บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ! - บทที่ 303 ต้นกำเนิดของเหลียนซือ (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
  4. บทที่ 303 ต้นกำเนิดของเหลียนซือ (1)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 303 ต้นกำเนิดของเหลียนซือ (1)
บทที่ 303 ต้นกำเนิดของเหลียนซือ (1)

คำที่ออกมาดูเปล่าเปลี่ยว ทั้งยังหนักหน่วงไปด้วยแววเศร้าโศก แตกต่างจากท่าทีสบาย ๆ ที่เขามักแสดงต่อหน้าทุกคนอย่างสิ้นเชิง

เขาหมุนร่างไปด้านข้างเล็กน้อย ชิงอวี่ จึงไม่เห็นสีหน้าเขายามที่เขาจ้องตรงไปยังหน้าจอนั่น สักพักใหญ่ ๆ เขาก็หัวเราะหยันออกมาเบา ๆ แล้วหันมาด้วยนัยน์ตาว่างเปล่า

จังหวะที่เขาหันกลับมานั้นทำให้ชิงอวี่เบิกตามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ

ตาของเขา….. ตอนนั้นกลายเป็นสีม่วงอ่อน ๆ สวยงามจับตานัก ใสกระจ่างราวกับอัญมณีที่ไร้ตำหนิชั้นดีก็มิปาน

เห็นนางมีสีหน้าตกตะลึงเช่นนั้น เหลียนซือก็ยกมุมปาก ยกนิ้วขึ้นลูบคิ้วตนเบา ๆ “อะไรหรือ? ประหลาดใจหรือไร? เจ้าว่าดวงตาคู่นี้ของข้าดูคุ้นตาบ้างหรือไม่?”

ตาคู่นั้น….. เหมือนกับของโหลวจวินเหยาไม่มีผิด หากแต่สีไม่เข้มกว่าเล็กน้อยเท่านั้นเอง

เขาเคยบอกนางอยู่ครั้งหนึ่งว่าตาสีม่วงคู่นี้มาจากสายเลือดอันเป็นเอกลักษณ์ หมายความว่าหากจะมีใครมีดวงตาสีนี้เหมือนกันได้ ก็แสดงว่าจะต้องมีสายเลือดเดียวกัน

“ท่าน….. เป็นใครกันแน่…..” ชิงอวี่ใช้สายตาสับสนมองเขา ไม่อาจสงบใจลงได้

“ตาสีม่วงคู่นี้….. เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่ามารทมิฬ” เหลียนซือเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแผ่วเบา “คนคนนั้นคงเคยเล่าให้เจ้าฟังแล้ว!”

ทว่าชิงอวี่กลับส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่ เขาไม่เคยบอก”

ระหว่างโหลวจวินเหยากับนางมีความเชื่อใจกันสูง เขาไม่เคยคิดผิดบังนาง และหากเป็นเรื่องที่นางอยากรู้ เขาก็จะบอกนางทุกอย่าง

แต่เรื่องชาติกำเนิดของเขา เหมือนว่าเขาไม่เต็มใจจะเอ่ยถึงมันนัก นางเองก็ไม่เคยถาม เพราะรู้ว่าหากวันใดเขาอยากบอก เขาก็จะพูดขึ้นมาเอง

แต่เขาก็ไม่บอก นั่นหมายความว่า….. อาจเป็นไปได้ว่าเขาไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องอดีต ด้วยมันอาจเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดสำหรับเขา

หากเขาไม่อยากพูด ชิงอวี่ย่อมไม่ถามและกระทั่งไม่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุย

ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่นางได้ยินเรื่องเกี่ยวกับโหลวจวินเหยาจากปากคนอื่น

เห็นสีหน้าเด็กสาวยังดูฉงนอยู่บ้าง เหลียนซือจึงเดาได้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นคงไม่คิดอยากเผยตัวตนที่แท้จริงเป็นแน่!

อย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจอยู่แล้ว หากคนรู้เข้าก็อาจตื่นตระหนกด้วยซ้ำ

เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “เผ่ามารทมิฬ ชนเผ่าโบราณที่มีสายเลือดแกร่งที่สุดในด้านการบำเพ็ญเพียร ว่ากันว่าเป็นเพราะลูกหลานได้รับนิสัยชั่วร้ายมาจากบรรพบุรุษผ่านทางสายเลือดจึงเกิดมามีนิสัยชั่วร้ายกระหายเลือด ถูกใต้หล้าทอดทิ้ง ใช้ชีวิตอยู่ได้เพียงในความมืดเท่านั้น”

“ใต้หล้านี้มีปีศาจอยูจริง ๆ หรือไร?” ชิงอวี่อดถามขึ้นเสียงเบาไม่ได้

เหลียนซือมองนางแล้วหัวเราะ ภายในตาสีม่วงคู่นั้นราวกับมีแววยิ้มอยู่

“มีสิ นับล้านปีก่อน ไม่เพียงแต่มีปีศาจ ยังมีพระเจ้าและนางฟ้า ภูต สัตว์ประหลาดทั้งหลายมากมาย โกลาหลมากทีเดียว ในตอนนั้น พระเจ้าไม่ใช่เพียงคนคนเดียวที่ถือครองอำนาจเหนือใครทั้งปวง ทั้งปีศาจและมนุษย์ไม่อยากรั้งท้าย แม้สุดท้ายจะทำไม่สำเร็จก็ตามที”

ชิงอวี่ตั้งใจฟัง เงยหน้ามองท่าทีสงบของเขา จากนั้นเอ่ยขึ้น “ดูท่านรู้อะไรมากมายเหลือเกิน”

“หึ” เหลียนซือโค้งริมฝีปากหัวเราะหยันออกมา จากนั้นเอ่ยเสียงเรียบ “หากข้าเล่าเจ้าอาจไม่เชื่อ แต่ข้าเป็นคนที่มีชีวิตรอดมานับตั้งแต่โบราณกาลมานานแล้ว”

สิ้นคำเขา ชิงอวี่ก็เลิกคิ้วมองประเมินเขาก่อนถามด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือ “ท่านจะบอกว่าตอนนี้ท่านอายุเป็นหมื่นปีแล้วรึ?”

นางได้ยินจากโหลวจวินเหยามาก่อนว่าคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดบนแดนเมฆาสวรรค์นั้นมีอายุเพียงไม่กี่พันปีเท่านั้น และเมื่อบำเพ็ญถึงระดับหนึ่งแล้ว หน้าตาจะไม่เปลี่ยนแปลงไปอีกตลอดกาล แต่อายุยามบำเพ็ญถึงขั้นจะถูกแช่แข็งเอาไว้

และเจ้าคนคนนี้ อายุเพิ่งดูจะสามสิบกว่า ๆ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วกลับมาอายุมากถึงเพียงนั้น…..

ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ

คิด ๆ ดูแล้วชิงอวี่จึงถามอีก “ท่านเองก็เป็นคนเผ่ามารทมิฬหรือ?”

หากเขามาจากเผ่าปีศาจ เช่นนั้นก็ต้องมีอายุขัยยืนยาวกว่า ดังนั้นหากเขาจะรอดมาจนถึงตอนนี้ก็อาจไม่แปลกมากมาย

แต่เขากลับส่ายหัวน้อย ๆ “เปล่า”

“ข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เพียงแต่มีพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่เท่านั้น”

“มนุษย์หรือ?” ชิงอวี่มีสีหน้าประหลาดใจ “เช่นนั้นทำไมตาของท่าน…..” ดูไม่มีเหตุผลเลย

เหลียนซือค่อย ๆ คลี่ยิ้มบางออกมา “เอาเป็นว่าข้าจะเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ฟังหากเจ้าต้องการ”

“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง” ชิงอวี่พยักหน้ารับ

เหลียนซือจึงเริ่มเล่าเรื่องราวของเขาออกมาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

ใช่แล้ว เป็นเรื่องราวของเขา

นานมาแล้ว มีคนผู้หนึ่ง เขามีความฝันที่ไม่อาจเป็นจริงได้ นั่นคือการไล่ไขว่คว้าความลับการเป็นอมตะ

แม้โลกที่เขาใช้ชีวิตอยู่จะธรรมดาสามัญนัก เขาก็ยังเชื่อว่าเรื่องเหนือจริงทั้งหลายในตำนานนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง

นับแต่แรกเกิด เขาก็ถูกทำนายว่าเป็นเด็กอัปมงคลแล้ว

มารดาเขาอุ้มท้องนานถึงสิบเดือนเต็ม หลังจากอุตส่าห์คลอดเขาออกมาได้แล้วก็มีพวกหัวขโมยงัดเข้ามาชิงเอาของในบ้าน บิดาเขาเพียงแต่จะเอ่ยคำอธิบายสถานการณ์ของครอบครัว หากแต่กลับถูกสังหารทิ้งตรงนั้น

ส่วนมารดาของเขาเพิ่งคลอดเขามาก็อ่อนแรงนัก ลงจากเตียงยังทำได้ยาก แต่อาจเป็นเพราะแรงผลักดันภายในของคนเป็นแม่ที่อยากปกป้องลูกของตนเอง ไม่ว่านางจะอ่อนแอตัวเล็กเพียงไหนก็กลายเป็นแข็งแกร่งขึ้นมาได้

นางอุ้มเขาใส่ไว้ในถังไม้ จากนั้นเอาฝาที่มีสองรูน้อย ๆ ครอบไว้ จากนั้นก็ซ่อนเขาไว้ในโอ่งน้ำขนาดใหญ่

ไม่รู้วาเขาต้องตกอยู่ในความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดนั่นนานเท่าไหร่ ก่อนที่จะได้เห็นแสงสว่างส่องลงมาอีกครา เป็นชายชราที่ดูปราดเปรื่องคนหนึ่งช่วยเขาไว้ คำแรกที่เอ่ยกับทารกน้อยคือ “ช่างเป็นเด็กที่หน้าตาหล่อเหลาไม่น้อย แต่กลับต้องพบชะตายากลำบากนัก ไม่อาจได้เห็นหน้าบิดามารดาสักครั้งพวกเขาก็ไม่อยู่แล้ว”

ภายหลังเขาจึงรู้ว่าทั้งบิดาและมารดาของเขาตายในวันที่เขาเกิดนั่นเอง และเขาอยู่ในโอ่งนั่นนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนเต็ม

เขาไม่รู้ว่าตนเองรอดมาได้อย่างไร เป็นเด็กที่เพิ่งเกิด สิ่งมีชีวิตน้อย ๆ ที่อ่อนแอเปราะบางเช่นนั้น ไม่ได้กินไม่ได้ดื่มสิ่งใด ซ่อนอยู่ในถังไม้เล็ก ๆ เหลือเชื่อนักที่เขายังรอดมาได้

บางคนอาจมองว่าเหลือเชื่อ ทว่านับแต่ลืมตาดูโลกเขาก็รู้ความแล้ว สามารถจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้

เขาจึงเติบโตมาอย่างปลอดภัยด้วยการดูแลของชายชราผู้นั้น ในปีที่อายุได้สิบสอง ชายชราก็จากไปด้วยอาการเจ็บป่วย เขาจึงตัวคนเดียวอีกครั้งหนึ่ง

เขาเกลียดความรู้สึกเช่นนั้นมาก การที่คนใกล้ชิดต้องจากไปทีละคน ๆ แต่เขากลับไร้อำนาจใด จึงรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

หลังจากนั้น ในจดหมายที่ชายชราทิ้งไว้ให้ เขาพบว่ามุมมองทางโลกของเขาช่างคับแคบนัก ใต้หล้าไม่ใช่เพียงสิ่งที่ตาเขาเห็น ยังมีสิ่งวิเศษมากมายรอให้เขาไปค้นหาและค้นพบอยู่

เขาจึงเริ่มออกตามหาความลับแห่งการเป็นอมตะ หากในชีวิตเขามีคนสำคัญปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เขาจะไม่ปล่อยให้ตนเองได้แต่ยืนมองพวกเขาจากไปอีกแล้ว เขาไม่อยากรู้สึกอ่อนแอไร้หนทางเช่นนั้นอีกต่อไป

ไม่รู้ว่าเขาได้เดินทางไปสถานที่ใดบ้าง ได้พบเจอภาพทิวทัศน์มากมายเพียงไหนบ้าง เขาค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่กลับไม่อาจพบใครที่ทำให้เขาหายเปล่าเปลี่ยวได้เลย

มันเป็นวันหนึ่งที่เขาจำไม่ได้ วันที่คนผู้นั้นพลันปรากฏขึ้นในโลกของเขา เด็กผู้หญิงคนนั้นสุกใสบริสุทธิ์ราวหิมะ เขาไม่เคยเจอใครเช่นนี้มาก่อน คนที่เป็นดั่งนางฟ้านางสวรรค์ที่เผลอร่วงลงมายังแดนมนุษย์

ทุกหัวคิ้วที่มุ่นติดกัน ทุกรอยยิ้มของนาง ต่างทำให้เขาประหม่านัก นางมักหัวเราะและหยอกเขาตลอดว่าเขาเป็นเด็กโง่งมคนหนึ่งที่เห็นใต้หล้าไม่มากมายนัก แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ในใจลึก ๆ เขาก็มีความสุข

ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง ดูเหมือนจะค่อย ๆ จากเขาไปแล้ว

หลังจากนั้นทั้งสองก็จับมือพากันท่องใต้หล้า ระหว่างทางก็พูดคุยกันมากมาย จึงไม่แปลกที่จะสนิทสนมกัน เขาได้ฟังจากปากนางว่านางได้ออกเดินทางเพื่อตามหาเส้นทางของตนเอง นางอยากฝึกปรือให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นอีก

เขาเองก็แบ่งปันความคิดตนเองให้นางได้รับรู้ เป็นไปดังคาด นางเพียงแต่หัวเราะเขา บอกว่าเขาอ่านหนังสือไร้สาระมากเกินไป สุดท้ายเลยมีความคิดไร้เหตุผลเกินจริงเช่นนี้

แน่นอนว่าเขาไม่คิดโกรธสักนิด เพราะตราบใดที่เขามีนางข้างกาย ไม่ว่านางจะพูดอะไรก็ไม่สำคัญหรอก จากนั้นเขาจึงคิดว่า….. ตนเองอาจจะตกหลุมรักนางเข้าแล้ว

แม้จะไม่รู้ว่าควรเอาชนะใจนางอย่างไร แต่อาจเพราะเขาจริงใจและซื่อตรงนัก นางจึงมีจุดอ่อนกับเขา แต่นางคิดกับเขาอย่างไรนั้นไม่มีใครล่วงรู้ได้

สุดท้าย ระหว่างที่ทั้งคู่ออกเดินทาง ก็พลันมีคนที่สามเข้ามา

บุรุษผู้หนึ่งที่โดดเด่นกว่าเขานักไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าตาหรือพลังบำเพ็ญ แต่ตั้งแต่แรกพบสบตา เด็กสาวก็ไม่อาจละสายตาจากเขาไปได้เลย

แต่ชายหนุ่มผู้นั้นเงียบงันกล่าวคำน้อยนัก ไม่เคยแม้แต่พูดคุยกับทั้งสองคน ทว่าเหลียนซือได้พบว่าเด็กสาวนิ่ง ๆ เช่นนางจะเป็นฝ่ายเริ่มสนทนากับชายหนุ่มก่อน และมีอีกฝ่ายจะมีสีหน้าเย็นชาอยู่เสมอ นางก็เหมือนสนุกที่ได้ทำเช่นนั้นต่อไป

เขาจึงคิดว่า….. สตรีทั้งหลายชอบบุรุษเช่นนี้เป็นแน่ ทั้งหล่อเหลา มีพลังลึกล้ำ แม้นิสัยจะเย็นชาเหินห่างไปสักหน่อย แต่ก็ไม่อาจทำให้พวกนางเลิกชอบได้

หรือพวกนางอาจเห็นว่าเขาดูลึกลับ ยิ่งทำให้ดูน่าสนใจกว่าเดิม

แต่เขาไม่ชอบอีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่เพียงแต่เพราะเรื่องที่เด็กสาวพยายามใกล้ชิดสนิทสนมกับอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะบุรุษผู้นั้นมีดวงตาสีม่วงอันน่าประหลาดและเป็นเอกลักษณ์นัก

เป็นดวงตาที่ไม่เหมือนกับของมนุษย์ธรรมดา เหมือนเต็มไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย ทำให้เขาไม่ชอบมันโดยไม่รู้ตัว

ทั้งสามอยู่ด้วยกันราวหนึ่งเดือน เมื่อชายหนุ่มเหมือนจะเริ่มชินชา ไม่ได้เย็นชาดังแต่ก่อน เอ่ยคำกับพวกเขาในบางโอกาส ความเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เด็กสาวดีใจนัก จากนั้นมาก็ยิ่งทำตัวติดกับชายหนุ่มมากขึ้นกว่าเดิม

เห็นดังนั้น ในใจเหลียนซือก็รู้สึกหดหู่ทรมานใจนัก แต่เขาก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะเอ่ยคำได้ ดังนั้นจึงได้แต่หลบเลี่ยงคนทั้งสอง กลายเป็นมีนิสัยเงียบขรึมไป

คืนหนึ่งเขานอนไม่หลับ จึงคิดออกมาเดินเล่น เมื่อกลับมาก็เห็นชายหนุ่มยืนอยู่หน้าห้อง เหลียนซือไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงแต่ตะกลับไปนอนเท่านั้น

แต่ชายหนุ่มกลับขยับร่างมาขวางทางเขาไว้

ในตอนที่เหลียนซือมุ่นคิ้วกำลังจะเอ่ยคำนั่นเอง ชายหนุ่มก็เอ่ยเสียงเรียบขึ้น “ข้าไม่ได้ชอบนาง”

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 303 ต้นกำเนิดของเหลียนซือ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

aileen0084
เดิมพันเสน่หา
2023-03-04
brownieec505263
ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70
2025-10-09
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
2023-12-14
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
2024-01-10

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน