บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 371 หารือเรื่องการแต่งงาน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  4. ตอนที่ 371 หารือเรื่องการแต่งงาน
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 371 หารือเรื่องการแต่งงาน
ตอนที่ 371 หารือเรื่องการแต่งงาน

“หมดแล้วอย่างนั้นหรือ?” หยุนลี่เต๋อขมวดคิ้ว ยังไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอื่น ขาหลังของหมูตัวใหญ่ที่เขานำมาส่งให้วันตรุษมีน้ำหนักอย่างน้อยสี่สิบถึงห้าสิบกิโลกรัม ฉะนั้นจะกินจนหมดภายในเวลาเพียงครึ่งเดือนได้อย่างไร?

“ไม่เหลือแล้ว” นางเฉินกล่าวเสียงดังขึ้น “สมาชิกในบ้านมีกันหลายคน ต่างก็หิวโหยด้วยกันทั้งนั้น อีกอย่างท่านพ่อท่านแม่ก็อายุมากแล้ว ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ดี ไม่อาจให้คนเฒ่าคนแก่ต้องอดอยาก ท่านว่าสมควรแล้วหรือไม่?”

หยุนลี่เต๋อนิ่งเงียบ

หยุนเชวี่ยกล่าวอย่างไม่เกรงใจ “ท่านปู่และท่านย่ากินดีอยู่ดีจริงหรือไม่ ไม่อาจล่วงรู้ ทว่าอาสะใภ้สามกลับดูอ้วนท้วนอุดมสมบูรณ์ขึ้นมากทีเดียว”

ไขมันใต้คางของนางเฉินเพิ่มขึ้นเป็นสามชั้นขณะฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ฮิฮิ เห็นทีข้าคงเป็นผู้โชคดีของตระกูลหวังกระมัง พี่รอง อย่าลืมกำชับให้คนงานของเจ้ารีบนำของมาส่งให้โดยเร็ว ท่านแม่อยากกินซาลาเปาไส้เนื้อกับขนมน้ำตาลที่ซื้อมาจากในเมืองเต็มทีแล้ว”

“ข้าว่าผู้ที่อยากกินคงเป็นท่านเสียมากกว่า” หยุนเชวี่ยกลอกตาพลางคว้าแขนเสื้อของหยุนลี่เต๋อแล้วรีบเดินจากไป

นางเฉินยังคงตะโกนไล่หลังมาว่า “พี่รอง พี่รอง อย่าได้ลืมเชียว ท่านจะปฏิบัติต่อบุพการีของท่านอย่างเลวร้ายไม่ได้เด็ดขาด!”

กลับถึงบ้าน

เป็นช่วงประจวบเหมาะกับพ่อและแม่ของอู๋ต้าหวังซึ่งมาส่งลูกหมูที่เพิ่งคลอดเมื่อคืนพระจันทร์เต็มดวงที่ผ่านมา รวมกันทั้งหมดยี่สิบตัว แม่นางเหลียนจะเข้าบ้านไปหยิบเงินมาจ่ายให้ แต่อู๋ถูหู่และภรรยาของเขากลับยืนกรานเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ต้องการ ทั้งสามผลักไสกันไปกันมา ขณะที่สามพ่อลูกเดินเลี่ยงเข้าไปในบ้าน

“ท่านพี่รอง รีบไปหยิบเงินสิบตำลึงมาให้พี่ใหญ่อู๋เร็วเถิด” แม่นางเหลียนตะโกนขณะถูกแม่ของอู๋ต้าหวังดึงมือไว้

“ไม่ ไม่ อย่าทำเช่นนั้นเด็ดขาด” คนขายเนื้ออู๋เห็นดังนั้นก็ปราดเข้ามาดึงรั้งหยุนลี่เต๋อไว้บ้าง “พวกเราใกล้จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว อย่าได้คิดเล็กคิดน้อยต่อกันไปเลย บ้านของข้าเลี้ยงหมูมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่เคยขาดแคลนลูกหมูเหล่านี้เลยสักครั้ง”

“ไม่ได้หรอก สองสิ่งอย่าปะปนกัน* ครอบครัวของท่านเองก็ได้จ่ายค่าสินสอดทองหมั้นให้กับพวกเราแล้ว” หยุนลี่เต๋อเอื้อมมือไปยังตู้ข้างเตียง แต่แล้วกลับถูกพ่อค้าเนื้ออู๋ขวางทางไว้พลางผลักกลับพร้อมกล่าวว่า “เจ้ารอง เจ้าเห็นข้าเป็นคนอื่นไกลหรืออย่างไรกัน?”

* สองสิ่งอย่าปะปนกัน = แม้ว่าระหว่างสองฝ่ายจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ในเรื่องของธุรกิจนับเป็นอีกส่วน

“ข้าไม่ได้มองเห็นเจ้าเป็นคนอื่นไกลแต่อย่างใด แต่พี่ใหญ่อู๋ ครอบครัวเราไม่สามารถเอาเปรียบครอบครัวของเจ้าได้…”

“อย่ากังวลเรื่องของความเหมาะสมไปเลย เราต่างเป็นบุรุษด้วยกัน ไหนเลยจะละเอียดรอบคอบถึงขั้นนั้น” พ่อค้าเนื้ออู๋โบกมือพร้อมเปล่งเสียงหัวเราะอย่างใจกว้าง “อุตส่าห์ได้เป็นทองแผ่นเดียวกันทั้งที เจ้าควรปล่อยวางเรื่องเหล่านี้ลงเสียบ้าง นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณเชวี่ยเอ๋อที่เสนอการสร้างคอกหมูอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้จัดการเรื่องปศุสัตว์ได้อย่างทั่วถึงทีเดียว เมื่อวานนี้ข้ายังปรึกษากับภรรยาด้วยว่าวางแผนจะสร้างโรงเรือนเพิ่มอีกแห่งเพื่อเลี้ยงหมูจำนวนสามสิบถึงสี่สิบตัว เจ้าคิดดูเถิดว่าปีนี้จะทำการค้าได้ราคาเพียงใด”

หยุนลี่เต๋อถูกอีกฝ่ายกดไหล่บังคับให้นั่งลงบนเก้าอี้ ใบหน้าดำคล้ำร้อนระเรื่อด้วยความกังวล ต่างคนต่างส่ายหน้าพลางโบกมือไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ว่าตกลงกันอย่างไรก็ไร้ข้อสรุป จึงได้แต่ยอมประนีประนอมต่อกันไป สุดท้ายแม่นางเหลียนก็เป็นฝ่ายที่ร้อนใจ นางคว้ามือแม่ของอู่ต้าหวังไว้พลางเอ่ยขึ้น “สะใภ้อู๋ หากเจ้ายืนกรานว่าไม่ต้องการเงิน เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ข้าจะให้สืออีต้อนลูกหมูทั้งหมดกลับไปคืนถึงที่บ้านของเจ้า”

“เจ้าพูดเรื่องเหลวไหลอะไรกัน?” แม่ของอู๋ต้าหวังเองก็อารมณ์ร้อนไม่แพ้กัน “หากยังกล่าวเช่นนี้แล้วพวกเราจะยังถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันได้อีกหรือ?”

“พวกเจ้าสองคนตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำงานหาเงินจรดค่ำเป็นเรื่องง่ายเสียเมื่อไร? ลองเปรียบเทียบใจเขาใจเราดูเถิด ลูกหมูยี่สิบตัวนี้หากเจ้าขายให้ผู้อื่นก็ได้เงินตั้งสิบตำลึงแล้ว…”

ภายในบ้านมีคนถกเถียงกันอยู่เพียงสี่คนเท่านั้น ทว่านานเข้าเสียงยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนหลังคาแทบจะเปิดเปิงออก หยุนเชวี่ยฟังอยู่นานกระทั่งอดรนทนไม่ไหว จึงตะโกนแทรกกลางวงสนทนาเพื่อห้ามปราม “เลิกเถียงกันเสียทีเถอะ…”

น้ำเสียงนั้นทรงพลังพอที่จะเรียกให้ผู้ใหญ่ทั้งสี่หันมามองนาง

“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่?” หยุนเชวี่ยยกมือเกาศีรษะ “ในเมื่อเงินจำนวนดังกล่าวท่านพ่อและท่านแม่ต้องการมอบให้ แต่ท่านลุงและท่านป้ากลับไม่ต้องการ เช่นนั้นก็มอบให้พี่สาวของข้าไว้เป็นสินสอดทองหมั้นไปเสีย พวกท่านคิดเห็นอย่างไร?”

ผู้ใหญ่ทั้งสี่ที่เพิ่งถกเถียงกันอย่างดุเดือดเมื่อครู่ต่างหันมองหน้ากัน

พ่อค้าเนื้ออู๋ตบต้นขาตนฉาดใหญ่ “โอ้! แม่สาวน้อยผู้นี้ช่างมีความคิดอ่านดีนัก!”

“ดี ดี ดี อย่าได้ทะเลาะถกเถียงกันอีกเลย นำเวลาที่ถกเถียงกันมาหารือเรื่องการแต่งงานกันดีกว่า” แม่นางเหลียนยกยิ้ม “ทำตามที่เชวี่ยเอ๋อว่าเถิด พวกเขายังเยาว์นัก สมควรมอบสินสอดไว้ให้พวกเขาได้ใช้เป็นทุนสร้างเนื้อสร้างตัว!”

“เฮ้อ ดูสิ เท่านี้ก็ตกลงกันได้แล้ว” แม่ของอู๋ต้าหวังนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบดับกระหาย “มัวเสียเวลาถกเถียงกันอยู่ตั้งนาน ตั้งใจจะมาเจรจาเรื่องสำคัญกลับหลงลืมไปคุยเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เสียได้…”

หยุนลี่เต๋อเผยรอยยิ้มซื่อขณะเรียกพ่อค้าเนื้ออู๋ให้นั่งลงด้านข้าง

“วันนี้พวกเรามาที่นี่เพื่อปรึกษาหารือกับพวกเจ้าสองคน ข้าขอให้หวังหลี่เจิ้งช่วยพลิกดูปฏิทินจันทรคติ เขาบอกว่าเดือนหน้า วันที่สิบ สิบสอง และยี่สิบสองเป็นวันดีที่เหมาะสมแก่การแต่งงาน พวกเราควรเลือกหนึ่งวันจากสามวันเหล่านี้เพื่อจัดการเรื่องมงคลให้สำเร็จเรียบร้อยโดยดี” แม่ของอู๋ต้าหวังกล่าวด้วยท่าทางอิ่มเอมใจ

“ได้ ได้ ทางนี้จะได้เตรียมข้าวของไว้ให้พร้อมสรรพ” แม่นางเหลียนหันไปมองหยุนลี่เต๋อด้วยรอยยิ้มสดใสเช่นกัน “หรือเลือกเป็นวันที่สิบดีล่ะ? เรื่องมงคลไม่ควรชักช้า ยิ่งมาถึงเร็วเท่าไรยิ่งเป็นการดี”

“ดี ดี ดี เราสองคนก็คิดเช่นเดียวกัน” พ่อค้าเนื้ออู๋ยิ้มไม่หุบพลางตบโต๊ะและกล่าวต่อไป “วันที่สิบตามปฏิทินจันทรคติเดือนแรก ช่างสมบูรณ์แบบยิ่งนัก เป็นฤกษ์ยามมงคลอย่างแท้จริง! ฮ่า ๆ ๆ!”

“เห็นทีคงต้องเชิญพ่อครัวหวงไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ขาหมูตุ๋น ซื่อสี่หวานจื่อ ไส้กรอกเลือดนึ่ง ขาหมูตุ๋น อาหารจานใหญ่เหล่านี้จะขาดไปไม่ได้เด็ดขาด แล้วบ้านของเจ้าเล่า? ยังขาดเหลือสิ่งใดที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมอีกหรือไม่?” แม่ของอู๋ต้าหวังเอ่ยถาม

“เราคงจัดโต๊ะอาหารกันอย่างเรียบง่าย” แม่นางเหลียนกล่าว “พวกเราไม่ใช่ครอบครัวใหญ่ที่ต้องจัดเลี้ยงอาหารจานใหญ่เหล่านั้น ทอดลูกชิ้น หัวไชเท้า และตุ๋นผักกาดขาวกับเนื้อหมูก็เพียงพอแล้ว”

“เท่านั้นไม่ได้หรอก” พ่อค้าเนื้ออู๋กล่าวแย้งอย่างไม่เห็นด้วย “บ้านของเจ้าแต่งลูกสาวคนโตออกจากเรือน ส่วนครอบครัวของข้าก็แต่งลูกสะใภ้เข้าเรือนเป็นรายแรก ดังนั้นเรื่องมงคลเช่นนี้พวกเราต้องจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ลืมเรื่องการตุ๋นผักกับเนื้อไปเสียเถิด” เขาพูดพลางนับนิ้วมือแปดนิ้วเพื่อเปรียบเทียบ “ฮิฮิ ตระกูลของเราค้าเนื้อหมูเป็นอาชีพ ดังนั้นจะขาดเนื้อไปไม่ได้เด็ดขาด!”

“พวกเจ้าทั้งสองช่างดีเหลือเกิน ข้าไม่รู้ว่าควรกล่าวอย่างไรดี… เยี่ยนเอ๋อได้แต่งงานเข้าตระกูลของพวกเจ้า นับว่าบุญพาวาสนาส่งยิ่งนัก…”

“ข้าเห็นเยี่ยนเอ๋อมาตั้งแต่นางยังเล็ก เฝ้ามองจนกระทั่งนางเติบใหญ่ ลูกสาวของเจ้าก็เหมือนลูกสาวของข้า… ลองเพิ่มซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้า เคาหยก และปลาเก๋าราดซอสเปรี้ยวหวานอีกอย่าง เจ้าว่าอย่างไร?”

“ดี ดี ดี…”

“ลูกชิ้นเนื้อทอด มะเขือยาวทอด ปลาทอด นึ่งขนมเพิ่มอีกสองสามชิ้น จริงสิ! ข้าและท่านพ่อของต้าหวังยังต้องตระเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ เจ้าชำนาญเรื่องนี้ เช่นนั้นต้องให้เจ้าช่วยชี้แนะว่าควรตัดเย็บแบบใดดี…”

งานมงคลเช่นนี้จะว่าเรียบง่ายก็เรียบง่าย ด้วยฐานะทางครอบครัวที่ยากจน มีเพียงชุดแต่งงานสีแดงหนึ่งชุด และโต๊ะอาหารเพียงสองถึงสามโต๊ะเพื่อเลี้ยงฉลองต้อนรับลูกสะใภ้เข้าบ้านก็เพียงพอแล้ว แต่หากเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยจะซับซ้อนขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง พิธีจะต้องจัดขึ้นอย่างสมเกียรติสมฐานะ เรื่องงานกินเลี้ยงฉลองต้องไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

พ่อค้าเนื้ออู๋และภรรยาของเขาได้ปรึกษาหารือเรื่องการแต่งงานจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ ๆ ครั้นได้ข้อสรุปที่ครบถ้วนแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสี่ที่เป็นพ่อและแม่ของว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างชื่นมื่นกันยกใหญ่ ก่อนจากกันต่างคนต่างเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ฉินเจีย*’ และยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างยินดี

* ฉินเจีย = หมายความถึงสัมพันธ์ทางเขยหรือสะใภ้ เมื่อลูกหลานของครอบครัวของทั้งสองฝ่ายแต่งงานกัน

หลังส่งทั้งสองออกจากเรือนไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าแม่นางเหลียนกลับยังไม่จางหายไป นางพูดพึมพำซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เยี่ยนเอ๋อของเรามีวาสนา ได้พบสามีและครอบครัวที่ดี ข้าคิดร้อยครั้งพันหนก็รู้สึกโชคดีนัก ประเสริฐเหลือเกิน…”

หยุนลี่เต๋อก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน “พี่ใหญ่อู๋เป็นคนตรงไปตรงมาและชอบธรรมยิ่ง เยี่ยนเอ๋อไปอาศัยอยู่ที่บ้านของพวกเขา เราสามารถวางใจได้!”

หยุนเยี่ยนเก็บตัวอยู่ภายในห้องมาโดยตลอด รอจนกระทั่งสองสามีภรรยาตระกูลอู๋จากไปแล้ว นางจึงก้มหน้าพลางเม้มริมฝีปาก เดินออกมาอย่างเขินอาย ถามหยุนเชวี่ยเสียงแผ่วหวิวว่า “เมื่อครู่ท่านพ่อท่านแม่หารือสิ่งใดกับพวกเขาหรือ?”

“พวกเขากำหนดวันแต่งงานให้กับท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นวันที่สิบของเดือนถัดไป” หยุนเชวี่ยหัวเราะคิกคักพลางนับนิ้วและจงใจกล่าวเสียงดังขึ้น “โอ๊ย! พี่สาวของข้าจะได้เป็นภรรยาของพี่ต้าหวังอย่างเป็นทางการในอีกไม่ถึงเดือนนี้แล้ว! ”

ใบหน้าของหยุนเยี่ยนแดงเรื่อและร้อนผะผ่าวขึ้นมาทันใด

หยุนเชวี่ยยังคงกล่าวหยอกล้อนางต่อไป “วันนั้นข้าเห็นพี่ต้าหวังขึ้นไปตัดต้นไม้บนภูเขาหน้าหมู่บ้าน บอกว่าจะจ้างช่างไม้ให้มาทำเครื่องเรือนใหม่ ท่าทางกระฉับกระเฉงยิ่งนัก เขาคงตั้งตารอที่จะได้เป็นเจ้าบ่าวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเป็นแน่!”

หยุนเยี่ยนถลึงตาใส่หยุนเชวี่ยด้วยความเขินอาย ก่อนเขย่งปลายเท้าขึ้น “ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว ข้าจะไปทำกับข้าว”

“ลูกคนนี้ ใกล้จะแต่งงานเต็มทียังห่วงเรื่องทำอาหารอยู่อีก” แม่นางเหลียนห้ามปรามนางไว้เสียก่อน สำรวจมองเรือนร่างที่เป็นสาวสะพรั่งเต็มวัยของลูกสาวด้วยความปลื้มใจยิ่งนัก ใบหน้าของหยุนเยี่ยนยิ่งร้อนแดงลามจรดถึงใบหู

“ท่านแม่…”

“ต่อไปเจ้าไม่จำเป็นต้องทำงานบ้านอีก” แม่นางเหลียนดึงมือหยุนเยี่ยนมากุมไว้ ยิ้มจนตาหยีขณะกล่าวต่อ “เจ้าลงมือปักสินสอดทองหมั้นไว้สำหรับตนเองให้สบายใจเถิด ทำเผื่อให้ต้าหวัง ตัดเย็บรองเท้าให้พ่อและแม่สามีหรืออะไรทำนองนั้น พวกเขาปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดี ดังนั้นเจ้าก็ต้องกตัญญูต่อพวกเขาให้มาก อนาคตข้างหน้าเจ้าจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี…”

หยุนเยี่ยนเม้มริมฝีปากพลางพยักหน้า

หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อย หยุนเยี่ยนก็กลับเข้าห้องไปทำงานเย็บปักอย่างเชื่อฟัง ส่วนแม่นางเหลียนง่วนอยู่กับการรวบรวมผ้าสีแดงสดเชื่อมาตัดเย็บเป็นปลอกหมอนรูปเป็ดแมนดารินและมังกรตัวใหญ่ รวมถึงผ้าห่มที่ปักลายหงส์ไฟสวยงาม ทั้งยังมีถุงเงิน พื้นรองเท้า แผ่นรองพื้นรองเท้า และผ้าสีสันลายมงคลต่าง ๆ อีกมากมาย จบลงที่กองรวมกันอยู่บนเตียง

“เชวี่ยเอ๋อ เจ้ารีบเข้ามาช่วยแม่ดูหน่อยว่ายังขาดเหลือสิ่งใดอีกหรือไม่?”

“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เจ้ายังยุ่งกับงานผ้าพวกนี้อีกรึ?” หยุนลี่เต๋อเห็นนางพึมพำกับตนเองเช่นนั้นก็อดรู้สึกขบขันไม่ได้

“ท่านจะรู้อะไร เดือนหนึ่งผ่านไปรวดเร็วภายในชั่วพริบตาเท่านั้น ทางฝั่งนั้นอุตส่าห์ตระเตรียมการไว้อย่างสมเกียรติ ฉะนั้นก็ควรเตรียมการไว้แต่เนิ่น ๆ ไม่อาจละเลยได้” แม่นางเหลียนกลอกตาใส่เขา “เชวี่ยเอ๋อ รีบมาช่วยแม่ดูเร็วเข้า”

หยุนเชวี่ยมองผืนผ้าสีแดงสดที่วางอย่างละลานตาไปทั่วเตียงด้วยดวงตาพร่ามัว นางเกาศีรษะพลางเอ่ยขึ้น “ข้าจะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? ข้าไม่เคยแต่งงานออกเรือนเสียหน่อย ต้องมีผืนผ้าสีแดงพร้อมป้ายคำอวยพรประดับประดาตามประตูหน้าต่างด้วยมิใช่หรือเจ้าคะ?”

“โอ้! ใช่ ใช่ ใช่!” แม่นางเหลียนตบหน้าผาก “ดูซิ เหตุใดแม่จึงหลงลืมของสำคัญเช่นนี้ไปได้?! มิน่าเล่าแม่จึงมองว่ามันออกจะน้อยเกินไปจนแปลกตา ลูกสาวช่างคิดรอบคอบ พรุ่งนี้พวกเราเข้าไปในเมืองกันหน่อย ซื้อกระดาษสีแดงมาติดไว้ เจ้าลองคิดอีกทีว่ายังขาดอะไรอีกหรือไม่?”

“ซื้อกล่องเครื่องประทินผิวไว้ให้พี่สาวสักกล่องหนึ่งดีหรือไม่เจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนออกความเห็น “อย่างอาชิ่วเอ๋อ หรือหยุนเยว่ต่างก็มีกล่องเครื่องประทินผิวเป็นของตนเอง ทว่าพี่สาวมีเพียงผงหอมเพียงหนึ่งตลับไม่มีสิ่งอื่นอีก”

“ดี กล่องเครื่องประทินโฉมก็สำคัญ” แม่นางเหลียนกล่าว “เมื่อวันแต่งงานมาถึง ผงแป้งหอม ผงชาดสำหรับวาดฮวาเตี้ยน* ไขมันเคลือบริมฝีปากปาก ผงแต่งคิ้ว และอีกหลายสิ่งล้วนแล้วแต่ขาดไปไม่ได้…”

* ฮวาเตี้ยน = การเขียนชาดบนหน้าผาก โดยการนำสีมาวาดเป็นรูปกลีบดอกไม้ เป็นลักษณะการแต่งหน้ายอดนิยมในสมัยราชวงศ์ถัง

หยุนลี่เต๋อซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ที่นั่งฟังอยู่ด้านข้างรู้สึกสับสน แม้อยากช่วยแต่ปราศจากความรู้ เมื่อได้ยินคำว่า ‘กล่องเครื่องประทินโฉม’ จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “กล่องเครื่องประทินโฉมที่เจ้าว่าหน้าตาเป็นอย่างไร? ข้าจะได้ทำให้เยี่ยนเอ๋อ”

แม่นางเหลียนหันมองหยุนเชวี่ยแล้วหันกลับมามองเขา จากนั้นจึงหัวเราะคิกคักอย่างนึกขบขัน “ท่านตัดไม้มาทำเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือม้านั่งก็ดีอยู่แล้ว ของละเอียดอ่อนเช่นนี้จะใช้ฝ่ามือใหญ่ ๆ ของท่านทำขึ้นมาได้อย่างไรกัน?”

หยุนลี่เต๋อได้ยินแล้วก็อดก้มหน้าลงมองฝ่ามือของตนที่ทั้งหนาและหยาบกร้านไม่ได้ เขาถูมันไปมาแล้วได้แต่เปล่งเสียงหัวเราะในลำคอ “ของละเอียดอ่อนสำหรับสตรีเกรงว่าบุรุษอย่างข้าคงไม่เข้าใจ แต่ข้าจะลองทำขึ้นให้เยี่ยนเอ๋อสักสองกล่อง”

“ได้ เช่นนั้นท่านรวดทำโต๊ะเครื่องแป้งให้นางไว้เสียเลย วันพรุ่งนี้ข้าเข้าไปในเมืองค่อยซื้อบานกระจกเงากลับมา” แม่นางเหลียนนับนิ้วครั้งแล้วครั้งเล่า จดจำสิ่งที่ต้องเตรียมซื้อไว้ในใจให้แม่นยำพร้อมคำนวณรายจ่ายโดยคร่าว

ขณะที่ทั้งสามกำลังปรึกษากันอยู่ในห้อง ทันใดนั้นเสียงเห่ากรรโชกของต้าหวงก็ดังลั่นขึ้นจากด้านนอก

** มาแล้วผู้อ่านจ๋าาา เปิดนิยายให้อ่านฟรี กว่า 700 ตอน **คัดสรรนิยาย 4 เรื่อง 4 แนว สุดฮิตมาให้อ่านกันตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ ต้องรีบไปอ่านแล้ววว ⏰ ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย – 18 เม.ย. นี้อ่านได้เลยที่ www.enjoybook.coติดตามผลงานและข่าวสารจากเราได้ที่ เพจ EnjoyBook

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 371 หารือเรื่องการแต่งงาน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
2022-06-30
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
2023-02-11
browniee.onlinee1811d354
เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นภรรยาคนโปรดของหัวหน้ากองพัน
2026-06-19
novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
2024-11-18

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน