บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว - ตอนที่ 299 ข่าวลือไร้มูล (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
  4. ตอนที่ 299 ข่าวลือไร้มูล (1)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 299 ข่าวลือไร้มูล (1)

คราวนี้ น่าจะได้ผล หลี่ฉางโซ่วมองไปที่ปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่งที่ลงมาหยุดอยู่ที่ริมทะเลสาบ เช่นเดียวกับปรมาจารย์ใหญ่เจียงหลินเอ๋อร์ที่ออกมาจากกระท่อมมุงจาก จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงมองเม็ดโอสถเพลิงหัวใจในมือของเขา…

ช่างมันเถิด ตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้ว อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่เป็นผลดี

จากนั้น หลี่ฉางโซ่วก็นำถุงโอสถออกแล้วมายืนเอามือไพล่ไว้ด้านหลัง อยู่หน้าหอโอสถ

บัดนี้ พวกเขาทั้งสองนั่งอยู่ใต้ต้นหลิวที่คุ้นเคยตรงริมทะเลสาบ

หลี่ฉางโซ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่งคำสั่งบางอย่างไปให้หลิงเอ๋อร์

ไม่นานหลังจากนั้น หลิงเอ๋อร์ก็ขี่เมฆไปที่ทะเลสาบ แล้วร่อนลงที่หน้ากระท่อมมุงจากของท่านอาจารย์ก่อนจะปลุกนักพรตเต๋าฉีหยวนที่อาจกำลังฝึกบำเพ็ญอยู่ในกระท่อม และเล่าเรื่องสองสามเรื่องให้ท่านอาจารย์…จากนั้น นักพรตเต๋าชราฉีหยวนก็มองไปที่ใต้ต้นไม้แล้วตกตะลึง

“พวกเขาก้าวหน้ารวดเร็วอะไรเช่นนี้?” หลี่ฉางโซ่วและหลิงเอ๋อร์ล้วนพูดไม่ออก

จากนั้น ฉีหยวนก็ยิ้มน้อยๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์และความคิดคำนึงโหยหาถึงอดีต

เขามองไปที่ท่านอาจารย์ของเขา เจียงหลินเอ๋อร์ ราวกับกำลังมอง… หญิงชราที่อยู่คนเดียวมาหลายพันปี และในที่สุดก็กำลังจะแต่งงานในวันนี้ เขายินดียิ่งนักและไม่อยากปล่อยนางไป “ท่านอาจารย์ พวกเรารีบไปกันเถิดเจ้าค่ะ” หลิงเอ๋อร์ทำหน้าบูดบึ้งพลางกล่าวในขณะที่ฉีหยวนยิ้มออกมาทันทีในขณะที่ลูบเคราพลางพยักหน้ารับ

หลังจากนั้น ทั้งอาจารย์และศิษย์ ก็มุ่งหน้าไปที่ต้นหลิวริมทะเลสาบแล้วโค้งคำนับให้เจียงหลินเอ๋อร์และ ปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่ง

ฉีหยวนกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ลุง ศิษย์เพิ่งอยากฝึกฝนเต๋าแห่งการหลอมโอสถ จึงจะไปอยู่ในหอโอสถสักพักขอรับ”

ทันใดนั้น เจียงหลินเอ๋อร์ก็เข้าใจบางอย่างและแสร้งตอบรับอย่าง แต่ใบหูของนางก็แดงก่ำไปหมดแล้ว ในขณะนั้น หลิงเอ๋อร์ก็หยิบยันต์หยกออกมายื่นให้เจียงหลินเอ๋อร์อย่างนอบน้อม

หลิงเอ๋อร์กล่าวเบาๆ ว่า “ท่านปรมาจารย์ใหญ่ นี่คือค่ายกลแยกตัวรอบ ๆ บ้านของท่านที่ศิษย์พี่และอาจารย์อาจิ่วจิ่วร่วมกันสร้างขึ้นมาเจ้าค่ะ”

“อืม เข้าใจแล้ว” มือเล็กๆ ของเจียงหลินเอ๋อร์สั่นเล็กน้อยขณะรับยันต์หยกนั้นมา

ปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่งกล่าวอย่างอบอุ่นอยู่ข้างๆ เจียงหลินเอ๋อร์ว่า “เสี่ยวหยวน ข้ามีวิธีการหลอมโอสถบางอย่าง เจ้าต้องการหรือไม่”

“ไม่เป็นไรขอรับ ข้ายังไม่จำเป็นต้องใช้มัน” ฉีหยวนรีบกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “ศิษย์แค่อยากสัมผัสความแปลกใหม่บ้าง เช่นนั้น ศิษย์จะขอไปเดี๋ยวนี้เลย” กล่าวจบ ฉีหยวนและหลิงเอ๋อร์ก็โค้งคำนับให้อีกครั้งก่อนจะขี่เมฆไปทางหอโอสถ

บัดนั้น ภายในรัศมีสิบลี้โดยรอบทะเลสาบ ก็เหลือเพียงเจียงหลินเอ๋อร์ และปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่งอยู่ตามลำพังเท่านั้น…

พวกเขาต่างมองหน้ากันอย่างแสนเสน่หา ปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่งกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า “หลินเอ๋อร์ ข้าเพิ่งศึกษาวิธีการฝึกบำเพ็ญอย่างหนึ่ง”

“อืม” เจียงหลินเอ๋อร์ก้มศีรษะลงและกล่าวว่า “วิธีการฝึกแบบใดกัน?”

“เข้าไปข้างในกันเถิด ไม่สะดวกจะเปิดเผยภายนอก”

“ดะ-ได้…”

เจียงหลินเอ๋อร์กล่าวเสียงเบาหวิวราวกับยุง ด้วยความ นางลุกขึ้นยืนอย่างงุนงงขณะเริ่มนำทางไปที่กระท่อมมุงจากของนาง

เมื่อปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่งก้าวเข้าไปในกระท่อมมุงจาก เจียงหลินเอ๋อร์ก็เปิดใช้งานค่ายกลตามจุดต่างๆ ในกระท่อมทันที และใช้พลังเซียนของนางวางข่ายอาคมเอาไว้อีกหลายชั้น

เขาดูรีบเร่ง กระสับกระส่ายเล็กน้อย

หลี่ฉางโซ่วยิ้มอย่างสงบ ข่ายอาคมเล็กๆ เช่นนี้ ทำอันใดเขาได้เล่า?

เกิดอันใดขึ้น เขาได้ตัดขอบเขตเต๋าไป และยังเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญตัวน้อยที่อยู่ห่างจากเซียนเทียนสมบูรณ์แบบไปเพียงไม่กี่ก้าว

เขาแผ่ขยายสัมผัสเซียนรับรู้ของเขาออกไปและตระหนักว่ามีข่ายอาคมที่แข็งแกร่งขึ้น ปรากฏขึ้นภายในข่ายอาคม ดูเหมือนว่าจะเป็นปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่งได้วางเอาไว้ ทันใดนั้น หลี่ฉางโซ่วนิ่งอึ้งไปทันที

เดิมทีเขาก็ไม่อยากสอดรู้สอดเห็นความเป็นส่วนตัวของผู้คน แค่เพียงอยากดูว่าสิ่งต่างๆ จะพัฒนาไปอย่างไรบ้าง ใช่แล้ว เขาอยากดูว่าพวกเขาไปผิดทางหรือไม่ ทว่าในเมื่อพวกเขาไม่อยากให้ดู เขาก็จะไม่ดู

เมื่อเห็นท่านอาจารย์และหลิงเอ๋อร์บินกำลังบินอยู่เหนือเมฆ หลี่ฉางโซ่วก็หันกลับมาเริ่มจัดวางค่ายกล

หลี่ฉางโซ่วหยิบโต๊ะที่ทำขึ้นเป็นพิเศษออกมา ตรงกลางของโต๊ะเป็นโพรง และวางหม้อเหล็ก หม้อเหล็กถูกแบ่งออกเป็นสี่ช่องด้วย

หลี่ฉางโซ่วหยิบโต๊ะที่ทำขึ้นเป็นพิเศษออกมา ตรงกลางโต๊ะเป็นโพรงว่างและมีหม้อเหล็กถูกวางอยู่ในนั้น ในหม้อนี้ มีแผ่นเหล็กสองแผ่นมาวางกั้นเพื่อแบ่งส่วนออกเป็นสี่ส่วน

นี่เป็นเครื่องมือเวทที่เขาคิดค้นขึ้นเอง โต๊ะหม้อไฟจื้อต้ง ปฏิบัติการได้ด้วยตัวเองเต็มรูปแบบ!

หม้อเหล็กนั้นมีกฎห้ามสำหรับการให้ความร้อนในระดับคงที่ ซึ่งใช้พลังเวทควบคุมขนาดไฟ ปรับความร้อนได้

นอกจากนั้น ยังมีข่ายอาคมป้องกันขนาดเล็กที่ป้องกันน้ำกระเซ็นเล็กน้อย กฎห้ามขจัดกลิ่น และอื่นๆ

เมื่อจัดโต๊ะและเก้าอี้แล้ว หลี่ฉางโซ่วก็ส่งข้อความเสียงไปขอให้สงหลิงลี่สังหารสัตว์วิญญาณที่เหมาะสำหรับการปิ้งย่างสักสองสามตัว

จากนั้นเขาก็หยิบสมุนไพรวิญญาณและผักวิญญาณที่เตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ออกมา แล้วเทน้ำแร่อมตะลงในหม้อเพื่อเริ่มเตรียมฐานทำน้ำแกง

ที่นั่นกำลังรื่นเริงสนุกสนาน ที่นี่ก็ต้องครึกครื้นมีชีวิตชีวา แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่างานอภิเษกที่จัดขึ้นในวังมังกรอย่างโอ่อ่าตระการตาและไม่มีคนมาแสดงความยินดีมากมายเท่าโลกมนุษย์ แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนเป็นงานแต่งงาน… เมื่อท่านอาจารย์และหลิงเอ๋อร์มาถึง หม้อไฟส่วนใหญ่ก็พร้อมแล้ว

หลิงเอ๋อร์กล่าวอย่างเบิกบานใจว่า “ศิษย์พี่ ท่านทำอะไรใหม่หรือเจ้าคะ”

หลี่ฉางโซ่วยิ้มและกล่าวว่า “นี่เรียกว่า… หม้อไฟ ข้ายังต้องเตรียมเครื่องปรุงบางอย่าง หลิงเอ๋อร์ เจ้าไปเชิญอาจารย์อาจิ่วจิ่วที่ยอดเขาพิชิตสวรรค์มา ช่วงนี้ นางเบื่อมากๆ มาสักพักแล้ว เช่นนั้น ก็ขอให้วันนี้เป็นวันดี เราจะถือว่ามันเป็นงานเฉลิมฉลองเพื่อแสดงความยินดีให้ท่านปรมาจารย์ใหญ่และปรมาจารย์ลุงใหญ่

“เจ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”

หลิงเอ๋อร์หันหลังกลับแล้วขี่เมฆบินไป จากนั้น ฉีหยวนก็สะบัดแขนเสื้อและกล่าวยิ้มๆ ว่า “ฉางโซ่ว แล้วเจ้ามีอะไรให้อาจารย์ช่วยได้บ้าง” หลี่ฉางโซ่วรีบกล่าวว่า “ท่านอาจารย์โปรดนั่งดูเถิด ข้าจะปล่อยให้ท่านทำได้อย่างไรขอรับ”

นักพรตเต๋าชราฉีหยวนยิ้มและส่ายศีรษะ แล้วไปพักผ่อนที่เก้าอี้นั่งเล่นด้านนอกประตู

ไม่นานหลังจากนั้น สงหลิงลี่ก็สังหารสัตว์วิญญาณสองสามตัวอย่างรวดเร็ว นางหั่นพวกมันเป็นชิ้นๆ ก่อนจะแบกเนื้อสัตว์วิญญาณสดๆ หลายสิบกิโลกรัมและตรงไปถึงหอโอสถอย่างตื่นเต้น

หลังจากนั้นไม่นาน หลิงเอ๋อร์และจิ่วจิ่วก็เข้ามาพร้อมๆ กันโดยนั่งมาบนน้ำเต้าขนาดใหญ่

แต่ทั้งศิษย์พี่ชายและศิษย์พี่หญิงทั้งหลายของจิ่วจิ่วก็มาถึงพร้อมกับนางด้วย…

บัดนี้ เหล่าเซียนจิ่วก็มากินดื่มที่ยอดเขาหยกน้อยในขณะที่พวกเขากำลังฝึกฝนศาสตร์แปดรูปลักษณ์[1]

หลี่ฉางโซ่วหยิบโต๊ะหม้อไฟออกมาราวกับว่าเขากำลังเล่นปาหี่ หลังจากโค้งคำนับให้แล้ว เขาก็จัดให้จิ่วอู จิ่วซือ จิ่วเอ้อร์และคนอื่นๆ อีกหกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างๆ ในขณะนั้น หอโอสถก็ดูแน่นขนัดขึ้นมาทันที แต่ก็คึกคักมีชีวิตชีวายิ่ง

บัดนี้ บรรดาญาติมิตรของคู่บ่าวสาวทั้งสองคนในกระท่อมมุงจาก ได้มารวมตัวกันที่นี่ ถือได้ว่ามาเป็นสักขีพยานให้กับช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้…

จิ่วอูดึงแขนของหลี่ฉางโซ่วและขยิบตาให้เขา

จากนั้นเขาก็ถามหลี่ฉางโซ่วเสียงเบาว่า “จัดการเรียบร้อยแล้ว? หรือตอนนี้กำลังจัดการอยู่?”

หลี่ฉางโซ่วเพียงยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไร

บอกตามตรงว่า เขาไม่กล้าด่วนสรุปว่า ทั้งสองคนนั้นกำลังทำอะไรกันหลังประตูที่ปิดอยู่นั้น…

แม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว พวกเขาทั้งสองน่าจะร่วมกันทำในบางสิ่งที่อธิบายไม่ได้

ทว่าท่านปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่งก็ปฏิบัติตามคู่มือรู้แจ้งในการฝึกบำเพ็ญเซียนได้ บางทีสถานการณ์ในยามนี้ อาจ… จะพัฒนาไปจนไม่แน่นอน

จิ่วผิง ศิษย์คนที่สามของปรมาจารย์หว่างฉิงผู้สูงส่ง ซึ่งมาที่ยอดเขาหยกน้อยเป็นครั้งแรก นางเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญสตรีงดงามที่แผ่กลิ่นอายแห่งความกล้าหาญ นางเป็นเซียนเสิ่นขั้นสูงสุดซึ่งใกล้จะทะลวงเข้าสู่เซียนเทียน

จิ่วผิงยิ้มและกล่าวว่า “เจ้าเฒ่าอูอย่าสงสัยเลย เมื่อท่านอาจารย์เปิดใช้งานค่ายกลแล้ว ย่อมต้องสำเร็จแน่”

จิ่วอูถอนหายใจ “ท่านย่อมรู้นิสัยอาจารย์ของเรา… พี่สาม พี่ก็รู้เหมือนกัน”

จิ่วซือขมวดคิ้วเล็กน้อยและกล่าวเสียงเบาว่า “ข้ากังวลจริงๆ ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์จะเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร เฮ้อ หากเพียงแต่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในนั้นก็คงจะดี ”

จู่ๆ จิ่วลู่เอ๋อร์กะพริบตาและกล่าวว่า “แต่เราไม่อาจ… ไปแอบฟังที่มุมห้อง…”

ทันใดนั้น ดวงตาของพวกเขาก็เปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมาทันที

“แค่กๆ” หลี่ฉางโซ่วเตือนพวกเขาว่า “ท่านอาจารย์ลุง อาจารย์ป้า ระดับฐานพลังของท่านปรมาจารย์ลุงใหญ่หว่างฉิงนั้น สุดหยั่งรู้ได้ พวกเราไม่น่าจะแอบย่องเข้าไปใกล้พวกเขาโดยไม่ทำให้พวกเขารู้ตัวได้ และ… นั่น รังแต่จะทำให้พวกเขาตกใจเท่านั้น”

“ข้ามีวิธี!”

จิ่วจิ่วลุกขึ้นยืนเท้าเอวและกล่าวต่อว่า “ข้าทิ้งหอยสังข์ส่งเสียงไว้ในห้องของอาจารย์อาเจียงหลินเอ๋อร์! เดิมทีข้าเพียงอยากรู้ว่าอาจารย์อาท่านนี้จะมีจุดอ่อนใดหรือไม่เพื่อเตรียมรับมือกับนางได้ แต่ไม่คิดว่าเหอะๆ …จะบังเอิญมีประโยชน์เช่นนี้!”

ขณะกล่าว จิ่วจิ่วก็ดึงหอยสังข์หยกขาวขนาดเท่ากำปั้นออกมาจากแขนเสื้อของนาง

จากนั้น นางก็ยกมือขึ้นสัมผัสหอยสังข์ในมือเพื่อเปิดใช้กฎห้ามของมันโดยไม่รอให้พวกเขาได้ทันพูดอะไร

……………………………………………………..

[1] มาจากคัมภีร์โบราณอี้จิงกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลง ฟ้า ดิน น้ำ ไฟ ลม สายฟ้า ภูเขา ทะเลสาบ การครองตนที่ต้องประสานความสมดุล โดยการปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับวิถีแห่งฟ้าดิน ถูกปรับใช้ในการทำนาย เป็นแม่แบบในการดูฮวงจุ้ย

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 299 ข่าวลือไร้มูล (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
2023-02-17
brownieebVdHWywlJ
กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80
2026-01-22
a1-1ad12e
ข้าไม่ใช่หญิงโง่…แค่กำลังแสดง!
2026-07-06
62738198wH1YpbA5
เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน
2024-03-03

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน