บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ! - บทที่ 231 ผู้บุกรุกลึกลับ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
  4. บทที่ 231 ผู้บุกรุกลึกลับ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 231 ผู้บุกรุกลึกลับ
บทที่ 231 ผู้บุกรุกลึกลับ

ทำไมถึงตามมาเร็วนัก…

นางเดินทางด้วยอุโมงค์มิติ ทำไมอีกฝ่ายถึงไล่ตามมาเร็วนัก?!

เห็นเด็กสาวยืนแข็งค้างอยู่เช่นนั้น ไม่ยอมหันมาหรือเอ่ยคำ ลวี่จีจึงถามขึ้นอีกที “แม่นางชิงคิดจะไปไหนหรือ? ทำไมถึงไม่ยอมบอกข้า?”

ชิงอวี่รู้สึกอับอายอยู่บ้าง นายค่อย ๆ หันมามองใบหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายแล้วกระแอมประหม่าออกมาสองสามครั้ง “ข้า….. เอ่อ….. เพียงแต่เดินเล่นไปเรื่อย”

“หากลวี่จีจำไม่ผิด ที่นี่คือสถานที่ต้องห้ามสำนักละอองหมอก หากศิษย์คนใดแอบเข้ามาโดยพลการจะต้องถูกลงโทษ” ลวี่จีเปิดโปงนางอย่างไร้เมตตา

มุมปากชิงอวี่กระตุก ได้แต่ยอมรับไป “ก็ได้ ข้ากำลังจะเข้าไปที่นั่น”

ลวี่จีขมวดคิ้ว “นายท่านสั่งไม่ให้แม่นางชิงเข้าไปตามลำพัง ให้รอนายท่านกลับมาก่อน”

“ข้าก็ไม่ได้ไปคนเดียวนะ!” ชิงอวี่ยิ้มแล้วกะพริบตาใสซื่อ “ตอนนี้ก็มีเจ้าอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ?”

ลวี่จีชะงักไป “ข้าหรือ?”

นางพูดเมื่อไหร่ว่าจะตามไปด้วย??

“เอาล่ะ อย่าเสียเวลาอีกเลย ธูปนิทราออกฤทธิ์ได้เพียงครึ่งชั่วยาม หากยังช้ากว่านี้พวกเขาฟื้นขึ้นมาแล้วจะเข้าไปไม่ได้”

ชิงอวี่ฉวยเอาจังหวะที่ลวี่จียังอึ้งกับคำตอบของนางอยู่ รีบคว้าแขนนางแล้วดึงให้เดินเข้าสถานที่ต้องห้ามไปด้วยกัน

มือนุ่มของเด็กสาวนั้นให้สัมผัสเย็นเฉียบเล็กน้อยจับมือนางไว้แน่น ลวี่จีไม่อาจคิดอะไรไปได้ชั่วขณะ เดินตามนางไปโดยไร้สติ ถึงตอนที่ตั้งสติได้พวกนางก็เดินเข้ามาด้านในแล้ว

ลวี่จีอดรู้สึกรังเกียจตนเองไม่ได้ บัดซบ ทำไมทุกครั้งที่นางเห็นหน้าเด็กสาวนางถึงไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่อาจควบคุมปฏิกิริยาตนเองได้เลย

จั้งไหมอยู่ข้าง ๆ ชิงอวี่ แต่ปกติแล้วคนอื่นไม่อาจมองเห็นเขาได้ เขาเลิกคิ้วมองลวี่จีพลางเอ่ยขึ้น “นายหญิง ข้ารู้สึกว่าสตรีนางนี้ชอบท่านนะ”

“หือ?”

“ข้าเห็นตอนท่านจับมือนาง นางทำท่ายังกับวิญญาณหลุดจากร่าง นัยน์ตาดูแปลก ๆ” แม้จั้งไหมจะไม่ใช่มนุษย์ แต่ก็มีสัญชาตญาณเฉียบคมไม่น้อย

ชัดเจนถึงขนาดนั้นเลยหรือ?

ชิงอวี่มองสตรีชุดเขียวที่มีใบหน้างดงามข้าง ๆ โหลวจวินเหยาบอกไว้ว่าอย่าเข้าใจลวี่จีมากเกินไปโดยไม่จำเป็น เพราะลวี่จีนั้นชอบสตรี

เหอะ เขาไม่รู้จักนางดีหรือไม่ นางงดงามเช่นนี้ ทำไมต้องมาชอบสตรีด้วยกันด้วย? หน้าตาเช่นนาง ความสามารถเช่นนาง ไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะชอบสตรีเช่นไร

สถานที่ต้องห้ามยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ว่ากันว่าคราวก่อนมีหลายคนที่เข้ามาหมายจะชิงดอกบัวหัตถ์พระโพธิสัตว์ไป ทว่าเอาชีวิตมาทิ้งเสียส่วนมาก

“ไหมไหม ช่วยข้าดูหน่อยว่าแถวนี้มีกลิ่นอายสิ่งใดผันผวนหรือไม่” ชิงอวี่เอ่ยขึ้น

จั้งไหมรับคำ ก่อนที่นัยน์ตาสีเงินทองงดงามจะถูกแสงสีขาวบดบัง พริบตาเดียวก็กลับมาเป็นปกติดังเดิม

“ว่าอย่างไร?”

เด็กหนุ่มส่ายหน้าพลางขมวดคิ้ว “ข้าสัมผัสอะไรไม่ได้เลย อีกทั้ง….. ไม่มีกลิ่นอายใดผันผวน ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเลยด้วย”

“เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ได้?” ชิงอวี่ถามขึ้น ดูประหลาดใจ

นางจำได้ดีว่าเมื่อครั้งก่อนนางยังถูกอสูรวิญญาณกลุ่มใหญ่เข้าโจมตี

ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเลย?

นางย่อมเชื่อคำไหมไหม ด้วยประสาทสัมผัสของเด็กหนุ่มนั้นดีกว่านาง คงไม่ผิดพลาดแน่

จั้งไหมเองก็ดูสงสัยเช่นกัน ส่ายหน้าเอ่ยคำขึ้น “นายหญิง พวกเราระวังหน่อยดีกว่า หากมีเรื่องแปลกเช่นนี้ย่อมมีสิ่งชั่วร้ายซ่อนตัวอยู่แน่”

ชิงอวี่พยักหน้า สีหน้าจริงจัง

ที่อีกฟากหนึ่งของสถานที่ต้องห้าม บนอากาศมีแรงกระเพื่อมน่าประหลาด ก่อนที่คนสองคนจะก้าวเท้าออกมา

คนหนึ่งเป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปี สีหน้าไร้อารมณ์ดูแปลก ๆ แผ่กลิ่นอายกดดันชั่วร้าย ให้ความรู้สึกอึดอัดหนักหน่วง

“มั่นใจหรือว่าเป็นที่นี่?”

“วิชาทำนายของนายท่านไม่เคยผิดพลาด และหากพวกเราทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จ นายท่านต้องตกรางวัลอย่างงามแน่”

“เราแยกกันหาดีกว่า”

“ได้”

หลังจากชิงอวี่เดินเตร่อยู่นาน ลวี่จีก็ถามขึ้น “แม่นางชิง เจ้าเข้ามาที่นี่คิดจะทำอะไรกันแน่?”

ชิงอวี่นิ่งไปก่อนจะตอบ “เศษวิญญาณท่านแม่ข้าอยู่ในนี้ ข้าต้องนำมันออกมา”

กลิ่นอายของเด็กสาวพลันหมองลงทันตา ส่งผลให้ลวี่จีชะงักไปอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาว “ข้าช่วยเจ้าเอง”

ชิงอวี่ได้ยินแล้วก็คลี่ยิ้มบางพลางเอ่ยเสียงเบา “ขอบคุณมาก”

พริบตานั้นลวี่จีรู้สึกราวกับถูกรอยยิ้มนั่นซัดเข้ากลางใจ

นัยน์ตามีเสน่ห์จึงหลุบลงราวกับ มันจะซ่อนอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในได้

หากแต่บรรยากาศเงียบสงบได้ไม่นาน พวกนางเดินต่อไปไม่กี่ก้าว ที่พื้นก็เกิดแรงสะเทือนเลือนลั่น ก่อนจะเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ขึ้นมา

ชิงอวี่ก้าวได้เพียงครึ่ง ขาข้างหนึ่งยังยกค้างอยู่ ที่พื้นพลันมีรอยแยกขนาดใหญ่บังเกิด เกือบจะเหยียบลงรอยแยกไปแล้ว นางเพิ่งจะทรงตัวได้ก็พลันมีแรงสะเทือนอีกระลอก คนทั้งสองร่วงลงรอยแยกไปทันที

พวกนางร่างหมุนคว้างมึนงง แต่ไม่นานก็รับมือได้ หมุนร่างให้กลับเป็นปกติ ก่อนจะร่วงลงไปใช้สองเท้าลงอย่างปลอดภัย

ลวี่จียังคงท่าทีสงบไว้ได้เพราะนางมั่นใจในฝีมือตนเอง ทว่าเหลือบมองเด็กสาวข้างกาย นางเองก็ไร้แววแตกตื่นตกใจเช่นกัน นางเคลื่อนกายว่องไวปราดเปรียวนัก ภายนอกอาจดูเปราะบางไร้พิษภัย ทว่ามีฝีมือไม่น้อยจริง ๆ

สายตานางลึกล้ำขึ้นยามหวนนึกถึงคำของเหลียนจี

เด็กสาวคนนี้เป็นคนที่นายท่านปฏิบัติด้วยไม่เหมือนใครอื่น ดังนั้นคงจะมีอะไรพิเศษเป็นแน่ ไม่ใช่คนที่พวกนางจะสามารถล่วงเกินได้ ต้องทิ้งระยะห่างแสดงความยำเกรงบ้าง

“มีอะไรหรือ?” ชิงอวี่เลิกคิ้ว ลองยกเท้าขึ้นเหยียบพื้น มันเป็นหินทรายแข็ง ๆ

จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น มองไม่เห็นแสงสักเส้น มุมปากนางกระตุกยิก นี่พวกนางร่วงลงมาจากพื้นดินลึกแค่ไหนกัน?

ด้านนอกยังสว่างจ้ามากแท้ ๆ แต่ดูท่าตอนนี้พวกนางจะร่วงลงมาในหลุมลึก มืดเสียจนมองไม่เห็นในระยะที่กางมือตรงหน้าด้วยซ้ำ หากนางไม่ได้มีสายตามองเห็นในความมืดก็คงกลายเป็นคนตาบอดไปแล้ว

แล้วทำไมถึงเกิดแรงสะเทือนขนาดนั้นได้?

นางครุ่นคิดหนัก หากแต่พื้นใต้เท้ากับสะเทือนอีกครา ครั้งนี้มันสะเทือนแล้วยังตามมาด้วยเสียงคำรามดังสนั่นแสบหูอีก

ชิงอวี่ชะงักไป ก่อนจะกันไปมองเด็กหนุ่มผมทองด้วยใบหน้าฉงนสงสัย “ไหนเจ้าว่าไร้สิ่งมีชีวิตใดไงเล่า? เสียงคำรามนั่นราวกับเสียงของอสูรวิญญาณ”

จั้งไหมทำหน้าซื่อยักไหล่ตอบ “ก่อนหน้านี้ข้าสัมผัสไม่เจอจริง ๆ แต่เสียงคำรามจากอสูรวิญญาณก็บอกความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง หนึ่งคือเราอยู่ใต้ดินลึกมาก ที่นี่คงมีบางอย่างปกคลุมไว้ ทำให้ข้าไม่อาจสัมผัสได้ถึงมัน สองคือเสียงคำรามนั่นไม่ได้มาจากอสูรวิญญาณ แต่เป็นกลิ่นอายวิญญาณที่อสูรวิญญาณปลดปล่อยไว้ก่อนตายเพื่อขู่ผู้บุกรุกให้หนีไป”

ฟังดูแล้ว ไม่รู้เหตุใดชิงอวี่จึงรู้สึกว่า….. ข้อหลังน่าจะดูเป็นไปได้มากกว่า

แต่ผู้บุกรุกหรือ?

หรือว่า….. จะมีใครเข้ามาก่อนนาง?

คิดได้ดังนั้นนางจึงรีบเอ่ยกับจั้งไหม “ไหมไหม เจ้านำทาง ไปดูว่าเสียงมาจากไหน”

“ได้เลยนายหญิง” เด็กหนุ่มตอบก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปทางหนึ่ง “นายหญิงตามข้าอย่าให้ห่าง”

ภายใต้ความมืดมิดนั้นมองไม่เห็นสีหน้านาง ทว่าชิงอวี่พลันดึงลวี่จีไว้แล้วเอ่ยเสียงเบาขึ้น “จับมือข้าไว้ เราจะได้ไม่หลงกัน”

ลวี่จีชะงักไป ก่อนจะเกร็งมือขึ้นมาแล้วยื่นมือไปจับมือกับชิงอวี่ไว้

ณ สถานที่อันเป็นต้นเหตุแห่งเสียงคำรามนั่นเห็นเงาร่างมนุษย์สีขาวเหินออกมา ทั้งยังตีลังกากลางอากาศ ก่อนจะเหินลงสู่พื้นอย่างมั่นคง

พวกเขามาใกล้กับสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นถ้ำแล้ว

“หึ ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นอายวิญญาณของอสูรวิญญาณประเภทไหนที่ปกปักที่นี่ไว้ รับมือยากไม่น้อยเลย” เงาร่างหนึ่งเอ่ยเสียงเย็น

“มีแค่จิตที่แตกสลายของอสูรวิญญาณแต่กลับทรงพลังขนาดนี้ได้ ตอนยังมีชีวิตมันต้องแข็งแกร่งมากแน่ อย่างน้อยก็ระดับ 12 ขึ้นไป แต่….. บนแดนระดับต่ำแห่งนี้เหมือนจะจำกัดระดับของพวกมันไว้ที่ 0 นี่ ฉะนั้นเรื่องนี้น่าประหลาดนัก” อีกคนให้เหตุผล

“ดูท่าเราจะต้องรับมือกับจิตที่ยังหลงเหลืออยู่ของมันเสียก่อนจึงจะเข้าไปเอาของด้านในได้”

“เคราะห์ดีที่นายท่านมองการณ์ไกล ถึงตอนนี้ก็นับว่าช่วยพวกเราไว้แล้ว”

ว่าแล้วทั้งสองก็เริ่มร่ายคาถาออกมา กะโหลกขนาดใหญ่ที่แผ่กลิ่นอายชั่วร้ายพลันโผล่ออกจากร่างทั้งสอง เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกกรีดหูดังออกมาจากปากของมัน ก่อนมันจะพุ่งเข้าไปในทางถ้ำแคบตรงหน้า

พริบตาต่อมา เสียงคำรามทรงพลังของอสูรวิญญาณก็ดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเสียงคำรามหวาดกลัว ภายในถ้ำมีพลังปะทะกันไม่หยุด จิตที่เหลืออยู่ของอสูรวิญญาณเริ่มอ่อนแอลงเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมสลายไป ราวกับมันกำลังเฝ้าปกป้องบางอย่างอยู่

“ฮ่า ๆ มันจะตายอยู่รอมร่อแต่ยังพยายามอย่างไร้ความหมายงั้นหรือ แต่เรารอไม่เกินชั่วสิบลมหายใจ มันก็คงสลายไปไม่เหลือซากแล้ว”

ชายในชุดขาวหัวเราะเสียงเย่อหยิ่ง แต่ยังไม่ทันได้หัวเราะเยาะเต็มคำสีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม “ใครกัน?”

คนข้าง ๆ ก็เหมือนจะสัมผัสได้เช่นกัน สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นระแวดระวัง

ภายในความมืดมิด มีคนสองคนเดินออกมา คือชิงอวี่กับลวี่จีนั่นเอง

ชิงอวี่มองประเมินชายในชุดประหลาด ชุดเช่นนี้นางไม่เคยเห็นมาก่อน นางพลันเอ่ยตอกกลับไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย “แล้วพวกท่านคือ?”

เหมือนจะไม่ใช่คนจากสามสำนักใหญ่

ชายชุดขาวไม่ตอบคำ เพียงแต่เหยียดริมฝีปากชั่วร้ายแล้วเอ่ยขึ้น “คือคนที่จะส่งเจ้าลงนรกอย่างไรเล่า”

กลิ่นอายวิญญาณของทั้งสองพลันพุ่งออกมา ส่งผลให้นัยน์ตาลวี่จีทะมึนลง “พวกเจ้าเป็นคนจากแดนเมฆาสวรรค์! ใครส่งเจ้ามา? แล้วมีจุดประสงค์อะไร!?”

คนจากแดนเมฆาสวรรค์เดินทางมาถึงแดนระดับต่ำเช่นนี้ ทั้งยังมาปรากฏอยู่ที่นี่ คงจะมีเหตุผลชั่วช้าอันใดเป็นแน่

เมื่อเห็นว่าลวี่จีมองพวกเขาออก ทั้งสองก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้แล้วเอ่ยโต้ “เจ้าเองก็มาจากแดนเมฆาสวรรค์หรือ? เช่นนั้นก็อย่ามาสอดธุระของพวกเรา”

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 231 ผู้บุกรุกลึกลับ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-039
ฝืนชะตาชายาอสูร
2023-03-24
64085b
โฮสต์สาวพลิกอดีตกับระบบสุดเทพ
2023-09-24
brownieevc6UgggH
ยัยตัวร้ายกับนายสุดโหด
2025-12-24
137498
รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
2025-04-06

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน