บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋] - บทที่ 141 ช่องลับ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋]
  4. บทที่ 141 ช่องลับ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 141 ช่องลับ

“ปัง!”

ลมกระโชกแรงและประตูไม้ที่อยู่ข้างหลังนางก็ปิดลง

ฉินปู้เข่อตกใจกับเสียงจึงหันหลังไปมองและหันไปข้างหน้าอีกครั้ง ทั้งจื่อซูและซวงหวนต่างก็ทรุดตัวลงกับพื้น

หมี่เสวี่ยหลียังคงยืนอยู่ที่เดิม ส่วนฉินปู้เข่อที่ติดตามมาก็ส่ายหัว

ตำหนักเงียบลงอีกครั้ง ลมที่ยังคงอยู่และเสียงใบไม้ร่วงหล่นก้องอยู่ในหูของนาง

ฉินปู้เข่อหยุดและกลั้นหายใจมองหมี่เสวี่ยหลีที่ยืนอยู่ข้างต้นไม้ ในตอนนั้นเองนางก็สังเกตเห็นว่านางไม่ได้ยืนอยู่ข้างต้นไม้เพียงลำพัง แต่กำลังยืนอยู่ที่นั่นโดยถูกจับเป็นตัวประกัน

สายลมพัดผ่านกระโปรงยาวของนาง กริชแหลมคมก็จ่ออยู่ที่เอวของนาง

“เจ้าเป็นใคร ตราบใดที่เจ้าไม่ทำร้ายใคร ทุกอย่างสามารถต่อรองได้” ฉินปู้เข่อพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น และหันไปด้านข้างเล็กน้อยเพื่อดูว่าเป็นผู้ใดอยู่หลังต้นไม้

ทว่าต้นไม้ต้นนี้หนาเกินไปเสียจนบังคนที่มีกริชได้อย่างมิดชิด

“เจ้าทำงานอยู่ในวังหรือเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่มาโดยตลอด? เราไม่รู้ว่าเราไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้ โปรดยกโทษให้ข้าด้วยหากข้าทำให้เจ้าขุ่นเคือง” นางยังคงพูดช้า ๆ ว่า “ข้าคือพระชายาหลี่ชิน ส่วนนางคือองค์หญิงเก้า หากเจ้าทำร้ายพวกเราที่นี่ เจ้าก็จะหนีไม่พ้น”

“อ้า…”

เสียงเหมือนสุนัขคำรามในลำคอ ตาข้างหนึ่งค่อย ๆ โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้

เมื่อฉินปู้เข่อเห็นว่าเขากำลังสังเกตตนเองอยู่ นางก็พยายามผ่อนคลายท่าทางให้มากที่สุดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส “ดูสตรีที่อ่อนแออย่างพวกเราสองคนสิ พวกเราทำไม่ได้แม้แต่จะยกไหล่หรือยกมือขึ้นเรียกองครักษ์ที่อยู่แถวนี้มาได้ ข้าสัญญาว่าพวกเราจะไม่พูดอะไรหลังจากที่พวกเราออกไปแล้ว และพวกเราจะไม่พาผู้อื่นให้มาจับกุมเจ้า”

“ถ้าหากเจ้ามาจากนอกวัง เจ้าก็ออกไปได้ทันทีที่เจ้าเสร็จภารกิจ ถ้าหากเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่ มันเป็นความผิดของพวกเราเอง และพวกข้าต้องขออภัย”

มือหนึ่งยื่นออกมาจากด้านหลังต้นไม้และชี้มาที่นาง ก่อนจะพยักหน้า

ฉินปู้เข่อเอียงศีรษะและถามว่า “เจ้ากำลังถามข้าว่าข้าเป็นใครหรือ? ข้าคือพระชายาของหมี่โม่หรู่หรืออ๋องหลี่ชิน ฉินปู้เข่อ”

นางตอบอย่างฉะฉานอีกครั้ง และสังเกตเห็นด้วยว่าตาหลังต้นไม้กำลังมองที่ปากของนาง

คนผู้นี้หูหนวกหรือ?!

“สตรีที่อยู่ข้างเจ้าคือองค์หญิงเก้า หมี่เสวี่ยหลี พวกเราทั้งสองคนไม่มีใครคิดร้าย” นางก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย และเสียงของนางก็ค่อย ๆ ลดลงจนเงียบไป

ดวงตาที่อยู่ด้านหลังต้นไม้พยักหน้า แสดงว่าเขาเข้าใจแล้ว จากนั้นจึงมองฉินปู้เข่อขึ้นและลงอย่างระมัดระวัง

“เจ้าปล่อยพวกเราออกไปได้หรือไม่ ข้าเกรงว่าหากพวกเราออกมาตามหาว่าวกระดาษนานเกินไป นางกำนัลคนอื่น ๆ จะเกิดความกังวลใจ และหากพวกนางมาพบเจ้าที่นี่ก็คงจะไม่ดี” ฉินปู้เข่อยังคงขยับปากของนางอย่างเงียบ ๆ

“เอ่ออ่า…” เสียงราวกับสัตว์ร้ายมาจากชายผู้นั้นอีกครั้ง

“เจ้าเห็นด้วยหรือ” ฉินปู้เข่อยกยิ้มและขอบคุณเขา

ทันใดนั้นดวงตาที่อยู่ด้านหลังต้นไม้ก็เริ่มหวาดระแวง เขาย่อตัวลงทันทีแล้ววางฝ่ามือลงสัมผัสพื้นดิน จากนั้นใช้มือข้างหนึ่งปิดปากของหมี่เสวี่ยหลีและลากนางไปที่ห้องข้างตำหนัก ในขณะที่อีกมือก็ส่งสัญญาณให้ฉินปู้เข่อเดินตามไป

“มีอะไรผิดปกติ?”

นางขยับปากเดินตามไปและพบว่าชายผู้นั้นมีอายุราวสี่สิบห้าสิบปี เขามีร่างกายแข็งแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็น ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ไม่ได้อยู่ตรงกลาง แม้ว่าลูกตาจะยังอยู่ในเบ้าตาแต่ก็มีสีขาวหม่นและมองไม่เห็นเลย

หลังจากเข้าไปในห้องแล้ว ชายผู้นั้นก็เข้าไปในห้องชั้นในและยกเตียงในห้องชั้นในด้วยมือเดียว จากนั้นฉินปู้เข่อก็รู้ว่ามีช่องลับซ่อนอยู่ใต้เตียง

ชายคนนั้นผลักหมี่เสวี่ยหลีเข้าไปข้างใน และชี้ไปที่ฉินปู้เข่อเพื่อส่งสัญญาณให้นางเข้าไปด้วย

ฉินปู้เข่อเข้าไปในช่องลับตามคำสั่งของเขา และชายคนนั้นก็รีบโบกมือเพื่อบอกอะไรบางอย่าง ฉินปู้เข่อขมวดคิ้วและไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร

ชายผู้นั้นต้องการถามอะไรบางอย่าง จู่ ๆ เขาก็วางเตียงลง ทำให้ทั้งสองหายใจไม่ออกอยู่ในช่องลับ

“พี่สะใภ้เจ็ด เขาหมายความว่าอย่างไรถึงได้ขังเราไว้ที่นี่” หมี่เสวี่ยหลีคว้าข้อมือของฉินปู้เข่อไว้แน่นในความมืด “เขาต้องการจะฆ่าเราอย่างช้า ๆ หรือจะทรมานพวกเรา?”

ฉินปู้เข่อจับมือที่สั่นเทาของนางและพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “ไม่ใช่หรอก เขาน่าจะรู้สึกว่ามีคนมาจึงซ่อนพวกเราไว้ชั่วคราว”

“คนอื่น ๆ จะมาตามหาเราหรือไม่? พวกเขาจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่? จื่อซูและซวงหวนยังคงอยู่ในตำหนัก!” หมี่เสวี่ยหลีบังคับตัวเองให้สงบลง แต่เสียงของนางก็ยังคงสั่นเครือ

“ไม่ใช่อย่างนั้น เจ้าก็เห็นว่าชายผู้นี้หูหนวก เป็นใบ้และตาบอดข้างเดียว ข้าเพิ่งรู้ว่าเขาฟังข้าโดยการมองที่ปากของข้า ซึ่งหมายความว่าเขาไม่รู้สึกถึงเสียงของนางกำนัลที่เดินผ่านมาเลย”

ฉินปู้เข่อนึกถึงสีหน้าและแววตาของชายผู้นี้อย่างถี่ถ้วน และครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “น่าจะเป็นองครักษ์ น่าจะมีองครักษ์ไม่น้อยกว่าสิบคนพร้อมดาบ และเขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินใต้เท้าของเขา ดังนั้นเขาจึงวางมือลงบนพื้นเพื่อยืนยัน”

“แต่ข้าไม่ได้เรียกองครักษ์ให้มาที่นี่ เจ้าเรียกมาหรือ?” ฉินปู้เข่อบีบฝ่ามือของหมี่เสวี่ยหลี และระบุตำแหน่งของนางในความมืด

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าวกระดาษอยู่บนต้นไม้ หลังจากที่ข้าเข้ามา ข้าก็เขย่าต้นไม้แล้วว่าวกระดาษก็ตกลงมา เมื่อข้าหยิบมันขึ้นมา ชายผู้นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นจากที่ไหนไม่รู้และยืนอยู่ข้างหลังข้า”

ฉินปู้เข่อตกตะลึง ดังนั้นเสียงร้องแรกที่นางและจื่อซูได้ยินจากภายนอกน่าจะเกิดจากตอนนี้

“พี่สะใภ้เจ็ด นี่พวกเราต้องรออยู่ที่นี่เพื่อให้ใครสักคนข้างนอกมาพาเราออกไปหรือ?!” หมี่เสวี่ยหลีจับแขนของฉินปู้เข่อแล้วกดทับร่างของนางเกือบทั้งหมด

“หากไม่ใช่องครักษ์ที่เราเรียกไป เจ้าคิดว่าทหารจำนวนมากจะมาที่นี่เพื่อตามหาเราหรือเพื่อจับเต่าในอ่าง?!” ฉินปู้เข่อเอื้อมมือไปแตะแผ่นไม้เหนือหัวของนาง “ข้ารู้สึกว่าท่าทางสุดท้ายที่เขาทำคือปล่อยให้เรารีบออกไป อย่าโดนจับ นี่มันอาจเป็นอุโมงค์”

หมี่เสวี่ยหลีวางหัวของนางบนไหล่ของฉินปู้เข่อและถูไปมา “พี่สะใภ้เจ็ด พวกเราไม่ใช่ ‘เต่า’”

ฉินปู้เข่อ “…”

“ข้าพบแล้ว”

แท่งกลมเล็ก ๆ วางอยู่บนกระดานไม้เหนือหัวของนาง ฉินปู้เข่อสัมผัสมันได้ด้วยมือ “ตะบันไฟ”

แสงสลัวสว่างขึ้นต่อหน้าพวกนางทั้งสอง และฉินปู้เข่อก็พบว่าพวกนางอยู่ในทางเดินแคบ ๆ ล้อมรอบด้วยกำแพงและไม่มีประตู

“เขาแค่ซ่อนพวกเราไว้ที่นี่และให้พวกเรารอเขาจริงหรือ?”

ฉินปู้เข่อถือตะบันไฟและมองในช่องลับอย่างระมัดระวัง ความคิดของนางกำลังสั่นคลอน ใครแอบติดตามพวกนางและส่งองครักษ์มาที่นี่ในเวลานี้?

ดูจากท่าทางของจื่อซูแล้ว ตำหนักนี้น่าจะเป็นพื้นที่ต้องห้าม และน่าจะมีคนรอให้พวกนางบุกเข้ามาในพื้นที่ต้องห้ามแล้วจึงเข้ามาจับกุม

อาจจะเป็นหมี่จิ่งหานหรือ?

องครักษ์นับสิบ การเคลื่อนไหวที่ใหญ่โตเช่นนี้ องค์หญิงหมี่จิ่งหานจะเป็นคนทำหรือ? นางเรียกองครักษ์มาด้วยเหตุผลอะไร?

“เสวี่ยหลี เจ้าเคยมาที่นี่มาก่อนหรือไม่” หากเป็นพื้นที่ต้องห้าม หมี่เสวี่ยหลีก็ควรจะรู้ ด้วยบุคลิกที่ดีของนาง นางก็จะไม่บุกรุกเข้ามาเพราะว่าวกระดาษ

“ไม่ วันนี้ข้ามีกิจกรรมอื่นที่จำกัดมาก และดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นครั้งแรกที่ข้ามาที่นี่” หมี่เสวี่ยหลีใช้มือแตะผนังข้างนาง

“อ๊ะ! ผม พี่สะใภ้เจ็ด ไฟจากตะบันไฟกำลังไหม้หัวของท่านแล้ว!”

…………………………………………………………………………

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 141 ช่องลับ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

browniee.onlinea7172f5c (1)
เมื่อฉันขายตัวให้แฟนเก่า
2026-06-15
novelpdf0074
หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า [超级奶爸]
2023-05-06
Ca69WYG
หวนกลับมาเป็นคนโปรดของฮ่องเต้
2025-11-20
images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
2023-06-19

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน