บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 680: คนอื่นว่าข้าเสียสติ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  4. ตอนที่ 680: คนอื่นว่าข้าเสียสติ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 680: คนอื่นว่าข้าเสียสติ

เมื่อผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพถามเช่นนี้ออกมา ชายหนุ่มทั้งหลายต่างก็มองไปที่ซูอี้

ในสายตาของพวกเขา คนหนุ่มชุดเขียวคนนี้ดูมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขา

ทว่าอากัปกิริยาที่แสดงออกมาของเขานั้นกลับไม่มีชีวิตชีวาของคนหนุ่มสาวเลย

แต่กลับให้ความรู้สึกว่าเป็นคนประหลาด ไม่เข้าพวกเสียมากกว่า

บางคนรู้สึกคน ๆ นี้มีความหยิ่งผยองเกินไป เจตนาวางท่า

และก็มีบางคนที่รู้สึกคน ๆ นี้ทำตัวเหมือนคนแก่ ถึงแม้จะเป็นคนหนุ่ม แต่กลับทำตัวเคร่งเครียด จึงทำให้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้

บางคนถึงกับเดาว่า คนหนุ่มที่เดินทางเพียงลำพังคนเดียวนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีปมด้อย จึงทำให้ไม่อาจเข้ากับคนอื่น ๆ ได้…

ทว่าตลอดทางที่ผ่านมาไม่มีใครไปตอแยซูอี้

เพราะว่าผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพกล่าวเตือนหนุ่มสาวเหล่านั้นไว้ว่า คนหนุ่มชุดเขียวที่ทำตัวปลีกแยกจากพวกเขาคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา

และยังกล่าวเตือนพวกเขาว่าห้ามไปตอแยกับอีกฝ่าย

“ผู้ยิ่งใหญ่แนะนำ?” ซูอี้นิ่งตะลึง

สาวน้อยในชุดสีเขียวกล่าวเสียงใส “เจ้าไม่รู้หรือว่าการจะเป็นศิษย์ของวังเทพสวรรค์เมฆา ข้อที่หนึ่งจะต้องมีคุณสมบัติและมีพื้นฐานสามารถผ่านการทดสอบของวังเทพสวรรค์เมฆา ส่วนข้อที่สองจะต้องการผู้ยิ่งใหญ่แนะนำ”

ซูอี้เข้าใจในทันใด ยิ้มพลางส่ายหน้า “ข้าไม่ได้มากราบเป็นศิษย์”

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปทำอะไรที่นั่น?”

ทุกคนต่างก็คาดไม่ถึง

ซูอี้กล่าว “ไปรับคน”

รับคน?

กระทั่งผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพก็ยังนิ่งตะลึงไปเช่นกัน

“หรือว่า คุณชายมีญาติอยู่ในวังเทพสวรรค์เมฆา?”

สาวน้อยในชุดสีเขียวคนนั้นถามเสียงใส

ซูอี้ส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่มี”

สาวน้อยในชุดสีเขียวกล่าวด้วยความสงสัย “ถ้าเช่นนั้นคนที่เจ้าไปรับคือใคร?”

ซูอี้ตอบ “เหวินซินจ้าว”

เหวินซินจ้าว!

ทุกคนต่างพากันตกตะลึง

นางคือมารดาบน้อยที่มีชื่อเสียงทั่วอาณาจักรต้าเซี่ย และยังเป็นนางเซียนผู้งดงามที่สุดในแคว้นเทียนหยางของพวกเขา!

ใครบ้างจะไม่รู้จักนาง?

เพียงแต่ว่า…. พวกเขาไม่อาจเชื่อมโยงเหวินซินจ้าวกับคนหนุ่มชุดเขียวคนนี้ได้

“นางฟ้าเหวินเป็นคนระดับใด เจ้านำมาพูดล้อเล่นได้อย่างไร?”

หนุ่มน้อยในชุดสีเงินกล่าวด้วยความไม่พอใจ ทำหน้าบึ้งตึง ไม่สนใจซูอี้อีก

คนอื่น ๆ ได้แต่ส่ายหน้า คิดว่าซูอี้กำลังคุยโตโอ้อวด อยากดีอยากเด่นจนเกินไป เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาจะแอบอ้างชื่อของเหวินซินจ้าว

ผู้อาวุโสที่อยู่ในกลุ่มคณะต่างก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะขึ้นมา

ในโลกนี้ มีคนหนุ่มคนใดบ้างที่ไม่ชอบนางฟ้าผู้งดงามอย่างเหวินซินจ้าว?

ไม่มีใครสนใจซูอี้อีก

แม้กระทั่งสาวน้อยในชุดสีเขียวก็ยังถอนใจเบา ๆ พลางกล่าว “คุณชาย พูดคุยสัพเพเหระเท่านั้น จะยกเอานางฟ้าเหวินมาพูดเป็นเล่นไม่ได้ อีกทั้งคำพูดเล่นของเจ้านี้ไม่เห็นสนุกด้วย”

พูดจบ นางก็ไม่สนใจซูอี้อีก

ซูอี้จึงได้แต่นิ่งเงียบไป

เขาไม่คิดว่าในใจคนหนุ่มคนสาวเหล่านี้ เหวินซินจ้าวจะมีความงดงามและสูงส่งถึงเพียงนี้

จนถึงขั้นไม่อาจนำมาพูดได้…

ผู้ชายวัยกลางคนสุภาพคนนั้นครุ่นคิดสักครู่ จากนั้นจึงยิ้มพลางถาม “สหายน้อย อย่าว่าละลาบละล้วงเลย เหตุใดต้องไปรับเหวินซินจ้าวด้วย?”

ซูอี้มองดูภูเขาไพรพนาไกล ๆ ที่มีสายฝนปกคลุม ก่อนกล่าว “วังเทพสวรรค์เมฆาในตอนนี้อยู่ในความดูแลของตระกูลตงกัว และข้ามีความแค้นกับตระกูลตงกัว จึงไม่อาจปล่อยให้ซินจ้าวอยู่ที่วังเทพสวรรค์เมฆาได้อีก”

ด้วยนิสัยใจเย็นของผู้ชายวัยกลางคนผู้มีท่าทางสุภาพ แม้แต่เขาก็ยังถึงกับนิ่งตะลึง

นิ่งเงียบไปนานมาก เขาจึงยิ้มพลางกล่าว “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

จากนั้นเขาก็ไม่สนใจซูอี้อีก

“คน ๆ นั้นบอกว่าตัวเองมีความแค้นกับตระกูลตงกัว… ฮ่า ๆ ข้าว่า ตระกูลตงกัวยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าคน ๆ นี้เป็นใคร”

“เฮ้อ คน ๆ นี้ช่างไม่เจียมตัวบ้างเลย บังอาจเรียกนางฟ้าเหวินว่า ‘ซินจ้าว’ อยากจะสั่งสอนให้เขาได้รู้สำนึกจริง ๆ เลย…”

“ช่างเถิด เพียงแค่คนขี้โม้ ชอบพูดเพื่อให้คนอื่นสนใจก็เท่านั้น อย่าไปสนใจเลย เพราะอย่างไรเสีย เขาก็แตกต่างไปจากพวกเรา”

หนุ่มสาวเหล่านั้นพูดซุบซิบขึ้นมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวน้อยในชุดสีเขียว ซึ่งบ่นอุบอิบด้วยความไม่พอใจ “หน้าตาดีถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงชอบอวดอ้างตัวเองเช่นนี้ ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรงจริง ๆ เลย ข้าผิดหวังมากจริง ๆ”

ผู้อาวุโสเหล่านั้นต่างก็หัวเราะหึหึ ไม่ใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยนี้แม้แต่น้อย ดังนั้นจึงไม่เชื่อในสิ่งที่ซูอี้พูดมาเมื่อก่อนหน้า

ซูอี้จึงได้แต่หัวเราะ ไม่ใส่ใจคนเหล่านี้

เรื่องใด ๆ ในโลกก็เป็นเช่นนี้ จริงเท็จควบคู่กันไป ทุกคนล้วนเชื่อในสิ่งที่ตัวเองรู้เท่านั้น

——

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม

คนกลุ่มนี้ก็มาถึงหน้าประตูสำนักวังเทพสวรรค์เมฆา

ประตูสำนักกว้างใหญ่ ม่านหมอกวนเวียน

เมื่อมองเข้าไปข้างใน หมู่ยอดเขาตั้งตระหง่าน อาคารโบราณตั้งเรียงราย ฝูงกระเรียนขาวโบยบินอยู่ใต้ฟ้า ส่งเสียงร้องดังกังวานไปทั่ว

ตามการฟื้นคืนของปราณวิญญาณแห่งฟ้าดิน ภูเขาศักดิ์สิทธิ์อวิ๋นเทียนจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เมฆสวยนภาใส ปราณวิญญาณกลมกลืน ถือเป็นดินแดนอันดับหนึ่งในโลกก็ว่าได้

เมื่อคณะที่ซูอี้ติดตามมาด้วยเดินทางมาถึง ผู้ฝึกตนจำนวนมากกำลังขี่ดาบฉวัดเฉวียนอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์อวิ๋นเทียน เป็นภาพที่คึกคักมาก

“นี่คือลักษณะของผู้เป็นเซียนเช่นนั้นหรือ?”

“วันข้างหน้าหากได้มาฝึกตนอยู่ที่นี่จริง คงจะเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมาก….”

หนุ่มสาวเหล่านั้นต่างก็แสดงอาการใฝ่ฝันรอคอย

ทว่าพวกเขากลับดูสงบและสำรวมขึ้น ไม่กล้าพูดคุยกันอีก

ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่อย่างคนในวังเทพสวรรค์เมฆาเช่นนี้ ภูมิหลังและพื้นเพของพวกเขาแลดูต่ำต้อยนัก

“น้องเริ่น ในที่สุดพวกเจ้าก็มากันแล้ว”

ผู้ชายในชุดขนนก ในมือถือแส้ขนม้าเดินออกมาจากประตูสำนัก สาวเท้าก้าวใหญ่ ๆ ออกมาต้อนรับ

ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพที่เป็นหัวหน้าคณะประสานมือแสดงความคารวะ ยิ้มพลางกล่าว “พี่เหว่ย ไม่ได้เจอกันนาน!”

เหว่ยถิง

ผู้อาวุโสสายในของวังเทพสวรรค์เมฆา

“น้องเริ่น พวกเจ้ามาผิดเวลา”

เหว่ยถิงหัวเราะเจื่อน “ระยะเวลานี้ ไม่อาจให้พวกเจ้าเข้าไปทำการทดสอบในสำนักได้”

ทุก ๆ คนต่างก็นิ่งตะลึง

ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพถาม “เพราะเหตุอันใด?”

เหว่ยถิงชี้ไปที่ผู้ฝึกตนที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่ห่าง ๆ เหล่านั้น พลางกล่าว “ตอนนี้ ทุกคนในวังเทพสวรรค์เมฆากำลังเตรียมตัวรับศึกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนัก หรือว่าผู้แข็งแกร่งในสำนัก ล้วนทำการซ่อมแซมค่ายกลปกป้องภูเขาของสำนักกัน”

ชายวัยกลางคนถามด้วยความตระหนก “ศึกใหญ่? หรือว่าช่วงระยะนี้มีศัตรูร้ายกาจบุกโจมตีเช่นนั้นหรือ?”

สายตาของเหว่ยถิงดูประหลาดไป เขาส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่ใช่ศัตรูร้ายกาจ และไม่ใช่ศัตรูของวังเทพสวรรค์เมฆาของข้าด้วย แต่เป็นศัตรูคู่แค้นในสายตาของตระกูลตงกัว”

“ใครกัน?”

“ซูอี้”

ชื่อนี้ราวกับมีมนต์ขลัง ทำให้บรรยากาศโดยรอบสงบเงียบลงในทันใด

ผู้ชายวัยกลางคนกับหนุ่มสาวเหล่านั้นต่างพากันตะลึง

“ซูอี้หายตัวไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ?”

ผู้ชายวัยกลางคนคนเดิมอดกล่าวขึ้นมาไม่ได้

“น้องเริ่นไม่เคยได้ยินหรอกหรือว่า เมื่อสองวันก่อน ซูอี้เคยปรากฏตัวอยู่ที่เมืองผีหลิงหลง ฆ่ามหาปราชญ์สวรรค์ขอบเขตแปรเปลี่ยนวิญญาณที่พรางตนในหุบเขาอย่างฉู่อวิ๋นเคอกับคนอื่น ๆ ทั้งสิ้นหกคนตาย”

เหว่ยถิงกล่าวเสียงเข้ม “และวันเดียวกันนั้น ซูอี้เคยรับปากว่าจะมาวังเทพสวรรค์เมฆาเพื่อต่อสู้กับใต้เท้าตงกัวเฟิง!”

ซี้ด!

ทุกคนในเหตุการณ์ส่งเสียงสูดปาก

ต่างก็ตกตะลึง

เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากลัวมาก เพียงแค่คิด พวกเขาก็รู้สึกสันหลังวาบแล้ว

เพราะอย่างไรเสียก็ดี ไม่ว่าจะเป็นซูอี้ หรือว่าตงกัวเฟิง ต่างก็เป็นบุคคลในตำนานซึ่งมีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วอาณาจักรต้าเซี่ย

ใครกันจะคาดคิดว่า พวกเขาทั้งสองจะเปิดศึกต่อสู้กันบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์อวิ๋นเทียนแห่งนี้?

“เจ้ากล่าวผิดแล้ว”

เวลานี้ จู่ ๆ มีเสียงราบเรียบเสียงหนึ่งดังขึ้น

เมื่อมองเห็นว่าคนที่พูดคือซูอี้ ผู้ชายวัยกลางคนกับคนอื่น ๆ ต่างก็สีหน้าเปลี่ยน

“สหายน้อย อย่าได้พูดพร่ำเพรื่อ!”

ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพส่งเสียงดุ

หนุ่มสาวเหล่านั้นก็แสดงท่าทีไม่พอใจออกมาด้วยเช่นกัน คนขี้โม้โอ้อวดคนนี้ต้องการจะ ‘พูดโอ้อวด’ อีกแล้วเช่นนั้นหรือ?

“ข้าพูดผิดไปเช่นนั้นหรือ?”

เหว่ยถิงถึงกับตะลึง ยิ้มพลางถาม “ถ้าเช่นนั้นขอเรียนถามสหายน้อย ข้าพูดผิดตรงไหน?”

ซูอี้ตอบ “ข้ามาภูเขาศักดิ์สิทธิ์อวิ๋นเทียนในครั้งนี้ เพียงเพื่อรับตัวซินจ้าวเท่านั้น ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับตงกัวเฟิง”

พอเอ่ยเช่นนี้ออกมา ทุก ๆ คนต่างก็รู้สึกตะขิดตะขวงขึ้นมา เขา… เขากำลังแอบอ้างตัวเป็นซูอี้?

สาวน้อยในชุดสีเขียวอดทนต่อไปไม่ไหว จึงกล่าวด้วยความโกรธ “คุณชาย ก่อนหน้านี้เจ้าคุยไว้ว่าต้องการจะมารับตัวนางฟ้าเหวิน เดิมทีก็พูดเกินเหตุมากพอแล้ว เหตุใดตอนนี้จึงแอบอ้างตัวเป็นใต้เท้าซูอี้อีก เช่นนี้ไม่ใช่พูดล้อเล่นแล้ว แต่หาเรื่องตายใส่ตัวชัด ๆ รู้หรือไม่?”

หนุ่มสาวคนอื่น ๆ ต่างก็ขมวดคิ้วแน่น

ซูอี้หัวเราะเสียงหลง “ข้าจำเป็นต้องแอบอ้างเป็นตัวเองด้วยหรือ?”

ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ตั้งตาพินิจมองดูซูอี้ใหม่อีกครั้ง

“น้องเริ่น หรือว่าสหายท่านนี้จะเป็น…”

เหว่ยถิงตื่นตระหนก รีบสอบถาม

ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพหัวเราะเจื่อนพลางกล่าว “พี่เหว่ย ข้ากับท่านนี้…. รู้จักกันระหว่างทาง ไม่ได้รู้ประวัติที่มาฐานะของเขา”

เหว่ยถิงสีหน้าสับสน

ในขณะนี้เอง เสียงเคร่งขรึมเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากไกล ๆ “ผู้อาวุโสเหว่ย มีเรื่องอันใดที่หน้าประตูสำนักเช่นนั้นหรือ?”

เมื่อเสียงดังขึ้น ห่างไกลออกไปร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

คน ๆ นี้สวมชุดเต๋า มีท่าทางสุขุม

ด้านหลังยังมีผู้แข็งแกร่งจำนวนมากติดตาม ยิ่งแลดูสถานะของเขาไม่ธรรมดา

เมื่อเห็นคน ๆ นี้แล้ว ผู้ชายวัยกลางคนกับผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างก็ตัวสั่น แสดงสีหน้าเคารพนบนอบอย่างพร้อมเพรียงกัน พลางโน้มตัวลงแสดงความคารวะ

“คารวะท่านเจ้าสำนักจิ่วเจิน!”

คนในชุดเต๋าคนนั้นก็คือเจ้าสำนักวังเทพสวรรค์เมฆา อวี้จิ่วเจินนั่นเอง

ภาพเช่นนี้ทำให้เหล่าบรรดาหนุ่มสาวทั้งหลายถึงกับตื่นตะลึง

อวี้จิ่วเจิน!

สำหรับพวกเขาแล้ว ตัวตนอย่างเหว่ยถิงเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่พวกเขาได้แต่ชะเง้อคอมองเท่านั้น ดังนั้นเจ้าสำนักวังเทพสวรรค์เมฆาจึงเปรียบได้กับเทพเซียนบนสวรรค์!

“ยังจะมัวตะลึงอะไรกันอีก พวกเจ้ายังไม่รีบกราบคารวะผู้อาวุโสจิ่วเจินอีก!?”

ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพส่งเสียงเตือนเบา ๆ

หนุ่มสาวเหล่านั้นราวกับตื่นจากฝัน ตั้งสติขึ้นได้ก็รีบโน้มตัวแสดงความคารวะ แต่ละคนมีท่าทีสงบเสงี่ยม

เมื่อเป็นเช่นนี้ ซูอี้ที่ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนดุจดังนกกระเรียนยืนท่ามกลางฝูงไก่จึงแลดูขัดลูกนัยน์ตาเป็นพิเศษ

สายตาของผู้ยิ่งใหญ่กับสายตาของอวี้จิ่วเจินจึงมองมา

เมื่อมองเห็นซูอี้อย่างชัดเจนแล้ว อวี้จิ่วเจินถึงกับนิ่งตะลึง ทันใดกล่าวตะกุกตะกักขึ้นมา “ซูอี้!? เจ้า… มาถึงตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

เห็นได้ชัดว่าเจ้าสำนักวังเทพสวรรค์เมฆาท่านนี้ทำท่าตื่นตระหนกจนเสียกิริยา

เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาเกิดความระส่ำระสาย ไม่อาจสงบใจลงได้

ใครกันจะคาดคิดว่าจู่ ๆ ซูอี้ก็มา?

ไม่มีลางบอกเหตุเลยสักนิด!

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของพวกอวี้จิ่วเจินแล้ว…

เหว่ยถิง “…”

ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพ “…”

หนุ่มสาวเหล่านั้น “…”

ทุกคนล้วนพากันตาค้าง!

เวลานี้บรรยากาศก็เปลี่ยนไป รู้สึกอึดอัดขึ้นมา

ทั่วผืนปฐพี ฝนตกปรอย ๆ ราวไอหมอก

คนหนุ่มยืนมือไพล่หลังท่ามกลางหมอกฝน ชุดสีเขียวประดุจหยก ให้ความรู้สึกลึกลับมากขึ้น

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 680: คนอื่นว่าข้าเสียสติ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
2023-03-05
images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
2023-06-19
137498
รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
2025-04-06
F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน