บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 373 สุนัขรับใช้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  4. ตอนที่ 373 สุนัขรับใช้
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 373 สุนัขรับใช้
ตอนที่ 373 สุนัขรับใช้

หยุนเชวี่ยกล่าวจบก็เดินจากไป ทำให้แม่เฒ่าจูโมโหจนเกือบหงายหลัง นางกระโดดกระทืบเท้าด่าทอตามหลังอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งหยุนเชวี่ยเดินจากไปไกลจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า จึงถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องไป

ครั้นเห็นขนมปังรังนกสี่ชิ้นวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมด้วยโจ๊กในหม้อเล็ก เนื้อหมูตุ๋นผักกาดดองหนึ่งชาม และเต้าหู้ผัดซอสหนึ่งจาน หลังดุด่าจนสาแก่ใจแล้วจึงหยิบตะเกียบขึ้นมากินเข้าไปสองคำ แต่แล้วก็หวนนึกถึงนางเฉินผู้เกียจคร้านขึ้นได้จึงตะโกนด่าออกไปนอกประตูอีกครั้ง “นังหญิงขี้เกียจ กินบนเรือนถ่ายรดบนหลังคา! หากเจ้ากล้าขโมยอาหารกินลับหลังข้าอีก ข้าจะหักข้อมือข้อเท้าของเจ้าออกเสียแล้วถีบหัวส่งเจ้าออกไป!”

“ท่านแม่ ต่อให้ข้าไม่กินแต่ถึงอย่างไรซานหลางกับเซียงเอ๋อก็ยังต้องกินอยู่ดี” นางเฉินผลักประตูห้องชั้นบนให้เปิดออก ดวงตาจ้องเขม็งไปยังชามเนื้อตุ๋นผักดองบนโต๊ะ พลางกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่

แม่เฒ่าจูคีบอาหารกินได้เพียงสองคำเท่านั้นก็นึกขึ้นได้ว่าผู้เฒ่าหยุนยังคงนอนคอยอยู่บนเตียง นางจึงวางขนมปังรังนกในมือลง ก่อนเข้าไปพยุงชายชราให้ลุกขึ้น ดึงโต๊ะเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้เขา จากนั้นก็ลุกขึ้นไปเดินไปหยิบถ้วยใบเล็กมาสองสามใบจากห้องครัวเพื่อตักแบ่งโจ๊กและผักดอง

มือของผู้เฒ่าหยุนสั่นเทาไม่มั่นคง ใช้ตะเกียบคีบแล้วปล่อยให้อาหารหลุดมืออยู่เนือง ๆ กระทั่งอาหารหกเลอะกระจัดกระจายเต็มร่างกาย ส่วนแม่เฒ่าจูถึงเห็นแต่กลับไม่ได้ช่วยเหลือ ได้แต่ทำใบหน้ายืดยาวไม่ยอมร่วมวงกับเขาท่าเดียว

ชายชรารู้ตัวว่าตนเองไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ถึงกระนั้นก็ไม่ได้กล่าวเรียกร้องแต่อย่างใดและถอนหายใจยาวออกมา

“ท่านแม่…” นางเฉินยังรั้งรออยู่ที่หน้าประตูพลางพูดพล่ามไม่หยุดหย่อน “ซานหลางเป็นหลานชายแท้ ๆ ของตระกูลหยุน ใจคอท่านและท่านพ่อจะทนปล่อยให้เขาหิวโหยต่อไปจริงหรือ? ท่านพ่อ ท่านคิดเห็นอย่างไร?

ผู้เฒ่าหยุนหยุดชะงักค้าง โบกมือไปมากลางอากาศและอ้าปากพยายามส่งเสียง “อ้า อ้า…” ออกมาสองครั้ง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาต้องการจะสื่อถึงสิ่งใด สุดท้ายแล้วความคิดเห็นของเขาก็เปล่าประโยชน์

แม่เฒ่าจูเงยหน้าขึ้นพลางแค่นเสียงฮึดฮัด “เด็กเซียงเอ๋อนั่นบ้าใบ้ มีแต่อยู่แล้วล้างผลาญ ทุบตีให้ตายก็ไม่พูดจา หากไม่รีบหาสามีให้นางแต่งงานออกเรือนไปซะแล้วจะเลี้ยงต่อไปไยให้ไร้ประโยชน์? ซานหลางก็อีกคน อายุอานามตั้งเท่าไรแล้ว ยังเอาแต่แบมือรอให้ครอบครัวป้อนถึงปาก เป็นเช่นนี้แล้วเมื่อไรจะสร้างตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวได้? พรุ่งนี้ก็สั่งให้เอ้อหลางพาเขาออกไปหางานทำเสีย แต่ละคนงอมืองอเท้ารังแต่จะอ้าปากรอรับส่วนบุญเยี่ยงสัมภเวสี!”

คำดุด่าของแม่เฒ่าจูกลับทำให้นางเฉินได้สติกลับคืนมา

นางเฉินเก็บถ้อยคำมาครุ่นคิดอย่างรอบคอบ หากนางหาบ้านฝั่งสามีให้เซียงเอ๋อแต่งเข้าได้สำเร็จก็จะได้รับสินสอดทองหมั้นมากมาย จากนั้นค่อยส่งซานหลางให้ไปหาเงินกับเอ้อหลางในเมือง หลังจากนี้นางจะมีบุตรชายสองคนคอยหนุนหลัง ต่อให้ถูกขับไล่ออกจากตระกูลหยุนก็ไม่ต้องเกรงกลัวอีก

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ภายในวันเดียวกันนางจึงวิ่งแจ้นไปหาซุนปั๋วสื่อ แจ้งเจตจำนงอันแรงกล้าว่าตนอยากให้อีกฝ่ายช่วยเป็นธุระจัดหาการแต่งงานของลูกสาว จะเป็นฮูหยินใหญ่หรืออนุภรรยาก็ไม่เกี่ยง สำคัญคือฐานะทางบ้านของพวกเขาต้องร่ำรวยและมั่งคั่งเท่านั้น!

ดวงตาของยายเฒ่าซุนกลอกไปมาขณะเอ่ยถามกลับ “เจ้าพูดจริงรึ?”

“จริงแท้แน่นอนเลยล่ะ” นางเฉินพยักหน้ารัว “ลูกสาวของข้ารูปร่างหน้าตาไม่เลว หากแต่งองค์ทรงเครื่องให้สะอาดตาเสียหน่อยก็สะสวย นิสัยเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย ทำสิ่งใดย่อมได้ทั้งนั้น ทว่าสินสอดทองหมั้นนั้นสำคัญที่สุด”

“แต่งงานกับผู้ที่อายุมากกว่าหน่อยก็ยินดีอย่างนั้นหรือ?” ยายเฒ่าซุนถามย้ำอีกครั้ง

“ยินดี ยินดีอยู่แล้ว ยิ่งอายุมากก็ยิ่งตายไว” ว่าแล้วนางเฉินก็แสยะยิ้ม แต่แล้วไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือสำนึกผิดชอบชั่วดีจึงเอ่ยถามเพิ่มเติม “แล้วอายุมากที่ว่า มากกว่าเท่าไรรึ?”

“นั่นเป็นเรื่องที่ยังไม่อาจล่วงรู้” ยายเฒ่าซุนอาวุโสฉีกยิ้ม ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับหนังซาลาเปา ดูแล้วแปลกประหลาดชอบกล “ข้ายังต้องออกไปสืบหาคนผู้นั้น หากข้าได้พบกับเศรษฐีผู้ร่ำรวยเข้าจริง นั่นคงนับเป็นวาสนา”

“นั่นสิ นั่นสิ ตอนนี้ชีวิตเซียงเอ๋อของข้าฝากไว้ในมือของเจ้าแล้ว” นางเฉินล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อที่สกปรกและเต็มไปด้วยคราบมัน “หากเจ้าทำหน้าที่เป็นแม่สื่อได้สำเร็จ ย่อมได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยเลยทีเดียว”

เมื่อกลับมาจากเรือนของยายเฒ่าซุน นางเฉินพลันบังเกิดความตั้งใจขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม ในใจนางคิดคำนวณอย่างหมายมาดปรารถนา ขอเพียงหยุนเซียงเอ๋อได้รับเงินค่าสินสอดอย่างน้อยสิบตำลึง ประกอบกับเงินเดือนที่เอ้อหลางและซานหลางช่วยกันทำงาน นางก็สามารถมีชีวิตที่ดี กินดื่มอย่างอิ่มหนำสำราญได้แล้ว หากมีโอกาสก็แต่งภรรยาเข้าบ้านด้วยสินสอดราคาถูก นับจากนี้จะได้มีคนคอยปรนนิบัติรับใช้ ทำอาหารให้สามมื้อต่อวัน ชีวิตเช่นนี้จะปราศจากความสุขอย่างไรได้?

นางเฉินคิดเช่นนี้แล้ว ที่เคยเกียจคร้านก็กลับกลายเป็นขยันขันแข็ง นางต้มน้ำร้อนไว้ให้หยุนเซียงเอ๋อได้ล้างหน้าล้างตา อาบน้ำ สระผม ทำความสะอาดร่างกายให้เอี่ยมอ่อง จากนั้นจึงหยิบเสื้อผ้าผืนเก่าสะอาดสะอ้านของหยุนเชวี่ยที่นำมาให้ก่อนหน้านี้ให้นางผลัดเปลี่ยน

แม้หยุนเซียงเอ๋อจะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่นางกลับรู้สึกหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ นางยืนนิ่งอยู่ตรงมุมห้องอย่างเงียบเชียบ เฝ้ามองดูผู้เป็นแม่กำลังพลิกหีบผ้าไปมา นางเฉินเดินเข้าไปในห้องเก่าที่หยุนเยว่และหยุนหรงเคยอาศัยอยู่ โดยหวังว่าจะพบสิ่งใดที่ทั้งสองหลงลืมไว้จะได้นำมาให้หยุนเซียงเอ๋อสวมใส่

ในที่สุดนางเฉินก็พบเข้ากับหีบสีแดงหลังจากที่ค้นมาทั้งห้องจนทั่วแล้ว ด้านในมีชุดกระโปรงตัวเก่าอยู่สองชุด พร้อมด้วยผ้าผูกผมสีฟ้าอ่อน นางเฉินจึงบรรจงมัดผมหยุนเซียงเอ๋ออย่างร่าเริงแล้วลากให้หันกลับมาข้างหน้าเพื่อสำรวจดู

“เซียงเอ๋อ ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องทำเพื่อแม่!” นางเฉินจับจ้องนางแล้วเอาแต่ฉีกยิ้มกว้าง

หยุนเซียงเอ๋อไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย ทว่าความกลัวที่มากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งทวีพูนเพิ่มเข้าไปใหญ่

ตกเย็น

แม่นางเหลียนแบ่งอาหารที่ปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วออกมาหนึ่งส่วน กำลังหันไปเรียกให้หยุนเชวี่ยนำไปส่งที่บ้านหลังเก่า แต่แล้วสืออีกลับเสนอตัวขึ้นเสียก่อน “ท่านอา อย่าเรียกเชวี่ยเอ๋อเลยขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะนำไปส่งเอง”

“เจ้าไปเองได้หรือ?” แม่นางเหลียนรู้ดีว่าแม่เฒ่าจูนั้นมีฝีปากและอารมณ์ที่ร้ายกาจเพียงใด จึงเกรงว่าหากนางก่อเรื่องขึ้นมาสืออีคงไม่อาจรับมือได้

“ท่านแม่เฒ่าจะสาปแช่งรุนแรงก็ต่อเมื่อเห็นใบหน้าของเชวี่ยเอ๋อเท่านั้น” สืออียกตะกร้าอาหารขึ้น หางตาโค้งขึ้นพร้อมเผยรอยยิ้มอย่างว่าง่าย “ให้ข้าไปเถิดขอรับ ไม่นานก็กลับมาแล้ว”

“หากท่านแม่เฒ่าว่ากล่าวสิ่งใด เจ้าก็ทำเป็นไม่ได้ยินไปเสีย ถึงอย่างไรก็อย่าตอบกลับเป็นอันขาด…” แม่นางเหลียนกำชับอีกครั้งด้วยไม่อาจวางใจ สายตาจ้องมองตามแผ่นหลังของเขา แล้วอดเผยรอยยิ้มเอ็นดูของว่าที่แม่ยายซึ่งมีต่อลูกเขยไม่ได้ นางพูดพึมพำกับตนเอง “ดูเอาเถิด เป็นคนนิ่งเงียบไร้ปากเสียง แต่กลับมีใจเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น”

สืออีเพิ่งเดินออกไปได้ไม่นาน นางเฉินกลับเดินสวนมาที่หน้าประตูเรือนของเขาอีกครั้ง

หางของต้าหวงชูชันขึ้นทันทีเมื่อเห็นนางเฉินก่อนตะเบ็งเสียงเห่ากรรโชกอย่างดุร้าย ทำให้ขาทั้งสองข้างของหยุนเซียงเอ๋อที่เดินตามหลังนางเฉินมาถึงกับตัวสั่นเทิ้ม เอาแต่ไขว่คว้าขยำเสื้อผู้เป็นแม่ไว้แน่นไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน

“นังเด็กคนนี้! เหตุใดใจเจ้าถึงได้เสาะเสียยิ่งกว่ารูเข็มเสียอีก? มันเป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน กินเจ้าเข้าไปทั้งตัวไม่ได้ด้วยซ้ำ จะหวาดกลัวไปไย?!” นางเฉินดุด่าหยุนเซียงเอ๋อสองสามประโยคแล้วจึงตะโกนเรียก “สะใภ้รอง สะใภ้รอง! เจ้ารีบออกมาลากไอ้หมาตัวนี้ออกไปเสีย ข้ามีธุระต้องการพูดคุยกับเจ้า!”

“บ้านของข้ากำลังกินข้าวกันอยู่ รอให้กินกันเสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วท่านค่อยมาใหม่อีกหนหนึ่งก็แล้วกัน!” หยุนเชวี่ยเปิดหน้าต่างออกไปตะโกนตอบกลับ

“ข้าไม่แยแสข้าวปลาอาหารของเจ้าหรอก ดูซิ คิดจะหยิบยกเรื่องนี้มาขู่หรืออย่างไร?” นางเฉินยืดคอขึ้นพลางกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ยิ่งร่ำรวยยิ่งตระหนี่ กลัวว่าข้าจะเอาเปรียบครอบครัวของเจ้าอย่างนั้นรึ?!”

“หากไม่แยแสเช่นนั้นท่านก็จงรออยู่ด้านนอก” หยุนเชวี่ยปิดหน้าต่างก่อนนั่งลงและหยิบตะเกียบขึ้นคีบอาหารต่อไปราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

“สะใภ้รอง! เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ! เหตุใดจึงสั่งสอนลูกหลานให้ต้อนรับแขกเช่นนี้?! เป็นลูกสะใภ้ด้วยกันแท้ ๆ กลับไม่ยอมแม้แต่จะเปิดประตูให้ ปฏิบัติต่อกันหยาบคายยิ่งกว่าคนแซ่นอกเสียอีก! นึกว่าข้าเป็นขโมยหรืออย่างไรกัน?!” นางเฉินร้องโวยวายอยู่ด้านนอกรั้วอย่างไม่พอใจ

“คลับคล้ายคลับคลาว่าแม่เห็นเซียงเอ๋ออยู่ข้างนอกกับนางด้วย?” ภายในบ้านทุกคนกำลังล้อมวงกินข้าว แต่คนด้านนอกอาจยังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องด้วยซ้ำ แม่นางเหลียนคิดแล้วก็เกิดใจอ่อน “เอาเป็นว่า ให้สองแม่ลูกเข้ามารอด้านในก่อนดีหรือไม่?”

“ไม่ได้เจ้าค่ะ! ” หยุนเชวี่ยคัดค้านทันที “อาสะใภ้สามติดหนึบยิ่งกว่าตีนตุ๊กแกยากจะสลัดทิ้งยาก วันนี้หากท่านเห็นเซียงเอ๋อแล้วเกิดความสงสารยอมให้นางเข้ามา ประเดี๋ยววันพรุ่งนี้นางรู้เท่าทันก็จะลากเซียงเอ๋อมายืนรออยู่ที่หน้าประตูเรือนเราอีก”

แม่นางเหลียนไม่เอ่ยคำใดอีก ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา นางครุ่นคิดในใจว่าเซียงเอ๋อช่างน่าสงสารนัก เหตุใดเด็กดีเช่นนางจึงได้มีมารดาไร้สำนึกเช่นนี้

ในห้องไม่มีผู้ใดสนใจนางเฉินอีกต่อไป ถึงกระนั้นนางเฉินก็ไม่ยอมผละจากไปไหน เอาแต่ร้องโวยวายอยู่ข้างนอกอย่างนั้น ไม่นานก็เห็นสืออีเดินกลับมา นางจึงพุ่งเข้าไปคว้าแขนเสื้อเขาไว้ คิดจะอาศัยเกาะติดเขาเข้าไปในตัวเรือน

สืออีชำเลืองมองนางเฉินด้วยสายตาเรียบเฉย

ปรากฏว่านางเฉินก็ฉีกยิ้มกว้างตอบกลับ เผยให้เห็นฟันเหลืองที่เรียงตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบ

สืออีขมวดคิ้วแน่นก่อนหันไปโบกมือให้สัญญาณกับต้าหวงที่เฝ้าระแวดระวังอยู่โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ทันทีที่ต้าหวงได้รับคำสั่งก็กระโจนพุ่งขึ้นไปกลางอากาศฉับพลัน ก่อนยิงฟันหมายฝังเขี้ยวอันแหลมคมเข้าที่ต้นขาของนางเฉิน

“กรี๊ด…” นางเฉินหวีดร้องลั่น ยอมปล่อยมือจากแขนเสื้อของสืออีและวิ่งเตลิดเปิดเปิงหนีไป พลางก่นด่าอย่างไม่หยุดปาก “แม้แต่คนงานอย่างเจ้าก็กล้ารังแกข้า! ไอ้สุนัขรับใช้*!”

* สุนัขรับใช้ = กรณีนี้หมายถึงคนที่อาศัยบารมีเจ้านายรังแกชาวบ้าน

สืออีปัดแขนเสื้อขึ้นอย่างไม่รีบร้อน มองไปที่หยุนเซียงเอ๋อที่หดคอกลับ ใบหน้าซีดเผือดเพราะความหวาดกลัว ก่อนจะเป่าปากเรียกต้าหวงที่กระโจนเข้าใส่นางเฉินให้วิ่งกลับมาก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในเรือน

แม้ครั้งนี้นางเฉินจะยังไม่ทันถูกกัดแต่ก็ได้รับความตื่นตกใจไม่น้อย เห็นว่าต้าหวงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่นางอย่างดุร้ายก็ไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้อีก ทำได้เพียงสบถด่าสืออีด้วยรูปปากที่พออ่านออกว่า ‘สุนัขรับใช้’

สืออีเดินเข้ามาในบ้านก่อนนั่งลงที่โต๊ะอาหารอย่างใจเย็น หยิบขนมปังรังนกขึ้นมากัดคำหนึ่งพลางออกปากชมแม่นางเหลียนว่ารสมือการทำอาหารนับวันยิ่งอร่อยขึ้น

หยุนเชวี่ยฟังแล้วได้แต่ลอบกลอกตา ขนมปังรังนกเพียงชิ้นเดียวกลับยกย่องสรรเสริญเสียจนเกินความพอดี หนำซ้ำผู้ที่ถูกชมเชยเช่นแม่นางเหลียนกลับยิ่งชอบอกชอบใจเข้าไปใหญ่ เอาแต่คีบอาหารให้เขาคำแล้วคำเล่าพร้อมเกลี้ยกล่อมเขาให้กินมากขึ้น ทำเอาเสี่ยวอู่ที่อยู่ด้านข้างกลายเป็นลูกชายที่เก็บมาเลี้ยงเสียอย่างไรอย่างนั้น

หยุนเชวี่ยจึงหันไปคีบอาหารลงในชามของเสี่ยวอู่เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจ

ทว่าเสี่ยวอู่กลับส่งสายตาเป็นเชิง ‘ไม่เข้าใจ’ กลับไปให้นาง

หลังจากกินข้าวเสร็จ โต๊ะอาหารก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดหมดจด หยุนเชวี่ยจึงเรียกต้าหวงให้เข้าไปอยู่เพิงนอน นางเฉินถ่มน้ำลายใส่ต้าหวงอย่างอารมณ์เสีย จากนั้นจึงหันไปถลึงตาใส่สืออีที่กำลังนั่งยอง ๆ ล้างถ้วยชามอยู่บริเวณหน้าห้องครัวพร้อมสบถด่า “เจ้าเดรัจฉาน!”

แม่นางเหลียนหมายมั่นให้สืออีเป็นว่าที่ลูกเขยอยู่ภายในใจมาโดยตลอด ครั้นได้ยินว่าเขาถูกก่นด่าก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที รีบเอนตัวไปด้านข้างเพื่อขวางประตูไว้พร้อมเอ่ยขึ้น “สะใภ้สาม เจ้าอุตส่าห์ดั้นด้นมาที่นี่คงเพราะมีธุระกระมัง?”

นางเฉินเบ้ริมฝีปากพลางพ่นลมออกจมูก สวนกลับด้วยท่าทีไม่พอใจ “พี่สะใภ้รอง นับตั้งแต่ร่ำรวยมา พวกเจ้าสองคนยิ่งอยู่ยิ่งไร้เหตุผล ข้อศอกเลี้ยวออกไปข้างนอก ซ้ำยังเลี้ยงสัตว์เดรัจฉานไว้ให้คอยเฝ้าประตูเรือนตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เจ้าเลี้ยงมันให้คอยปกป้องผู้ใดกันแน่?!”

แม่นางเหลียนไม่มีนิสัยชี้นิ้วด่ากราดจึงตอกกลับด้วยถ้อยคำตรงไปตรงมาอย่างไม่เกรงใจ “สะใภ้สาม เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่? หากมาถึงที่นี่แล้วเอาแต่พูดพล่ามหยาบคาย เช่นนั้นก็กลับไปเสียเถอะ ข้าไม่อยากเสวนากับเจ้า”

ครั้นเห็นว่าสีหน้าของแม่นางเหลียนไม่สู้ดี นางเฉินจึงกลอกตาพลางลดระดับน้ำเสียงให้อ่อนลงกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่ออย่างกระอักกระอ่วนว่า “พี่สะใภ้รอง ท่านไม่เคยใจร้อนเช่นนี้มาก่อน”

แม่นางเหลียนไม่ปริปากตอบแต่อย่างใด

นางเฉินไม่ใส่ใจต่อท่าทางของอีกฝ่าย ยังหน้าด้านทนกล่าวต่อไป “ข้าพบชุดกระโปรงเก่าสองชุด เซียงเอ๋อสวมใส่แล้วไม่พอดี เจ้าช่วยแก้ไขขนาดเสียใหม่ให้ทีเถิด” นางพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบผืนผ้าที่ขยำม้วนไว้เป็นก้อนกลมจากอ้อมกอดแขนของหยุนเซียงเอ๋อแล้วยัดใส่มือของแม่นางเหลียน

“นี่…” แม่นางเหลียนก้มหน้ามอง สะบัดผ้าให้คลี่ออกสองสามครั้งจึงเห็นว่าชุดกระโปรงตัวเก่าทั้งสองชุดนั้นล้วนเป็นชุดกระโปรงที่ใช้สวมใส่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

“เจ้าเป็นป้าสะใภ้รองของเซียงเอ๋อ หากเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ก็ไม่อาจทำให้นางได้ เห็นทีคงไร้เหตุผลกันเกินไปกระมัง” นางเฉินยื่นมือไปดึงรั้งร่างของหยุนเซียงเอ๋อให้มายืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งหยุนเซียงเอ๋อได้แต่จ้องมองแม่นางเหลียนด้วยสายตาขลาดเขลา

นางเฉินทำให้แม่นางเหลียนโกรธเคืองจนโทสะในจิตใจแทบขาดสะบั้น ชีวิตนี้นางไม่เคยเห็นใครมาขอความช่วยอย่างตรงไปตรงมาไร้ความเกรงใจเช่นนางเฉินมาก่อน หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าเด็กหญิงน่าเวทนาสงสาร คนใจเย็นเช่นนางอาจโยนเสื้อผ้าในมือทิ้งลงพื้นเสียแต่แรกก็เป็นได้

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 373 สุนัขรับใช้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
2023-03-18
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
2024-02-19
browniee.onlinea7172f5c (1)
เมื่อฉันขายตัวให้แฟนเก่า
2026-06-19
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
2024-12-01

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน