บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 [八零辣妈飒爆了] - ตอนที่ 1190 ถูกหมาบ้าไล่กัด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80 [八零辣妈飒爆了]
  4. ตอนที่ 1190 ถูกหมาบ้าไล่กัด
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 1190 ถูกหมาบ้าไล่กัด

อย่างไรก็ตามฝ่ายประชาสัมพันธ์ของว่านทงกรุ๊ปก็ไม่ใช่แค่ไม้ประดับ พวกเขาทำการโต้ตอบทันที

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ติดบัตรประจำตัวประชาชนของครอบครัวหลินม่ายทั้งเจ็ดเป็นครั้งแรก โดยระบุว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นพลเมืองจีน

ประการที่สอง อธิบายว่าทำไมหลินม่ายถึงต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นคนแรกขณะที่ทำการกู้ภัย

จากนั้นภาพรอยแผลเป็นที่ข้อมือของหลินม่ายซึ่งเกิดจากการกรีดข้อมือเพื่อให้เลือดแก่เด็ก ๆ ดื่มก็ถูกเผยแพร่

เด็ก ๆ ยังถูกขอให้บอกเล่าแก่ประชาชนว่าหลินม่ายปกป้องพวกเขาภายใต้ซากปรักหักพังได้อย่างไร

แม้ว่าเด็ก ๆ จะมีอายุตั้งแต่หกถึงแปดขวบและยังพูดติดอ่าง แต่ก็สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นได้

สุดท้ายฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้แสดงใบรับรองการบริจาคเงิน 5 ล้านของว่านทงกรุ๊ปให้กับพื้นที่ประสบภัย

การตอบโต้หลายครั้งนี้ทำให้โทสะของสาธารณชนสงบลงอย่างรวดเร็ว

แต่หลินม่ายไม่หยุดเพียงแค่นั้น โดยขอให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ค้นหาผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายเธอและว่านทงทรุ๊ป

ฝ่ายประชาสัมพันธ์เริ่มต้นจากสื่อที่ตีพิมพ์การให้ร้ายหลินม่ายเพื่อติดตามเบาะแส และค้นพบผู้บงการเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว

เมื่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้บงการเบื้องหลังให้หลินม่าย เธอมองดูชื่อที่คุ้นเคยแล้วยิ้ม

ปรากฏว่าเป็นหมาบ้าอู๋เสี่ยวเจี๋ยนที่กระโดดออกมาไล่กัดเธอ

แม้ว่าอู๋เสี่ยวเจี๋ยนจะได้รับการลงโทษ แต่สิทธิมนุษยชนของเขาไม่ได้ถูกลิดรอน และเขายังคงได้รับอนุญาตให้เขียนบทความในหนังสือพิมพ์

บทความเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้หลินม่ายเสื่อมเสียล้วนเขียนขึ้นโดยอู๋เสี่ยวเจี๋ยน

เพื่อให้มีผลกระทบต่อสังคม เขาสนับสนุนบทความอย่างกว้างขวาง และมีหนังสือพิมพ์เล็ก ๆ หลายฉบับตีพิมพ์บทความของเขาเพื่อเพิ่มยอดขาย

ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกับประกายไฟจุดเดียวที่ทำให้เกิดไฟลามทุ่ง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก

หลินม่ายลืมไอ้สารเลวคนนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เขายังยืนกรานที่จะแสดงตัวตน

เนื่องจากอู๋เสี่ยวเจี๋ยนมอบของขวัญชิ้นใหญ่แก่เธอ เช่นนั้นคงจะเสียมารยาทหากไม่ตอบแทน

หลินม่ายขอให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทยื่นฟ้องอู๋เสี่ยวเจี๋ยน โดยฟ้องร้องเขาในข้อหาหมิ่นประมาทและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับบริษัทของเธอ และเรียกร้องค่าชดเชยทางการเงิน 10 ล้านหยวน

อู๋เสี่ยวเจี๋ยนยังอยู่ในคุกและไม่สามารถหาเงินได้มากขนาดนั้น และถึงเขาจะไม่ได้อยู่ในคุก เขาก็ไม่สามารถหาเงินจำนวนนั้นมาได้

จุดประสงค์ของหลินม่ายไม่ใช่เพื่อให้เขาชดใช้ แต่เพื่อเพิ่มโทษให้เขา

ยิ่งเขาสร้างความเสียหายให้กับว่านทงกรุ๊ปมากเท่าไร โทษจำคุกก็จะยิ่งนานขึ้นเท่านั้น

แม้ว่าการแพร่กระจายข่าวลือที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทโดยทั่วไปแล้วจะมีโทษจำคุกเพียงสองปี แต่คดีของอู๋เสี่ยวเจี๋ยนมีผลกระทบทางสังคมที่ไม่ดีและทำให้ว่านทงกรุ๊ปสูญเสียครั้งใหญ่ ศาลมีข้อยกเว้นและตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลาห้าปี

เมื่ออู๋เสี่ยวเจี๋ยนได้รับคำตัดสินของศาล เขาก็อยากจะร้องไห้กระทั่งไม่มีน้ำตาให้ร้อง

เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกโดยเร็วที่สุดและได้พบกับเพ่ยเพ่ยอันเป็นที่รักของเขา เขาจึงลุกขึ้นยืนหยัดและมุ่งมั่นก่ออุบัติเหตุใหญ่หลายครั้ง

ด้วยการสูญเสียสามนิ้วและสูญเสียตาข้างหนึ่ง เขาได้รับความสงสาร และสุดท้ายก็ลดโทษลงถึงแปดปี

มันเป็นเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะได้รับการปล่อยตัวจากคุกและพบกับเทพธิดาของเขา

แต่ตอนนี้เขากลับถูกตัดสินให้จำคุกเพิ่มอีกห้าปี อู๋เสี่ยวเจี๋ยนโกรธมากจนอยากจะแหกคุกและแทงหลินม่ายให้เป็นรูพรุน

แม้ว่าแผ่นดินไหวในมณฑลกานซูจะมีขนาดถึง 5 ริกเตอร์หรือสูงกว่านั้น แต่เนื่องจากมีอาณาเขตกว้างใหญ่และจำนวนประชากรเบาบาง และความจริงที่ว่ามีอาคารที่สูงมากเพียงไม่กี่แห่ง จำนวนผู้เสียชีวิตจึงไม่สูงมากนัก ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ฟางจั๋วหรานติดตามทีมแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยทำการผ่าตัดเล็ก ๆ สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องการความช่วยเหลือ

หลินม่ายไม่ได้เกียจคร้านเช่นกัน เธอช่วยแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ฟางเว่ยกั๋วนำมาในพื้นที่

เย็นวันนั้น หลังจากที่ทั้งคู่ทำงานอาสาสมัครเสร็จ พวกเขากลับมายัง ค่ายพักของอาสาสมัคร

หลินม่ายเห็นเด็กๆ อายุราวสิบสี่ปีขายมะเดื่ออยู่ไม่ไกล เธอก็รู้สึกหิวเล็กน้อย

ตั้งแต่มาที่มณฑลกานซู เธอก็หลงรักมะเดื่อ มะเดื่อมีรสหวาน สดชื่น และอร่อยยิ่งกว่าองุ่นเสียอีก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะกินมะเดื่อ เธอจะต้องทำให้มันแบนก่อน ซึ่งทำให้เธอรู้สึกสนุก

หลินม่ายจับมือฟางจั๋วหรานไปซื้อมะเดื่อ

เมื่อเด็ก ๆ เห็นลูกค้า พวกเขาต่างมองดูหลินม่ายและฟางจั๋วหรานด้วยความกระตือรือร้น โดยหวังว่าทั้งสองจะซื้อมะเดื่อกับตัวเอง

หลินม่ายเดินไปรอบ ๆ และย่อตัวลงตรงหน้าเด็กผู้หญิงตัวเล็กเพื่อซื้อมะเดื่อ

ในบรรดาเด็ก ๆ ที่มาขายมะเดื่อ มีเด็กคนนี้คนเดียวที่เป็นเด็กเล็ก ส่วนคนอื่น ๆ ถือเป็นเด็กโตแล้วทั้งนั้น และมีแค่หล่อนคนเดียวที่แต่งตัวซอมซ่อ

หลินม่ายหยิบลูกมะเดื่อขึ้นมาและถามว่า “เธอขายลูกมะเดื่อนี้ยังไง?”

เด็กหญิงตัวเล็กรู้สึกดีใจและพูดตะกุกตะกัก “สามลูกหนึ่งเหมาค่ะ”

หลินม่ายกล่าว “งั้นฉันเอาหนึ่งหยวน”

เด็กหญิงตัวน้อยตกตะลึง และพูดหลังจากนั้นไม่นาน “ขายไม่ได้ค่ะ…”

“ทำไมจะขายไม่ได้ล่ะ?” หลินม่ายถามด้วยความงุนงง “สามลูกหนึ่งเหมา ฉันให้เธอหนึ่งหยวน จากนั้นเธอให้ลูกมะเดื่อฉันสามสิบลูก และไม่ต้องทอนเงินด้วย”

เธอมองดูกองมะเดื่อ มันมีอย่างน้อยห้าสิบลูก แล้วทำไมถึงจะขายให้ไม่ได้?

เด็กหญิงตัวเล็กเม้มริมฝีปากและคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหัว “ขายไม่ได้ค่ะ คุณให้เงินหนูหนึ่งเหมา แล้วหนูจะให้มะเดื่อสามลูก”

เมื่อเห็นหลินม่ายมองหล่อนด้วยความสับสน หล่อนคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณให้เงินหนูทีละหนึ่งเหมา แล้วหนูจะให้ลูกมะเดื่อทีละสามลูก จนกว่าคุณจะได้มันครบหนึ่งหยวน”

ทันใดนั้นหลินม่ายก็ตระหนักได้ว่าเด็กหญิงตัวเล็กไม่สามารถคำนวณเลขได้

สุดท้ายหลินม่ายก็จ่ายทีละหนึ่งเหมาสามครั้ง และได้รับลูกมะเดื่อมาเก้าลูก ก่อนเธอจะเดินไปยังชานชาลาซึ่งอยู่ไม่ไกลเพื่อรอรถสองแถวกลับไปที่พัก

ไม่กี่นาทีต่อมา รถสองแถวก็มาถึง และทั้งคู่ก็เตรียมตัวขึ้นรถ

ขณะเดียวกันก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหาเด็กหญิงตัวเล็กคนนั้น

เด็กหญิงตัวเล็กพูดอย่างมีความสุข “หม่าม้า หนูขายมะเดื่อได้สามเหมาในคราวเดียวเลยนะ!”

หล่อนเห็นหลินม่ายและฟางจั๋วหรานกำลังต่อแถวขึ้นรถ จึงชี้ไปทางพวกเขาและพูดว่า “คนรวยสองคนนั้นมาช่วยซื้อค่ะ”

ผู้หญิงคนนั้นมองตามทิศทางที่เด็กหญิงชี้ ก่อนที่หัวใจของหล่อนจะเต้นรัวลั่นด้วยความตื่นเต้น

นั่นเขา นั่นเขา เป็นเขานั่นเอง!

ในวันที่หกเดือนจันทรคติแรก ในที่สุดหล่อนก็ได้เห็นร่างสูงโปร่งและกำยำอันคุ้นเคย

หล่อนตะโกนขึ้น “จั๋วหราน!”

ฟางจั๋วหรานเพิ่งเดินตามหลินม่ายเข้าไปในรถ ก่อนที่ประตูจะปิดลงทันทีที่เขาเข้าไป ทำให้เขาได้ยินเสียงเรียกของผู้หญิงได้แผ่วเบาเท่านั้น

เขาขมวดคิ้ว พลางครุ่นคิดว่าใครเรียก?

เขาหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างสงสัย และเห็นผู้หญิงชนบทคนหนึ่งวิ่งตามรถ

ทว่าฝุ่นและทรายที่ปลิวว่อนจากล้อรถทำให้ภาพร่างของหญิงสาวพร่ามัว จนเขามองไม่เห็นใบหน้าของหล่อน

ในวันนี้ ฟางจั๋วหรานได้ติดตามทีมแพทย์ไปยังสถานที่ที่เรียกว่าเมืองจินชา เพื่อให้คำปรึกษาทางการแพทย์ฟรี

ฟางจั๋วหรานกำลังตั้งโต๊ะจัดสถานที่ ก่อนจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าขณะอุ้มเด็กน้อยผิวสีซีดและถามเขาว่า “คุณหมอคะ ลูกชายของฉันเป็นโรคอะไร? ทำไมเขาถึงไม่อยากอาหารเลย?”

“เอาล่ะ ขอผมตรวจดูหน่อยนะ” ฟางจั๋วหรานเงยหน้าขึ้นและก็ต้องตกตะลึง ผู้หญิงที่อยู่ตรงข้ามพลันชะงักงันไปเช่นกัน

จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เรียกชื่อกันด้วยความประหลาดใจ

“ยางลา!”

“ฟางจั๋วหราน!” ยางลาหลั่งน้ำตาออกมาในทันที

ฟางจั๋วหรานยื่นกระดาษทิชชูให้หล่อน “อย่าร้องเลย ค่อยคุยกันดี ๆ หลังจากที่ผมเลิกงานตอนเที่ยง ให้ผมตรวจดูเด็กก่อน”

ยางลาพยักหน้าและเก็บกระดาษทิชชูไว้ในกระเป๋า หล่อนไม่ต้องการใช้มัน และเพียงยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา

ขณะที่กำลังตรวจดูเด็ก เขาถามขึ้นว่า “ลุงจาซีสบายดีไหม?”

ยางลาแทบอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกครั้ง

หล่อนพยายามควบคุมอารมณ์ “อาป้าเขา… จากไปเมื่อสิบปีที่แล้ว”

ฟางจั๋วหรานกำลังใช้หูฟังตรวจคนไข้ เมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ มือของเขาก็แข็งค้างกลางอากาศและถามว่า “เขาเสียชีวิตได้อย่างไร?”

“ในปีนั้นมีหิมะตกหนักปกคลุมทั้งภูเขา อาป้าและฝูงแกะติดอยู่ในภูเขาและเผชิญหน้ากับหมาป่าที่หิวโหยหลายตัว เพื่อปกป้องแกะ อาป้าต่อสู้กับหมาป่าที่หิวโหยหลายตัว เขาถูกกัดและได้รับบาดเจ็บสาหัส ชาวบ้านพบอาป้าและช่วยเขากลับหมู่บ้าน ฉันกับอาม้าใช้เงินทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของอาป้าไว้ได้”

ยางลาไม่สามารถหยุดตัวเองไว้ได้เมื่อหล่อนเริ่มระบายความเจ็บปวดที่ทุกข์ทรมานมานานหลายปี

ขณะที่น้ำตาไหลริน หล่อนก็พูดต่อว่า “ไม่นานหลังจากอาป้าจากไป อาม้าก็ล้มป่วยและจากไปภายในปีนั้น ต่อมาคุณป้าพบชายคนหนึ่งซึ่งมีน้ำใจต่อฉันมาก โชคร้ายที่เขาสุขภาพไม่ดีและเสียชีวิตด้วยอาการป่วยเมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียงฉันและลูกสองคนที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ในแผ่นดินไหวครั้งนี้ บ้านของเราถล่มลงมา ทั้งครอบครัวจึงต้องอาศัยอยู่ในกระโจมพักชั่วคราว อากาศเริ่มเย็นลงทุกวัน เราไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรต่อไป!”

หลังจากที่ฟางจั๋วหรานตรวจดูลูกชายของยางลาเสร็จ เขาเขียนเวชระเบียนและพูดว่า “อย่าห่วงเลย รัฐบาลจะไม่เพิกเฉยต่อคุณ นอกจากนี้ยังมีผมอยู่ ผมจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณเอง”

แม้ว่ายางลาจะไม่ปฏิเสธความมีน้ำใจของฟางจั๋วหราน แต่ก็ยังรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง

ก่อนที่ฟางจั๋วหรานจะเดินทางออกจากมณฑลกานซูเมื่อหลายปีก่อน คุณปู่ฟางได้มอบเงินจำนวนมากเพื่อตอบแทนครอบครัวของพวกหล่อน ตอนนี้พวกหล่อนกำลังรับความช่วยเหลือจากฟางจั๋วหรานอีกครั้ง

ลูกของหล่อนมีพยาธิในท้อง ฟางจั๋วหรานจึงสั่งยาถ่ายพยาธิให้กับเด็ก แล้วปล่อยแม่กับลูกชายออกไป

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

ไม่ได้เจอเทพธิดาอะไรของแกแล้วล่ะไอ้หมาบ้าเอ๊ย โดนโทษหนักไปยาวๆ

ผู้หญิงคนนี้มีความหลังอะไรกับพี่หมอกันนะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1190 ถูกหมาบ้าไล่กัด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08
5b001d114125
เย้ารักท่านอ๋องเผด็จการ
2024-02-04
browniee.online8bb416f15a
วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า
2026-06-14
aileen0084
เดิมพันเสน่หา
2023-03-04

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน