หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 998 ไม่ได้ทำสุดกำลัง (1)
ตอนที่ 998 ไม่ได้ทำสุดกำลัง (1)
ณ หมู่บ้านบนเขาลึก หนานกงชวี่อยู่ในตำแหน่งเหนือสุดอ่านจดหมายที่เพิ่งส่งมาถึง มุมปากยกยิ้มบางขึ้นมา ผู้คนที่นั่งอยู่ด้านล่างนั้นต่างรู้สึกประหลาดใจ คุณชายหนานกงผู้นี้แม้ไม่ได้เย็นชาเยือกเย็นอย่างคุณชายเว่ย แต่น้อยนักที่จะเห็นเขายิ้มต่อหน้าผู้คน ไม่รู้ว่าข่าวใดถึงได้ทำให้เขาอารมณ์ดีเพียงนี้
เซวียปินอดไม่ได้ เอ่ยถามขึ้นว่า “คุณชายหนานกง มีข่าวดีอันใดหรือ”
หนานกงชวี่พับเก็บจดหมายในมือ ก่อนจะเอ่ยออกมาเชื่องช้า “ไม่มีอันใด ถ่ายทอดคำสั่งลงไป พวกเราควรออกไปแล้ว”
ได้ยินเช่นนั้นทุกคนจึงรู้สึกยินดีขึ้นมาโดยไม่อาจห้ามได้ “เยี่ยนอ๋องและคุณชายเว่ยเตรียมตัวลงมือแล้วหรือขอรับ” แม้พวกเขาจะมีความสุขที่ได้เห็นหนานกงไหวทำอันใดไม่ได้เมื่อพวกเขาซ่อนตัวอยู่ในป่า แต่ก็ไม่อาจซ่อนตัวอยู่ในป่าไม่ทำอันใดไปตลอดกระมัง พวกเขาไม่ใช่โจรป่าจริงๆ เสียหน่อย
หนานกงชวีเลิกคิ้ว พยักหน้าเบาๆ
นายทหารชั้นสูงที่อายุยังน้อยอดกระโดดโลดเต้นอย่างอดไม่ได้ รีบออกไปถ่ายทอดคำสั่งอย่างมีความสุข สำหรับเรื่องนี้หนานกงชวี่เองก็ไม่ใส่ใจ ขุนพลของกองทัพเฉินโจวส่วนใหญ่อายุยังน้อย แน่นอนว่าร่าเริงกว่าขุนพลที่อื่นอยู่มาก ขอเพียงไม่ทำให้เสียเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นหนานกงชวี่ ลิ่นฉังเฟิง หรือเว่ยจวินมั่ว รวมถึงหนานกงมั่วเองก็ไม่สนใจ
เฉินซิวที่นั่งอยู่ด้านข้างยิ้มอย่างสบายใจ เอ่ย “ในที่สุดก็จะได้ยืดเส้นยืดสายแล้ว หากซ่อนตัวต่อไปเกรงว่าหนานกงไหวคงคิดว่าเรากลัวเขาแล้ว”
เซวียปินพยักหน้ารัวเร็ว “คุณชายหนานกง พวกเราจะลงมือเมื่อใดกัน”
หนานกงชวี่เอ่ยเสียงเรียบ “กลางดึกคืนนี้”
เนี่ยนหย่วนที่ถูกเมินเฉยนั่งเงียบอยู่ด้านข้าง เขาชินกับการเฉยเมยของหนานกงชวี่แล้ว อย่างไรหนานกงชวี่ก็ไม่ต้องการให้เขาวางแผนใดๆ ให้ เพียงโยนปัญหาที่เขารู้สึกจัดการได้ยากมาให้เขาจัดการ โดยทั่วไปเหล่าขุนพลของกองทัพเฉินโจวนั้นนอบน้อมต่อเขามากทว่าไม่เข้าใกล้จนเกินไป สำหรับเรื่องนี้ เหตุผลของคุณชายเซวียเองก็สมเหตุสมผล แม้ไต้ซือเนี่ยนหย่วนจะร้ายกาจ แต่อย่างไรก็เป็นผู้ช่วยคนสนิทของเยี่ยนอ๋อง ถึงพวกเขาจะเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่กองทัพเฉินโจวและกองทัพโยวโจวชื่อก็ไม่เหมือนกันแล้วแน่นอนว่าย่อมแตกต่างกันอยู่บ้าง แม้จะร่วมมือกัน อย่างน้อยก็ต้องมีระยะห่าง เพื่อไม่ให้คนเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาขุดคุ้ยเยี่ยนอ๋องจนเกินไป
สำหรับวาจานี้ ไต้ซือเนี่ยนหย่วนจึงทำได้เพียงยิ้มขมขื่นไม่อาจเอ่ยสิ่งใดได้
หนานกงชวี่หันไปหาเนี่ยนหย่วนที่นั่งเงียบไม่เอ่ยวาจา เอ่ยถาม “ไต้ซือมีอันใดอยากเอ่ยหรือไม่”
เนี่ยนหย่วนถอนหายใจ เอ่ย “อาตมาไม่มีสิ่งใดจะเอ่ย คุณชายหนานกงมีไหวพริบปฏิภาณ อาตมาอยู่ที่นี่มานานก็ไม่อาจช่วยอันใดได้ ช่างน่าละอาย”
หนานกงชวี่เลิกคิ้ว เอ่ยเสียงเรียบ “วาจานี้ไต้ซือกล่าวหนักไปแล้ว หากมิใช่เพราะไต้ซือ พวกเราจะปล้นเสบียงอาหารจากกองทัพของศัตรูได้เยี่ยงไร เกรงว่ากองทัพของเราคงอยู่ไม่ได้มานานเพียงนี้ ไต้ซือดูแคลนตนเองเช่นนี้ ทำให้ข้าละอายใจไม่น้อย”
เปลือกตาเนี่ยนหย่วนกระตุก เห็นได้ว่าวาจานั้นมีความหมายแฝง คุณชายหนานกงผู้นี้ทำเพียงแสร้งไม่เข้าใจ เพียงเอ่ยต่อ “ในเมื่อสงครามกำลังจะเริ่มขึ้น เกรงว่าคุณชายหนานกงคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากอาตมาแล้ว มิสู้…อาตมากลับค่ายเมืองเผิงดีหรือไม่”
หนานกงชวี่หรี่ตาลง เอ่ยเสียงเรียบ “มิได้เด็ดขาด เพราะสงครามกำลังจะเกิดขึ้น จึงเป็นเวลาที่ต้องการไต้ซืออย่างไรเล่า กองทัพเมืองเผิงมีเยี่ยนอ๋องนั่งบัญชาการหลัก อีกทั้งยังมีแม่ทัพเฉินอวี้นำทัพด้วยตนเอง คงแข็งแกร่งกว่าลูกแตงและพุทราบิดเบี้ยว[1]บนเขาแห่งนี้กับข้า หรือเอ่ยได้ว่า…ไต้ซือไม่เชื่อใจแม่ทัพเฉินอวี้หรือไม่”
เฉินอวี้เป็นแม่ทัพผู้มีสติปัญญาความสามารถของโยวโจว บางทีกลยุทธ์ของเนี่ยนหย่วนอาจฉลาดกว่าเฉินอวี้ แต่ตำแหน่งและความเชื่อใจของเยี่ยนอ๋อง เนี่ยนหย่วนที่เพิ่งมาติดตามเยี่ยนอ๋องไหนเลยจะสู้เฉินอวี้ได้
หนึ่งใน ‘ลูกแตงและพุทราบิดเบี้ยว’ อย่างเฉินซิวมองเนี่ยนหย่วนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณชายหนานกงเอ่ยได้ไม่ผิด เมืองเผิงนั้นมีแม่ทัพเก่าแก่มากมาย พวกเราต่างหากที่ต้องการคำชี้แนะจากไต้ซือ ขอไต้ซือเนี่ยนหย่วนอย่าได้รังเกียจถึงจะถูก”
“…” เขาจะเอ่ยว่าเฉินอวี้ไม่ได้เรื่องต่อหน้าบุตรชายของเขาได้หรือ
หนานกงชวี่มองเนี่ยนหย่วยที่นิ่งเงียบไป ถอนหายใจพลางเอ่ย “หลายวันมานี้พวกเราซ่อนตัวอยู่บนเขาไม่อาจทำอันใดสำเร็จได้แม้เพียงเรื่องเดียว ข้ารู้ว่าทำให้ไต้ซือน้อยใจแล้ว เพียงแต่ยามนี้เป็นเวลาที่พวกเราต้องสร้างความดีความชอบแล้ว ขอไต้ซืออย่าได้ทอดทิ้งเลย”
เนี่ยนหย่วนถอนหายใจ สองมือพนมขึ้นมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แล้วแต่คุณชายหนานกงจะจัดการเถิด ไม่รู้ว่าคุณชายมีเรื่องใดสำคัญให้อาตมาช่วยหรือไม่”
หนานกงชวี่ยิ้มพลางเอ่ย “คืนนี้บุกโจมตีค่ายของหนานกงไหว ขอไต้ซือช่วยดูว่าสามารถใช้กลอุบายอันใดได้บ้าง”
เนี่ยนหย่วนเงียบไปชั่วครู่ “อาตมารู้แล้ว คูณชายวางใจเป็นพอ”
หลังจากมองเนี่ยนหย่วนเดินออกไปแล้ว เฉินอวี้ เซวียปิน จูเหมิงทั้งสามมองไปยังหนานกงชวี่โดยพร้อมเพรียง เซวียปินชิงเอ่ยขึ้นก่อน “คุณชายหนานกง ไยพวกเราต้องยื้อพระรูปนั้นเอาไว้”
แม้บิดาของเซวียปินและสหายจะเป็นแม่ทัพกองกำลังรักษาการณ์โยวโจว แต่ตัวเขานั้นรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเฉินโจว ในสายตาของเขาอย่าว่าแต่พระเนี่ยนหย่วนรูปนี้ แม้แต่เรื่องในกองทัพของบิดายังไม่อาจเอามาปะปนกันได้ ยิ่งไปกว่านั้น พระก็ควรจะอยู่ในวัด ออกมาทำสงครามเลียนแบบคนธรรมดาได้เยี่ยงไร หากต้องการผลงานความดีความชอบก็กลับไปสึกเสีย ตอนนี้จะเป็นพระก็ไม่ จะสึกก็ไม่ เหมือนอะไรกัน เพราะเหตุนี้ เซวียปินจึงไม่ชอบเนี่ยนหย่วน
จูเหมิงกะพริบตาปริบไม่เอ่ยวาจา ทว่าสายตาที่มองไปยังหนานกงชวี่กลับเต็มไปด้วยคำถาม เขาไม่มีความคิดอย่างเซวียปิน แต่เขาสัมผัสได้ว่าหนานกงชวี่มิได้เชื่อใจเนี่ยนหย่วนนัก เพราะคุณชายเว่ยมอบกองทัพเฉินโจวให้คุณชายหนานกงกว่าครึ่ง เขาจึงคิดว่านี่คือท่าทีของคุณชายเว่ย
เฉินซิวมองทะลุยิ่งกว่าสองคนนั้น ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “คุณชายหนานกงไม่อยากให้เนี่ยนหย่วนกลับไปที่เมืองเผิงงั้นหรือ เป็นความต้องการของคุณชายเองหรือ”
ความจริงมีบางเรื่องที่สามารถมองออกไปอย่างง่ายตาย สิ่งที่หนานกงชวี่ทำมาตลอดหลายวันมานี้เพียงเพราะไม่ยอมให้เนี่ยนหย่วนกลับไปยังค่ายเมืองเผิง ปกติแล้วยามกองทัพเฉินโจวเกิดเรื่องอันใดก็ไม่เคยหารือกับเขา แต่เมื่อเนี่ยนหย่วนมีความคิดจะกลับไปก็มักจะยื้อไว้และโยนงานยากๆ ให้เขาจัดการทีละงานสองงาน เพียงแต่วิธีการเหล่านี้ทำออกมาอย่างชัดเจนไม่คิดจะปิดบัง เห็นได้ว่าไม่คิดจะปิดบังเนี่ยนหย่วนด้วย
“หรือว่าเนี่ยนหย่วน…” เฉินซิวขมวดคิ้ว
หนานกงชวี่ยกมือห้ามสิ่งที่เฉินซิวกำลังจะเอ่ย เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนี้ ไต้ซือเนี่ยนหย่วนเป็นที่ปรึกษาของเยี่ยนอ๋อง ในเมื่อเยี่ยนอ๋องส่งเขามาช่วย พวกเราจะปล่อยเขากลับไปเช่นนี้ได้เยี่ยงไร หากปล่อยให้เขากลับไปจะไม่เอ่ยว่ากองทัพเฉินโจวไม่ยอมรับของที่เยี่ยนอ๋องส่งมา”
“…” ข้อแก้ตัวเหล่านี้ หลอกเซวียปินและจูเหมิงยังพอได้
“ถ้าหากไต้ซือเนี่ยนหย่วน…” เฉินซิวขมวดคิ้ว ฝีมือของคุณชายหนานกงนั้นโหดร้าย เกิดเนี่ยนหย่วนหักหลังพวกเขาก็ไม่ดีนัก
หนานกงชวี่ปรายตามองเขาอย่างเฉื่อยชา เอ่ย “ไม่มีถ้าหาก ข้าทำอันใดเขาหรือ” เขาต้อนรับเนี่ยนหย่วนเป็นอย่างดี ไม่ให้ตกอยู่ในอันตราย ยังจะผิดอีกหรือ
[1] ลูกแตงและพุทราบิดเบี้ยว หมายถึง คนหรือสิ่งของที่ดูไม่ดี อัปลักษณ์