หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 858 ขอไปออกศึก (1)
ตอนที่ 858 ขอไปออกศึก (1)
หรือจะต้องให้เซียวเชียนเหว่ยแต่งอนุภรรยาสักสองสามคนเข้ามาและมีลูกก่อนถึงจะว่ากันหรือ แต่เมื่อคิดถึงความรักกลมเกลียวระหว่างหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วแล้ว แม้ว่านางจะไม่ได้รักเซียวเชียนเหว่ยนัก แต่จูชูอวี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี
ระหว่างที่พวกนางพูดคุยหัวเราะกันอยู่นั้น เสียงหัวเราะร่าของเยี่ยนอ๋องก็ดังขึ้นให้ได้ยิน น้อยมากที่เยี่ยนอ๋องจะหัวเราะอย่างไม่ระมัดระวังเช่นนี้ตอนที่อยู่ข้างนอก ทำให้เห็นได้ชัดเจนแล้วว่าเขาอารมณ์ดีมากทีเดียว
ไม่ทันที่จะได้ลุกขึ้นแสดงความเคารพ เยี่ยนอ๋องก็เดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับคนของเขาแล้ว
“ถวายพระพรท่านอ๋อง”
เยี่ยนอ๋องโบกมือเป็นสัญญาณให้ไม่ต้องมากพิธีการ พระชายาเยี่ยนอ๋องยิ้มพลางเอ่ยถาม “ยากนักที่จะได้เห็นท่านอ๋องมีความสุขเช่นนี้ มีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือเพคะ”
เยี่ยนอ๋องเดินไปที่ข้างเปล สัมผัสใบหน้าเล็กๆ ของเยาเยา จากนั้นก้มตัวลงอุ้มอานอานขึ้นมา ทุกคนที่อยู่ที่นั่นเห็นท่าทางอุ้มเด็กอย่างเชี่ยวชาญก็อดประหลาดใจเล็กน้อยไม่ได้ เยี่ยนอ๋องไม่สนใจ กอดอานอานไว้ในอ้อมอกพลางเอ่ยยิ้มๆ “จะเพราะอันใดได้หากมิใช่จวินเอ๋อร์และอู๋สยาสองคนนั้น” เขาหยิบจดหมายด้วยมือข้างหนึ่งแล้วยื่นให้กับองค์หญิงฉังผิง “นี่เป็นจดหมายครอบครัวที่อู๋สยาเขียนถึงเจ้า”
องค์หญิงฉังผิงรับจดหมายมาแล้ววางไว้ด้านข้าง นางไม่ได้รีบร้อนจะอ่าน เพียงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ดูท่าพวกเขาจะไปได้ดีกับน้องสิบเจ็ดใช่หรือไม่เพคะ”
เยี่ยนอ๋องแค่นเสียงหยันเบาๆ “น้องสิบเจ็ดอันใดกัน จวินเอ๋อร์จ่ายเงินยืมม้าศึกจากเจ้าสิบเจ็ดเพื่อเดินทางไปเย่ว์โจว เจ้าสิบเจ็ดดูเหมือนคนเสเพลก็จริง แต่ในความเป็นจริงเขาระมัดระวังตัวเป็นที่สุด เขาจะตอบตกลงช่วยเราต่อสู้กับราชสำนักอย่างง่ายดายได้เยี่ยงไร”
“จวินเอ๋อร์ไปเย่ว์โจวหรือ”
คนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงคุณชายทั้งสองแห่งจวนเยี่ยนอ๋องและเนี่ยนหย่วนเท่านั้น แม้แต่พระชายาเยี่ยนอ๋องก็ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ทว่ายามนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้ต่อไปอีกแล้ว เยี่ยนอ๋องจึงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีสบายๆ
เยี่ยนอ๋องนั่งลงบนเก้าอี้ทั้งที่โอบทารกน้อยไว้ในอ้อมแขน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เป็นเช่นนั้น ผ่านไปเพียงเดือนกว่าเท่านั้น เจ้าเด็กนั่นก็พิชิตเย่ว์โจว เฉินโจว และจิ่นโจวได้แล้ว เร็วกว่าทางพวกเรามากนัก” ซุนเหยียนเอ๋อร์ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ เพียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าจูชูอวี้กลับตกใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น อดไม่ได้ที่จะเอ่ย “เสด็จพ่อ หม่อมฉันได้ยินมาว่าเฉินโจวกำลังเผชิญกับภัยพิบัติ การยึดครองพื้นที่เหล่านี้อาจไม่มีประโยชน์อันใดกับเราเลย กลับจะเป็นการถ่วงพวกเราไปอีกมิใช่หรือเพคะ”
เยี่ยนอ๋องปรายตามองนางเล็กน้อย จูชูอวี้ใจสั่นระรัว พลันก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว
เยี่ยนอ๋องจิ้มใบหน้าน้อยๆ ของทารกที่นั่งอยู่ในอ้อมแขน เอ่ยอย่างสบายๆ “เรื่องพวกนี้จวินเอ๋อร์กับอู๋สยาน่าจะเตรียมการไว้แล้วก่อนออกเดินทาง ตอนนี้พวกเขายังไม่เขียนจดหมายมาขอเงินและสิ่งของก็แปลว่ายังพอทนไหว น้องห้า เจ้าเลือกภรรยาให้จวินเอ๋อร์ได้ดีจริงๆ จวินเอ๋อร์นำกองกำลังออกไปสู้รบข้างนอก เรื่องทั้งหมดในเย่ว์โจวก็จะต้องเป็นอู๋สยาคอยจัดการ ยามนี้เมืองเย่ว์โจวคงกำลังสับสนอลหม่านอย่างเลี่ยงไม่ได้ คงยากเอาการที่อู๋สยาจะจัดการได้เป็นระเบียบแบบแผนไร้ซึ่งข้อผิดพลาดแม้แต่น้อยอย่างเช่นในเวลานี้” เยี่ยนอ๋องมองใบหน้าน้อยๆ ของอานอานด้วยอาการเหม่อไปชั่วครู่ ไม่อาจรู้ได้ว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่
องค์หญิงฉังผิงยิ้มแล้วจึงเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้เป็นคนเลือกอู๋สยา เสด็จพ่อต่างหากที่เป็นคนเลือก เห็นได้ชัดเลยว่าเสด็จพ่อสายตาแหลมคม” ความจริงแล้วองค์หญิงฉังผิงอยากจะเอ่ยว่าจวินเอ๋อร์นั้นโชคดีมากกว่า หาไม่เช่นนั้นแล้วเสด็จพ่อเลือกอย่างส่งเดชแล้วได้ผู้หญิงอย่างอู๋สยามาได้เยี่ยงไร องค์หญิงฉังผิงไม่อาจพอใจลูกสะใภ้คนนี้ไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว ตั้งแต่หนานกงมั่วให้กำเนิดทารกฝาแฝดออกมา ในสายตาขององค์หญิงฉังผิงแม้แต่บุตรชายเช่นเว่ยจวินมั่วก็อาจจะต้องพึ่งพาเรือนหลังบ้างแล้ว
เยี่ยนอ๋องพยักหน้า “สะใภ้เช่นนี้เป็นสิ่งสามารถพบเจอได้ แต่ไม่สามารถเรียกร้องได้ จวินเอ๋อร์ช่างโชคดี ต่อไปจะได้มีความสุข”
จูชูอวี้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง มองเยี่ยนอ๋องที่กำลังหยอกล้อเด็กน้อยอย่างใจดีด้วยสายตาเย็นชา แต่ความจริงนางต้องลอบกัดฟันในใจ หนานกงมั่วจัดการการปกครองแทนสามีอย่างโจ่งแจ้ง เยี่ยนอ๋องก็ยกย่องว่าเป็นบุตรสะใภ้ที่ดีที่ต้องรอสวรรค์ประทานเท่านั้น ส่วนนางเพียงต้องการช่วยดูแลกิจการภายในจวนและช่วยสามีจัดการเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าเยี่ยนอ๋องกลับตำหนินางว่าวุ่นวายไร้มารยาท โลกนี้…ไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว
“เสด็จพ่อ ยามนี้เย่ว์โจวกำลังสับสนวุ่นวาย พี่ชายและพี่สะใภ้พาคนไปด้วยแค่นั้น เกรงว่าจะทำงานไม่ไหวหรือไม่เพคะ” จูชูอวี้หลุบตาลงพลางเอ่ยอย่างสงบ
เยี่ยนอ๋องเหลือบมองนาง พยักหน้าแล้วเอ่ย “เจ้าเดาไม่ผิด จวินเอ๋อร์และอู๋สยาส่งจดหมายมาขอให้ข้าส่งขุนนางเจ้าหน้าที่ที่พอจะจัดการเรื่องต่างๆ ได้จำนวนหนึ่งจริงๆ” พระชายาเยี่ยนอ๋องได้ยินที่เยี่ยนอ๋องพูดแล้วก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นหรือ แล้วท่านอ๋องวางแผนที่จะส่งใครไปเล่า ขุนนางบุ๋นในโยวโจวเราก็มีไม่มากนี่เพคะ”
แม้ว่าขุนนางบุ๋นส่วนใหญ่ในโยวโจวเลือกที่จะพึ่งพาเยี่ยนอ๋อง แต่ก็ยากจะบอกได้ว่าในบรรดาขุนนางเหล่านี้มีพวกที่ใช้การไม่ได้ปะปนอยู่บ้างหรือไม่ แม้ว่าลูกน้องที่จวนเยี่ยนอ๋องเลี้ยงดูไว้เองจะพอใช้งานได้บ้างแล้วในตอนนี้ ทว่าก็มีจำนวนไม่มาก เพราะถึงอย่างไรสามปีห้าปีก่อนหน้านี้เยี่ยนอ๋องก็ไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าตนเองจะมีสงคราม
เยี่ยนอ๋องเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เรื่องนี้เป็นปัญหาจริงๆ แต่ก็แก้ได้ไม่ยาก แม้ว่าโยวโจวจะไม่ได้มีบัณฑิตมากเท่าเจียงหนาน แต่หากเลือกดีๆ ก็ย่อมพอมีอยู่บ้าง”
“เยี่ยนอ๋องยังไม่ได้ตอบเลยว่าท่านวางแผนจะส่งใครไป” พระชายาเยี่ยนอ๋องเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
เยี่ยนอ๋องนวดหว่างคิ้วของตนเอง “ก็เลือกขุนนางบุ๋นจากที่ว่าการแต่ละแห่งไปสักชุด แล้วส่งให้พวกเขาไปเถิด ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้พวกเขาคิดวิธีแก้ปัญหาเอง” พระชายาเยี่ยนอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงจะเอ่ยว่า “คนของที่ว่าการพวกนั้นเป็นคนที่เสด็จพ่อทิ้งเอาไว้ทั้งนั้น ยากที่จะบอกได้ว่าแท้จริงแล้วในใจพวกเขาเชื่อฟังใครกันแน่ ท่านอ๋องส่งพวกเขาไปเช่นนี้…”
เยี่ยนอ๋องโบกมือ “ไม่เป็นไร หากแม้แต่คนพวกนี้พวกเขาก็ควบคุมไม่ได้ ทั้งสองคนก็กลับมาเสียแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า”
เมื่อพระชายาเห็นสีหน้าแน่วแน่ของเยี่ยนอ๋องแล้ว เพียงครุ่นคิดอีกเล็กน้อยก็ทำได้เพียงพยักหน้าลง “ในเมื่อท่านอ๋องว่าได้ ก็เอาตามนั้นเถิดเพคะ”
เยี่ยนอ๋องพยักหน้า ก้มมองดูทารกน้อยที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของเขา พร้อมกับมองมาที่เขาด้วยดวงตาใสแจ๋ว ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เยี่ยนอ๋องลุกขึ้นและวางทารกกลับลงในเปล จากนั้นจิ้มใบหน้าเล็กๆ ของเยาเยาอย่างหยอกล้อเพื่อให้เยาเยาหัวเราะคิกคัก ก่อนจะยืดตัวขึ้น “ข้ายังมีเรื่องต้องทำ คงต้องไปก่อน”
“น้อมส่งท่านอ๋อง” พระชายาพยักหน้า
ทั้งที่จูชูอวี้นั่งอยู่ด้านข้างแต่ไม่สามารถเข้าร่วมสนทนาได้เลยตั้งแต่ต้นจนจบ นางกัดริมฝีปากของตนแล้วก้มหน้าลง
หลังจากที่จูชูอวี้กลับมายังเรือนของตนเองแล้ว ใบหน้าของนางเดิมสงบนิ่งนั้นก็เปลี่ยนเป็นมืดมน สาวใช้เคียงกายของนางเห็นว่าสีหน้าของนางผิดปกติไปจึงก้าวเข้าไปหาทันที “คุณหนู ท่านเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ หรือว่าพระชายา…” นอกจากเหตุผลนี้แล้ว จู๋เอ๋อร์ก็นึกเหตุผลใดไม่ออกอีกแล้ว เจ้านายของตนฉลาดและมีความสามารถไม่ธรรมดา ยิ่งยามนี้พระชายาผู้สืบทอดเยี่ยนอ๋องถูกปลดไปแล้ว ต่อให้เยี่ยนอ๋องจะไม่พอใจคุณหนู ทว่าในฐานะพ่อสามีเขาก็ไม่สามารถตำหนิลูกสะใภ้ได้โดยตรง พระชายาเยี่ยนอ๋องเองก็มิใช่คนไร้เหตุผล แม้นางจะไม่ใจดีกับคุณหนูเท่ากับฮูหยินสามแต่ก็ไม่ได้หาเรื่องคุณหนูโดยไร้เหตุผล เพียงแต่บัดนี้ฮูหยินสามใกล้จะคลอดแล้ว ทว่าคุณหนูของตนกลับยังไม่มีวี่แววว่าจะท้องเลยสักนิด หลายวันมานี้พระชายาเยี่ยนอ๋องจึงร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด
จูชูอวี้แค่นเสียงหยันอย่างเย็นชาออกมา กัดฟันพลางเอ่ย “ไม่มีอันใดหรอก คุณชายรองอยู่หรือไม่”
จู๋เอ๋อร์รีบพยักหน้าทันที “นายท่านกลับมาก่อนคุณหนูเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
จูชูอวี้พยักหน้าพลางเอ่ย “เจ้าไปเชิญสามีข้ามาหน่อย บอกเขาว่าข้ามีเรื่องจะปรึกษาหารือกับเขา” หลายวันก่อนนางได้ช่วยเซียวเชียนเหว่ยจัดการบางเรื่องในห้องหนังสือ แล้วไม่รู้ว่าคนในเรือนลือกันไปเช่นไร วันถัดมาพระชายาเยี่ยนจึงเฆี่ยนตีนางอย่างหนัก เซียวเชียนเหว่ยเองก็กลับมาอย่างท้อแท้ เอ่ยกับนางว่าอย่าไปที่ห้องหนังสืออีก เห็นได้ชัดว่าเขาก็ถูกเยี่ยนอ๋องตำหนิมาเช่นกัน เมื่อนางนึกถึงตอนที่เยี่ยนอ๋องชมเชยหนานกงมั่วเมื่อครู่นี้แล้ว มือของจูชูอวี้ที่วางอยู่บนโต๊ะก็กำแน่นขึ้นมาทันที