บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪] - บทที่ 90 อย่าเพิ่งรีบได้ใจไป!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
  4. บทที่ 90 อย่าเพิ่งรีบได้ใจไป!
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

เมื่อเหล่าสาวๆ ได้ยินดังนั้น พวกเธอก็หน้าถอดสีกันหมดพร้อมๆ กับรีบพากันถอยและหยิบเอาทิชชู่ขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดตากันเองด้วย

ฝูเจิ้งเจิ้งพูดต่ออย่างไม่รีบร้อน “ทิชชู่น่ะมันไม่ช่วยอะไรหรอกนะ พวกเธอควรจะใช้ทิชชู่เปียกจะดีกว่า”

“อย่าไปฟังเธอนะ!” เฉียวเค่อเหรินพยายามห้ามปรามเพื่อนๆ ของเธอไว้ แต่พวกเขาก็ไม่ฟังแล้ว คนเหล่านี้โยนทิชชู่ธรรมดาทิ้งไปและต่างหยิบเอาทิชชู่เปียกขึ้นมาเช็ดหน้า มันทำให้เครื่องสำอางที่แต่งมาจนสวยผ่องต่างพากันหลุดร่อนไปตามแรงเช็ดจนไม่เหลือชิ้นดี

แม้ฝูเจิ้งเจิ้งจะสามารถกลั้นขำกับเรื่องแบบนี้ได้ แต่คนอื่นที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

เฉียวเค่อเหรินรู้สึกอับอายขึ้นมากับพฤติกรรมของเพื่อนเธอเช่นนี้มาก เธอจึงรีบตะโกน “หยุดได้แล้วน่า! ไม่เห็นเหรอว่ามันไม่เป็นอะไรน่ะ?”

“ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่ามาเสียใจทีหลังนะเค่อเหริน มานี่ เธอเองก็ควรจะเช็ดหน้าเธอด้วยเหมือนกัน!” เพื่อนคนหนึ่งของเธอพยายามจะช่วยเฉียวเค่อเหรินเช็ดหน้าด้วยความหวังดี

ด้วยความรำคาญ เธอปัดมือเพื่อนคนนั้นออกก่อนจะต่อว่าอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำรุนแรง “เธอซื่อบื้อหรือโง่กันแน่เนี่ย? ยัยนี่ไม่ได้เป็นพิษสุนัขบ้าซักหน่อย! มันก็แค่อยากจะแกล้งหลอกพวกเธอเล่น!”

หญิงสาวเหล่านั้นต่างพากันหยุดการกระทำแล้วหันมองหน้ากันด้วยความเขินอาย จากนั้นพวกเธอเหล่านั้นก็รีบปิดบังใบหน้าไว้และรีบหลบไปยังมุมหนึ่งเพื่อแต่งหน้าใหม่ในทันที

อะฮ่า! ถึงจะไม่ชัวร์แต่ยัยนี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวลือของฉันแน่ๆ!

เธอพยายามข่มความโกรธตนเองเอาไว้แล้วพูดด้วยรอยยิ้มหวาน “คุณเฉียว ขอบคุณนะคะที่ช่วยปกป้องฉัน”

“อะ—!?” เฉียวเค่อเหรินถึงกับพูดไม่ออก เธอหันไปมองเหล่าเพื่อนของตนที่กำลังหลบอยู่ที่มุมๆ หนึ่งเพื่อแต่งหน้าก่อนจะแสดงท่าทีเย้ยหยันออกมาและเตรียมจะเดินจากไป

ทว่าฝูเจิ้งเจิ้งก็หยุดเธอไว้อีก “คุณเฉียว เพื่อนของคุณบอกว่าฉันล้มเหลวในการล่อลวงหานซือฉีและกลายเป็นบ้า ถูกหรือเปล่าคะ? อ๋า พวกเขาพูดถูกแล้วล่ะ ฉันในตอนนี้น่ะ กลายเป็นคนโรคจิตไปแล้ว”

ได้ยินเช่นนั้นเฉียวเค่อเหรินก็มองไปยังฝูเจิ้งเจิ้งด้วยความตกใจ

ถ้อยคำที่สุภาพอ่อนหวานนั้นดังพอที่จะให้ได้ยินเพียงสองคน ฝูเจิ้งเจิ้งค่อยๆ เดินเข้าไปหาเฉียวเค่อเหรินช้าๆ “เมื่อตอนวันหมั้นของพวกคุณ พอดีฉันอาการกำเริบขึ้นมาน่ะค่ะ ซือฉีก็เลยต้องอยู่กับฉันที่โรงพยาบาลและปฏิเสธที่จะทิ้งฉันไป ฉันล่ะกลั๊วกลัวว่าถ้าหากเขาไม่ไปร่วมงานหมั้นล่ะก็ ครอบครัวของคุณเฉียวจะเสียหน้า รวมถึงตัวคุณเฉียวเองก็อาจจะอกแตกตายก็ได้ เพราะงั้นฉันเลยรีบให้เขาไปหาคุณ อย่างน้อยๆ ให้ไปโผล่หน้าซักนิดซักหน่อยก็ยังดี”

สีหน้าของเฉียวเค่อเหรินเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เธอยกมือขึ้นหมายจะตบฝูเจิ้งเจิ้ง แต่คิดเหรอว่าฝูเจิ้งเจิ้งจะเปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้น? เธอชิงจับมือของเฉียวเค่อเหรินไว้ก่อนแล้วดึงกระชากให้ร่างตรงหน้านั้นพุ่งเข้ามาหาตัวเธอตามแรงดึง จากนั้นก็กระซิบข้างๆ หูเบาๆ “คุณเฉียว อย่ายั่วโมโหฉันจะดีกว่านะคะ ไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากอาการโรคจิตของฉันมันกำเริบขึ้นมาอีกล่ะก็ ซือฉีคงจะอยู่กับฉันตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อระวังไม่ให้ฉันไปทำร้ายใครอีกแน่ๆ เลย”

หลังจากพูดจบ ฝูเจิ้งเจิ้งก็แสดงท่าทีราวกับไร้อำนาจออกมา เมื่อเธอเหวี่ยงมือของเฉียวเค่อเหรินออกไปแล้ว เธอก็จงใจหายใจแรงๆ ให้อีกฝ่ายได้ยินด้วย

เฉียวเค่อเหรินหน้าซีดแม้จะโกรธ เธอจับมือของตนเองที่เจ็บจากแรงบีบเมื่อครู่และจ้องไปยังฝูเจิ้งเจิ้งด้วยความเกลียดชัง หากแต่ก็ไม่ได้เปิดฉากลงไม้ลงมืออะไรอีก เฉียวเค่อเหรินรู้ดีว่าต่อให้เหล่าเพื่อนสาวของเธอมาช่วยกันรุม ยังไงเสียพวกเธอก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฝูเจิ้งเจิ้งอยู่ดี ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่ชี้ไปที่อีกฝ่าย แล้วพูดด้วยถ้อยคำด่าทอ “ฝูเจิ้งเจิ้ง อย่าเพิ่งภูมิใจไปนักนะ! คนที่แต่งเข้าตระกูลหานได้เท่านั้น ถึงจะเป็นผู้ชนะ!”

“จริงเหรอ? แหม ฉันคิดว่าใครก็ตามที่ทำให้หานซือฉียอมเดินขึ้นเตียงได้จะเป็นผู้ชนะซะอีกนะเนี่ย” ฝูเจิ้งเจิ้งหัวเราะน้อยๆ และในขณะที่เธอเตรียมจะเดินกลับออกไปแล้ว เธอก็หันกลับไปหาเฉียวเค่อเหรินอีกรอบเพื่อกระซิบเพิ่มเติม “อ้อ ฉันลืมบอกไป ซือฉีน่ะ บอกฉันไว้ว่าเขาจะไม่กลับบ้านวันนี้ อืมมมม บางทีเขาอาจจะชอบใบหน้าที่มีบาดแผลแบบฉันน่าดูเหมือนกันนะคะ ถ้ายังไงคุณเฉียวจะลองทำตามดูก็ได้นะ”

จากนั้นเธอก็หันไปเหลือบมองเหล่าเพื่อนๆ ของเฉียวเค่อเหรินที่เพิ่งจะแต่งหน้าเสร็จ แล้วจึงเดินจากที่แห่งนี้ไปด้วยรอยยิ้มหยิ่งผยอง

เสียงของเฉียวเค่อเหรินที่เขวี้ยงกระเป๋าลงไปบนพื้นพร้อมทั้งตะโกนด่าไล่หลังฝูเจิ้งเจิ้งไปติดๆ “นังนี่! ฉันจะไม่ให้แกได้เชิดหน้าชูตาแบบนี้ไปได้นานนักหรอกนะ!”

ฝูเจิ้งเจิ้งไม่สนใจอะไรอีกฝ่ายอีกต่อไป เธอทำเป็นหูหนวกแล้วโบกแท็กซี่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในทันทีที่เธอกลับมาถึงห้อง หลี่หงก็รีบเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับพูด “คุณฝู ในที่สุดก็กลับมาเสียที! ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ? คุณหานน่ะสั่งให้ป้าไปตามหาคุณทุกที่เลย!”

“เขาจะตามหาฉันไปทำไมน่ะคะ? ยังไงก็เถอะ ฉันกลับมาแล้วค่ะ” ฝูเจิ้งเจิ้งพูดอย่างไม่แยแส

จะมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนฉันทำไมนักหนาน่ะ?

ตอนนั้นเอง โทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง หลี่หงรีบเดินไปรับโทรศัพท์ “คุณหาน คุณฝูกลับมาแล้วค่ะ ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”

วางโทรศัพท์ลงไป หลี่หงก็พูดกับเธอ “คุณฝูคะ คุณหานบอกให้คุณนอนพักผ่อนไปก่อนค่ะ เขากำลังกลับมา”

เธอไม่ได้สนใจในสิ่งที่หลี่หงพูดแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป

ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินไปทั้งตัวหลังจากที่ต้องผ่านเรื่องพิลึกมาตลอดทั้งวัน

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะเป็นวันสุดท้ายที่ต้องเจอกับเรื่องพวกนี้เสียที

เมื่อได้ผละตัวออกจากความวุ่นวายภายนอกแล้ว ฝูเจิ้งเจิ้งก็กลับมาเปิดคอมพิวเตอร์และเข้าชมเว็บไซต์ท้องถิ่น ข่าวล่าสุดที่ปรากฏขึ้นนั้นเป็นข่าวที่เธอกำลังเผชิญหน้ากับยามรักษาความปลอดภัยของเจี่ยเย่ฮัวหยวน โดยมีพาดหัวข่าวว่า “หญิงบ้าคลั่งพยายามวิ่งออกจากที่พักแม้จะถูกสะกัดกั้นโดยทุกคนในคอมมูนิตี้แล้วก็ตาม” ด้านล่างก็มีความคิดเห็นมากมายที่หลายๆ คนร่วมแสดงกันถึงเรื่องนี้ โดยจะสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้คือ กลุ่มที่บอกว่าครอบครัวของผู้ป่วยทางจิตควรส่งตัวผู้ป่วยเหล่านี้ไปยังโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา พวกเขาจะได้ไม่ออกมาทำร้ายคนอื่นอีก กับอีกส่วนที่หนักแน่นในความคิดที่ว่า ผู้ป่วยทางจิตเองก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ดังนั้นควรปฏิบัติกับเขาเหมือนกับคนปกติเพื่อความเท่าเทียม

ยามเมื่อเธอลองค้นหาข่าวเกี่ยวกับที่เธอกัดกับสุนัขเมื่อเช้านี้ ข่าวเหล่านั้นก็หายไปจนหมด ไม่เหลือให้ตามเลยจนเป็นที่น่าประหลาดใจ

ดูเหมือนว่าข่าวที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อเช้าจะถูกลบไปแล้วสินะ? จะเหลือก็แต่ข่าวเมื่อกลางวันที่ยังไม่ถูกลบไป

ฝูเจิ้งเจิ้งหัวเราะออกมา

นี่มันอะไรกันน่ะ? การต่อสู้ระหว่างหานซือฉีกับเฉียวเค่อเหรินเหรอ?

เอาเถอะ ยังไงซะนี่มันก็เรื่องของพวกเขา เธอเองก็ไม่ได้อยากจะข้องเกี่ยวนักหรอก จริงๆ ต่อให้ทั้งสองคนจะสู้กันให้ดุเดือดกว่านี้มันก็ยังไม่เกี่ยวอะไรกับเธออยู่ดี เพราะสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้ก็คือ ฝูซิง ต้องไม่เป็นอะไร ไม่ว่าจะเป็นทั้งการกินและการนอน

ภาพของฝูซิงที่กำลังเล่นสนุกอยู่กับเสี่ยวเสี่ยวเมื่อกลางวันนั้นมันหวนกลับมาอีกครั้ง และมันทำให้เธอรู้สึกอิจฉา

ทำไมฝูซิงถึงยังดูมีความสุขได้แม้จะไม่มีเธออยู่ใกล้ๆ นะ?

ฝูเจิ้งเจิ้ง เธอบ้าไปจริงๆ แล้วเหรือไง? เธออยากจะให้ฝูซิงร้องไห้ตลอดเวลาเหรอ?

จิตใจทั้งสองฝั่งของฝูเจิ้งเจิ้งดูเหมือนจะตีกันเองเสียแล้ว

ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “คุณฝูคะ มีคนที่ชื่อ สวี่เหยียน มาขอพบน่ะค่ะ อยากจะให้เธอเข้ามาไหม?”

สวี่เหยียนเหรอ….อ๋าาาา

ฝูเจิ้งเจิ้งรีบลุกพรวดขึ้นมาอย่างไม่รอช้าพร้อมกับตอบรับ “ค่ะๆ ให้เธอเข้ามาได้เลย!”

ในทันทีที่เธอเดินไปเปิดประตูห้อง สวี่เหยียนก็พุ่งพรวดเข้ามาทันที

“เจิ้งเจิ้ง เธอเป็นยังไงบ้าง? ดูเธอสิ บาดเจ็บเต็มไปหมดทั้งตัวเลย! เกิดอะไรขึ้นน่ะ? เธอหายไปโดยไม่บอกฉันเลย ไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นห่วงเธอมากขนาดไหน? ทำอะไรไม่คิดเลยให้ตายสิ!” ทันทีที่สวี่เหยียนเข้ามาในห้อง เธอก็บ่นฝูเจิ้งเจิ้งชุดใหญ่ก่อนจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความโล่งอกที่เห็นเพื่อนสาวยังไม่เป็นไร

การที่ต้องมาเห็นคนอื่นร้องไห้เพราะเธอเช่นนี้ มันก็ทำเอาฝูเจิ้งเจิ้งแอบรู้สึกผิดขึ้นมาเหมือนกัน “ขอโทษจริงๆ อาเหยียน หลายสิ่งหลายอย่างมันเกิดขึ้นมาต่อเนื่องในช่วงหลายวันมานี้น่ะ ฉันก็ไม่ได้โทรหาเธอเลยจนกระทั่งถึงวันนี้”

“เจิ้งเจิ้ง แล้วเธอไปทำอะไรมาจนบาดเจ็บแบบนี้น่ะ? สวี่เหยียนมองหน้าฝูเจิ้งเจิ้งด้วยความเศร้าสร้อยและสะอึกสะอื้น “ฉันเห็นข่าวในอินเตอร์เน็ตเมื่อเช้าแล้ว แล้วก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเธอจะต้องเจอปัญหาใหญ่แน่ๆ”

จากนั้นสวี่เหยียนก็หยิบซองขาวซองหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้ฝูเจิ้งเจิ้งไปด้วย “บริษัทไล่เธอออกแล้ว ส่วนนี่เงินเดือนของเธอ พวกเขาขอให้ฉันนำมันมาให้เธอ คนที่บริษัทน่ะพูดถึงเธอด้วยนะ ฉันเองก็พยายามพูดอธิบายแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ยอมเชื่อฉัน เจิ้งเจิ้ง ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย”

“ฉันโดนไล่ออกก็ดีแล้วนี่นา เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าการที่ไม่ต้องทำงานมันสบายขนาดไหน?” ฝูเจิ้งเจิ้งรับซองขาวนั้นมาแล้วปั้นยิ้มจางๆ ไว้บนหน้า “มันก็แค่แผลฟกช้ำ นอกจากนี้ไอ้สิ่งที่เจ็บจริงๆ ก็ไม่ใช่ฉันซะด้วยสิ”

“ก็แหงอยู่แล้ว ข่าวออกมาว่าเธอกัดซะหมาสู้ไม่ได้เลยนี่!” สวี่เหยียนยังคงมองไปที่เพื่อนสาวอยู่ตลอด “เธอรู้ไหม ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหนนะ ฉันก็ได้ยินคนพูดถึงเรื่องของเธอตลอดเลย เธอดังแล้วนะ! บอกฉันหน่อยสิว่าไปทำยังไงถึงได้เป็นดาวเด่นแบบนี้ได้?”

เมื่ออีกฝ่ายอยากรู้ ฝูเจิ้งเจิ้งก็ไม่ขัดข้องและเล่าเรื่องทั้งหมดให้สวี่เหยียนฟังรวมไปถึงเรื่องที่เธอไปพบกับเฉียวเค่อเหรินที่รีสอร์ทฉืออิ๋งลี่หยางด้วย

สวี่เหยียนรู้สึกโกรธจนทุบเตียงแรงๆ หลายที “เจิ้งเจิ้ง ฉันเดาได้เลยว่าเรื่องนี้เฉียวเค่อเหรินต้องเป็นคนบงการแน่ๆ! คนแบบนั้นน่ะถนัดอยู่แล้วที่จะใช้แผนสกปรกแบบนี้! ยัยคนโหดเหี้ยม!”

แต่หลังจากพูดออกมาเช่นนั้นแล้ว สวี่เหยียนก็กลับมากังวลอีกครั้ง “จะว่าไป การที่เธอไปยั่วยุเฉียวเค่อเหรินวันนี้น่ะ ฉันกลัวจังเลยว่าเธอจะโดนยัยนั่นเล่นงานหนักขึ้น! เพราะงั้นเธอต้องระวังตัวให้มากขึ้นด้วยนะ ตระกูลของหล่อนเองก็มีอิทธิพลกับเมืองนี้ไม่น้อยเลยด้วย”

ฝูเจิ้งเจิ้งยิ้มอย่างไม่แยแสใดๆ “จะต่อหน้าหรือลับหลังก็มาเถอะ ยังไงก็อยากจะมีเรื่องกับฉันอยู่แล้วนี่ ถ้าไหนๆ จะมีเรื่องแล้วก็จัดหนักๆ มาเลย! ขอแบบข่าวลือเบิ้มๆ เลยนะ!”

ตัวเธอชินกับการที่ต้องตื่นตัวตลอดเพื่อคอยดูแลฝูซิงกับทำงานที่ได้รับมอบหมายอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้เธอไม่ต้องกังวลเรื่องฝูซิง รวมไปถึงงานก็ไม่มีต้องทำ เช่นนี้แล้วเธอยังจำเป็นที่จะต้องกลัวเฉียวเค่อเหรินและตระกูลเฉียวอีกงั้นเหรอ?

ยังไงกลัวไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่แล้วนี่

อยากมาก็มา ฉันไม่เคยกลัว

“เจิ้งเจิ้ง ตรงนี้เจ็บหรือเปล่า?” สวี่เหยียนเอ่ยถามขึ้นมาขณะที่สัมผัสไปที่แผลบนใบหน้าของฝูเจิ้งเจิ้ง

“ไม่นะ ผิวของฉันน่ะรักษาตัวเองเร็วอยู่แล้ว ดีไม่ดีพรุ่งนี้สะเก็ดพวกนี้ก็คงจะหลุดเองแล้วด้วย จะเหลือก็แต่ขาที่พลิกเมื่อวันก่อนเนี่ยแหละที่ยังขาดคนนวดอยู่” ฝูเจิ้งเจิ้งพูดเป็นนัยก่อนจะยกขาข้างที่เจ็บขึ้นมา

“เธอเอาเปรียบฉันอีกแล้วนะ” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่สวี่เหยียนก็ยื่นมือไปช่วยนวดขาให้ฝูเจิ้งเจิ้งอยู่ดี พักใหญ่หลังจากนั้น เธอก็หยุดแล้วพูดขึ้นด้วยความกังวล “เออ เจิ้งเจิ้ง ฉันได้ยินมาว่างานแต่งงานของคุณหานกับเฉียวเค่อเหรินเลือกวันได้แล้วนะ เธอกับคุณหานมีแผนอะไรไหม?”

ฝูเจิ้งเจิ้งยิ้มอย่างขมขื่น “ฉันไม่มีแผนอะไรนอกซะจากเมื่อไหร่ที่ขาฉันหายดี ฉันจะออกจากที่นี่ไปพร้อมกับฝูซิง”

“ดีเลย ไหนๆ เธอก็หาตัวเหนียนซี่ไม่เจอแล้ว เพราะงั้นเธอก็ออกจากที่นี่ไปพร้อมกับซิงซิงแล้วไปแต่งงานกับผู้ชายที่เหมาะสมกับเธอที่อื่นดีกว่า”

“ใช่แล้ว ฮ่าาๆๆๆ”

เธอขอให้สวี่เหยียนอยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน และหลังจากนั้นทั้งสองก็ยังคุยกันอีกนานกว่าสวี่เหยียนจะกลับห้องไป

นี่เป็นเวลา 5 ทุ่มแล้ว แต่หานซือฉีที่บอกว่าจะรีบกลับมาก็ยังไม่กลับมาเสียที มันทำให้เธอหวนคิดกลับไปถึงเมื่อตอนที่เธอไปยั่วยุเฉียวเค่อเหรินไว้ บางทีเฉียวเค่อเหรินอาจจะพยายามรั้งตัวหานซือฉีเอาไว้จริงๆ ก็ได้

เขาจะไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร ยังไงซะเธอก็หงุดหงิดเวลาที่ได้เห็นเขาอยู่แล้ว

ถ้าหากว่าเฉียวเค่อเหรินมีความสามารถพอ ก็หวังว่าเธอคนนั้นจะช่วยรั้งตัวหานซือฉีไว้ไม่ให้โผล่มาที่นี่ทุกวันได้ ซึ่งแบบนั้นจะช่วยให้ฝูเจิ้งเจิ้งสามารถฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้นอีกเยอะเลย และเมื่อไหร่ที่เธอหายดี ทุกสิ่งก็จะง่ายขึ้น

หลังจากที่ดูวิดีโอของฝูซิงอีกหลายครั้ง เธอก็เริ่มง่วงขึ้นมา ฝูเจิ้งเจิ้งวางโทรศัพท์ไว้ไกลตัวก่อนจะปิดไฟเคลื่อนมือไปลูบฝูซิงเหมือนที่เคยทำปกติ ทว่าในตอนนี้ข้างๆ เธอไม่มีเจ้าเด็กอ้วนเหมือนที่เคยมี แม้จะได้ดูวิดีโอไปแล้ว แต่ภายในใจของเธอก็ยังคงว่างเปล่า ฝูเจิ้งเจิ้งกลับสู่วังวนของการนอนไม่หลับอีกครั้ง

หญิงสาวลุกขึ้นมาเปิดไฟ จากนั้นก็หยิบนิตยสารมาอ่านหวังจะให้หลับ แต่ยังไม่ทันจะได้เคลิ้ม ด้านนอกห้องก็เกิดเสียงเอะอะจนเธอต้องรีบลุกไปแนบหูฟังกับกำแพง

ห้องที่เธออยู่นั้นเป็นห้องที่อยู่ใกล้ประตูมากที่สุด รวมถึงอยู่ใกล้กับห้องนั่งเล่นด้วย เสียงนั้น…ดังมาจากกลอนประตู!

ฝูเจิ้งเจิ้งแต่งตัวให้ดี เธอย่องเบาไปหลบด้านหลังประตูพร้อมกับไม้กวาดในมือ เพื่อรอใครซักคนที่เข้ามาจากด้านนอกนั้นเปิดประตูห้องเธอเข้ามา แต่ไม่นานนักด้านนอกก็เกิดเสียงต่อสู้ดังเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะ เมื่อตระหนักได้แล้วว่าข้างนอกกำลังสู้กันเธอจึงเปิดประตูออกไปทันที และสิ่งที่อยู่ด้านนอกก็คือ เหล่าชายชุดดำหลายคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

1 ในคนเหล่านั้นคือหลินหยงเฉิง ลูกน้องของหานซือฉี แต่ก่อนที่เธอจะได้เข้าไปช่วย หลินหยงเฉิงและพวกก็จัดการกับผู้มาเยือนไว้จนอยู่หมัดแล้ว

“คุณฝู ไม่เป็นไรนะครับ พวกเราจับขโมยได้ ต้องขอโทษด้วยที่ต้องมารบกวนยามดึกครับ” หลินหยงเฉิงยิ้มให้ก่อนจะลากตัวขโมยที่สวมชุดดำนั้นออกไปด้วย

ขโมยงั้นเหรอ? ฝูเจิ้งเจิ้งส่ายหน้าเบาๆ นี่เฉียวเค่อเหรินตอบโต้เธอเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? แต่ทำไมครั้งนี้ถึงเลือกแผนกระจอกๆ แบบนี้ล่ะ?

เธอเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้งและเตรียมที่จะนอน แต่แล้วโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอรีบรับมันขึ้นมาทันที แต่สายที่โทรมานั้นก็ไม่ใช่ของหานซือฉี แม้จะผิดหวังอีกรอบแต่ท้ายสุดก็รับสายนั้นอยู่ดี

“ฮัลโหลค่า”

“ฝูเจิ้งเจิ้งใช่หรือเปล่า?”

เสียงนี้มัน…หมินจงจู่งั้นเหรอ?

“ค่ะ ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ฟังฉันนะ…เอ่อ…”

เขาดูจะกังวลมากเลย เกิดอะไรขึ้นกันนะ…

“เจิ้งเจิ้ง ซือฉีประสบอุบัติเหตุ!”

———————————————————————————————————

คุยกับผู้แปล

โอ้โห ผลัดกันแต้มบุญหมดจริงๆ หลังจบเรื่องแย่ๆ แล้วต้องนัดกันไปทำบุญแล้วนะ ทั้งเจิ้งเจิ้งทั้งซือฉีเลย

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 90 อย่าเพิ่งรีบได้ใจไป!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

137498
รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
2025-04-06
aileen0084
เดิมพันเสน่หา
2023-03-04
631969
เกิดใหม่เป็นภรรยาปากร้ายในยุค 70
2026-02-04
61388e9eqbVDIzSH
สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!
2024-10-06

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน