แม่ปากร้ายยุค 80 [八零辣妈飒爆了] - ตอนที่ 1190 ถูกหมาบ้าไล่กัด
ตอนที่ 1190 ถูกหมาบ้าไล่กัด
อย่างไรก็ตามฝ่ายประชาสัมพันธ์ของว่านทงกรุ๊ปก็ไม่ใช่แค่ไม้ประดับ พวกเขาทำการโต้ตอบทันที
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ติดบัตรประจำตัวประชาชนของครอบครัวหลินม่ายทั้งเจ็ดเป็นครั้งแรก โดยระบุว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นพลเมืองจีน
ประการที่สอง อธิบายว่าทำไมหลินม่ายถึงต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นคนแรกขณะที่ทำการกู้ภัย
จากนั้นภาพรอยแผลเป็นที่ข้อมือของหลินม่ายซึ่งเกิดจากการกรีดข้อมือเพื่อให้เลือดแก่เด็ก ๆ ดื่มก็ถูกเผยแพร่
เด็ก ๆ ยังถูกขอให้บอกเล่าแก่ประชาชนว่าหลินม่ายปกป้องพวกเขาภายใต้ซากปรักหักพังได้อย่างไร
แม้ว่าเด็ก ๆ จะมีอายุตั้งแต่หกถึงแปดขวบและยังพูดติดอ่าง แต่ก็สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นได้
สุดท้ายฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้แสดงใบรับรองการบริจาคเงิน 5 ล้านของว่านทงกรุ๊ปให้กับพื้นที่ประสบภัย
การตอบโต้หลายครั้งนี้ทำให้โทสะของสาธารณชนสงบลงอย่างรวดเร็ว
แต่หลินม่ายไม่หยุดเพียงแค่นั้น โดยขอให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ค้นหาผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายเธอและว่านทงทรุ๊ป
ฝ่ายประชาสัมพันธ์เริ่มต้นจากสื่อที่ตีพิมพ์การให้ร้ายหลินม่ายเพื่อติดตามเบาะแส และค้นพบผู้บงการเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
เมื่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้บงการเบื้องหลังให้หลินม่าย เธอมองดูชื่อที่คุ้นเคยแล้วยิ้ม
ปรากฏว่าเป็นหมาบ้าอู๋เสี่ยวเจี๋ยนที่กระโดดออกมาไล่กัดเธอ
แม้ว่าอู๋เสี่ยวเจี๋ยนจะได้รับการลงโทษ แต่สิทธิมนุษยชนของเขาไม่ได้ถูกลิดรอน และเขายังคงได้รับอนุญาตให้เขียนบทความในหนังสือพิมพ์
บทความเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้หลินม่ายเสื่อมเสียล้วนเขียนขึ้นโดยอู๋เสี่ยวเจี๋ยน
เพื่อให้มีผลกระทบต่อสังคม เขาสนับสนุนบทความอย่างกว้างขวาง และมีหนังสือพิมพ์เล็ก ๆ หลายฉบับตีพิมพ์บทความของเขาเพื่อเพิ่มยอดขาย
ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกับประกายไฟจุดเดียวที่ทำให้เกิดไฟลามทุ่ง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก
หลินม่ายลืมไอ้สารเลวคนนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เขายังยืนกรานที่จะแสดงตัวตน
เนื่องจากอู๋เสี่ยวเจี๋ยนมอบของขวัญชิ้นใหญ่แก่เธอ เช่นนั้นคงจะเสียมารยาทหากไม่ตอบแทน
หลินม่ายขอให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทยื่นฟ้องอู๋เสี่ยวเจี๋ยน โดยฟ้องร้องเขาในข้อหาหมิ่นประมาทและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับบริษัทของเธอ และเรียกร้องค่าชดเชยทางการเงิน 10 ล้านหยวน
อู๋เสี่ยวเจี๋ยนยังอยู่ในคุกและไม่สามารถหาเงินได้มากขนาดนั้น และถึงเขาจะไม่ได้อยู่ในคุก เขาก็ไม่สามารถหาเงินจำนวนนั้นมาได้
จุดประสงค์ของหลินม่ายไม่ใช่เพื่อให้เขาชดใช้ แต่เพื่อเพิ่มโทษให้เขา
ยิ่งเขาสร้างความเสียหายให้กับว่านทงกรุ๊ปมากเท่าไร โทษจำคุกก็จะยิ่งนานขึ้นเท่านั้น
แม้ว่าการแพร่กระจายข่าวลือที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทโดยทั่วไปแล้วจะมีโทษจำคุกเพียงสองปี แต่คดีของอู๋เสี่ยวเจี๋ยนมีผลกระทบทางสังคมที่ไม่ดีและทำให้ว่านทงกรุ๊ปสูญเสียครั้งใหญ่ ศาลมีข้อยกเว้นและตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลาห้าปี
เมื่ออู๋เสี่ยวเจี๋ยนได้รับคำตัดสินของศาล เขาก็อยากจะร้องไห้กระทั่งไม่มีน้ำตาให้ร้อง
เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกโดยเร็วที่สุดและได้พบกับเพ่ยเพ่ยอันเป็นที่รักของเขา เขาจึงลุกขึ้นยืนหยัดและมุ่งมั่นก่ออุบัติเหตุใหญ่หลายครั้ง
ด้วยการสูญเสียสามนิ้วและสูญเสียตาข้างหนึ่ง เขาได้รับความสงสาร และสุดท้ายก็ลดโทษลงถึงแปดปี
มันเป็นเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะได้รับการปล่อยตัวจากคุกและพบกับเทพธิดาของเขา
แต่ตอนนี้เขากลับถูกตัดสินให้จำคุกเพิ่มอีกห้าปี อู๋เสี่ยวเจี๋ยนโกรธมากจนอยากจะแหกคุกและแทงหลินม่ายให้เป็นรูพรุน
แม้ว่าแผ่นดินไหวในมณฑลกานซูจะมีขนาดถึง 5 ริกเตอร์หรือสูงกว่านั้น แต่เนื่องจากมีอาณาเขตกว้างใหญ่และจำนวนประชากรเบาบาง และความจริงที่ว่ามีอาคารที่สูงมากเพียงไม่กี่แห่ง จำนวนผู้เสียชีวิตจึงไม่สูงมากนัก ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
ฟางจั๋วหรานติดตามทีมแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยทำการผ่าตัดเล็ก ๆ สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องการความช่วยเหลือ
หลินม่ายไม่ได้เกียจคร้านเช่นกัน เธอช่วยแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ฟางเว่ยกั๋วนำมาในพื้นที่
เย็นวันนั้น หลังจากที่ทั้งคู่ทำงานอาสาสมัครเสร็จ พวกเขากลับมายัง ค่ายพักของอาสาสมัคร
หลินม่ายเห็นเด็กๆ อายุราวสิบสี่ปีขายมะเดื่ออยู่ไม่ไกล เธอก็รู้สึกหิวเล็กน้อย
ตั้งแต่มาที่มณฑลกานซู เธอก็หลงรักมะเดื่อ มะเดื่อมีรสหวาน สดชื่น และอร่อยยิ่งกว่าองุ่นเสียอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะกินมะเดื่อ เธอจะต้องทำให้มันแบนก่อน ซึ่งทำให้เธอรู้สึกสนุก
หลินม่ายจับมือฟางจั๋วหรานไปซื้อมะเดื่อ
เมื่อเด็ก ๆ เห็นลูกค้า พวกเขาต่างมองดูหลินม่ายและฟางจั๋วหรานด้วยความกระตือรือร้น โดยหวังว่าทั้งสองจะซื้อมะเดื่อกับตัวเอง
หลินม่ายเดินไปรอบ ๆ และย่อตัวลงตรงหน้าเด็กผู้หญิงตัวเล็กเพื่อซื้อมะเดื่อ
ในบรรดาเด็ก ๆ ที่มาขายมะเดื่อ มีเด็กคนนี้คนเดียวที่เป็นเด็กเล็ก ส่วนคนอื่น ๆ ถือเป็นเด็กโตแล้วทั้งนั้น และมีแค่หล่อนคนเดียวที่แต่งตัวซอมซ่อ
หลินม่ายหยิบลูกมะเดื่อขึ้นมาและถามว่า “เธอขายลูกมะเดื่อนี้ยังไง?”
เด็กหญิงตัวเล็กรู้สึกดีใจและพูดตะกุกตะกัก “สามลูกหนึ่งเหมาค่ะ”
หลินม่ายกล่าว “งั้นฉันเอาหนึ่งหยวน”
เด็กหญิงตัวน้อยตกตะลึง และพูดหลังจากนั้นไม่นาน “ขายไม่ได้ค่ะ…”
“ทำไมจะขายไม่ได้ล่ะ?” หลินม่ายถามด้วยความงุนงง “สามลูกหนึ่งเหมา ฉันให้เธอหนึ่งหยวน จากนั้นเธอให้ลูกมะเดื่อฉันสามสิบลูก และไม่ต้องทอนเงินด้วย”
เธอมองดูกองมะเดื่อ มันมีอย่างน้อยห้าสิบลูก แล้วทำไมถึงจะขายให้ไม่ได้?
เด็กหญิงตัวเล็กเม้มริมฝีปากและคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหัว “ขายไม่ได้ค่ะ คุณให้เงินหนูหนึ่งเหมา แล้วหนูจะให้มะเดื่อสามลูก”
เมื่อเห็นหลินม่ายมองหล่อนด้วยความสับสน หล่อนคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณให้เงินหนูทีละหนึ่งเหมา แล้วหนูจะให้ลูกมะเดื่อทีละสามลูก จนกว่าคุณจะได้มันครบหนึ่งหยวน”
ทันใดนั้นหลินม่ายก็ตระหนักได้ว่าเด็กหญิงตัวเล็กไม่สามารถคำนวณเลขได้
สุดท้ายหลินม่ายก็จ่ายทีละหนึ่งเหมาสามครั้ง และได้รับลูกมะเดื่อมาเก้าลูก ก่อนเธอจะเดินไปยังชานชาลาซึ่งอยู่ไม่ไกลเพื่อรอรถสองแถวกลับไปที่พัก
ไม่กี่นาทีต่อมา รถสองแถวก็มาถึง และทั้งคู่ก็เตรียมตัวขึ้นรถ
ขณะเดียวกันก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหาเด็กหญิงตัวเล็กคนนั้น
เด็กหญิงตัวเล็กพูดอย่างมีความสุข “หม่าม้า หนูขายมะเดื่อได้สามเหมาในคราวเดียวเลยนะ!”
หล่อนเห็นหลินม่ายและฟางจั๋วหรานกำลังต่อแถวขึ้นรถ จึงชี้ไปทางพวกเขาและพูดว่า “คนรวยสองคนนั้นมาช่วยซื้อค่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นมองตามทิศทางที่เด็กหญิงชี้ ก่อนที่หัวใจของหล่อนจะเต้นรัวลั่นด้วยความตื่นเต้น
นั่นเขา นั่นเขา เป็นเขานั่นเอง!
ในวันที่หกเดือนจันทรคติแรก ในที่สุดหล่อนก็ได้เห็นร่างสูงโปร่งและกำยำอันคุ้นเคย
หล่อนตะโกนขึ้น “จั๋วหราน!”
ฟางจั๋วหรานเพิ่งเดินตามหลินม่ายเข้าไปในรถ ก่อนที่ประตูจะปิดลงทันทีที่เขาเข้าไป ทำให้เขาได้ยินเสียงเรียกของผู้หญิงได้แผ่วเบาเท่านั้น
เขาขมวดคิ้ว พลางครุ่นคิดว่าใครเรียก?
เขาหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างสงสัย และเห็นผู้หญิงชนบทคนหนึ่งวิ่งตามรถ
ทว่าฝุ่นและทรายที่ปลิวว่อนจากล้อรถทำให้ภาพร่างของหญิงสาวพร่ามัว จนเขามองไม่เห็นใบหน้าของหล่อน
ในวันนี้ ฟางจั๋วหรานได้ติดตามทีมแพทย์ไปยังสถานที่ที่เรียกว่าเมืองจินชา เพื่อให้คำปรึกษาทางการแพทย์ฟรี
ฟางจั๋วหรานกำลังตั้งโต๊ะจัดสถานที่ ก่อนจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าขณะอุ้มเด็กน้อยผิวสีซีดและถามเขาว่า “คุณหมอคะ ลูกชายของฉันเป็นโรคอะไร? ทำไมเขาถึงไม่อยากอาหารเลย?”
“เอาล่ะ ขอผมตรวจดูหน่อยนะ” ฟางจั๋วหรานเงยหน้าขึ้นและก็ต้องตกตะลึง ผู้หญิงที่อยู่ตรงข้ามพลันชะงักงันไปเช่นกัน
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เรียกชื่อกันด้วยความประหลาดใจ
“ยางลา!”
“ฟางจั๋วหราน!” ยางลาหลั่งน้ำตาออกมาในทันที
ฟางจั๋วหรานยื่นกระดาษทิชชูให้หล่อน “อย่าร้องเลย ค่อยคุยกันดี ๆ หลังจากที่ผมเลิกงานตอนเที่ยง ให้ผมตรวจดูเด็กก่อน”
ยางลาพยักหน้าและเก็บกระดาษทิชชูไว้ในกระเป๋า หล่อนไม่ต้องการใช้มัน และเพียงยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา
ขณะที่กำลังตรวจดูเด็ก เขาถามขึ้นว่า “ลุงจาซีสบายดีไหม?”
ยางลาแทบอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกครั้ง
หล่อนพยายามควบคุมอารมณ์ “อาป้าเขา… จากไปเมื่อสิบปีที่แล้ว”
ฟางจั๋วหรานกำลังใช้หูฟังตรวจคนไข้ เมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ มือของเขาก็แข็งค้างกลางอากาศและถามว่า “เขาเสียชีวิตได้อย่างไร?”
“ในปีนั้นมีหิมะตกหนักปกคลุมทั้งภูเขา อาป้าและฝูงแกะติดอยู่ในภูเขาและเผชิญหน้ากับหมาป่าที่หิวโหยหลายตัว เพื่อปกป้องแกะ อาป้าต่อสู้กับหมาป่าที่หิวโหยหลายตัว เขาถูกกัดและได้รับบาดเจ็บสาหัส ชาวบ้านพบอาป้าและช่วยเขากลับหมู่บ้าน ฉันกับอาม้าใช้เงินทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของอาป้าไว้ได้”
ยางลาไม่สามารถหยุดตัวเองไว้ได้เมื่อหล่อนเริ่มระบายความเจ็บปวดที่ทุกข์ทรมานมานานหลายปี
ขณะที่น้ำตาไหลริน หล่อนก็พูดต่อว่า “ไม่นานหลังจากอาป้าจากไป อาม้าก็ล้มป่วยและจากไปภายในปีนั้น ต่อมาคุณป้าพบชายคนหนึ่งซึ่งมีน้ำใจต่อฉันมาก โชคร้ายที่เขาสุขภาพไม่ดีและเสียชีวิตด้วยอาการป่วยเมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียงฉันและลูกสองคนที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ในแผ่นดินไหวครั้งนี้ บ้านของเราถล่มลงมา ทั้งครอบครัวจึงต้องอาศัยอยู่ในกระโจมพักชั่วคราว อากาศเริ่มเย็นลงทุกวัน เราไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรต่อไป!”
หลังจากที่ฟางจั๋วหรานตรวจดูลูกชายของยางลาเสร็จ เขาเขียนเวชระเบียนและพูดว่า “อย่าห่วงเลย รัฐบาลจะไม่เพิกเฉยต่อคุณ นอกจากนี้ยังมีผมอยู่ ผมจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณเอง”
แม้ว่ายางลาจะไม่ปฏิเสธความมีน้ำใจของฟางจั๋วหราน แต่ก็ยังรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง
ก่อนที่ฟางจั๋วหรานจะเดินทางออกจากมณฑลกานซูเมื่อหลายปีก่อน คุณปู่ฟางได้มอบเงินจำนวนมากเพื่อตอบแทนครอบครัวของพวกหล่อน ตอนนี้พวกหล่อนกำลังรับความช่วยเหลือจากฟางจั๋วหรานอีกครั้ง
ลูกของหล่อนมีพยาธิในท้อง ฟางจั๋วหรานจึงสั่งยาถ่ายพยาธิให้กับเด็ก แล้วปล่อยแม่กับลูกชายออกไป
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ไม่ได้เจอเทพธิดาอะไรของแกแล้วล่ะไอ้หมาบ้าเอ๊ย โดนโทษหนักไปยาวๆ
ผู้หญิงคนนี้มีความหลังอะไรกับพี่หมอกันนะ
ไหหม่า(海馬)