บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ร้อยรักปักดวงใจ - ตอนที่ 519 เข้าจวน (กลาง)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ร้อยรักปักดวงใจ
  4. ตอนที่ 519 เข้าจวน (กลาง)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 519 เข้าจวน (กลาง)

เพียงไม่นานทั้งเรือนก็เต็มไปด้วยผู้คน

กานฮูหยินก็ได้มากล่าวทักทายกับสืออีเหนียงอย่างกระตือรือร้น สืออีเหนียงและฮูหยินห้าก็ได้พูดคุยกับนางอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หาเหตุผลเพื่อขอตัวออกจากเรือนหอไป

เวลานี้ก็ยามจื่อแล้ว ทั้งสองจึงค่อนข้างเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็แยกย้ายกลับเรือนของตัวเองไป

เพียงแต่ว่าสืออีเหนียงที่พึ่งก้าวเท้าลงบนขั้นบันไดของเรือนหลัก อวี้ป่านสาวใช้ที่เรือนของไท่ฮูหยินก็เข้ามาหาด้วยความรีบร้อน

“ฮูหยินสี่” นางขานเรียกสืออีเหนียงเสียงเบา “ไท่ฮูหยินให้บ่าวมาตาม บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับท่านเจ้าค่ะ”

สืออีเหนียงจึงไปหาไท่ฮูหยินพร้อมกับนาง

ในเรือนไท่ฮูหยินสว่างไสวไปด้วยตะเกียงไฟ ภายใต้แสงไฟ สามารถมองเห็นสีหน้าที่เหนื่อยล้าได้อย่างชัดเจน

สืออีเหนียงก็เดินเข้าไปย่อตัวทำความเคารพ ไท่ฮูหยินได้ให้บ่าวรับใช้ที่ปรนนิบัติอยู่ในเรือนถอยออกไปจนหมด

จากนั้นก็ได้ถามสืออีเหนียงเสียงเบาว่า “เจ้าสาวเป็นอย่างไรบ้าง”

ที่แท้แล้วก็เป็นกังวลใจเรื่องนี้นี่เอง!

สืออีเหนียงจ้องมองไปยังริ้วรอยเหี่ยวย่นที่หางตาของไท่ฮูหยิน ในใจแอบรู้สึกว่าไท่ฮูหยินชรากว่าตอนที่นางได้เจอในครั้งแรก

นางอดไม่ได้ที่จะกุมมือของไท่ฮูหยินไว้ พร้อมกับพูดขึ้นเสียงเบาว่า “เบื้องต้นถือว่าดีเจ้าค่ะ” จากนั้นนางก็เล่าทุกอย่างที่ได้เห็นให้ไท่ฮูหยินฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน “…ลักษณะหน้าตาดูดีเป็นอย่างมาก หนังสือตำราที่อ่านมาก็ค่อนข้างเยอะ กิริยามารยาทสุภาพและสุขุม!” จากนั้นก็นึกถึงคนติดตามที่ติดตามฟังซื่อมาด้วย “ไม่ใช่คนที่สายตาคับแคบและไร้ซึ่งประสบการณ์” จากนั้นก็นึกถึงสะใภ้ใหญ่ผู้นั้น “เกรงว่าคงจะเป็นญาติสกุลเดิมที่ไม่ได้มีนิสัยใจคออดทนอดกลั้นเจ้าค่ะ”

ไท่ฮูหยินกลับไม่คิดเช่นนั้น “ไม่ว่าภรรยาของเจ้าสามจะไปดองกับตระกูลไหน นิสัยใจคอจะดีแค่ไหนสุดท้ายก็จะกลายเป็นคนมีอารมณ์ฉุนเฉียวไปโดยปริยาย” ในที่สุดก้อนหินหนักอึ้งในอกก็ถูกยกออก ไท่ฮูหยินจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก “เช่นนั้นก็รอดูว่าเช้าวันมะรืนจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่”

ฤกษ์งามยามดีถูกกำหนดไว้ค่อนข้างสาย หลังจากที่ส่งแขกกลับเรียบร้อยก็เกือบจะเช้าแล้ว แสงไฟยามค่ำคืนในห้องบ่าวสาวจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นวันพรุ่งนี้แทน เช้าวันพรุ่งนี้หากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็จะถือเป็นงานมงคลสมรสที่สมบูรณ์

สืออีเหนียงจึงพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ปลอบใจไท่ฮูหยินว่า “ท่านวางใจเถิด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ข้าว่าสีหน้าของท่านเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว ท่านรีบไปพักผ่อนดีหรือไม่ อย่างไรเสียข้าก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปกล่าวทักทายญาติที่ห้องโถงอยู่แล้ว มีเรื่องอันใดก็ให้ป้ารับใช้มาแจ้งข้าก็พอเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องหรอก!” ไท่ฮูหยินพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม รอยยิ้มกรุ้มกริ่มเจือปนไปด้วยความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “เจ้าข่มนางไม่ไหวหรอก ข้าออกโรงเองจะดีกว่า! เจ้ารีบไปพักผ่อนเถิด หน้าที่ของเจ้าก็คือดูแลจิ่นเกอให้ดีก็พอ!”

ถึงแม้ว่าไท่ฮูหยินจะดีกับจุนเกอเป็นอย่างมาก แต่ก็มีความสงสารและเวทนาแฝงอยู่ในนั้นเสมอ ส่วนจิ่นเกอกลับเป็นความรักใคร่เอ็นดูเสียมากกว่า

ค่าใช้จ่ายงานแต่งของสวีซื่อฉินจะถูกจัดการอย่างไร สืออีเหนียงไม่รู้เรื่องนั้นเลย สวีลิ่งอี๋จะสนใจเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ไท่ฮูหยินเองก็ไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้ นางเองก็ไม่กล้าที่จะผลีผลามไปถาม

ใครต่อใครจะเข้าใจผิดคิดว่าตนได้คืบจะเอาศอก ตอนนี้ฟังจากน้ำเสียงของไท่ฮูหยินแล้ว ดูเหมือนว่ากำลังเล่นสงครามประสาทกับฮูหยินสามอยู่ เช่นนั้นนางก็ยิ่งไม่สมควรจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเข้าไปใหญ่

สืออีเหนียงอยากจะช่วยปรนนิบัติไท่ฮูหยินเข้านอนก่อน แต่ไท่ฮูหยินกลับโบกมือพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ข้ามีเรื่องจะคุยกับป้าตู้ เจ้ากลับเรือนไปก่อนก็แล้วกัน! อย่าให้เจ้าสี่ดื่มสุรามากเกินไป เขาอายุไม่น้อยแล้ว สุราดื่มมากเกินไปก็จะกลายเป็นโทษต่อร่างกายได้”

“เจ้าค่ะ” สืออีเหนียงขานรับเสียงเบา แล้วจึงถอยออกจากเรือนไป จากนั้นก็สั่งกับจู๋เซียงว่า “…ไปสืบมาว่าค่าใช้จ่ายงานแต่งของคุณชายน้อยใหญ่นั้นคิดอย่างไร”

*****

วันถัดมา สวีซื่ออวี้ สวีซื่อจุน สวีซื่อเจี้ย เจินเจี่ยเอ๋อร์ เหวินอี๋เหนียงและเฉียวอี๋เหนียงก็พากันมาคารวะสืออีเหนียงตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนต่างก็แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ หลังจากที่สืออีเหนียงรับการคารวะจากทุกคนแล้ว ก็มีสาวใช้ใหญ่และป้ารับใช้ที่ติดตามมาเป็นโขยง นำทางเด็กๆ ไปยังโถงบุปผาเล็กของห้องโถงหลัก สวีซื่อฉินและฟังซื่อใช้ที่นี่เป็นที่กล่าวทักทายญาติ

นางพึ่งจะไปถึง ฮูหยินห้าก็พาซินเจี่ยเอ๋อร์และเซินเกอมาถึงพอดี

ซินเจี่ยเอ๋อร์รีบสะบัดมือจากแม่นมแล้วเข้าไปจูงมือจิ่นเกอทันที จิ่นเกอเห็นนางหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา จึงพยายามบิดตัวออกจากมือของนางแล้วหันไปมองอักษร ‘สี่’ สีแดงสดที่ติดอยู่กลางห้องโถงแทน

ซินเจี่ยเอ๋อร์เขินอายจนทำตัวไม่ถูก สวีซื่อจุนเดินเข้าไปถามซินเจี่ยเอ๋อร์ว่า “เหตุใดเมื่อวานนี้ถึงไม่เห็นเจ้าในงานเลี้ยงเลย เมื่อวานนี้มีขนมงาไส้ดอกกุ้ยฮวา พวกข้าคิดว่าเจ้าจะต้องชอบอย่างแน่นอน ก็เลยให้ปี้หลัวเอาไปให้ เจ้าได้ทานแล้วหรือยัง”

เมื่อซินเจี่ยเอ๋อร์ได้ยินแล้ว สีหน้าของนางก็ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อนและสีหน้าที่ดีใจว่า “แม่นมบอกว่ามันทำมาจากข้าวเหนียว ก็เลยให้ทานแค่ครึ่งชิ้น เป็นเหมือนที่พี่สี่พูดไว้ไม่มีผิด อร่อยมากเจ้าค่ะ!”

สวีซื่อจุนได้ยินแล้วก็ดีใจเป็นอย่างมาก สองพี่น้องเริ่มชวนกันคุยอย่างสนุกสนาน

สายตาของสวีซื่ออวี้จับจ้องไปยังจิ่นเกอ

จิ่นเกอสวมเสื้อคลุมนกกระเรียนผ้าไหมสีแดงสดลายก้อนเมฆห้ามงคล กางเกงผ้าแพรต่วนสีขาว ช่วงแผ่นอกมีสร้อยคอจี้กุญแจทองคำสมดังปรารถนาห้อยอยู่ ผิวของเขาขาวเนียนละเอียด ราวกับถูกผลัดผิวด้วยแป้งขาว เงาดุจหยกแกะสลักอย่างไรอย่างนั้น นัยน์ตาที่ทั้งโตและดำขลับของเขาเป็นประกายแวววาว น่ารักน่าชังราวกุมารทองของพระโพธิสัตว์กวนอิมก็ไม่ปาน สายตาของเขาและจิ่นเกอสบประสานกันโดยมิได้ตั้งใจ จิ่นเกอก็ส่งรอยยิ้มแป้นให้กับเขาทันที แต่ห้วงเวลานี้หยุดไว้ได้เพียงไม่นาน สายตาของเขาก็ถูกโคมไฟไข่มุกระย้าสีแดงสดที่ซุ่ยเอ๋อร์ถืออยู่เหนือศีรษะของจิ่นเกอดึงดูดไปอย่างรวดเร็ว

สวีซื่ออวี้อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ

เจินเจี่ยเอ๋อร์หันไปจูงมือของสวีซื่อเจี้ยเดินตามหลังสืออีเหนียงออกไปต้อนรับคุณนายใหญ่สกุลหง คุณนายสองสกุลฟู่และคุณนายสามสกุลติ้งที่มาจากเมืองหนานจิง คุณนายใหญ่สกุลหงและคุณนายสองสกุลฟู่ได้พาสะใภ้คนโตมาด้วย ไม่ได้เจอหน้ากันหลายปี ไม่เพียงแต่เป็นการกล่าวทักทายญาติเท่านั้น แต่ยังได้ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบอีกด้วย ขณะที่กำลังครึกครื้นอยู่นั้น ฮูหยินสามก็เดินเข้ามาพร้อมกับจงฉินปั๋วฮูหยิน เหล่าบรรดาป้าสะใภ้ น้าสะใภ้และคุณหนูของสกุลกาน

กานฮูหยินก็ได้ยืนพูดคุยกับสืออีเหนียงและสตรีคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ลืมญาติผู้หญิงที่อยู่ในตระกูลรวมไปถึงคุณหนูที่ยืนอยู่ข้างๆ ไปเสียสนิท ส่วนเหล่าบรรดาสะใภ้ที่เป็นญาติสนิทของฮูหยินสามเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเบะปาก จากนั้นก็เห็นจงฉินปั๋ว สวีลิ่งควนและเหล่าบรรดาลุง อา น้าชายและบุตรเขยของสกุลกาน รวมไปถึงสวีซื่อเจี่ยนที่เดินตามหลังสวีลิ่งอี๋เข้ามาพอดี

โถงบุปผาก็โกลาหลขึ้นมาทันที

ทุกคนทยอยแบ่งแยกชายหญิง แยกกันนั่งฝั่งซ้ายขวาชัดเจน สะใภ้กานเหล่าเฉวียนก็พาสวีซื่อฉินและฟังซื่อเข้ามา

คู่บ่าวสาวก็ได้เข้าไปทำความเคารพสวีลิ่งอี๋และคนอื่นๆ ก่อนเป็นอันดับแรก นอกจากสวีลิ่งอี๋ที่มอบกำไรหงส์ทองคำหนึ่งคู่เป็นของขวัญเจอหน้าครั้งแรกแทนคุณชายสามแล้ว คนที่เหลือก็พากันกล่าวคำอวยพรจำพวก ‘สามีภรรยาควรเคารพซึ่งกันให้เหมือนกับการเคารพแขก’ จากนั้นก็ไปทำความเคารพเหล่าบรรดาสตรีและเด็กๆ ที่ห้องโถงด้านข้าง

ฮูหยินสามจ้องมองบุตรชายและลูกสะใภ้ที่กำลังคำนับนางอยู่ อดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอขึ้นมา จากนั้นก็รับรองเท้าถุงเท้าที่ฟังซื่อทำให้ กล่าวคำว่า “ดี…ดี…” ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ขาดสาย จนใบหน้าของฟังซื่อแดงก่ำเพราะความเขินอาย ชิวหลิงก็รีบนำกล่องไม้สีแดงสดไปมอบให้

ฟังซื่อรับกล่องไม้มาด้วยสองมือ สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปยังสืออีเหนียงที่ฐานะบรรดาศักดิ์สูงส่งที่สุดในห้องโถงนี้

สืออีเหนียงกำลังจ้องมองปิ่นปักผมหงส์ทองคำที่ประดับไปด้วยหยกมรกต ทับทิมแดง เพชรตาแมวและไข่มุกขนาดเท่าเม็ดบัวบนศีรษะของฮูหยินสาม จากนั้นก็แอบพยักหน้าเบาๆ หันไปรับกล่องไม้ที่สลักด้วยลายสีทองจากชิวอวี่และกำลังจะยื่นให้กับฟังซื่อ แต่ฮูหยินห้ากลับหัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ช้าก่อน ช้าก่อน ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันที่กล่าวทักทายเพื่อทำความรู้จักกับญาติพี่น้อง แล้วเราจะหนีไปไหนได้เล่า ค่อยๆ ให้ทีละคนตามลำดับจะดีกว่า”

ทุกคนต่างก็พากันหันไปมองฮูหยินห้า

มือที่กำลังยื่นกล่องไม้ของสืออีเหนียงก็ชะงักไป จากนั้นก็เก็บกล่องไม้กลับมาดังเดิม

“พี่สะใภ้สามสู่ขอลูกสะใภ้ที่ใบหน้างดงามราวกับหยกก็ไม่ปาน ไม่รู้ว่าชอบจริงหรือแกล้งชอบ” ฮูหยินห้ายกแขนเสื้อขึ้นมาบังพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ “ที่บอกว่าก่อนหน้านี้ไม่นับ ข้าจะรอดูว่าวันนี้พี่สะใภ้สามจะมอบอะไรเป็นของขวัญ” พูดจบ นางก็หันไปส่งสายตาให้ชิวหลิงเปิดฝากล่องไม้ “สิ่งที่ได้ยินด้วยหูอาจจะเป็นเรื่องเท็จ เห็นด้วยตาต่างหากถึงจะเป็นเรื่องจริง”

ฮูหยินสามได้ยินแล้วก็ยิ้มขึ้นบางๆ รอยยิ้มของนางแฝงไปด้วยความลำพองใจมากกว่าสำรวมเสียด้วยซ้ำ

ชิวหลิงจึงยิ้มพร้อมกับเปิดฝากล่องไม้ออก

ด้านในเป็นชุดเครื่องประดับผมเฟินซินทองคำ ถึงแม้ว่าจะดูค่อนข้างเก่าแก่ แต่อย่างน้อยๆ ก็หนักราวห้าถึงหกตำลึงเห็นจะได้

พี่สะใภ้ใหญ่ของฮูหยินสามรู้สึกว่าของขวัญของฮูหยินสามนั้นถือว่าใช้ได้ มองดูอยู่ครู่หนึ่งก็ได้พูดขึ้นว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ฮูหยินห้าพอใจหรือไม่”

“ถือว่าใช้ได้!” ฮูหยินห้าพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

ฟังซื่อก็รู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูกขึ้นมา จึงก้มหน้าลงต่ำ

ใบหน้าของฮูหยินสามก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเข้าไปใหญ่

จากนั้นสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปยังสืออีเหนียงอีกครั้ง

ใบหน้าของสืออีเหนียงก็เผยให้เห็นสีหน้าที่ลังเลขึ้นมา

หลังจากที่พี่สะใภ้ใหญ่ของฮูหยินสามเห็นแล้วก็ยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ฮูหยินสี่ ครอบครัวสกุลเดิมของพวกข้ากำลังตั้งหน้าตั้งตารอดูท่านอยู่!”

สืออีเหนียงได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นก็ยื่นกล่องไม้ให้กับฟังซื่อ “น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า ขอหลานสะใภ้อย่าได้รังเกียจ!”

พี่สะใภ้ใหญ่ของฮูหยินสามเห็นว่านางไม่ยอมเปิดฝากล่องไม้ออก ไม่เปิดเผยต่อสายตาของผู้คน จึงคิดว่าต้องไม่ใช่ของดีอย่างแน่นอน จึงหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นแล้วพูดขึ้นว่า “ของขวัญเจอหน้าของหย่งผิงโหวฮูหยิน ไม่ว่าอย่างไรก็ควรจะเปิดให้พวกเราเห็นเป็นบุญตาเสียหน่อยถึงจะถูก!”

ฟังซื่อได้ยินแล้วสีหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความกังวลใจ รีบหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากสวีซื่อฉิน

สวีซื่อฉินทำเพียงยืนยิ้มอยู่ข้างๆ เท่านั้น

ท่านอาสะใภ้สี่เป็นคนจริงใจ และถึงแม้ว่าจะเป็นของที่ไม่ได้มีค่ามากมายอะไร แต่โดยปกติแล้วจะชนะด้วยฝีมือที่มีสีสันเป็นอย่างมาก เขาจึงไม่ได้เป็นกังวลใจแต่อย่างใด

ฟังซื่อจนปัญญา นางหลุบตาลงต่ำ จากนั้นก็ค่อยๆ เปิดฝากล่องออก

ปิ่นปักผมทองคำถูกวางอยู่บนแผ่นรองกำมะหยี่สีม่วงบานเย็น หัวปิ่นที่ค่อนข้างใหญ่ม้วนทรงกลม สลักด้วยลายหงส์คู่ทะยานฟ้า ปีกของหงส์เหมือนจริงราวกับปีกจริงก็ไม่ปาน ฝีมือการแกะสลักละเอียดประณีตและลึกล้ำ กำลังสยายปีกโบยบินคลอเคลียอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก ก้อนเมฆซ้อนทับเป็นชั้นๆ จนมิอาจนับได้ ถูกล้อมรอบด้วยหงส์คู่ และเป็นเพราะทำจากทองคำใหม่ จึงสว่างและเงางามเป็นอย่างมาก เกิดเป็นแสงจ้ากระทบตาจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นเลยทีเดียว

บางคนเชยชมว่า “งดงามยิ่งนัก” และบางคนก็พูดขึ้นด้วยความสงสัยว่า “น้ำหนักคงจะสิบกว่าตำลึงเลยกระมัง”

“สิ่งนี้ล้ำค่าเกินไปแล้ว” ฟังซื่อเงยหน้าขึ้นมามองสืออีเหนียงด้วยสีหน้าที่ตกใจ ราวกับถูกไฟลวกอย่างไรอย่างนั้น

“หงส์คู่ทะยานฟ้า สลัดปีกโบยบิน” สืออีเหนียงจ้องมองนางด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “อาสะใภ้สี่ขออวยพรให้พวกเจ้าแก่เฒ่าไปด้วยกัน รักใคร่ผูกพันเป็นหนึ่งเดียว”

ฟังซื่อได้ยินแล้วก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก

คำพูดประโยคนี้มาจาก ‘คัมภีร์กวีนิพนธ์ต้าหย่าและเจวี่ยนอา’ ปกติแล้วจะใช้ในการอวยพรคู่สามีภรรยาให้รักใคร่กลมเกลียว การแต่งงานที่อุดมสมบูรณ์ เป็นบทกวีที่นางมักจะชอบขับร้องอยู่ในใจก่อนที่จะแต่งงานออกเรือน

“ขอบคุณท่านอาสะใภ้สี่เจ้าค่ะ!” นางย่อตัวทำความเคารพด้วยความซาบซึ้ง

สกุลฟังเป็นตระกูลนักปราชญ์ สวีซื่อฉินได้ยินคำพูดคำจาของสะใภ้ใหญ่สกุลฟัง รวมไปถึงฟังซื่อที่อ่านหนังสือกวีนิพนธ์มามากมาย จึงรู้สึกกังวลว่าด้วยเหตุนี้ ฟังซื่อจะเป็นคนที่เย่อหยิ่งทะนงตนมาโดยตลอด แต่หลังจากที่ได้รับของขวัญเจอหน้าของสืออีเหนียงแล้ว ฟังซื่อกลับกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ พลอยทำให้ความกังวลใจที่สูงลิ่วของเขาร่วงลงมาสู่พื้น…จากนั้นก็ได้ยินฮูหยินห้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อว่า “พี่สะใภ้สาม แค่นี้พอเสียที่ไหนกัน ท่านเป็นถึงแม่สามี แต่เหตุใดถึงโดนพี่สะใภ้สี่ข่มทับได้ ยังไงก็ควรต้องเพิ่มอีกหน่อยถึงจะถูก เร็วเข้า รีบเพิ่มของขวัญให้หลานสะใภ้อีกสักอย่างสองอย่าง”

สีหน้าของฮูหยินสามพลันแข็งทื่อไปในทันที ในใจรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่สืออีเหนียงเป็นหน้าเป็นตาให้แก่นาง แต่ก็ยังเป็นกังวลใจกับฮูหยินห้าที่ไม่ค่อยรู้ความ ขณะที่นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ฮูหยินห้าก็ได้เปิดฝากล่องไม้ที่นางเอามา “ของข้าอยู่นี่ รอพี่สะใภ้สามมอบของขวัญเจอหน้าเพิ่มให้กับหลานสะใภ้แล้ว ข้าก็จะมอบให้ทันที”

เวลานั้นเอง ในเรือนก็อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอัญมณี

บางคนสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความอึ้ง บางคนก็มองจนตาค้าง และบางคนก็ชื่นชมไม่ขาดเสียง “แต่ละท่านใจใหญ่ไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว”

ดอกทัดหูวางอยู่บนแผ่นรองกำมะหยี่สีม่วงบานเย็น ขนาดเท่ากับถ้วยสุราเห็นจะได้ ด้ามจับทำจากทองคำบริสุทธิ์ กลีบดอกทำจากทับทิมสีแดงสดขนาดเท่าเล็บมือ เล็กใหญ่สลับกันไป ส่องประกายระยิบระยับ งดงามสะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 519 เข้าจวน (กลาง)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-059
แมวน้อยของนายท่าน
2023-03-24
602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
2023-02-17
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
2022-08-10
137d8w
แม่ปากร้ายยุค​ 80 [八零辣妈飒爆了]
2024-12-29

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน