บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ! - บทที่ 21 ไฟโลหิตสีแดงเหลือบทอง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
  4. บทที่ 21 ไฟโลหิตสีแดงเหลือบทอง
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 21 ไฟโลหิตสีแดงเหลือบทอง

“ขอบใจเจ้ามาก” โหลวจวินเหยายั้งอารมณ์ไว้ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “เจ้าช่วยชีวิตข้า ข้าจะจดจำหนี้บุญคุณในครั้งนี้ไว้”

ชิงอวี่อดหัวเราะไม่ได้ “ไม่ใช่ข้าหรือที่เป็นคนติดหนี้บุญคุณท่าน? เป็นข้าที่ชิงแก่นเพลิงเยือกแข็งของท่านมา”

“เรื่องนั้นมันคนละเรื่องกัน บุญคุณที่ช่วยรักษาชีวิตข้าไว้ สมุนไพรเพียงหนึ่งกอไม่อาจทดแทนกันได้” โหลวจวินเหยาอารมณ์ดียิ่ง รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งกดลึกขึ้น “ข้าถูกอาการนี่ฉุดรั้งมานานหลายปี ทำลายร่างกายจนอ่อนแอ หากต้องทนทุกข์ทรมานจากมันอีกหลายปี คงไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้”

ริมฝีปากชิงอวี่ยกยิ้มขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว “ท่านไม่เป็นอะไรแล้ว เดี๋ยวอีกสักครู่ข้าจะสั่งยาให้ท่าน พื้นฐานร่างกายท่านค่อนข้างแข็งแรง ไม่ช้าต้องหายดีแน่นอน”

มองเพียงปราดเดียวนางก็รับรู้ได้ว่าตัวตนของบุรุษผู้นี้ไม่ธรรมดา ทั้งยังต้องเป็นคนที่เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีมากเป็นแน่ ดังนั้นเมื่อเห็นว่าร่างกายตนผิดปกติ ย่อมต้องรับไม่ได้อย่างถึงที่สุด!

เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดสีขาวดูสง่างาม ยามไม่ยิ้มยังดูงดงามมากพออยู่แล้ว หากแต่ยามเมื่อริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มบาง รอยยิ้มนั้นราวกับแสงตะวันส่องสว่างในห้องมืดนี้เลยทีเดียว

โหลวจวินเหยายิ้ม “เรื่องนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว”

ไป๋จือเยี่ยนยืนมองคนทั้งสองอยู่ที่ด้านข้าง คนทั้งคู่พูดคุยกันอย่างสงบสุข ใบหน้าไป๋จือเยี่ยนพลันแปลกไป

นายท่าน….. พิษถูกล้างออกไปหมดแล้วจริงหรือ? เหตุใดท่าทางการพูดเช่นนั้นไม่เหมือนกับท่านเลยแม้แต่นิด?

นิสัยของนายท่านคือ “สวรรค์และปฐพีแห่งนี้ ข้าคือผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!” ทั้งเย่อหยิ่งและไม่รู้จักความสุภาพอ่อนโยนแม้แต่น้อย ดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องการพูดอ้อมค้อมดั่งสุภาพชน วันนี้เขาถูกสิ่งใดเข้าสิงกันแน่?

หรือว่า…..

สายตาเขาพลันหยุดลงที่ใบหน้างดงามเย้ายวนหาที่ได้เปรียบของเจ้าเด็กตรงหน้า

หรือเป็นเพราะเจ้าเด็กนี่หน้าตาดีมากงั้นหรือ?

“ข้าสงสัยนักว่าคุณชายได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากที่ใด? อายุยังน้อย ทว่ามีความรอบรู้เกี่ยวกับเรื่องการแพทย์มากเท่านักปรุงยาที่มีอายุกว่าครึ่งร้อย อาจารย์ของเจ้าคงจะเป็นผู้ที่โดดเด่นมากเป็นแน่” โหลวจวินเหยาพูดอ้อมค้อมก่อนที่ในประโยคสุดท้ายจะเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

เจ้าเด็กคนนี้ท่วงท่าดี วิชาแพทย์เยี่ยม ทั้งยังรอบรู้เรื่องคาถาสาปแช่ง ความสามารถโดดเด่นเช่นนี้ หากไม่ดึงมาเป็นพวกแล้ว ไม่น่าเสียดายพรสวรรค์หรอกหรือ?

ชิงอวี่หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนกล่าว “ข้าไม่ได้อยู่สำนักหรืออยู่ในตระกูลใดทั้งนั้น ความรอบรู้และทักษะทั้งหมดที่ข้ามี ข้าเรียนรู้มันด้วยตนเอง”

ทั้งนายท่านและลูกน้องประหลาดเหมือนกันไม่มีผิด ต่างคนต่างถามคำถามเดียวกันกับนาง ที่โลกแห่งนี้หานักปรุงยาได้ยากหรืออย่างไร? บุรุษสองคนนี้จึงพยายามค้นหาผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังนาง ทันทีที่เห็นว่านางมีวิชาแพทย์อันล้ำลึก??

โชคไม่ดี นางไม่มีตระกูลหรือสำนักทรงอำนาจเช่นนั้น

“เป็นการพบกันเพียงครั้งเดียวที่ข้าได้รับการสืบทอดความรู้ด้านการแพทย์ ข้าจึงสามารถเรียนรู้มาจนถึงขั้นนี้ได้ และข้าไม่มีอาจารย์”

ก่อนหน้าที่นางเคยบอกเขา ไป๋จือเยี่ยนดูท่าทางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง นางจึงอยากพูดให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

โหลวจวินเหยาเลิกคิ้วเล็กน้อย เด็กคนนี้ดูแล้วไม่น่าพูดโกหก

แต่เช่นนี้ไม่โชคดีไปหน่อยหรือ? ได้รับการสืบทอดวิชาแพทย์เช่นนี้เป็นโอกาสที่เหล่านักปรุงยาทั้งหลายหวัง ว่าในชั่วชีวิตนี้จะได้รับกันทั้งสิ้น

ทว่ายังมีอีกเรื่องที่เขายังสงสัยอยู่

“เช่นนั้นแล้ว ตอนนี้คุณชายเป็นนักปรุงยาระดับใด?”

ระดับของเขาน่าจะไม่ต่ำมากกระมัง

เรื่องนั้นเป็นสิ่งที่ไป๋จือเยี่ยนเองก็สงสัย เขาไม่อาจล่วงรู้ถึงขั้นการบำเพ็ญเพียรหรือระดับนักปรุงยาของเด็กคนนี้ได้เลย หากระดับสูงกว่าเขามาก นั่นก็หมายความว่าเด็กคนนี้คงมีวิธีการบางอย่าง ที่ใช้ปกปิดระดับการปรุงยาของตนไว้

เมื่อถูกถามเช่นนั้น ชิงอวี่ก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นกะพริบตาหนึ่งครั้งก่อนจะเปิดปากถาม “ระดับหรือ….. เขาประเมินกันอย่างไร?”

บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบขรึมลงในทันใด

เจ้าเด็กนี่กำลังล้อเล่นอยู่หรือ?

หรือเจ้าเด็กคนนี้จะไม่ได้มาจากโลกนี้กันแน่ ไม่รู้แม้กระทั่งเรื่องระดับหรือขั้นพลังเลยอย่างนั้นหรือ??

ไป๋จือเยี่ยนกระแอมออกมาสองครั้งเพื่อบรรเทาบรรยากาศน่าอึดอัดลง “คุณชายชิง….. เอ่อ….. ดูท่าจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เราประเมินกันเช่นนี้ ในฐานะที่แต่ละคนต่างก็มีความสามารถแตกต่างกัน ดังนั้นยามเมื่อเด็กทารกเกิดมาจะได้รับการยืนยันความสามารถแรกเริ่ม บางคนมีพรสวรรค์ด้านการปรุงยา บางคนมีพรสวรรค์ด้านการฝึกยุทธ์”

“ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์ในด้านการปรุงยาหรือการฝึกยุทธ์ ก็ถูกแยกระดับออกเป็นระดับสูงและระดับต่ำ อย่างเช่นนักปรุงยาก็มีระดับขั้นคือ ขั้นทองคำ ขั้นเงิน ขั้นสำริด สูงจากระดับนั้นไปอีกจะเป็น ขั้นทองคำขาว ขั้นเงินขาว ขั้นสำริดเขียว เรียงระดับสูงไปต่ำ ขั้นสำริดคือระดับต่ำสุด เมื่อปรุงยาจำต้องใช้ไฟอสูรหรือไฟที่มีความรุนแรงเท่าเทียมกัน ทว่าเมื่อฝึกปรือฝีมือถึงระดับนักปรุงยาขั้นเงิน จะสามารถรวบรวมไฟโลหิตของตนเองขึ้นมาได้”

หลังจากได้ฟังคำอธิบายแล้ว ชิงอวี่จึงเข้าใจอย่างถ่องแท้

ที่โลกแห่งนี้ประเมินระดับนักปรุงยากันเช่นนี้นี่เอง

“เช่นนั้นเจ้าอยู่ที่ระดับใด?” ชิงอวี่มองหน้าบุรุษตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม นางรู้ว่าเขาเป็นนักปรุงยา

ไป๋จือเยี่ยนยิ้ม ที่ปลายนิ้วพลันปรากฏลูกไฟสีเงิน “ข้าเพิ่งถึงขั้นเงินขาว”

“เช่นนั้นก็นับได้ว่าเป็นนักปรุงยาระดับสูงได้แล้วสินะ” ชิงอวี่พูดพร้อมพยักหน้า

“ความสามารถด้านการแพทย์ของคุณชายชิงสูงกว่าข้ามากนัก ข้าคิดว่าคุณชายน่าจะอยู่ที่ขั้นทองคำขาว…..” รอยยิ้มบนใบหน้าไป๋จือเยี่ยนพลันแข็งค้าง ลูกไฟสีแดงที่ฉายสว่างโชติช่วงทำให้เขาถึงกับชะงักค้างไป

“ไฟของขั้นทองคำขาว….. หน้าตาเป็นเช่นนี้หรือ? ทว่าดูจากที่เจ้าอธิบายมา น่าจะเป็นสีทองไม่ใช่หรือ…..” ชิงอวี่เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย สายตาก็มองลูกไฟสีแดงเหลือบทองที่ปลายนิ้วตน

เจ้าลูกไฟนี้อยู่กับนางมาตั้งแต่ชาติที่แล้วจนมันมีจิตวิญญาณขึ้นมา การปลดปล่อยมันออกมาเช่นนี้ก็เหมือนกับปล่อยเด็กน้อยที่ถูกขังไว้นานออกมา มันทั้งเริงร่าและมีพลังเต็มเปี่ยม ลอยหมุนวนอยู่รอบมือนาง มีกระเด้งกระดอนไปมากับมือนางเป็นระยะ

ไป๋จือเยี่ยนตกตะลึงจนไม่อาจกล่าวคำใด

“ไฟโลหิตของเจ้า หรือว่าจะมีจิตวิญญาณเป็นของตนเอง?” ถึงโหลวจวินเหยาจะไม่ใช่นักปรุงยา ทว่าก็เคยเห็นไป๋จือเยี่ยนบำเพ็ญและปรุงยามาหลายครั้ง ไฟโลหิตของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยพลังชีวิตเช่นนี้ ส่วนเรื่องสีของลูกไฟนั้น….. เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย

เมื่อเห็นว่าเขามองออก ชิงอวี่จึงไม่ปิดบัง “ถูกต้อง เจ้าหนูนี่อยู่กับข้ามานานแล้ว ทั้งยังรู้จักอารมณ์เช่นเดียวกับมนุษย์ได้อีกด้วย”

เป็นอย่างที่คิด นางไม่น่าปล่อยมันออกมาเลย เจ้าลูกไฟตัวน้อยหมุนวนรอบนิ้วนางจากนิ้วหนึ่งไปอีกนิ้วหนึ่งอย่างมีความสุข

มันยังโลดแล่นต่อไปอีกสักระยะ ทว่าเมื่อสัมผัสได้ว่านายหญิงของมันเริ่มไม่พอใจเล็กน้อย มันก็หยุดยั้งตนเอง ลงมานอนแน่นิ่งอยู่บนฝ่า มือของนางไม่ไหวติงอีก

ไป๋จือเยี่ยนทำท่าราวกับเพิ่งรับการโจมตีอันหนักหน่วงไป ใบหน้าเขาทั้งโศกเศร้าและสิ้นหวังเป็นอย่างมาก “การถูกเปรียบเทียบกับผู้อื่นเช่นนี้….. ช่างน่าขุ่นเคืองยิ่ง…..”

อย่างไรเขาก็นับเป็นอัจฉริยะในสำนักเซียนแพทย์ ทว่าเมื่อเทียบกับเจ้าเด็กนี่แล้ว เขาก็แพ้อย่างย่อยยับ

สายตาโหลวจวินเหยาลึกล้ำมากขึ้น “คุณชายชิงเองก็มาจากแดนเมฆาสวรรค์หรือ?”

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่นางได้ยินชื่อไม่คุ้นหูนี้

ชิงอวี่เหลือบมองไป๋จือเยี่ยน ครั้งแรกเป็นเขาที่ถามเช่นนี้

“ข้าไม่รู้จักแดนเมฆาสวรรค์ที่พวกท่านพูดถึง ข้ารู้เพียงว่าที่นี่คือชิงหลาน และข้าก็เกิดและเติบโตที่นี่”

“สถานที่นี้เป็นเพียงสถานที่ที่อยู่ในดินแดนระดับล่าง” เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มไม่รู้ โหลวจวินเหยาจึงอธิบายอย่างใจเย็น “สถานที่ที่เจ้าอาศัยอยู่เรียกว่าแดนมุกหยก ระดับการบำเพ็ญตนนับว่าต่ำ ดินแดนถูกแบ่งออกเป็นสามแคว้นคือ ชิงหลาน หลินยวน และอู่ชาง”

“เหนือดินแดนแห่งนี้คือแดนธาราขาว เป็นดินแดนระดับกลาง การบำเพ็ญเพียรของคนธรรมดาที่แดนนี้เทียบเท่าได้กับปรมาจารย์ของแดนมุกหยก อีกดินแดนหนึ่งที่มีระดับสูงกว่าคือแดนเมฆาสวรรค์”

ชิงอวี่พยักหน้าและเลิกคิ้วขึ้น “ดูท่าพวกท่านจะมาจากแดนเมฆาสวรรค์?”

“ถูกต้อง”

“ข้ามดินแดนมาถึงสองดินแดนในคราเดียวเช่นนี้คงจะสูญเสียกำลังในการบำเพ็ญเพียรไปไม่น้อย หรือพวกท่านกำลังหนีการตามล่าจากศัตรูอยู่งั้นหรือ?” ชิงอวี่เอ่ยถาม มือน้อยลูบคางตนสีหน้าครุ่นคิด

“จะกล่าวเช่นนั้นก็ย่อมได้!” โหลวจวินเหยายิ้ม “ร่างกายข้าอ่อนแอลงเช่นนี้ หากเจอศัตรูเข้าย่อมหมายถึงถูกสังหาร เช่นนั้นแล้ว มาหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ห่างไกลไม่เป็นการดีกว่าหรือ?”

“อืม ยืดหยุ่นได้นับว่าไม่เลว”

ไป๋จือเยี่ยน “…..”

ย่อมหมายถึงถูกสังหาร….. แสร้งทำเป็นอ่อนแอช่วยเหลือตนเองไม่ได้เช่นนี้ ไม่มากไปหน่อยหรือ…..

แล้วยังเอ่ยคำพวกนั้นขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังอีก เกือบจะหลอกข้าไปได้อีกคน

ทว่า…..

นัยน์ตาพินิจพิเคราะห์ของไป๋จือเยี่ยนพลันละจากคนสองคนที่กำลังคุยกันอย่างออกรส จากนั้นจึงหาบทสรุปให้กับตนเอง

โหลวจวินเหยาแสดงออกถึงความชอบพอในตัวเจ้าเด็กนี่อย่างแน่นอน

เพราะเขาไม่เคยเห็นนายท่านช่างพูดกับผู้ใดเช่นนี้มาก่อน

——————-

อีกด้านหนึ่ง ณ เมืองหลวง…..

เยี่ยนหนิงลั่วและเยี่ยนซีเฉิงทะเลาะกันจนต้องแยกไปคนละทาง

ตั้งแต่ทั้งคู่ยังเล็ก เยี่ยนซีเฉิงรักและทะนุถนอมนางที่สุด ไม่เคยขึ้นเสียงกับนางเลยสักครั้ง

หากแต่ในครั้งนี้ เป็นเพราะคนสองคนที่ไม่มีความสำคัญอันใด เขากลับต่อว่านางอย่างหนัก ด้วยความโกรธ เยี่ยนหนิงลั่วจึงตัดสินใจว่าจะไม่กลับจวนอ๋อง

ถึงนางจะไม่ค่อยได้เดินทางกลับมายังเมืองหลวงบ่อยนัก ทว่าก็ยังมีเพื่อนสนิทอยู่บ้าง ธิดาคนสุดท้องของเสนาบดีฝ่ายซ้ายคือหนึ่งในเพื่อนสนิทของนาง

สตรีมีชื่อในเมืองหลวงนั้น นอกจากเยี่ยนหนิงลั่วที่ได้รับการขนานนามว่ามีรูปโฉมงดงามแล้ว อวี้เซียวหนิงเองก็เป็นคุณหนูคนหนึ่งที่ได้รับการยกย่องว่ามีความสามารถและรูปโฉมงดงามเช่นกัน

รับรู้กันว่านางเป็นสตรีที่เชิดหน้าชูตาของเมืองหลวงคู่กับเยี่ยนหนิงลั่ว

อวี้เซียวหนิงมีดวงหน้าเล็กผิวพรรณงดงาม รูปหน้าดั่งเมล็ดซิ่ง (1) ที่คางแหลมมีรอยบุ๋มเล็กน้อยดูเมีเสน่ห์พริ้มพราย นัยน์ตาเป็นประกายแฝงแววฉลาดล้ำลึกที่ราวกับสามารถสื่อความรู้สึกออกมาได้ เป็นหญิงสาวที่ทั้งสง่างามและฉลาดล้ำเลิศ

ในตอนนี้ ริมฝีปากบางสีลูกอิงเถา (2) โค้งขึ้นน้อย ๆ ดูท่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกสนุกนักหนา เมื่อเห็นเพื่อนรักของตนนั่งหน้าหงอยไม่มีความสุขอยู่ตรงหน้า

“ใครกันหนอที่ทำให้โฉมสะคราญของเราโกรธเกรี้ยวได้ถึงเพียงนี้? ช่างกล้าหาญเสียจริง บอกข้ามา ข้าจะจัดการพวกเขาให้เจ้าเอง”

เยี่ยนหนิงลั่วกลอกตามองเพื่อน “ยังจะหยอกข้าเล่นอีกหรือ?”

“ข้าทำเช่นนั้นตอนไหน? ไม่ใช่ว่าข้ากำลังเป็นห่วงเจ้าหรอกหรือ!?” อวี้เซียวหนิงปิดปากหัวเราะเสียงเบา “ไอ้หยา อย่าอารมณ์เสียไปเลย หาได้ยากนักที่พวกเราจะหาเวลามานั่งรำลึกความหลังได้เช่นนี้ ตั้งแต่ที่เจ้าเข้าเป็นศิษย์หญิงสำนักละอองหมอก ข้าก็ฝึกปรือฝีมือตามเจ้าได้ยากขึ้นทุกที”

เยี่ยนหนิงลั่วพ่นลมหายใจเย้ยหยันออกมา “เจ้าอิจฉาข้าอีกแล้วงั้นหรือ ข้าจะไปมีความสามารถมากเท่าเจ้าได้อย่างไร!? แคว้นชิงหลานของเรามีแต่ต้องพึ่งพาเจ้า!”

แม้ว่าเสนาบดีฝ่ายซ้ายจะเป็นขุนนางอ่อนแอผู้หนึ่ง ทว่าบุตรธิดาของเขานั้นมีฝีมือกันทุกคน คนผู้นี้คือธิดาคนสุดท้องของเขา อัจฉริยะล้ำเลิศที่เกิดมาเพื่อทำการค้าขายแลกเปลี่ยน

กิจการกว่าครึ่งในแคว้นชิงหลานอยู่ในกำมือของอวี้เซียวหนิง อาจพูดได้ว่านางเป็นผู้กุมชะตาเศรษฐกิจในแคว้นชิงหลานก็ว่าได้

ทั้งรูปงามทั้งหาเงินเก่งเช่นนี้ มีแต่สวรรค์ที่ชายหนุ่มหลายคนต้องชื่นชมนาง

“ได้ยินมาว่าแคว้นหลินยวนจะส่งองค์หญิงมาเรื่องการแต่งงานหรือ?” อวี้เซียวหนิงเลิกคุยเล่น ก่อนจะแสดงน้ำเสียงจริงจัง

“เรื่องการแต่งงาน? นั่นแค่เปลือกนอก ไม่ใช่จุดมุ่งหมายที่แท้จริง” เยี่ยนหนิงลั่วตอบพร้อมพ่นลมหายใจ “ผู้ที่มาไม่ได้เป็นเพียงองค์หญิงธรรมดา แต่เป็นองค์หญิงสุดที่รักของแคว้นหลินยวน องค์หญิงเก้าซินเหยียน เจ้าคิดว่าเยว่มู่เฉินที่ปกป้องน้องสาวตนเช่นนั้นจะยอมปล่อยให้น้องสาวตนเองแต่งออกมาแคว้นอื่นจริงหรือ? ถึงตอนนั้นพระอาทิตย์คงได้ขึ้นทางทิศตะวันตก!”

อวี้เซียวหนิงลูบคาง “นั่นก็จริง ทว่าเช่นนั้น….. พวกเขาจะมาเพื่ออะไร?”

หรือจะเป็นเพราะแคว้นสงบสุขมานานจึงว่างกันมาก คิดจะก่อสงครามงั้นรึ?

“เจ้ามัวแต่วุ่นวายหาเงิน คงไม่ได้ยินข่าวเรื่องที่ชางไห่อ๋องตื่นขึ้นแล้ว เขาจะเป็นคนมาส่งเยว่ซินเหยียนถึงที่นี่”

“ไม่….. ไม่จริงน่า!” รอยยิ้มมุกปากของอวี้เซียวหนิงพลันแข็งค้าง

เชิงอรรถ

เมล็ดซิ่ง คือ อัลมอนด์

อิงเถา คือ เชอร์รี

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 21 ไฟโลหิตสีแดงเหลือบทอง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

03abrowniee.online
ทะลุมิติยุค 70 กลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชค
2026-06-26
250616browniee
ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
2026-03-28
Ca69WYG
หวนกลับมาเป็นคนโปรดของฮ่องเต้
2025-11-20
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
2024-02-24

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน