หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1000 การกลับมาของคุณชายเสียนเกอ หยั่งเชิง (1)
ตอนที่ 1000 การกลับมาของคุณชายเสียนเกอ หยั่งเชิง (1)
ไม่กี่วันหลังจากนั้น คุณชายเสียนเกอที่ไม่เห็นมานานก็ปรากฏตัวขึ้นในกองทัพ การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาเพียงสามเดือนกว่าๆ คุณชายเสียนเกอเรียกว่ารีบไปรีบกลับแล้ว เพียงแต่คุณชายที่เคยหล่อเหลาสง่างามยามนี้กลับเต็มไปด้วยฝุ่นและความเหนื่อยล้า เห็นได้ชัดว่าหลายวันมานี้คงลำบากมาก
เสียนเกอไม่ได้กลับไปยังค่ายเมืองเผิงของเยี่ยนอ๋อง ทว่ามายังกองทัพเฉินโจวเพื่อมาหาเว่ยจวินมั่ว
ในกระโจมใหญ่ คุณชายเสียนเกอจิบน้ำชาไปหนึ่งอึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองคุณชายเว่ยที่นั่งหน้านิ่งอยู่บนที่นั่งเหนือสุด “ข้าวิ่งวุ่นอยู่ข้างนอก เจ้ากลับว่างเสียจริง” เว่ยจวินมั่วไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเขา เพียงเอ่ยถาม “เจอยาถอนพิษแล้วหรือ”
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยัน “คุณชายเช่นข้าลงมือเอง มีสิ่งใดที่หาไม่ได้กัน เพียงแต่…”
เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว บ่งบอกว่ามีอันใดก็ให้เอ่ยมาตามตรง
คุณชายเสียนเกอเอ่ย “ข้าเสนอว่า ทางที่ดีรอสงครามสงบแล้วค่อยถอนพิษ”
“วุ่นวายหรือ” เว่ยจวิยมั่วกลับไม่แปลกใจ เอ่ยถามอย่างนิ่งสงบ
คุณชายเสียนเกอยิ้มเย็น “เดิมทีอาจไม่ได้วุ่นวาย เพียงแต่เสด็จลุงของเจ้าชอบแสวงหาความตาย คิดว่าข้าเป็นเทพเซียนจริงๆ หรืออย่างไร สามารถฟื้นคืนชีพคนตายได้อย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าเสื้อผ้าซ่อมครั้งแรกครั้งที่สองครั้งที่สามจะเหมือนเดิมหรือไม่ ข้าจะบอกตามตรงกับเจ้า ต่อให้รักษาอาการบาดเจ็บภายในและถอนพิษแล้ว หากเขาอยู่ได้ถึงอายุหกสิบ เจ้าเอาศีรษะข้าไปเตะได้เลย”
เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้ว “ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ”
คุณชายเสียนเกอส่งรอยยิ้มร้ายให้เขา “มีสิ เจ้าขึ้นสวรรค์ไปขอยาวิเศษสิ คุณชายเช่นข้าเป็นหมอ ไม่ใช่ช่างเย็บปะ ยิ่งไม่และไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ของผุพังกลับไปเป็นเหมือนเดิม” เว่ยจวินมั่วพยักหน้า ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอีก แม้เขาไม่รู้วิชาการแพทย์แต่ก็ฝึกวรยุทธ์มาก่อน เข้าใจร่างกายของมนุษย์อยู่บ้าง บาดแผลบางอย่างไม่อาจแก้ไขหรือรักษาได้ นั่นไม่ได้เกี่ยวกับทักษะการแพทย์ของหมอ นั่นคือบาดแผลที่ไม่อาจย้อนกลับไปได้
“ถอนพิษ มีปัญหาหรือไม่”
คุณชายเสียนเกอขมวดคิ้ว “ข้าหายาที่ควบคุมดอกไม้ปีศาจได้แล้ว แต่บาดแผลภายในและร่างกายของเยี่ยนอ๋องไม่อาจรับฤทธิ์ของยาได้ เวลานั้นต้องมีอาจารย์ อาจารย์ลุง มั่วเอ๋อร์ เจ้าและข้าอยู่ด้วย ใช้กำลังภายในปกป้องหัวใจและชีพจรของเขา มิเช่นนั้นเกรงว่าพิษยังไม่ทันถอนเยี่ยนอ๋องก็ตายแล้ว”
เว่ยจวินมั่วถอนหายใจออกมา มองไปยังคุณชายเสียนเกอ “รบกวนเจ้าแล้ว”
คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้วด้วยความตกใจ เดิมทีเขากับเว่ยจวินมั่วนั้นไม่ถูกกัน สามารถทำให้เว่ยจวินมั่วเอ่ยขอบคุณเขาเสียงเบาได้นับว่าเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก คุณชายเสียนเกอส่งเสียงในลำคอเบาๆ เอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “คุณชายเช่นข้าทำเพื่อมั่วเอ๋อร์”
คุยเรื่องร่างกายของเยี่ยนอ๋องจบแล้ว คุณชายเสียนเกอถึงได้ให้ความสนใจเรื่องค่ายทหาร ยามนี้ในกระโจมใหญ่เงียบสงัด ทว่ากลับมีเสียงต่อสู้ดังเข้ามาไม่ขาด เห็นได้ว่ามีคนกำลังโจมตีอวิ๋นตู “ไม่ใช่บอกว่ารีบตีอวิ๋นตูหรือ เจ้าที่เป็นผู้บัญชาการไยจึงมานั่งอยู่ในกระโจมเล่า ด้านหน้านั่นเป็นใครนำทัพกัน”
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เนี่ยนหย่วน”
“พระรูปนั้นน่ะหรือ” เสียนเกอขมวดคิ้ว เขาไม่สนิทกับเนี่ยนหย่วนนัก เคยเจอกันไม่กี่ครั้ง เจอกันในกองทัพของเยี่ยนอ๋องบ้างแต่ก็เพียงพยักหน้าทักทาย แม้แต่พูดคุยก็ยังไม่เคยพูดคุยแม้เพียงประโยคเดียว เว่ยจวินมั่วหลุบตาลง เอ่ยถาม “เจ้ามองเนี่ยนหย่วนอย่างไร”
เสียนเกอไม่เข้าใจ “เนี่ยนหย่วนหรือ ข้าไม่สนิทกับเขา”
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เจ้าไม่คิดว่าเรื่องที่เจ้าไม่สนิทกับเขา มันน่าแปลกหรือไม่”
“นี่มีอันใดน่าแปลกกัน ข้าไม่ชอบหน้าเขา เขาเองก็ไม่ชอบข้า แน่นอนว่าจึงไม่สนิท” เสียนเกอเอ่ย เพียงแต่ถูกเว่ยจวินมั่วเอ่ยเช่นนี้ขึ้นมาเขากลับรู้สึกแปลกขึ้นมาในใจ เขาไม่มีความแค้นกับเนี่ยนหย่วน ไยจึงไม่ชอบหน้าเนี่ยนหย่วนหรือ เช่นนั้นในกองทัพที่มีแต่อำนาจ เขากับเนี่ยนหย่วนควรเป็นคนที่คุยกันได้ที่สุด แต่ว่าคุณชายเสียนเกอกลับสนิทสนมกับรองแม่ทัพของเยี่ยนอ๋องมากกว่าเนี่ยนหย่วนด้วยซ้ำ เดิมทีคิดเพียงว่าตนเองคร้านจะสนใจเนี่ยนหย่วน คุณชายเสียนเกอเองก็ไม่ได้คิดอันใดมาก แต่ตอนนี้มาคิดดูอีกที เห็นได้ชัดว่าเนี่ยนหย่วนกำลังรังเกียจเขานี่นา
ไม่สนใจคนที่ไม่สนิท เป็นความเชี่ยวชาญของคุณชายเสียนเกอ แต่เขากลับไม่คิดว่าจะมีวันที่มีคนมาทำเช่นนี้กับเขาเหมือนกัน
“น่าสนใจ” คุณชายเสียนเกอลูบปลายคาง เลิกคิ้วพลางมองเว่ยจวินมั่ว เอ่ย “เจ้ากำลังสงสัยอันใดพระรูปนั้น” เสียนเกอคิดว่าตนเองพอเข้าใจเว่ยจวินมั่วอยู่บ้าง ไม่มีที่มาที่ไปเขาไม่มีทางมาเอ่ยเรื่องพวกนี้ให้เสียเวลา
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ครั้งแรกที่เจ้าเจอกับเนี่ยนหย่วนคือเมื่อใดกัน”
“เรื่องนี้…” คุณชายเสียนเกอครุ่นคิดอย่างจริงจัง เอ่ย “เหมือนจะเป็นแปดเก้าปีก่อนกระมัง ตอนนั้นพระรูปนั้น…ดูป่วยหนัก ตอนนั้นข้านึกว่าเขาจะตายแล้วเสียอีก”
“เจ้าได้ตรวจชีพจรให้เขาหรือไม่” เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว
คุณชายเสียนเกอส่ายศีรษะ “ตอนนั้นสภาพของเขาเหมือนจะเสียเลือดมาก แม้แต่เดินก็ไม่อาจเดินได้ต้องให้เณรน้องไม่กี่คนแบกเอาไว้ ข้าไม่มีความสนใจการเจ็บป่วยหรือบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ให้ยาบำรุงเลือดเขาไปหนึ่งขวดเท่านั้น” ที่จำได้ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นพระ ใบหน้านั้นของเนี่ยนหย่วนโดดเด่นเกินไป กระทั่งตอนนั้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพระที่มีสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายนั่นคือไต้ซือเนี่ยนหย่วนผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ในตอนนั้นคุณชายเสียนเกอที่เป็นวัยรุ่นไม่ได้มีความสนใจต่อพระที่กำลังป่วยและเจอกันระหว่างทาง และยังไม่รู้สึกเห็นใจอีกด้วย
เว่ยจวินมั่วเอ่ยถาม “เจ้าคิดว่าเนี่ยนหย่วนในตอนนี้กับคนที่เจ้าเจอในตอนนั้นคือคนเดียวกันหรือไม่”
คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้ว ยิ้มร่า เอ่ย “เป็นใบหน้าปลอมเช่นเดียวกับใบหน้างดงามของพระชายารองของเสด็จลุงเจ้าอย่างแน่นอน ใบหน้านั้นของเนี่ยนหย่วนเป็นเขาที่ทำมันขึ้นมาเอง ไม่ต้องอิจฉา เมื่อเทียบกับเขาแล้วเจ้า…อือ คิดเสียว่าข้าไม่ได้เอ่ย”
เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้าน “ดังนั้น เจ้ากำลังสงสัยพระรูปนั้นจริงๆ หรือ เช่นนั้นเจ้ายังกล้าให้เขานำทัพอีกหรือ”
เว่ยจวินมั่วตวัดสายตาขึ้นมอง “ไยจะไม่กล้า เขาไม่เพียงจะนำทัพให้ดี อีกทั้งยังจะช่วยข้ายึดอวิ๋นตูอีก”
“อ้อ มั่นใจเพียงนั้นเลยหรือ” เสียนเกอเลิกคิ้ว
“เพราะเขาคิดว่าตอนนี้กองทัพโยวโจวชนะจะเป็นผลดีกับเขามากกว่า” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ
คุณชายเสียนเกอลุกขึ้น “น่าสนใจ ในเมื่อเจ้าเอ่ยเช่นนี้ พอดีช่วงนี้ข้าพอมีเวลาว่าง ไปเจอพระรูปนั้นสักหน่อยแล้วกัน”
“ระวังตัวด้วย” เว่ยจวินมั่วเอ่ย “หากเจ้าตายอยู่ในมือของเขา ข้าจะไม่ช่วยเจ้า”
คิ้วคมของคุณชายเสียนเกอเลิกขึ้น “ไม่เป็นไร มีเยี่ยนอ๋องตายไปกับข้า ข้าก็วางใจแล้ว” เพื่อเยี่ยนอ๋อง เว่ยจวินมั่วไม่มีทางปล่อยให้เขาต้องเป็นอันตรายอย่างแน่นอน อีกทั้ง…เว่ยจวินมั่วเอ่ยเช่นนี้กำลังจะบอกว่าข้าสู้เนี่ยนหย่วนพระรูปนั้นไม่ได้หรือ
ด้านหลังกองทัพนอกเมืองอวิ๋นตู เนี่ยนหย่วนและเซียวเชียนเหว่ยกำลังนั่งอยู่บนหลังม้ามองสงครามตรงหน้า เซียวเชียนเหว่ยเลิกคิ้วเบาๆ เอ่ย “ไต้ซือ ศัตรูป้องกันแน่นหนาเพียงนี้ เวลาที่เหลือของพวกเรานั้นมีไม่มากแล้ว” เนี่ยนหย่วนยิ้มบาง “คุณชายรองไม่ต้องกังวล ในเมื่ออาตมาเอ่ยต่อหน้าคุณชายเว่ยและรับคำสั่งมาแล้ว ภายในครึ่งเดือน อวิ๋นตูต้องแตกอย่างแน่นอน”