หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 952 การทะเลาะกันของพี่น้อง (2)
ตอนที่ 952 การทะเลาะกันของพี่น้อง (2)
ฟังคำของหลิ่วหัน หนานกงมั่วจำลองสถานการณ์อยู่ในใจ อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ “กงอวี้เฉินทำทุกวิถีทางจริงๆ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่รู้ว่าวางแผนไปแล้วกี่ครั้ง”
หลิ่วหันลังเลอยู่ชั่วครู่ มองหนานกงมั่วไม่เอ่ยสิ่งใด หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “มีอันใดก็เอ่ยมา”
หลิ่วหันเอ่ยเสียงเบา “มีพี่น้องวังจื่อเซียวคนหนึ่งเอ่ย ตอนนั้นเยี่ยนอ๋องสามารถหลบออกไปได้ เพียงแต่…ตอนนั้นคุณชายรองเซียวยืนอยู่ด้านหลังเยี่ยนอ๋อง มองไม่เห็นลูกธนูที่ถูกยิงมา หากตอนนั้นท่านอ๋องหลบออกไป คนที่นอนอยู่คงจะเป็น…”
หนานกงมั่วย่นคิ้ว ส่ายศีรษะพลางเอ่ย “อย่าเอ่ยเหลวไหล ตอนนั้นเสด็จลุงเองก็บาดเจ็บภายใน ลูกธนูของไห่รื่อกู่…ใช่ว่าจะหลบได้”
หลิ่วหันยักไหล่ เอ่ย “จวิ้นจู่กล่าวถูกแล้วเจ้าค่ะ” คงจะเป็นเช่นนั้น
เมื่อกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว เว่ยจวินมั่วก็ยังไม่กลับมา หนานกงมั่วจึงถามอย่างแปลกใจ “จวินมั่วทำอันใดอยู่หรือ” หลิ่วหันเอ่ย “ท่านอ๋องบาดเจ็บหนัก คุณชายโกรธมากเจ้าค่ะ ออกคำสั่งไล่ล่าไห่รื่อกู่ สังหารให้สิ้นซาก ตอนนี้…ดูเหมือนว่ากำลังหารือเรื่องสายลับในกองทัพกับคุณชายรองเซียวและเหล่าขุนพลในกองทัพเจ้าค่ะ”
หนานกงมั่วพยักหน้า “เรื่องราวในครั้งนี้…หากไม่มีสายลับในกองทัพคงไม่อาจทำสำเร็จได้ ได้ความแล้วหรือ”
“ก่อนหน้านี้แม่ทัพเฉินอวี้ได้จับตัวเนี่ยนหย่วนเอาไว้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ เพราะเขาน่าสงสัยที่สุด อย่างไรการลอบโจมตีซื่อหยางก็เป็นแผนการของเขา เพียงแต่เขาไม่ยอมรับมาตลอด เพียงบอกว่าตนเองถูกใส่ร้าย”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ย “ดังนั้น ตอนนี้พวกเขากำลังเอ่ยถึงเรื่องของเนี่ยนหย่วนกันอย่างนั้นหรือ”
หลิ่วหันพยักหน้า “จวิ้นจู่จะไปดูด้วยหรือไม่เจ้าคะ”
หนานกงมั่วส่ายศีรษะ เอ่ย “ไม่ ข้าไปดูเสด็จลุงเยี่ยนอ๋องดีกว่า”
มาถึงกระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋อง ด้านในเงียบสงัดกลิ่นยาจางๆ ลอยคละคลุ้ง แพทย์ทหารสองคนเฝ้าไม่ห่างไปไหน เกรงว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น มองเห็นหนานกงมั่วเดินเข้ามา ใบหน้าเผยความยินดีขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว อย่างไรตอนนั้นพวกเขาไม่มีผู้ใดกล้าดึงลูกธนูออกจากร่างกายของเยี่ยนอ๋อง สุดท้ายเป็นซิงเฉิงจวิ้นจู่ที่ทำในสิ่งที่พวกเขาไม่อาจทำได้ นับว่าช่วยชีวิตของพวกเขาเอาไว้
“จวิ้นจู่”
หนานกงมั่วโบกมือเป็นเชิงว่าไม่ต้องมากพิธี มองดูคนที่นอนอยู่บนเตียงแล้วจึงเอ่ยถาม “เป็นอย่างไร”
แพทย์ทหารถอนหายใจ เอ่ยขึ้นด้วยความกังวล “บาดแผลไม่มีอันใดน่าเป็นห่วงขอรับ แต่ว่าอาการบาดเจ็บภายในของเยี่ยนอ๋อง อีกทั้งร่างกายของเยี่ยนอ๋องเองก็อ่อนแอเกินไป ที่สำคัญก็คือ เพราะอาการบาดเจ็บภายในทำให้ไม่อาจใช้ยาหลายชนิดได้ เช่นนี้จะทำเยี่ยงไรดี หากร่างกายยังคงอ่อนแอเช่นนี้ต่อไป ข้าน้อยเกรงว่า…ต่อให้บาดแผลภายนอกของเยี่ยนอ๋องดีขึ้น คนก็คงไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้” สามารถเป็นแพทย์ทหารอยู่ในกองทัพได้มาจนถึงตอนนี้อย่างไรก็พอมีความสามารถอยู่บ้าง หนานกงมั่วเดินเข้าไปจับชีพจร ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ เอ่ย “ค่อยๆ รักษาไปเถิด เพียงรักษาชีวิตเสด็จลุงเอาไว้ บาดแผลภายในอย่างไรก็ต้องมีวิธีรักษาให้ดีขึ้น น่าเสียดาย…”
“น่าเสียดายอันใดหรือขอรับ” แพทย์หทารรีบเอ่ย “จวิ้นจู่มีวิธีอันใดหรือ”
หนานกงมั่วส่ายศีรษะยิ้มเจื่อน “ตอนนี้ร่างกายของเสด็จลุงเป็นดั่งตะแกรงหนึ่งอัน ต่อให้บำรุงยาดีเข้าไปมากเพียงใด เก้าส่วนก็ต้องสูญเสียไป” นางมียารักษามากมายหลายชนิด แต่ร่างกายจะต้องสามารถดูดซึมได้ด้วยตนเอง มิเช่นนั้นต่อให้เป็นยาวิเศษก็ไร้ประโยชน์
“หากมีผลหลิงหลง บางที…น่าเสียดาย ผลหลิงหลงที่รู้จักหนึ่งเดียวนั้นก็คือผลหลิงหลงที่ตระกูลจูได้รับเมื่อห้าปีก่อน สุดท้ายนำมาใช้กับองครัชทายาทแล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น แพทย์ทหารทั้งสองพลันมีสีหน้าสิ้นหวังอย่างอดไม่ได้ ผลหลิงหลงในตำนานเช่นนี้ เป็นสิ่งที่พบเจอได้ทว่าไม่อาจเรียกร้องหามันได้ ไหนเลยบอกว่ามีก็มีได้ หนานกงมั่วเองก็เอ่ยไปอย่างนั้น หากเทความหวังไปกับผลหลิงหลงที่ไม่รู้อยู่ที่ใด มิสู้รอปาฏิหาริย์จากสวรรค์เสียจะดีกว่า
ดูใบจ่ายยาที่แพทย์ทหารเขียนออกมา แม้จะเป็นยาที่ปรับตามยาที่มีในกองทัพก็ไม่เลวนัก หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ย “ใช้ยาตามนี้ไปก่อนเถิด ส่วนยาหลังจากนี้เดี๋ยวข้าจะลองคิดดูอีกที”
“เช่นนั้นคงต้องลำบากจวิ้นจู่แล้ว” แพทย์ทหารทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
หนานกงมั่วยิ้มบาง “เป็นหน้าที่เท่านั้น”
“จวิ้นจู่” ด้านนอก เสียงเจี่ยนชิวหยางดังเข้ามา หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “ชิวหยาง เข้ามาสิ”
เจี่ยนชิวหยังเปิดม่านออกพร้อมเดินเข้ามา หนานกงมั่วเอ่ยถาม “มีเรื่องอันใดหรือ”
เจี่ยนชิวหยางยิ้มเอ่ย “ได้ยินว่าจวิ้นจู่ตื่นแล้ว คุณชายจึงให้ข้าน้อยมาเชิญจวิ้นจู่ไปหาขอรับ ใครจะรู้ว่าจวิ้นจู่มาอยู่ที่นี่ได้” หนานกงมั่วไม่เข้าใจเล็กน้อย “ให้ข้าไปหาหรือ เรื่องอันใดกัน” หากเป็นเรื่องของกองทัพ หนานกงมั่วเชื่อว่าเว่ยจวินมั่วคนเดียวสามารถจัดการได้ ไยต้องตามนางไปด้วยเล่า
เจี่ยนชิวหยางยักไหล่อย่างจนปัญญา เอ่ย “แม่ทัพเฉินมาแล้ว คุณชายใหญ่เซียวและคุณชายเซียวสามก็กลับมาแล้ว เกรงว่าคงอยากรู้สถานการณ์การบาดเจ็บของเยี่ยนอ๋องขอรับ”
หนานกงมั่วขมวดคิ้ว “กลับมากันหมดเลย ไม่ต้องทำสงครามแล้วหรือ”
เจี่ยนชิวหยางยิ้มเจื่อน “จวิ้นจู่ ท่านอ๋อง…ทำสงครามหรือไม่ไหนเลยจะสำคัญเพียงนั้น เมืองเผิงฝั่งนั้นของแม่ทัพเฉินนั้นไม่รู้เรื่อง อีกทั้งรีบกลับไปสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร ฝั่งอวิ๋นตู คุณชายมีคำสั่งให้ข้าน้อยและรองแม่ทัพสองคนไปรวมกับคุณชายหนานกงขอรับ”
หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ย “ข้ารู้แล้ว ไปกันเถิด ทุกคนจะได้ไม่ต้องรอนาน”
กระโจมอีกฝั่งกำลังครึกครื้นถึงที่สุด แออัดไปด้วยผู้คนนั่งประจำที่ เพียงมองไปก็รู้ว่าคนเหล่านี้แยกกันนั่งเป็นหลายค่าย ขุนพลกลุ่มใหญ่นั่งอยู่ใกล้เซียวเชียนเหว่ย อีกกลุ่มนั่งอยู่ใกล้เซียวเชียนชื่อ มีอีกส่วนที่นั่งอยู่ใกล้เซียวเชียนจย่งและเฉินอวี้ เว่ยจวินมั่วนั่งอยู่ด้านข้างเฉินอวี้ ราวกับแบ่งออกเป็นสามส่วน เพียงแต่หนานกงมั่วเข้าใจ ความจริงแล้วคงไม่ได้มีเพียงสามส่วน
เซียวเชียนจย่งมองเห็นหนานกงมั่วจึงลุกขึ้นสละที่นั่งให้ “พี่สะใภ้ เสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
ทั่วทั้งกระโจมเงียบลงทันใด ทุกคนมองมายังหนานกงมั่วโดยมิได้นัดหมาย หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ตอนนี้ไม่เป็นอันใด” เซียวเชียนจย่งกังวลขึ้นมา ตอนนี้…เช่นนั้นก็หมายความว่าอาจจะมีปัญหาได้อย่างนั้นหรือ นึกถึงบิดาที่นอนหมดสติอยู่ในกระโจม เซียวเชียนจย่งพลันโมโหขึ้นมา “พี่รอง วรยุทธ์ท่านไม่ได้เรื่องแล้วยังวิ่งไปอยู่ในสนามรบทำไมกัน หากพี่ชายต้องปกป้องเสด็จพ่อเพียงคนเดียว เสด็จพ่อจะได้รับบาดเจ็บได้หรือ”
เซียวเชียนเหว่ยหน้าซีด กัดฟันไม่เอ่ยสิ่งใด
เฉินอวี้ถอนหายใจ “คุณชายสาม ไม่อาจเอ่ยวาจาเช่นนี้ได้ คุณชายรองเองก็คิดอยากช่วยท่านอ๋อง ยิ่งไปกว่านั้น…คุณชายรองเองก็เป็นขุนพลในกองทัพ ติดตามไปอยู่ในสนามรบก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล ใครจะคิดว่า…พวกเป่ยหยวนจะ…” เซียวเชียนจย่งเองก็รู้ว่าวาจาของตนนั้นเกินขอบเขตไปบ้าง กัดฟันอย่างหงุดหงิดทว่าไม่อาจเอ่ยขอโทษออกมาได้
เซียวเชียนเหว่ยใบหน้าซีดขาว เอ่ย “แม่ทัพเฉิน น้องสามกล่าวถูกแล้ว หากไม่ใช่เพราะข้า…พี่ชายปกป้องเสด็จพ่อคนเดียว คงจะไม่…”
เฉินอวี้ขมวดคิ้ว มองไปยังเซียวเชียนชื่อที่นั่งอยู่ด้านข้าง ถอนหายใจออกมา เวลาเช่นนี้ไม่ใช่เวลามาถามว่าผู้ใดผิดผู้ใดถูก แต่คุณชายทั้งสามควรร่วมมือกันเพื่อให้การใหญ่ของท่านอ๋องดำเนินต่อไปได้