส่องแสงสีน้ำเงินจางๆ เลื่อนลงมา เผยให้เห็นเรือนร่างของสืออีเหนียงที่มีรอยเขียวช้ำ แววตาของเขาหม่นหมองลง

สืออีเหนียงรีบหันข้างแล้วสวมเสื้อชั้นใน

ผ้าดิ้นสีเหลืองนวล ช่วยขับให้ผิวขาวราวหิมะของนางดูนุ่มนวลกระจ่างตา

สวีลิ่งอี๋จับที่แขนของนาง ริมฝีปากอุ่นๆ ค่อยๆ ประทับลงบนแผ่นหลังของนาง

สืออีเหนียงพลันตัวแข็งทื่อ มือที่กำลังผูกเชือกหยุดชะงัก

“ท่านโหว…” น้ำเสียงของสืออีเหนียงแหบพร่าเล็กน้อย “ประเดี๋ยวสาวใช้ก็จะเข้ามา…ปรนนิบัติ…ล้างหน้าแล้ว…”

“ครู่เดียวก็เสร็จแล้ว!” น้ำเสียงของสวีลิ่งอีแฝงเอาไว้ด้วยความเย้าหยอก ร่างกายแนบชิดนางโดยไม่เหลือช่องว่างใด

******

ตอนไปคาราวะไท่หูหยิน มือและเท้าของสืออีเหนียงยังอ่อนแรงอยู่เล็กน้อย

ไท่ฮูหยินคิดว่าสืออีเหนียงเหนื่อยกับการจัดงานแต่งให้สวีซื่ออวี้ จึงรีบให้ป้าตู้ยกชาโสมมาให้นาง “ถ้าหากจัดการไม่ทัน ก็ให้ตานหยางมาช่วยเจ้า เรื่องต้อนรับแขกนางเชี่ยวชาญมากที่สุดแล้ว ในจวนก็ไม่ได้มีคนมาก พวกเจ้าต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันถึงจะถูก”

สืออีเหนียงยิ้มพลางขานรับอย่างนอบน้อม “เจ้าค่ะ” แล้วพูดขึ้นว่า “ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน กำลังคิดว่าจะบอกกับน้องสะใภ้ห้าอย่างไรดี เฉิงเกอยังอายุไม่ถึงหนึ่งขวบเลย จึงรู้สึกยากที่จะเอ่ยปาก”

คำพูดของนางไม่ได้ขัดกับสิ่งที่นางคิดเลยแม้แต่น้อย

จำนวนแขกที่มาในครั้งนี้และยศบรรดาศักดิ์ที่ค่อนข้างซับซ้อนของพวกเขานั้นเกินความคาดหมายของนางไปมาก ด้านนอกมีพ่อบ้านไป๋คอยดูแล นางจึงไม่ต้องเป็นกังวล แต่นางกลับต้องเป็นคนดูแลสถานการณ์โดยรวมของเรือนใน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น คนของจวนเฉินเก๋อเหล่า เหลียงเก๋อเหล่า โต้วเก๋อเหล่าต่างก็ส่งของขวัญมาแสดงความยินดี หากบรรดาฮูหยินของพวกเขามา นางก็ต้องไปคอยดูแลด้วยตัวเองไม่ใช่หรือ แต่ถ้าหากนางไปดูแลบรรดาฮูหยินเหล่านั้น แล้วใครจะดูแลหวงฮูหยิน ถังฮูหยิน โจวฮูหยิน คุณนายใหญ่สกุลหลินเล่า นอกจากนี้ก็ยังต้องจัดเตรียมอาหาร สุรา น้ำชา ขนมของเรือนใน…แม้ว่านางจะไม่ต้องลงมือทำเอง แต่ก็ต้องออกคำสั่ง มอบป้ายคู่ให้บรรดาผู้ดูแลหญิงไปจัดการมาไม่ใช่หรือ เดิมทีส่วนนี้มีฮูหยินสามคอยช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ฮูหยินสามแยกจวนออกไปแล้ว ย่อมไม่อาจให้นางมาช่วยงานนี้ได้ ถ้าหากตนไม่เอ่ยปากขอให้ฮูหยินห้ามาช่วย เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้นต่อให้มีสามหัวหกแขนก็คงไม่พอใช้

สืออีเหนียงยังไม่ทันพูดจบ เสียงกระดิ่งเงินก็ดังมาจากประตู “แม้ว่าจะเป็นลูกสะใภ้ของพี่สะใภ้สี่ แต่ก็เป็นหลานสะใภ้ของข้าเช่นกัน ข้าคิดอยากจะช่วยพี่สะใภ้สี่อีกแรงหนึ่งอยู่แล้ว แต่ก็กลัวว่าพี่สะใภ้สี่จะรังเกียจที่ข้าไม่ได้เป็นคนละเอียดอ่อน จึงไม่กล้าเอ่ยปาก ในเมื่อพี่สะใภ้สี่ไม่รังเกียจ เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว!”

“น้องสะใภ้ห้า!” สืออีเหนียงยิ้มพลางลุกขึ้นทักทายผู้มาเยือน “หากเจ้าพูดเช่นนี้ ข้าก็วางใจแล้ว!” จากนั้นทั้งสองคนก็ยิ้มพลางนั่งลงข้างๆ ไท่ฮูหยิน ปรึกษากันว่าจะให้สืออีเหนียงเป็นคนต้อนรับบรรดาฮูหยินของเก๋อเหล่าและรองเจ้ากรม ส่วนฮูหยินห้าจะเป็นคนต้อนรับโจวฮูหยิน คุณนายใหญ่สกุลหลินและคนอื่นๆ ส่วนหวงฮูหยินกับเจิ้งไท่จวินก็ให้พามานั่งกับไท่ฮูหยิน ให้จู๋เซียงรับผิดชอบเรื่องน้ำชา ป้าซ่งเป็นคนรับผิดชอบอาหารและสุรา เมื่อพูดถึงตรงนี้ฮูหยินห้าก็อุทานขึ้นมา “ไอ๊หยา” ถามสืออีเหนียงว่า “แล้วจะเชิญงิ้วคณะไหนมาเล่น”

ตามธรรมเนียมทั่วไปแล้ว หากจะเชิญคณะงิ้วมาเล่นก็ต้องส่งคนไปเลือกเรื่องโดยเฉพาะ

“ข้าเชิญคณะเจี๋ยเซียงตู้ของไป๋ซีเซียงแล้ว” สืออีเหนียงจงใจรักษาระยะห่างกับคณะเต๋ออินปาน “พวกเขามีละครใหม่มากมาย”

“ห้องโถงที่จัดพิธีงานแต่งก็ไม่ได้เชิญแขกให้มาชมทิวทัศน์ยามว่างในห้องโถง หาอะไรใหม่ๆ มาก็นับว่าน่าสนใจดี” ไท่ฮูหยินยิ้มแล้วพูดต่อไปว่า “ถึงอย่างไรก็ต้องมีท่อนร้องเกี่ยวกับสามีภรรยาที่รักใคร่กันอยู่แล้ว” พูดพึมพำว่า “ข้าว่าเชิญคณะงิ้วใหญ่ทั้งสามคณะมาให้หมดเลยดีหรือไม่! จัดเวทีที่ห้องโถงเตี่ยนชุนหนึ่งที่ และที่เรือนนอกอีกหนึ่งที่ เชิญเสี่ยวเฟินฟังและเสี่ยวเหลียนจูที่อายุสิบเอ็ดสิบสองปีมาขับร้องที่ห้องโถงเตี่ยนชุน ส่วนผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างไป๋จวี๋ซวงกับเซี่ยงซานหว่านไปขับร้องที่เรือนนอก คนของห้องซือฝังจัดเตรียมเงินรางวัลไว้หลายสิบก้อน ใครร้องได้ดีก็มอบให้เป็นรางวัลหน้างานเลย ให้ทั้งสามคณะแข่งขันกันบนเวที ให้ทุกคนได้สนุกสนาน!”

“ความคิดของท่านแม่ดีมากจริงๆ เจ้าค่ะ!” ฮูหยินห้าพยักหน้าพลางพูดอย่างเห็นด้วย “เช่นนี้ คนเหล่านั้นก็จะพยายามร้องให้ดีที่สุดเพื่อชื่อเสียงของคณะ” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฮูหยินห้าก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย “ครั้งนี้ต้องครึกครื้นมากอย่างแน่นอน”

“ก็จัดเพื่อให้ครึกครื้นอยู่แล้ว!” ไท่ฮูหยินยิ้มแล้วพูดว่า “แม้ว่าอวี้เกอจะสอบไม่ผ่าน แต่งานแต่งครั้งนี้ก็ต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่! จะทำให้คนนอกดูถูกเขาเพราะพวกเราไม่ได้!”

เดิมทีโลกใบนี้ก็มีการแบ่งระดับชั้นกันอยู่แล้ว

หากเป็นเช่นนี้ เมื่อถึงเวลานั้นก็แค่หาข้ออ้างให้สวีซื่อเจี้ยอยู่ที่เรือนในก็พอแล้ว

สืออีเหนียงพยักหน้า

“เป็นท่านแม่ที่คิดได้อย่างรอบคอบ” นางยิ้มพลางถามฮูหยินห้า “เช่นนั้นก็เชิญป้าสือมาช่วยจัดการการแสดงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เจ้าคิดเห็นอย่างไรบ้าง”

พวกเขาสองสามีภรรยาล้วนชอบละครงิ้ว ป้าสือก็เคยได้ฟังได้เห็นมาเยอะ เข้าใจเรื่องละครงิ้วมากกว่าคนทั่วไป

ฮูหยินห้าตอบตกลงทันที

พวกนางปรึกษากันเกี่ยวกับรายละเอียดบางอย่าง เมื่อเห็นว่าเป็นเวลากลางวันแล้ว ไท่ฮูหยินก็ให้ทั้งสองคนอยู่ทานอาหารกลางวัน

พอเดินออกมาก็พบกับชิวอวี่

“ฮูหยิน” นางย่อเข่าคำนับ “ท่านเขยกับคุณหนูเจ็ดพาบุตรชายมาแสดงความยินดีกับคุณชายน้อยสองเจ้าค่ะ!”

สืออีเหนียงประหลาดใจอย่างมาก

เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ตนส่งเทียบเชิญงานแต่งของสวีซื่ออวี้ให้ จูอานผิงก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร ตนยังคิดว่าเป่าเกอยังเล็ก พวกเขาคงไม่ได้มาแล้ว

“ชีเหนียงมาหรือ!” ฮูหยินห้าเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน “เมื่อสองวันก่อนที่เขียนจดหมายมาถึงข้าก็บอกแค่ว่าเป่าเกอเริ่มจำหน้าคนได้แล้ว ไม่เห็นบอกว่าจะมาเยี่ยนจิงสักคำ” พูดไปพลางยิ้มไป “มักจะเห็นนางบอกในจดหมายว่าเป่าเกอเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ข้ายังไม่เคยเจอเลย ครั้งนี้ต้องมองให้ละเอียดสักหน่อยแล้ว”

ทั้งสองคนรีบสาวเท้าไปที่เรือนหลัก

ชีเหนียงที่เป็นแม่คนแล้ว ร่างกายยังคงบอบบาง แต่สีหน้าไม่ได้มีความกังวลเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป ท่าทางของนางเต็มไปด้วยความเบิกบานใจราวกับเด็กสาวก็มิปาน ให้ความรู้สึกราวกับว่ายังไม่ได้ออกเรือนอย่างไรอย่างนั้น

ในอ้อมแขนของนางอุ้มทารกน้อยอายุสามถึงสี่เดือน ข้างๆ ยังมีเด็กผู้ชายอายุราวห้าหกขวบ

สืออีเหนียงแปลกใจอย่างมาก แม้ว่านางจะคาดเดาสถานะของเด็กชายตัวน้อยออก แต่นางก็ยังอยากจะยืนยันสักหน่อย ชี้ไปที่เด็กชายตัวน้อยคนนั้น “นี่คือ?”

ชีเหนียงยิ้มแล้วพูดว่า “นี่คือบุตรชายคนโตของข้า นามว่าจี้เกอ” จากนั้นก็กำชับเด็กคนนั้นว่า “นี่คือท่านน้าหญิงสิบเอ็ดของเจ้า ส่วนนี่คือฮูหยินห้า!”

เด็กคนนั้นกำมุมเสื้อของชีเหนียงไว้แน่น เรียกทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ชีเหนียงเอ่ยขอโทษขอโพยว่า “เขาเติบโตในชนบท ไม่เคยเห็นโลกภายนอก ก็เลยจะขี้อายบ้างเล็กน้อย หากเสียมารยาทก็ต้องขอให้น้องหญิงสิบเอ็ดกับฮูหยินห้าอย่าได้ถือสา!”

“เหตุใดเจ้าถึงได้เกรงใจพวกเราเช่นนี้” ฮูหยินห้ายิ้มพลางสำรวจมองบุตรบุญธรรมของชีเหนียงนามว่าจี้เกอผู้นั้น “เด็กเล็กก็กลัวคนแปลกหน้ากันทั้งนั้นแหละ โตอีกสักหน่อยประเดี๋ยวก็ดีขึ้น ที่นี่ก็ไม่ใช่ต่างบ้านต่างเมือง พวกเราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ไม่ต้องคำนึงถึงมารยาทก็จะไม่มีการเสียมารยาท”

สืออีเหนียงเดินเข้าไปอุ้มเป่าเกอ

เด็กน้อยทั้งขาวทั้งอ้วนท้วม ตัวหนักอยู่พอสมควร

“หลานชายหน้าเหมือนท่านลุงของเขายิ่งนัก” นางยิ้มพลางพูดว่า “หน้าเหมือนพี่สามเจ็ดส่วน เหมือนพี่เขยเจ็ดสามส่วน”

เมื่อเป่าเกออยู่ในอ้อมแขนของนางก็บิดตัวไปมา หันไปมองชีเหนียงก่อนจะร้องไห้ขึ้นมา

ชีเหนียงรีบเข้าไปรับมา “ข้าอุ้มมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ยอมให้ใครอุ้มทั้งนั้น แม้แต่พี่เขยเจ็ดของเจ้าก็ไม่ยอมให้อุ้ม”

ฮูหยินห้าเห็นว่าจี้เกอเองก็หน้าตาเหมือนจูอานผิงอยู่สามส่วน พูดขึ้นมาว่า “เช่นนั้นแม้แต่แม่สามีเจ้าก็ไม่ให้อุ้มใช่หรือไม่”

ชีเหนียงเหลือบมองฮูหยินห้าแล้วยิ้ม เหมือนจะบอกว่า ‘ยังต้องถามอีกหรือ’

ฮูหยินห้าหัวเราะคิกคัก

สิ่งที่นายหญิงผู้เฒ่าสกุลจูต้องการมากที่สุดคือหลานชาย ถ้าหากชีเหนียงเลี้ยงให้บุตรชายไม่ต้องการท่านย่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านายหญิงผู้เฒ่าสกุลจูผู้นั้นจะร้อนใจมากแค่ไหน

สืออีเหนียงเองก็เม้มปากกลั้นหัวเราะ เชิญทั้งสองคนไปนั่งที่เตียงเตาริมหน้าต่างห้องปีกทิตะวันตก นางกับฮูหยินห้าให้ของขวัญต้อนรับจี้เกอกับเป่าเกอ เมื่อรู้ว่าครอบครัวของชีเหนียงพึ่งมาถึงเมื่อวานตอนบ่าย จากนั้นก็พักผ่อนอยู่ที่เรือนรับรองในเยี่ยนจิงของตัวเอง วันนี้ตอนเช้าตรู่จึงได้มาที่นี่ ถามนางเกี่ยวกับการวางแผนในช่วงนี้ แล้วเรียกบรรดาเด็กๆ มาทักทายจี้เกอกับเป่าเกอ

เฉิงเกองอแงจะเล่นกับเป่าเกอและซินเจี่ยเอ๋อร์ให้ได้ ก่อนมาที่นี่จิ่นเกอกับเซินเกอกำลังเล่นเตะลูกหนังไม่มีความอดทนพอที่จะนั่งฟังผู้ใหญ่คุยกัน เลยดึงจี้เกอให้ไปเล่นข้างนอกด้วยกัน

จี้เกอตกใจจนหน้าขาวซีด ไปหลบอยู่หลังชีเหนียงไม่ยอมออกมา

ชีเหนียงยิ้มพลางช่วยแก้ต่างให้จี้เกอ “เขาเตะลูกหนังไม่เป็นหรอก!”

จิ่นเกอไม่คิดเช่นนั้น “ข้าจะสอนเขาเองขอรับ แม้แต่ท่านแม่ของข้าก็เล่นเป็นแล้ว!”

ราวกับจะสื่อว่าสืออีเหนียงเป็นคนงุ่มง่ามก็ไม่ปาน

สืออีเหนียงได้ยินดังนั้นก็กระแอมเบาๆ

ชีเหนียงกับฮูหยินห้าพากันหัวเราะอย่างครื้นเครง

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 606 งุนงง (ต้น)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-061
หวนคืนชะตาแค้น
2023-11-02
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
2022-08-21
61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
2022-06-17
novelpdf-063
ระวังหัวใจจะไหวหวั่น
2023-03-25

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน