หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 824 การเจรจาครั้งแรก (2)
ตอนที่ 824 การเจรจาครั้งแรก (2)
“มิใช่หม่อมฉันรักษาหายหรอกเพคะ” ยาที่ได้ผลที่จริงแล้วเป็นยาที่ศิษย์พี่เป็นคนปรุง ทว่าตอนนี้อาการป่วยของเยี่ยนอ๋องก็ดีขึ้นแล้ว ทว่ากลับได้รับพิษใหม่อีกแล้ว ตอนนี้ศิษย์พี่ยังไม่อาจหาวิธีแก้พิษได้ นับว่าโชคร้ายยิ่งนัก
หนิงอ๋องเข้าใจว่านางถ่อมตัว “หากเจ้ารักษาอาการปวดศีรษะของข้าได้ ข้ามีรางวัลให้เจ้า”
“ยินยอมช่วยเสด็จลุงเยี่ยนอ๋องหรือเพคะ” หนานกงมั่วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าช่างวาดฝันเอาไว้งดงามยิ่ง” หนิงอ๋องยิ้มหยัน
หนานกงมั่วยักไหล่ นางเองก็เพียงล้อเล่นไม่ได้คิดจริงจังนัก
หน้าประตูจวนหนิงอ๋อง
หนิงอ๋องมองผู้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูจวนเนิ่นนานไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา
“ถวายพระพรท่านอ๋อง” เว่ยหงเฟยและบุตรชายทั้งสองเดินเข้าไปแสดงความเคารพ
หนิงอ๋องหันมามองหนานกงมั่ว “เจ้าบอกว่าเว่ยจวินมั่วรอข้าอยู่หน้าประตูจวนหนิงอ๋อง ไหนคนเล่า” บอกว่ารอข้าเรียกพบมิใช่หรือ
หนานกงมั่วเอ่ยด้วยท่าทางประหลาดใจ “หม่อมฉันบอกเมื่อใดว่าเขารออยู่หน้าประตูจวนเพคะ”
“เช่นนั้นเขาไปรออยู่ที่ใดเล่า เจ้าอย่าบอกข้านะว่าเขารออยู่ที่โรงเตี๊ยม” หนิงอ๋องเอ่ยจริงจัง “หากเป็นเช่นนี้…ก็ให้เขารอไปจนถึงชาติหน้าเถิด”
หนานกงมั่วครุ่นคิด “หลานชายมาขอเข้าพบ เสด็จลุงหนิงอ๋องจะให้เขารออยู่หน้าประตูแม้แต่น้ำชาก็ไม่เตรียมให้เขาหรือ ต่อให้เสด็จลุงไม่อยู่บ้าน ผู้ดูแลก็คงไม่ใช่คนไม่รู้ความ แน่นอนคงจะเชิญเขาเข้าไปดื่มชาแล้วกระมัง”
หนิงอ๋องยิ้มเย็น “ไม่มีคำอนุญาตจากข้า ผู้ใดจะมีความกล้าเชิญเขาเข้าไปได้”
เว่ยหงเฟยสามพ่อลูกที่ถูกเมินอยู่ด้านข้างทำตัวไม่ถูก ขณะเดียวกันในใจก็รู้สึกยินดีอยู่ในใจ คล้ายกับว่าหนิงอ๋องจะไม่พอใจต่อเว่ยจวินมั่วเท่าใดนัก แน่นอนว่าเป็นผลดีต่อพวกเขา
“ท่านอ๋อง…” เว่ยหงเฟยก้าวขึ้นไปด้านหน้าหนึ่งก้าว เอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
หนิงอ๋องทำราวกับเพิ่งสังเกตเห็นเขา “โอ้ เจ้าคือ…”
มุมปากเว่ยหงเฟยกระตุก “กระหม่อมจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องเว่ยหงเฟย ถวายพระพรท่านอ๋อง” ไม่ใช่เขาต้องการรายงานตัวโดยละเอียด แต่เพราะเขากลัวว่าหากเอ่ยไม่ชัดเจน หนิงอ๋องจะถามต่อว่าเว่ยหงเฟยคือใคร
“เจ้าเองหรือ มีธุระอันใด” หนิงอ๋องเอ่ยด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
เว่ยหงเฟยรู้สึกถึงเส้นเลือดบนขมับของเขากำลังเต้นตุบ แม้ว่าในจินหลิง จวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องไม่อาจเรียกได้ว่ามีอำนาจในอันดับต้นๆ แต่ก็ไม่เคยมีใครไม่ไว้หน้าเขาถึงเพียงนี้
แต่เมื่อนึกถึงเป้าหมายของตนเอง เว่ยหงเฟยจำต้องอดกลั้นเอาไว้ “กระหม่อมรับบัญชาจากฝ่าบาทให้เดินทางมาพบกับท่านอ๋อง มีเรื่องอยากหารือกับท่านอ๋อง น่าเสียดาย หลายวันที่ผ่านมาท่านอ๋องไม่อยู่ที่จวน ดังนั้นจึง…”
“เช่นนั้นหรือ” หนิงอ๋องเอ่ยขัดวาจาของเขาขึ้นมา เอ่ยอย่างเกียจคร้าน “เช่นนั้นก็เข้าไปพร้อมกันเถิด”
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” เว่ยหงเฟยดีใจ หลังจากรอมาหลายวัน ในที่สุดก็ได้เหยียบเข้าประตูจวนหนิงอ๋องแล้ว การรอมาเป็นเวลานานทำให้เว่ยหงเฟยเกิดความรู้สึกว่าประตูจวนหนิงอ๋องนั้นเข้ายากเสียยิ่งกว่าประตูวังเป็นไหนๆ
กลุ่มคนเดินเข้าไปในจวนหนิงอ๋อง มีผู้ดูแลเดินเข้ามาต้อนรับในทันใด เห็นท่าทางอึกอักของผู้ดูแล หนิงอ๋องเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด “มีเรื่องอันใดก็รายงานมา” ผู้ดูแลรีบเอ่ย “รายงานท่านอ๋อง ผู้นั้น…”
“ผู้ใด”
สบตาเข้ากับสายตาเย็นยะเยือกของหนิงอ๋อง ผู้ดูแลจึงต้องเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว “คุณชายเว่ยมารอพระองค์อยู่ในจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อันใดนะ บังอาจ เจ้าช่างกล้านัก ผู้ใดให้เจ้าปล่อยเขาเข้ามา” เป็นเช่นนั้น หนิงอ๋องพลันโมโหขึ้นมาทันใด ใบหน้าผู้ดูแลแทบอยากร้องไห้ ต่อให้เขามีความกล้ามากมายก็ไม่กล้าปล่อยใครเข้ามาง่ายๆ ปัญหาคือ..เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนผู้นั้นเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด”
หนิงอ๋องไม่คิดจะฟังเขาอธิบาย ทิ้งหนานกงมั่วและเว่ยหงเฟยเอาไว้ พุ่งไปยังห้องโถงรับรองแขกด้วยความโกรธทันที
ด้านหลัง เว่ยจวินเจ๋อมองหนานกงมั่วด้วยสายตายินดีที่เห็นผู้อื่นได้รับทุกข์ “ซิงเฉิงจวิ้นจู่ เว่ยจวินมั่วช่างมีความกล้าไม่น้อย แม้แต่จวนหนิงอ๋องยังกล้าบุ่มบ่ามบุกเข้ามา”
หนานกงมั่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ก็ใช่น่ะสิ ข้าเองก็คิดว่าบนโลกใบนี้มีบุรุษสักกี่คนกันที่มีความกล้ามากกว่าเขา เป็นบุรุษ มีความกล้าน้อยกว่าสตรีจะมีประโยชน์อันใด จวิ้นจู่อย่างข้านั้นช่างสายตาดีเสียเหลือเกิน คุณชายรองเว่ยว่าใช่หรือไม่”
“…” ข้ากำลังชื่นชมเขาอยู่หรือ
เว่ยหงเฟยส่งเสียงหยัน “โง่เง่า ทำให้หนิงอ๋องโกรธ จะเป็นการดีอันใดกับเขาได้”
หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เป็นการดีต่อเรา นับว่าเป็นผลดีต่อจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องที่สุดแล้วมิใช่หรือ”
เว่ยหงเฟยหน้าตึงสะบัดแขนเสื้อ เอ่ย “ข้าไม่เอาสติปัญญาไปเทียบกับสตรี”
หนานกงมั่วยิ้มบางไม่เอ่ยวาจา เพียงกวาดสายตามองเว่ยหงเฟยเงียบๆ ทว่าคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็เข้าใจท่าทีของหนานกงมั่ว ท่านกล้าเอาสติปัญญาของท่านมาเทียบกับข้าหรือ
เว่ยหงเฟยสีหน้าทะมึนขึ้นมา
ผู้ดูแลนำทาง ยังไม่ทันเดินเข้าไปยังห้องโถงพลันได้ยินเสียงดังของหนิงอ๋อง “เว่ยจวินมั่ว เจ้ากล้าแตะต้องชาที่ข้ากว่าจะได้มา เจ้าอยากตายหรือ”
ในห้องโถง เว่ยจวินมั่วยังคงนั่งสงบนิ่ง ด้านข้างมีกาน้ำชาพร้อมทั้งถ้วยชาหนึ่งใบตั้งอยู่ ห่างออกไปไม่ไกลมีหนิงอ๋องที่กำลังจ้องเว่ยจวินมั่วเขม็งราวกับเขาเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่สังหารบิดาของตน
สีหน้าของเว่ยจวินมั่วเรียบนิ่ง เพียงน้ำชากาเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ใช่เขาไปแอบต้มเอง เกี่ยวอันใดกับเขาเล่า ชาที่ต้มมาแล้วต่อให้เขาไม่ดื่มหนิงอ๋องก็คงเอากลับไปเก็บสะสมไว้ไม่ได้อยู่ดี
ศีรษะของผู้ดูแลที่ยืนอยู่ด้านข้างหนานกงมั่วแทบหลุดออกจากบ่า ความจริงแล้วจวนท่านอ๋องของพวกเขาน้อยมากที่จะมีแขก ยามนี้มีหลานชายของท่านอ๋องมาทั้งที ต้มชาต้อนรับสักกาคงไม่เป็นไรกระมัง อย่างไรเสีย เขาก็อุตส่าห์เข้ามาแล้วคงไม่ปล่อยให้เขารอเฉยๆ หรอกหรือไม่ อย่างไรพวกเขาก็ไม่อาจขับไล่ได้ ปัญหาคือ…ไยจึงกลายเป็นชาที่ท่านอ๋อง ‘กว่าจะได้มา’ ด้วยเล่า จวนหนิงอ๋องของพวกเขามีชาไม่ดีด้วยหรือ
“เสด็จลุงหนิงอ๋อง โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ไม่ดีต่อร่างกายนะเพคะ” หนานกงมั่วก้าวเข้ามาในห้องโถง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หนิงอ๋องส่งเสียงหยันในลำคอไม่เอ่ยสิ่งใด
“อู๋สยา” คุณชายเว่ยเงยหน้าขึ้นมามองไปยังหญิงสาวที่เดินเข้ามา สีหน้าอ่อนลงไปมาก
หนานกงมั่วเดินไปนั่งลงด้านข้างเขาด้วยรอยยิ้ม เอ่ยถามเสียงเบา “ท่านเข้ามาได้เยี่ยงไร”
“เดินเข้ามา” คุณชายเว่ยขมวดคิ้วเบาๆ เอ่ย “อู๋สยาออกไปตั้งแต่เช้า เพื่อไปหาเขาหรือ” เห็นได้ชัดว่าคุณชายเว่ยไม่พอใจที่หนานกงมั่วออกไปหาหนิงอ๋องด้วยตนเองตั้งแต่เช้า ทว่าไม่ใช่เพราะเขาหึงหวง แต่เพราะว่า…อู๋สยาไม่จำเป็นต้องคิดหาวิธีเพื่อไปหาหนิงอ๋อง หากเขาไม่อยู่ข้างกายก็ช่างเถิด ในเมื่อเขาอยู่ ก็ไม่ต้องการให้อู๋สยาต้องมาลำบากเพียงนั้น
หนานกงมั่วก้มหน้าหัวเราะเสียงเบา “ข้าเพียงอยากรู้ว่า ข้ากับท่านใครจะเข้าจวนหนิงอ๋องได้ก่อน ดูเหมือนว่าท่านจะชนะแล้ว”
มุมปากของเว่ยจวินมั่วยกยิ้มบาง “เป็นอู๋สยาที่ชนะแล้ว”
“พวกเจ้าคุยกันพอแล้วหรือ” หนิงอ๋องเอ่ยด้วยสีหน้าตึง
หนานกงมั่วเงยหน้าขึ้นมา ยืดตัวตรงด้วยท่าทางจริงจัง “เอ่ยจบแล้ว เสด็จลุงหนิงอ๋องมีรับสั่งอันใดหรือเพคะ”
หนิงอ๋องสะอึก ปรายตาไปจ้องเว่ยจวินมั่วเขม็งอยู่นาน ทันใดนั้นพลันมีรอยยิ้มแปลกประหลาดขึ้นมา “เด็กน้อย เรียกเสด็จลุงให้ฟังสักหน่อย”