บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ร้อยรักปักดวงใจ - ตอนที่ 482 พี่น้อง(ปลาย)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ร้อยรักปักดวงใจ
  4. ตอนที่ 482 พี่น้อง(ปลาย)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 482 พี่น้อง(ปลาย)

หลังจากปีก่อนผ่านไป บรรยากาศของปีถัดไปก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น

ทุกที่ในจวนถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาด มีโคมแดงแขวนไว้ที่ศาลาทางเดิน ดอกไม้และต้นไม้เขียวชอุ่มจัดวางอยู่หน้าเรือนและหลังเรือน ในครัวกำลังยุ่งอยู่กับการเอาน้ำมันลงหม้อ ตุ๋นอาหาร เงินของขวัญสำหรับเทศกาลตรุษจีนและเสื้อผ้าต่างก็ได้รับมาหมดแล้ว ใบหน้าของทุกคนจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

สืออีเหนียงปรึกษากับหู่พั่วเรื่องเตรียมการสำหรับตรุษจีน “…ก่อนวันที่สิบห้าของเดือนแรก พยายามให้ทุกคนได้พักผ่อนสักสองวัน”

หู่พั่วยิ้มพลางพยักหน้า

ทางโรงเย็บปักได้ส่งกระโปรงผ้าไหมหูหนานยี่สิบสี่กลีบสองตัวที่สืออีเหนียงสั่งทำมา

“ดอกเหมยนี้ปักได้ไม่เลวเลยทีเดียวเจ้าค่ะ” หู่พั่วเห็นดังนั้นก็พูดชื่นชม “นึกไม่ถึงว่าโรงเย็บปักจะฝีมือดีเช่นนี้”

สืออีเหนียงพยักหน้า ถามป้ารับใช้ที่นำกระโปรงมาส่ง “เป็นฝีมือของใคร”

“เป็นฝีมือของโอ่วเอ๋อร์เจ้าค่ะ” ป้ารับใช้ผู้นั้นยิ้มแล้วพูดเสียงเบาว่า “เป็นน้องสาวของชุ่ยเอ๋อร์คนที่เคยรับใช้อยู่ข้างกายฉินอี๋เหนียงที่เป็นไข้จนเสียชีวิตเจ้าค่ะ”

สืออีเหนียงเงียบไป

ป้ารับใช้ผู้นั้นอดตกใจกลัวไม่ได้ รีบคุกเข่าลงทันที “ฮูหยินโปรดอภัยด้วย ฮูหยินโปรดอภัยด้วย เพราะว่างานนี้ค่อนข้างเร่งรีบ อากาศก็หนาว คนในโรงเย็บปักหลายคนก็เป็นไข้ไม่สบาย แม้ว่าโอ่วเอ๋อร์จะพึ่งเข้าจวนมา แต่ว่าฝีมือเย็บปักโดดเด่นมากจึงให้นางช่วยปักดอกเหมยเหล่านี้ เป็นเพราะพวกบ่าวคิดไม่รอบคอบเอง คิดไม่ถึงว่านางกำลังไว้ทุกข์อยู่…”

“ลุกขึ้นเถิด!” สืออีเหนียงรู้ว่าป้ารับใช้ผู้นั้นเข้าใจผิดแล้ว แต่ก็ไม่ได้อธิบายกับนาง ส่งสัญญาณให้สาวใช้น้อยพยุงนางลุกขึ้น พูดขึ้นมาว่า “ชุ่ยเอ๋อร์เป็นคนดี เจ้าไปบอกกับน้องสาวนางว่า ในเมื่อเข้าจวนมาแล้วก็ต้องตั้งใจทำงานให้ดี” จากนั้นก็ให้หู่พั่วนำเงินห้าตำลึงมอบเป็นรางวัลให้โอ่วเอ๋อร์ “…ดอกไม้นี้ปักได้ดี ข้าชอบมาก”

เมื่อป้ารับใช้ผู้นั้นเห็นว่าสืออีเหนียงไม่ได้ตำหนิก็รับเงินมาด้วยความดีใจ กล่าวขอบคุณแล้วถอยออกไป

สืออีเหนียงถามถึงเยี่ยนหรง “นางเป็นอย่างไรบ้าง”

หู่พั่วยิ้มแล้วพูดว่า “นางเก่งมาก แต่บ่าวว่าพี่เขยเฉาอ่อนแอไปหน่อยเจ้าค่ะ”

สืออีเหนียงมองหู่พั่วที่มีท่าทางสดใสหลังจากแต่งงาน อดหยอกล้อไม่ได้ว่า “ข้าว่าหากเขยก่วนกับเขยเฉาอยู่ด้วยกันจะต้องมีเรื่องคุยกันไม่จบไม่สิ้นแน่นอน”

“ฮูหยิน!” หู่พั่วเขินจนหน้าแดง หันหลังแล้วเอากระโปรงไปเก็บ

สวีลิ่งอี๋เข้ามา

“หืม? ทำชุดใหม่หรือ”

สืออีเหนียงลุกขึ้นมาช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า “เตรียมเอาไว้ใส่ในวันตรุษจีนเจ้าค่ะ”

สวีลิ่งอี๋พูดขึ้นมาว่า “เช่นนั้นก็ช่วยทำเสื้ออ่าวจากผ้าไหมปักลายให้จิ่นเกอของพวกเราสักสองตัวเถิด!เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเขาก็ต้องไปเยี่ยมญาติด้วย”

“นี่พึ่งจะครบหนึ่งเดือน ใช้ผ้าไหมปักลายทำเสื้ออ่าว ไม่เพียงแต่สิ้นเปลือง ซ้ำยังเกรงว่าจะบาดผิวเอาได้” สืออีเหนียงคัดค้านทันที แล้วพูดต่ออีกว่า “เมื่อถึงเวลานั้นจะต้องพาจิ่นเกอไปอวยพรวันตรุษจีนด้วยหรือ”

ตั้งแต่วันนั้นที่ไท่ฮูหยินแสดงให้เห็นว่าอยากจะพบจิ่นเกอเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่สืออีเหนียงไปเรือนไท่ฮูหยินนางจึงอุ้มจิ่นเกอไปด้วย แม้ว่าจะอากาศหนาวเย็น แต่ก็อบอุ่นเมื่อคลุมด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอก แต่หากไปเรือนอื่นมันไม่เหมือนกัน บางครั้งก็อาจจะไม่ได้พบคนที่ต้องการไปหา และช่วงเวลาส่วนใหญ่ก็ต้องเดินทางไปหาอยู่บนรถม้า บุตรชายยังเด็กเกินไป

“ฮ่องเต้ ฮองเฮา และไท่จื่อต่างก็ส่งขันทีมา บอกว่าวันตรุษจีนให้พาลูกเข้าวังไปด้วย”

เช่นนี้ก็ไม่มีทางเลือกแล้ว

“เช่นนั้นก็ยิ่งไม่ควรใช้ผ้าไหมปักลายมาทำเสื้ออ่าว” สืออีเหนียงยิ้มแล้วพูดต่อไปว่า “มันดูฟุ่มเฟือยเกินไปเจ้าค่ะ”

“ไปถวายพระพรในวัง มีใครบ้างที่ไม่เอาเสื้อผ้าที่เก็บไว้อย่างดีมาใส่ จิ่นเกอใส่เพียงแค่เสื้ออ่าวที่ทำจากผ้าไหมปักลายนั้นไม่ถือว่ามากเกินไปหรอก” สวีลิ่งอี๋รู้สึกว่าสืออีเหนียงกังวลเกินไป “แต่ว่าในเมื่อกลัวว่าจะบาดผิว เช่นนั้นก็ทำเสื้อคลุมเล็กๆ เถิด!”

หากสวีลิ่งอี๋ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ยากที่จิ่นเกอจะไม่กลายเป็นผู้ชายเจ้าสำอาง!

สืออีเหนียงรู้สึกว่าแผนการศึกษาปฐมวัยของตัวเองนั้นช่างมืดมน

นางอดตำหนิไม่ได้ “ท่านโหว ต่อให้สิ่งของจะดีแค่ไหนก็ควรจะต้องสะดวกสบายในการใช้ แม้ว่าผ้าไหมปักลายจะสวย แต่เนื้อผ้ากลับแข็งกระด้างเกินไป ไม่สู้ผ้าซงเจียงซานซูที่ไท่ฮูหยินมอบให้ ทั้งนุ่มทั้งอบอุ่น…”

สวีลิ่งอี๋ไม่ได้คิดอะไรมาก แม้ว่าผ้าไหมปักลายจะมีราคาแพง แต่ก็ใช่ว่าในจวนจะไม่มีปัญญาสวมใส่ อีกอย่างบรรดาเด็กๆ คนอื่นต่างก็มี จึงคิดว่าควรจะทำให้จิ่นเกอสักตัว

เมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เช่นนั้นเจ้าก็เป็นคนตัดสินใจเถิด! ทำชุดใหม่สวยๆ ให้จิ่นเกอแล้วพวกเราพาเขาออกไปอวยพรตรุษจีนกัน”

แค่ทำเสื้อผ้าใหม่ก็พอแล้ว!

สืออีเหนียงครุ่นคิดก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้า

มีสาวใช้น้อยเข้ามารายงาน “ฮูหยิน คุณนายสี่สกุลหลัวจากตรอกกงเสียนมาเจ้าค่ะ!”

ตั้งแต่ที่สือเอ้อร์เหนียงกลับมาเยี่ยมสกุลเดิม สืออีเหนียงกับสวีลิ่งอี๋ไปร่วมรับรองความสัมพันธ์เป็นคนในครอบครัว ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย

“รีบไปเชิญคุณนายสี่สกุลหลัวเข้ามา!” สืออีเหนียงพูดพลางลุกขึ้นไปต้อนรับแขกที่ห้องโถง

คุณนายสี่สกุลหลัวสวมเสื้ออ่าวสีฟ้าขอบทอง ผมถูกมวยขึ้นอย่างเรียบร้อย ปักปิ่นดอกไม้สีแดง แม้ว่าจะดูกระฉับกระเฉง มีไหวพริบ แต่สีหน้ากลับดูวิตกกังวลอยู่เล็กน้อย สามารถมองออกว่ามาเพราะมีธุระ

“คุณหนูสิบเอ็ด” นางยิ้มพลางคำนับสืออีเหนียง “เมื่อวานนี้สะใภ้อู๋เซี่ยวเฉวียนเอาปลาแห้งมา อาศัยโอกาสที่ช่วงนี้ใกล้จะตรุษจีนแล้ว ข้าจึงนำมาให้ชิมกันคนละเล็กละน้อย”

“ลำบากพี่สะใภ้แล้วเจ้าค่ะ” สืออีเหนียงยิ้มพลางต้อนรับคุณนายสี่สกุลหลัวไปนั่งที่เตียงเตาริมหน้าต่างห้องปีกตะวันออก หู่พั่วออกไปรับของจากป้ารับใช้ “พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่สบายดีหรือไม่ ได้บอกหรือไม่ว่าจะมาเมืองหลวงเมื่อไร”

คุณนายสี่สกุลหลัวได้ฟังดังนั้นก็ยิ้ม สีหน้าดูสบายใจขึ้นมาก

“เดิมทีพี่ใหญ่เตรียมจะมาเมืองหลวงช่วงต้นเดือนสิบเอ็ด” นางรับถ้วยชาจากสาวใช้น้อยมาจิบหนึ่งอึก “ปรากฏว่าพี่สะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์ พี่ใหญ่จึงตัดสินใจจะเริ่มออกเดินทางหลังจากเทศกาลโคมไฟเป็นการชั่วคราว กลัวว่าพวกเราจะเป็นกังวลจึงตั้งใจส่งคนมารายงานข่าว”

“พี่สะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์แล้วหรือ!” สืออีเหนียงทั้งประหลาดใจทั้งยินดี “ปีนี้ซิวเกอก็อายุแปดปีแล้ว…นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ !”

“ใช่แล้ว!” คุณนายสี่สกุลหลัวยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เช่นนั้นพี่ใหญ่ก็คงไม่เลื่อนการเดินทางออกไป”

“ต้องเขียนจดหมายไปแสดงความยินดีสักหน่อยแล้ว” สืออีเหนียงยิ้ม ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง คุณนายสี่สกุลหลัวจึงค่อยๆ เข้าสู่ประเด็นหลัก “…คุณหนูสิบสองแต่งงาน เม่ากั๋วกงก็ไม่ได้มาร่วมดื่มสุรามงคล ข้าก็ไม่ได้อยากจะเป็นเดือดเป็นร้อนไปเองคนเดียว แต่พี่ใหญ่เจ้าบอกว่า ไม่ว่านางจะเป็นอย่างไร พวกเราก็ทำของพวกเราไป ไม่รู้สึกผิดก็พอแล้ว ข้ามาคิดดูก็มีเหตุผล ข้าว่าจะไปส่งปลาแห้งให้นางก่อน แล้วพวกเราค่อยมาพูดคุยกันอยู่ที่เรือนเจ้า ใครจะไปรู้ว่าจะได้พบกับคุณหนูห้าที่หน้าประตูเรือนคุณหนูสิบ…” เมื่อพูดถึงตรงนี้นางก็หยุดบทสนทนา มองสืออีเหนียงด้วยสายตาคลุมเครือเล็กน้อย

สืออีเหนียงประหลาดใจมาก มือที่ถือถ้วยชาชะงักไปเล็กน้อย “ได้พบพี่หญิงห้าหรือ”

คุณนายสี่สกุลหลัวพยักหน้า พูดอย่างครุ่นคิดว่า “คุณหนูห้าบอกข้าว่าใกล้จะตรุษจีนแล้วนางจึงมาเยี่ยมคุณหนูสิบ รู้ว่าข้านำปลาแห้งมาให้จึงพาข้าไปพบคุณหนูสิบ พออิ๋นผิงเห็นข้าก็มีท่าทางอึดอัดใจ บอกว่าคุณหนูสิบสุขภาพไม่ดี พบแขกไม่ได้ ขอข้าอย่าได้ถือโทษ พอข้าฝากของไว้แล้วจะออกมา ทันใดนั้นคุณหนูสิบก็เดินออกมาพูดกับข้า” ขณะที่พูดสีหน้านางดูรู้สึกผิดเล็กน้อย “นางบอกว่า สตรีที่แต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่ถูกสาดออกไป ไม่ว่าสกุลหลัวจะมีเงินมากมายแค่ไหนก็เป็นของสกุลหลัว ตอนนี้นางเป็นสะใภ้สกุลหวัง อยู่ก็เป็นคนสกุลหวัง ตายก็เป็นผีสกุลหวัง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสกุลหลัวอีกต่อไป ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลับไปเอาเงินกับสกุลหลัว หากคุณหนูห้ารู้สึกไม่สบายใจ ฝืนทนไม่ได้ก็ไปเอาเงินจากสกุลหลัวกับคุณหนูสิบเอ็ด ไม่ต้องมาคิดหวังพึ่งนาง”

สืออีเหนียงถึงกับพูดไม่ออก

อู่เหนียงไม่เพียงแค่อยากได้เงิน ซ้ำยังยุยงให้พวกนางกลับไปเอาเงินด้วย!

สือเหนียงตั้งใจพูดถึงนางเช่นนี้ ไม่แน่อู่เหนียงอาจจะพูดอะไรบางอย่างกับสือเหนียง สือเหนียงจึงได้เข้าใจผิดคิดว่านางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย มิเช่นนั้นคุณนายสี่สกุลหลัวก็คงไม่ใช้ข้ออ้างมาส่งปลาแห้งเพื่อมาทดสอบความคิดนาง!

เมื่อคิดถึงตรงนี้นางก็พูดอย่างชัดเจนว่า “ในบรรดาพวกเราพี่สาวน้องสาว คนอื่นข้าไม่รู้ แต่ตอนที่ข้าแต่งงานท่านแม่ปฏิบัติต่อข้าอย่างดี ข้าไม่มีทางเอ่ยปากให้พี่ใหญ่ชดเชยสินสอดทองหมั้นแน่นอน หากพี่สะใภ้สี่กังวลเรื่องนี้ก็โปรดวางใจได้เลย!”

“คุณหนูสิบเอ็ดเข้าใจผิดแล้ว” คุณนายสี่สกุลหลัวได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มเจื่อนๆ “คุณหนูเป็นคนอย่างไร คนอื่นรู้หรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ตัวข้าเองรู้ดี ตั้งแต่ออกมาจากจวนคุณหนูสิบ ข้าก็เคยซักถามคุณหนูห้าไปแล้ว แต่คุณหนูห้ากลับยืนยันว่านี่คือสิ่งที่นางกับเจ้าปรึกษากันไว้แล้ว เพราะว่าสือเหนียงกับเจ้าไม่ลงรอยกัน ดังนั้นจึงได้ขอร้องให้นางมาเป็นคนกลาง…ข้าคิดดูแล้ว เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องมาบอกเจ้า คุณหนูจะได้ไม่ต้องมาแบกรับเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว” นางพูดอย่างมีนัยยะว่า “ในบรรดาพวกเจ้า ยังมีสือเอ้อร์เหนียงอยู่อีกคน!”

“ขอบคุณพี่สะใภ้มากเจ้าค่ะ!” สืออีเหนียงซาบซึ้งใจไม่น้อย “ข้าจะไปคุยกับพี่หญิงห้าอย่างแน่นอน ส่วนทางด้านสือเอ้อร์เหนียงก็จะไปพูดกับนางสักหน่อย”

“ไม่ต้องหรอก” คุณนายสี่สกุลหลัวยิ้มแล้วพูดว่า “อย่างไรเสียข้าก็ต้องไปส่งปลาแห้งให้คุณหนูสิบสอง เจ้าแค่ไปพูดคุยกับคุณหนูห้าก็พอแล้ว”

อู่เหนียงเป็นพี่สาวแท้ๆ ของหลัวเจิ้นเซิง บางคำคุณนายสี่สกุลหลัวก็ไม่อาจพูดได้

สืออีเหนียงกล่าวขอบคุณ จากนั้นคุณนายสี่สกุลหลัวก็ไปคารวะไท่ฮูหยินแล้วกลับตรอกกงเสียน

นางเขียนจดหมายแสดงความยินดีให้หลัวเจิ้นซิ่งอยู่ที่ห้องหนังสือ แต่สมองกลับคิดถึงแต่เรื่องของอู่เหนียง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าอู่เหนียงนั้นไร้เหตุผลเป็นอย่างมาก อย่างไรเสียก็เติบโตในเรือนของนายหญิงใหญ่ แต่งกับเฉียนหมิง แม้ว่าจะได้รับความเดือดร้อนเล็กน้อยในด้านการเงิน แต่ก็ถือว่าดีกว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่มาก เหตุใดจึงได้กลายเป็นคนเช่นนี้

สืออีเหนียงวางพู่กันลงแล้วถอนหายใจ

อี๋เหนียงหกคิดเพียงแต่จะต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของสือเอ้อร์เหนียง แต่กลับไม่ได้คิดอย่างรอบคอบถึงสถานะของสือเอ้อร์เหนียง แม้แต่ตอนที่นางได้แต่งเข้าจวนโหว ข้อกำหนดของสินสอดทองหมั้นก็ไม่ได้แตกต่างกับอู่เหนียงและสือเหนียง นั่นก็เพื่อความยุติธรรม จะได้ไม่เกิดข้อพิพาทระหว่างพี่น้อง ครั้งนี้ไม่ว่าอู่เหนียงจะได้เงินหรือไม่ เกรงว่าปมในใจระหว่างนางกับสือเอ้อร์เหนียงคงจะเกิดขึ้นแล้ว

สวีลิ่งอี๋ที่นั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ที่มีเบาะรองสีแดงรู้สึกว่าภรรยาเหม่อลอยเล็กน้อยหลังจากที่คุณนายสี่สกุลหลัวกลับไป กระทั่งตอนนี้สีหน้ายิ่งดูเป็นกังวลมากขึ้น จึงถามขึ้นมาว่า “เป็นอะไรหรือ” สวมรองเท้าแล้วเดินไปนั่งข้างสืออีเหนียง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “หรือว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นที่ตรองกงเสียน”

สืออีเหนียงกลัดกลุ้มใจ สวีลิ่งอี๋นั่งลงข้างๆ นางด้วยสีหน้าอ่อนโยน นางครุ่นคิดก่อนจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้สวีลิ่งอี๋ฟัง “…พรุ่งนี้ก็จะเป็นคืนวันตรุษจีนแล้ว อย่างไรก็ต้องรอหลังจากวันที่สิบห้าเดือนหนึ่งก่อนแล้วค่อยไป!แต่ข้าก็กังวลว่านางจะมีการเคลื่อนไหวในช่วงไม่กี่วันนี้…” ท่าทางลำบากใจเป็นอย่างมาก

สวีลิ่งอี๋คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ข้าว่าเรื่องนี้ข้าจะไปพูดกับเฉียนหมิงสักหน่อย!”

“เช่นนี้คงไม่เหมาะ!” สืออีเหนียงพูดต่ออีกว่า “พอบรรดาบุรุษอย่างพวกท่านพูดคุยกัน เรื่องราวก็จะยิ่งจริงจัง ถ้าหากพี่เขยห้าไม่รู้เรื่องนี้ จะไม่ทำให้พวกเขาสองสามีภรรยาต้องแตกกันหรือเจ้าคะ!”

สวีลิ่งอี๋ไม่คิดเช่นนั้น “ถ้าหากเขาไม่รู้ เช่นนั้นก็ยิ่งต้องพูดให้เขาฟัง การที่นางทำลับหลังเขาเช่นนี้ เห็นสามีอยู่ในสายตาเสียที่ไหนกัน ไม่เร็วไม่ช้าก็จะทำให้เกิดหายนะ เมื่อถึงตอนนั้นจะไม่สามารถจัดการได้ ไม่สู้บอกให้เขารู้เสียแต่ตอนนี้เลย ถ้าหากเขารู้…” ดวงตาพลันเป็นประกาย “จงกระทำสิ่งที่พึงกระทำ และละเว้นสิ่งที่ควรละเว้น หากเป็นเช่นนี้เมื่อเขาเข้าสู่เส้นทางข้าราชการแล้ว ก็จะเจริญก้าวหน้า!”

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 482 พี่น้อง(ปลาย)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6188e53dm0GCjCeV
ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ (​จบบริบูรณ์​)
2024-05-20
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
2024-02-25
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก
2024-08-14
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
2024-02-26

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน