บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 [八零辣妈飒爆了] - ตอนที่ 980 ไปพบนายอำเภอ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80 [八零辣妈飒爆了]
  4. ตอนที่ 980 ไปพบนายอำเภอ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 980 ไปพบนายอำเภอ

ตอนที่ 980 ไปพบนายอำเภอ

คราวนี้หลินม่ายกลับมาที่หมู่บ้านสกุลหวังเพื่อดูการปลูกพริก

เพราะมุ่งมั่นที่จะทำซอสพริกให้เป็นแบรนด์ดังติดตลาด คุณภาพของพริกจะต้องไม่ลดลง ไม่เช่นนั้นเธอจะกลายเป็นเดินตามรอยเหล่ามามาในชาติที่แล้วอย่างช่วยไม่ได้

ชาติที่แล้ว เหล่ามามาเปลี่ยนมาใช้พริกด้อยคุณภาพ ทำให้เกิดการบอกต่อปากต่อปาก และส่งผลต่อยอดขาย

เธอเดินทางไปร่วมกับหัวหน้าหมู่บ้านพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หลายคนเยี่ยมชมหมู่บ้านสกุลหวัง และหมู่บ้านใกล้เคียงอีกเจ็ดหรือแปดแห่ง

หมู่บ้านเหล่านี้เหมือนกับหมู่บ้านซื่อเหม่ย เนื่องจากเกษตรเริ่มต้นทำเกษตรด้วยตนเอง พวกเขาจึงใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงในปริมาณมาก และกระทำกันเป็นเรื่องปกติ

ระหว่างทางเธอชิมพริกดิบจากหลายครัวเรือน พบว่าทั้งความเผ็ดและรสชาติแย่ลงกว่าเดิมมาก

แม้ชื่อเสียงของซอสพริกจะไม่ได้รับผลกระทบใด แต่การสร้างฟาร์มพริกก็เป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ไม่ควรจะชักช้า

การเซ็นสัญญาเช่าที่ดินแต่ละหมู่บ้านเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเกินไป หลินม่ายจึงคิดว่าอยากจะขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ

เธอขับรถตรงไปที่หน่วยงานราชการของอำเภอภายในหมู่บ้านสกุลหวัง และเข้าพบนายอำเภอก่อนจะพูดคุยว่าเธอต้องการทำสัญญากับที่ดินทั้งหมดในหมู่บ้านหลายร้อยแห่งโดยรอบเพื่อพัฒนาการปลูกพริกอย่างจริงจัง

นายอำเภอได้ยินอย่างนั้นยิ่งรู้สึกยินดี

อำเภอของพวกเขาอยู่ในภูเขา ไม่มีที่ดินอุดมสมบูรณ์เท่าไหร่นักเศรษฐกิจจึงล้าหลัง และกลายเป็นอำเภอยากจน

ทุกครั้งที่เขาต้องเข้าประชุมในตัวจังหวัดเพื่อประเมินรายได้ครัวเรือนที่เกิดขึ้นในอำเภอ เขาที่เป็นนายอำเภอรู้สึกอับอายจนแทบทนไม่ไหว

ตอนนี้มีผู้ประกอบการเอกชนมากชื่อเสียงจากทั่วประเทศต้องการลงทุนในอำเภอของเขา เปรียบได้กับโชคชั้นใหญ่ร่วงใส่ศีรษะเขาอย่างจัง

แม้จะมีความสุข แต่นายอำเภอก็ยังมีสติอยู่

เขาถามต่อ “คุณทำสัญญาเช่าที่ดิน แล้วชาวนาไม่มีไร่นาทำงาน พวกเขาจะใช้ชีวิตยังไงล่ะครับ?”

หลินม่ายตอบ “ฉันจะจ้างเกษตรที่เป็นแรงงานท้องถิ่นมาทำงานค่ะ ตราบใดที่พวกเขาอายุน้อยกว่า 50 ปี มีสุขภาพแข็งแรงและเต็มใจทำงานหนัก ฉันจะจ้างพวกเขาทั้งหมด”

เธอยิ้มก่อนจะพูดว่า “แต่ฉันคิดว่าคนงานจะไม่เพียงพอ จึงต้องรบกวนนายอำเภอค้นหาแรงงานต่างถิ่นมาเพิ่มเติมให้ด้วย”

“ไม่มีปัญหาครับ” นายอำเภอตอบกลับ “แล้วคุณไม่สนใจคนพิการหรือว่าคนแก่เหรอครับ?”

หลินม่ายคิดสักครู่ก่อนจะถามต่อ “ขั้นต่ำของค่าครองชีพเกษตรในท้องถิ่นเท่าไหร่เหรอคะ?”

นายอำเภอเรียกผู้รับผิดชอบด้านนี้เข้ามาตอบคำถาม

เขาตอบว่า “ไม่จำเป็นต้องซื้อธัญพืช น้ำมัน และผัก ทั้งหมดนี้พวกเขาสามารถปลูกเองได้ ส่วนเงินเพียงแค่ 10 หยวนต่อเดือนก็เพียงพอแล้ว”

หลินม่ายตอบ “ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะให้คนแก่ คนป่วย หรือคนพิการปลูกอาหารและหาข้าวของใช้เอง งั้นเอางี้ค่ะ สำหรับผู้สูงอายุ คนป่วย และผู้พิการฉันจะมอบเงินสนับสนุนให้คนละ 25 หยวนต่อเดือน”

นายอำเภอประทับใจมากจนกระทั่งจับมือหลินม่ายไว้แล้วกล่าวขอบคุณไม่รู้จบ

เขายังบอกหลินม่ายว่าถ้าหากติดปัญหาอะไร เธอสามารถบอกกล่าวกับเขาได้ทันที

ภูมิประเทศของหมู่บ้านสกุลหวังเป็นภูเขา แม้จะไม่มีภูเขาสูงแต่ถนนบนภูเขามีมากมายหลายโค้ง พวกเขาต้องเดินทางด้วยความยากลำบาก

เมื่อรถมาถึงหมู่บ้านสกุลหวัง ก็พบว่าที่แห่งนี้ไม่มีถนนหลวง มีเพียงเส้นทางดินลูกรังย่ำแย่

ชาวไร่บนภูเขาขนพริกลงมาขายให้กับจุดซื้อพริกที่หลินม่ายตั้งรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะลำบากมาก

ไม่ว่าจะอายุน้อยหรืออายุมาก เมื่อต้องพบเจอร่างกายสั่นเทาของผู้เฒ่าผู้แก่ ใครก็ต้องอยากจะร่ำไห้เมื่อได้เห็น

หากมีถนนตรงไปยังหมู่บ้านเหล่านั้น คนเฒ่าคนแก่คงจะขายพริกได้ง่ายขึ้น หรือไม่ก็ส่งรถบรรทุกขึ้นไปรับพริกโดยตรงก็ได้

อีกทั้งนายอำเภอยังบอกกล่าวว่ามีอะไรสามารถพูดคุยกับเขาได้ เธอจึงอยากให้อำเภอสร้างถนนบนภูเขาของหมู่บ้านสกุลหวัง

หากต้องการร่ำรวย จงสร้างถนนก่อน ซึ่งมันจะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังด้วย

หลังจากหลินม่ายร้องขอเช่นนี้ นายอำเภออยากจะทุบหน้าตัวเองสักสองสามครั้ง

เขารู้สึกว่าตนเองพูดมากเกินไป เขาพูดมากเกินไปแล้ว! ก่อนหน้านี้ทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่ตอนนี้เขาต้องจัดสรรเงินเพื่อสร้างถนน

พื้นที่บนภูเขาซ่อมค่อนข้างยาก โดยเฉพาะถนน 18 โค้งเหล่านั้นต้องใช้เงินจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม หลินม่ายกล่าวต่อว่าเธอยินดีจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง และเธอจะสร้างถนนให้โดยไม่คิดเงิน

เวลานี้เขาจับมือหลินม่ายก่อนจะเขย่าไปมาด้วยความดีใจ ก่อนจะยกย่องเธอด้วยหลากหลายถ้อยคำ

ก่อนจะออกจากหมู่บ้านซื่อเหม่ย หลินม่ายตรงไปที่หมู่บ้านสกุลอู๋ด้วย

เธอว่าจะเข้าไปทำสัญญาที่ดินในหมู่บ้านสกุลอู๋เพื่อเริ่มต้นทำฟาร์มเพาะพันธุ์

หัวหน้าหมู่บ้านสกุลอู๋เป็นคนดี เขาอุทิศตนเพื่อชาวบ้าน หลินม่ายอยากจะให้หัวหน้าหมู่บ้านสกุลอู๋ช่วยเธอจัดการทำฟาร์มในหมู่บ้านแห่งนี้

แต่หลังจากเข้ามาถึงภายในหมู่บ้าน อดีตแม่สามีของโจวฉายอวิ๋นก็เข้ามาขวางเธอเอาไว้

หล่อนบอกให้หลินม่ายไปพูดกับโจวฉายอวิ๋นเพื่อให้ปล่อยลูกชายของตน

นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าหลังจากลูกชายของตนกับโจวฉายอวิ๋นและสามีของหล่อนทะเลาะกัน ลูกชายของนางก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย ร้ายแรงกว่าโจวฉายอวิ๋นและสามีของหล่อนเสียอีก

แต่ตอนนี้ลูกชายของนางถูกคุมขังอยู่ในคุก ส่วนโจวฉายอวิ๋นและสามีกลับไม่ถูกจัดการ?

หลินม่ายยกยิ้มก่อนจะพูดขึ้นว่า “แล้วทำไมไม่ไปบอกเรื่องนี้กับตำรวจล่ะคะ? มาบอกฉันจะมีประโยชน์อะไร ฉันไม่ใช่คนที่อยู่เหนือกฏหมายนะ”

หญิงเฒ่าเฝ้ามองรถที่จากไปพร้อมกับสาปแช่งรุนแรง

หลินม่ายไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เธอขับรถตรงไปที่สำนักงานหัวหน้าหมู่บ้านและเข้าพบหัวหน้าหมู่บ้านอู๋ก่อนจะอธิบายถึงเหตุผลที่มาเยี่ยม

หัวหน้าหมู่บ้านสกุลอู๋มีความสุขมาก

เขาบอกหลินม่ายว่าเขาเพิ่งได้รับข่าวหลังจากที่เธอแจ้งมาว่าต้องการพื้นที่ในชนบทสำหรับการเช่าที่ดินทำฟาร์ม

เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะมาหาเขาถึงบ้าน เช่นนี้จึงเผยความยินดีออกมา

ทั้งสองพูดคุยกันที่สำนักงานเป็นเวลานาน และยังกล่าวเรื่องการจัดตั้งฟาร์มต่าง ๆ จนหลินม่ายกำลังจะลุกออกไป แต่หัวหน้าหมู่บ้านสกุลอู๋เหลือบมองนาฬิกาตัวใหญ่บนผนังก่อนจะพูดว่า “นี่ก็เที่ยงแล้ว ค่อยกลับหลังรับประทานมื้อกลางวันเถอะครับ”

หัวหน้าหมู่บ้านสกุลอู๋ดูกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม หลินม่ายจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเธอจึงต้องอยู่รับประทานอาหารที่นี่ก่อน

ชาวบ้านเองก็มีท่าทางชื่นมื่นเมื่อรู้ว่าการมาเยือนของหลินม่ายในคราวนี้จะทำให้พวกเขาร่ำรวยมากขึ้น

เมื่อได้ยินว่าหลินม่ายจะรับประทานมื้อเที่ยงที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน ทุกคนตระเตรียมไก่ เป็ด และมีบางคนขี่จักรยานไปตลาดเพื่อซื้อซี่โครงหมู

อาหารกลางวันในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านจึงค่อนข้างอร่อยเป็นพิเศษ

หลังจากกินและดื่มเสร็จสิ้น หลินม่ายขับรถออกไปพร้อมกับลูกท้อสีเลือดและลูกไหนจากชาวบ้าน

ไม่นานหลังจากขับรถออกจากหมู่บ้าน มีบุคคลหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากป่าข้างถนน

หลินม่ายกระทืบเบรกทันทีก่อนจะมองบุคคลตรงหน้าอย่างระมัดระวัง และคนที่บุกเข้ามาขวางเธอคราวนี้คือเหยาชุ่ยฮวา

เหยาชุ่ยฮวาในปัจจุบันมีใบหน้าที่แปรเปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์ หล่อนมีอายุเพียงห้าสิบปี ทว่าใบหน้ากลับโรยราราวกับมีอายุเจ็ดสิบปี

หล่อนเห็นหลินม่ายแล้วก็พยายามบอกกล่าวให้อีกฝ่ายลงจากรถด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย ทั้งยังบอกกล่าวว่ามีเรื่องสำคัญจะเล่าให้ฟัง

หลินม่ายตอบกลับอย่างเย็นชา “ฉันไม่อยากฟัง”

แม้เธอจะสนใจอยู่บ้าง แต่หลินม่ายก็ไม่อยากพูดคุยกับหล่อน

เหยาชุ่ยฮวาไม่ใช่บุคคลที่น่าพบเจอ กระทั่งอสรพิษยังไม่ดุร้ายเท่าหล่อน ไม่อย่างนั้นอู๋เสี่ยวเจี้ยนคงไม่กลายเป็นคนชั่วร้ายเช่นนั้น

แม้เธอจะพูดกล่าวกับเหยาชุ่ยฮวาเพียงคำ ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะพ่นพิษใส่แล้ว

ขนาดลูกชายยังปากร้ายไม่เบา คนเป็นแม่ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

เหยาชุ่ยฮวายืนอยู่ตรงหน้าต่างรถยนต์ แววตาเต็มไปด้วยความชั่วร้ายก่อนจะถามว่า “ไม่สนใจข่าวของนังสารเลวหลินเพ่ยนั่นบ้างเหรอ?”

หลินม่ายตัดบท “ทำไมฉันต้องสนใจ?”

ตอนที่เธอรับประทานมื้อเที่ยงที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านสกุลอู๋ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้ยินชาวบ้านที่มาร่วมรับประทานกล่าวถึงสถานการณ์ของหลินเพ่ยภายในตระกูลอู๋

หลังหลินเพ่ยถูกอู๋จินกุ้ยข่มเหงในทุกวัน หล่อนก็เกิดความคิดที่จะใช้กลอุบายยั่วยวนอู๋จินกุ้ย

เรื่องที่อู๋จินกุ้ยครอบครองหล่อนนั้นไม่ได้เกิดจากความปรารถนาในตัวหล่อนเลย

หลินเพ่ยหน้าตาน่าเกลียดมากจนเห็นแล้วเกือบทำให้เขารู้สึกเสื่อมสมรรถภาพ แล้วหล่อนยังร่านรักอีกด้วย จะเป็นไปได้อย่างไร!

อู๋จินกุ้ยกระทำเพียงทรมานร่างกายหลินเพ่ยเพื่อให้อู๋เสี่ยวเจี๋ยนเจ็บปวดใจเท่านั้น

นับตั้งแต่เขารู้ว่าอู๋เสี่ยวเจี้ยนขายน้องสาวของตนออกไปเพื่อให้หลินเพ่ยทำศัลยกรรม เขาก็ตั้งความปรารถนาในใจว่าอยากฆ่าหล่อนให้ตาย แล้วผู้เป็นพ่ออย่างเขาจะสามารถรักผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไร?

เขายิ่งรังเกียจหลินเพ่ยมากขึ้น

ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนี้ หลินม่ายคงไม่ออกจากตระกูลอู๋เพียงเพราะลูกชายคนโตของเขามีสัมพันธ์กับหล่อน

ถ้าหลินม่ายยังไม่ออกจากตระกูลอู๋ ตระกูลอู๋คงจะร่ำรวยจากความสามารถของหลินม่ายแล้ว จะไม่มีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นภายหลัง!

อู๋จินกุ้ยและภรรยาอยากจะสับหลินเพ่ยเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น และพวกเขาก็รู้ด้วยว่าหลินเพ่ยเองก็ต้องการให้เขากับภรรยาตายตกตลอดเวลาเช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้วหล่อนมีจิตใจที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก

หลินเพ่ยพยายามล่อลวงเขาอย่างหนัก จนอู๋จินกุ้ยคาดเดาว่าอีกฝ่ายคงมีแผนการจะทำบางอย่าง

เขาบอกเหยาชุ่ยฮวาถึงเรื่องที่รู้มา และเหยาชุ่ยฮวาบอกให้เขาแกล้งทำเป็นติดเบ็ดแล้วรอดูว่าหญิงแพศยาคนนั้นจะทำอะไรต่อ

หลังจากการพูดคุย ทั้งหมดเฝ้าดูการกระทำของหลินเพ่ย

หลินเพ่ยล่อลวงอู๋จินกุ้ยและต้องการเปลี่ยนให้เขาเป็นสุนัขรับใช้เช่นเดียวกับอู๋เสี่ยวเจี้ยน เขาจะต้องรับใช้เธออย่างภักดีและฆ่าเหยาชุ่ยฮวาเสีย

อู๋จินกุ้ยรังแกหล่อนทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หล่อนยังรับได้

ในความคิดของหล่อนแล้ว การอ้าขาให้คนอื่นไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรนัก

แต่เหยาชุ่ยฮวานั้นทุบตีหล่อนทุกวัน ทั้งใช้ไม้หน้าสาม ตะบองหนาม แทงปลายนิ้วหล่อนด้วยเข็ม กระทั่งนาบหล่อนด้วยแผ่นเหล็กร้อน

สรุปคืออีกฝ่ายพยายามทรมานหล่อน

หลินเพ่ยไม่อาจอดทนกับสิ่งเหล่านี้ได้ จึงต้องการฆ่าเหยาชุ่ยฮวาทิ้ง

เพื่อให้สำเร็จ หลินเพ่ยให้สัญญากับอู๋จินกุ้ยว่าหากเหยาชุ่ยฮวาตายตกไปแล้ว หล่อนจะยินยอมเป็นทาสรับใช้ของอู๋จินกุ้ยอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

อู๋จินกุ้ยไม่ใช่อู๋เสี่ยวเจี้ยนที่จะหลงไปกับคำพูดของหลินเพ่ย

เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าตราบใดที่เขาฆ่าเหยาชุ่ยฮวา หลินเพ่ยก็จะฆ่าเขาภายหลังแน่นอน

หลินเพ่ยวางแผนเก่งกาจมาก และอู๋จินกุ้ยรู้สึกว่าเขาไม่มีวันเอาชนะหล่อนได้

อู๋จินกุ้ยกลับมาบอกกล่าวกับเหยาชุ่ยฮวาเกี่ยวกับแผนการของหลินเพ่ยทั้งหมด

เหยาชุ่ยฮวาโกรธจัด อีกฝ่ายต้องการแย่งสามีของหล่อน และยังต้องการฆ่าหล่อนด้วย นังผู้หญิงคนนี้ร้ายยิ่งกว่าอสรพิษ

เหยาชุ่ยฮวาเคลื่อนไหวทันที หล่อนทุบตีขาของหลินเพ่ยจนหัก และเพิ่มการทรมานให้รุนแรงขึ้น

เหยาชุ่ยฮวามีความสุขมาก ขณะที่ชาวบ้านกลับเป็นกังวลเมื่อรับรู้ถึงความคิดอ่านของหลินเพ่ย

พวกเขาคิดอยู่เสมอว่าหากไม่กำจัดหญิงร้ายเช่นหลินเพ่ย ในอนาคตจะเกิดปัญหาอีกมากมาย

แต่ไม่มีใครคิดสนับสนุนอู๋จินกุ้ยและภรรยาให้ฆ่าหลินเพ่ย เพราะนั่นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทุกคนจึงทำได้เพียงกังวลเท่านั้น

เวลานี้ทุกคนต่างขอคำแนะนำจากหลินม่าย

หลินม่ายเองไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม

หากเธอกล้าหาญที่จะท้าทายกฎหมาย เธอคงสั่งให้เหมาฉงฆ่าหลินเพ่ยตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นหล่อนกับสุนัขแซ่อู๋จะมีชีวิตอยู่มาถึงทุกวันนี้เหรอ?

เธอเพียงตอบกลับไปว่าเธอเองก็ช่วยอะไรไม่ได้

หลินเพ่ยถูกตีขาหักแล้ว และถูกขังอยู่ในห้องใต้ดิน ไม่สามารถออกมาเพ่นพ่านได้ คงไม่มีอะไรต้องกังวล

หากหล่อนออกมาด้านนอก ก็ให้ทุกคนจับตามองหล่อนเอาไว้

หากหล่อนต้องการทำร้ายคนในหมู่บ้าน หล่อนคงจะวางยาพิษในบ่อน้ำ โรยยาพิษลงในข้าวสาลีที่ทุกคนเอาออกมาตากแห้ง

วิธีที่เธอจะแนะนำได้คือบอกกล่าวให้ชาวบ้านระมัดระวังตัวเท่านั้น

เหยาชุ่ยฮวาตกตะลึงเมื่อเห็นว่าหลินม่ายไม่สนใจที่จะรับฟังเรื่องราวของหลินเพ่ยอีกต่อไป

นี่เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของหล่อน คราวแรกหล่อนคิดว่าหลินม่ายจะสนใจมากจนรอไม่ไหวที่จะกล่าวถามไถ่

หลินม่ายใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่อีกฝ่ายกำลังสับสนเหยียบคันเร่งหนีไปทันที

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

ชีวิตของยัยเพ่ยจะจบลงยังไงนะ คุมไว้ให้ดีอย่าให้หลุดออกมาแล้วกัน

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 980 ไปพบนายอำเภอ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

brownieed892ee5
ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
2025-11-26
8cea-00ec
ย้อนกลับปี 1978 เริ่มต้นจากการล่าขุมทรัพย์
2026-06-16
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
2024-02-24
browniee.online40b3
ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
2026-06-29

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน