แม่ปากร้ายยุค 80 [八零辣妈飒爆了] - ตอนที่ 1036 สวี่เมิ่งใช้ประโยชน์จากสถานการณ์
ตอนที่ 1036 สวี่เมิ่งใช้ประโยชน์จากสถานการณ์
ตอนที่ 1036 สวี่เมิ่งใช้ประโยชน์จากสถานการณ์
เป็นเวลาสองสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่สามีภรรยาฟางจิ้งเสียนออกจากบ้านของหลินม่าย
ทุกอย่างราบรื่นกว่าที่พวกเขาคาดไว้มาก
พวกเขาส่งคำขอไปยังที่ทำงานของตนเพื่อขอทำงานในเมืองอวี้ซู่มณฑลชิงไห่ หัวหน้างานก็อนุมัติทันที กระนั้นก็แนะนำให้พวกเขาไปยังมณฑลกานซูแทน
นั่นเป็นเพราะเป้าหมายการช่วยเหลือของทางการเจียงเฉิงก็คือมณฑลกานซู
หัวหน้ากรุณาให้ทางเลือกแก่พวกเขา โดยอนุญาตให้ย้ายไปทำงานในมณฑลกานซูเป็นเวลาสามปีในฐานะเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกขภิกขภัย
ถ้าปรับตัวได้ ก็ทำงานต่อไปอีกสามปีหรือทำที่นั่นตลอดชีวิต แต่ถ้าปรับตัวไม่ได้ ก็ค่อยกลับมาทำงานหลังจากทำสามปีแล้ว
ฟางจิ้งเสียนและสามีมายังมณฑลกานซูพร้อมกับเอกสารการโอนย้ายออกโดยหน่วยงานของพวกเขา ขณะที่สำนักงานทางนี้ได้เตรียมบ้านพักสวัสดิการให้แก่พวกเขาแล้ว
ฟางจิ้งเสียนโทรมาและบอกว่าจะมาที่เมืองหลวงเพื่อรับสวี่เมิ่งในอีกสองวัน
ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา สวี่เมิ่งอาศัยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าต่อสู้กับอาการลงแดง กระทั่งเลิกยาอย่างถาวรได้ในอีกหลายวันต่อมา
เมื่อไม่มีอาการติดยาแล้ว หล่อนก็เกือบจะเหมือนคนปกติทุกประการ และบางครั้งก็ออกไปเดินเล่นได้
เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นจำได้ สวี่เมิ่งมักสวมหน้ากากและแว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
คุณปู่ฟางและคุณย่าฟางเป็นกังวลเวลาที่หล่อนออกไปข้างนอกคนเดียว จึงมักขอให้หล่อนนำอาหวงไปด้วย
วันนี้อากาศแจ่มใสและมีลมพัดเอื่อย
หลังรับประทานอาหารเช้า สวี่เมิ่งพาอาหวงไปสวนสาธารณะใกล้เคียงและหาที่นั่งอันเงียบสงบ ขณะทอดสายตามองท้องฟ้าสีครามและกลุ่มเมฆขาว
หล่อนรู้สึกว่าช่วงหลายปีนั้นในอเมริกาช่างดูเหมือนความฝัน ทุกสิ่งอย่างเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นจริง
คงจะดีหากมันเป็นความฝันจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่…
ในเวลานี้ มือที่ถือผงสีขาวข้างหนึ่งได้ยื่นเข้ามาใต้จมูกของสวี่เมิ่งอย่างเงียบงัน
ทันทีที่สวี่เมิ่งได้กลิ่นผงขาวเหล่านั้น ปีศาจร้ายในร่างกายที่เกือบสงบลงแล้วพลันถูกปลุกให้ตื่นและออกอาละวาดราวกับพยายามจะครอบงำร่างกายหล่อน
แต่ไม่นานมือนั้นก็หายไปพร้อมผงสีขาว
โชคดีที่มันหายไป ไม่เช่นนั้นปีศาจในร่างกายจะต้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
สวี่เมิ่งสูดหายใจลึกอยู่สองถึงสามครั้ง ปีศาจที่กำลังตื่นถูกบีบบังคับให้กลับไปหลับใหลในส่วนลึกของจิตใจอีกครั้ง
จากนั้นหล่อนก็หันศีรษะมามอง และพบชายคนหนื่งยืนอยู่ด้านหลัง ขณะที่อาหวงล้มพับนิ่งไม่ไหวติงอยู่กับพื้น
ใบหน้าของสวี่เมิ่งแปรเปลี่ยนทันใด “แกทำอะไรกับอาหวง?”
ถามจบหล่อนก็ทรุดตัวนั่งลงดูอาการของอาหวง
แม้จะอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลฟางเพียงหนึ่งถึงสองเดือน แต่หล่อนก็สนิทสนมกับอาหวงเป็นอย่างมาก
ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน อาหวงจะออกมาด้วย อาหวงคอยปกป้องหล่อนอย่างซื่อสัตย์เสมอมา
แม้ว่าจะเป็นเด็กที่เข้ามาหาหล่อน อาหวงก็จะออกมายืนขวางอยู่ตรงหน้า
มีครั้งหนึ่งหล่อนกลับบ้าน และถูกจักรยานชนโดยไม่ทันระวังตัว
อาหวงรีบกระโดดกัดเสื้อของผู้กระทำผิดไม่ยอมปล่อย กระทั่งหล่อนบอกให้เขาปล่อย มันจึงยอมคลายเขี้ยวที่ฝังอยู่ในเสื้อผ้านั้น
หากเกิดอะไรขึ้นกับอาหวง หล่อนจะไม่ปล่อยชายคนนี้ไว้แน่
ชายลึกลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของสวี่เมิ่ง
เมื่อครู่หล่อนเพิ่งสูดดมกลิ่นยาในมือ หล่อนควรจะขอร้องขอให้เขาส่งยาให้ทั้งน้ำตาด้วยความสิ้นหวัง แต่เหตุใดหล่อนถึงมัวห่วงใยสุนัขแบบนี้?
ชายคนนั้นพูดอย่างเหยียดหยาม “เลิกสนใจมันได้แล้ว สุนัขของเธอเพิ่งถูกฉีดยาชา อีกสักพักมันก็จะหายดี”
สวี่เมิ่งตรวจสอบอย่างรอบคอบ ก่อนจะพบเข็มขนาดเล็กบนร่างกายของอาหวง
เมื่อดึงเข็มออกจากตัวอาหวง ร่างกายอาหวงพลันกระตุกด้วยความเจ็บปวด
จากนั้นสวี่เมิ่งลุกขึ้นยืนและถามชายคนนั้นว่า “แกเป็นใคร?”
“ไม่ต้องสนใจหรอกว่าฉันเป็นใคร ตราบใดที่เธอตกลงให้ความร่วมมือ ฉันจะมอบสิ่งนี้ให้”
หลังจากที่ชายคนนั้นพูด เขาก็ผายฝ่ามือขวาอีกครั้ง เผยให้เห็นถุงบรรจุผงสีขาวเมื่อสักครู่นี้
สวี่เมิ่งกลืนน้ำลายด้วยความปรารถนา “บอกมา แกต้องการให้ฉันทำอะไร?”
ชายคนนั้นหยิบผงขาวอีกถุงออกมา “เธอแค่ต้องใส่สิ่งนี้ลงในอาหารของหลินม่ายทุกวัน เมื่อหล่อนติดมันแล้ว ฉันจะจัดหาสิ่งนี้ให้เธอเอง”
สวี่เมิ่งเผยท่าทางลังเลเป็นเวลานาน ก่อนจะพยักหน้าตกลง
ชายคนนั้นยื่นผงสีขาวห่อเล็กให้หล่อน “นี่สำหรับหลินม่าย ใส่ลงในเครื่องดื่มหรืออาหารก็ได้”
“แล้วของฉันอยู่ไหน?” สวี่เมิ่งยื่นมือออกไปรับ
“พรุ่งนี้ฉันจะนำมาให้” ชายคนนั้นอธิบาย “ถ้าวันนี้เธอทำมัน พรุ่งนี้เธอก็จะได้รับของตอบแทนอันคุ้มค่า”
สวี่เมิ่งเลิกคิ้ว “แกไม่กลัวว่าถ้าไม่ให้ฉัน ฉันอาจจะกินส่วนของหลินม่ายหรือไง?”
ชายคนนั้นยิ้มอย่างเหยียดหยาม “เธอเสพติดมันจนแทบถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ถุงนั้นสำหรับหลินม่ายเป็นของพวกมือใหม่ ถ้าเธอกินไป มันคงแทบจะไม่ได้ผลอะไร แล้วยังกระตุ้นความอยากของเธอยิ่งกว่าเดิมด้วย ซึ่งรังแต่จะทำให้เธอทรมาน ทุกอย่างที่เธอคิดได้ ไม่คิดหรือว่าฉันก็คิดได้เช่นกัน?”
สวี่เมิ่งพูดด้วยความไม่พอใจ “ถ้าอย่างนั้นนายต้องรักษาคำพูด พรุ่งนี้ฉันจะมาอีก และนายต้องนำของฉันมาด้วย”
ชายคนนั้นพยักหน้า “ไม่ต้องห่วง แต่ถ้าเธอไม่ทำตามที่ฉันบอก และหลินม่ายไม่ติดยาภายในครึ่งเดือน พ่อแม่เธอรอรับศพของเธอได้เลย!” จากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไป
สวี่เมิ่งจ้องมองแผ่นหลังของเขาเป็นเวลานาน กระทั่งอีกฝ่ายลับหายไปจากสายตา จากนั้นหล่อนจึงยืนเคียงข้างอาหวงอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งอาหวงฟื้นตื่นขึ้น ทั้งสองจึงเดินทางกลับบ้านด้วยกัน
คุณย่าฟางเห็นว่าสีหน้าของสวี่เมิ่งและอาหวงไม่ค่อยดี และคิดว่าทั้งสองอาจป่วยเพราะลมหนาว นางจึงนำมายามาให้พวกเขา
หลังรับประทานอาหารเย็น สวี่เมิ่งเรียกหลินม่ายไปที่ห้อง ก่อนหยิบผงสีขาวถุงเล็กออกมาแสดงให้หลินม่ายดู
หลินม่ายถาม “นี่คืออะไร?”
แต่เธอพลันคิดออกในทันใด ดวงตาสองเบิกกว้างพลางถามด้วยความประหลาดใจ “นี่คือยาเสพติดหรือเปล่า? เธอไปเอามันมาจากไหน?”
สวี่เมิ่งตอบ “ชายแปลกหน้ามอบยานี้ให้ฉัน เขาขอให้ฉันแอบใส่มันลงในอาหารของเธอ เพื่อให้เธอค่อย ๆ ติดยาเสพติด แต่ฉันไม่อยากทำแบบนั้น”
หลินม่ายกล่าวคำอย่างจริงใจ “ขอบคุณเธอมาก”
“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ฉันจะพบกับชายลึกลับคนนั้นอีกครั้ง เธอรีบติดต่อตำรวจและวางแผนจับกุมเขา สั่งสอบปากคำเขาเกี่ยวกับสมรู้ร่วมคิดคนอื่น ๆ และจับกุมทั้งหมด ไม่อย่างนั้นฉันเกรงว่าพ่อแม่อาจตกอยู่ในอันตราย”
หลินม่ายถามสีหน้าเคร่งขรึม “พวกมันกำลังคุกคามความปลอดภัยพ่อแม่เธอเหรอ?”
“ใช่” สวี่เมิ่งพยักหน้ารับ “ดังนั้นเธอต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อจัดการพวกมันก่อนจะสายเกินไป จับกุมคนเลวพวกนั้นทั้งหมด ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวว่าฉันไม่ได้ทำตามคำสั่งและทำร้ายพ่อแม่ของฉัน คนเลวพวกนั้นมาที่นี่เพื่อจัดการเธอ เช่นนั้นอย่าทำให้พ่อแม่ฉันต้องเดือดร้อน”
หลินม่ายถามด้วยความสับสน “แล้วทำไมเธอถึงไม่ทำตามชายลึกลับคนนั้นพูด เพื่อช่วยเหลือคุณลุงกับคุณล่ะ?”
สววี่เมิ่งหัวเราะเยาะ “คิดว่าฉันโง่เขลามากหรือไง ถึงฉันจะทำตามคำพูดชายลึกลับ แต่เมื่อไหร่ที่มันบรรลุเป้าหมาย ครอบครัวของฉันก็ต้องตกอยู่ในอันตรายอยู่ดี ทางที่ดีที่สุดคือกำจัดคนกลุ่มนั้นให้สิ้นซาก เมื่อนั้นฉันกับพ่อแม่ถึงจะปลอดภัย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเธอแล้ว”
วันรุ่งขึ้น สวี่เมิ่งมายังมุมอับในสวนสาธารณะเมื่อวานนี้ตามที่ตกลงไว้
หลังจากรอสักครู่ ชายลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้น
ขณะที่เขากำลังจะส่งมอบยาให้กับสวี่เมิ่ง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันและจับกุมเขา
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลระหว่างการสอบสวน ชายลึกลับผู้นี้ก็สารภาพทุกอย่าง
เขาบอกว่าเป็นลูกน้องของเจียงเทา เจ้าของเครือร้านหลู่ไช่ “เชาห่าวชือ”
ตอนที่เจียงเทามีส่วนร่วมในการลักลอบขนยาเสพติดในหนานจง เขาเป็นแค่ลูกน้องตัวเล็ก ๆ
ในเวลานั้น ประเทศจีนเพิ่งเริ่มการปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศ ทำให้เจียงเทาสร้างรายได้ไม่น้อยจากการค้ายาเสพติด
แต่ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งหน่วยตระเวนชายแดนเพื่อต่อสู้กับการค้ายาเสพติด การค้ายาเสพติดก็เริ่มอันตรายมากขึ้น
เจียงเทาล้างมือในอ่างทองคำและมายังเมืองเจียงเฉิง เพื่อเริ่มต้นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย
เพื่อทำให้หลู่ไช่ของเขาเป็นที่นิยมมากขึ้น เขาสั่งให้พนักงานเพิ่มเปลือกผลฝิ่นลงในผักตุ๋น ซึ่งหลินม่ายและเจิ้งซวี่ตงได้เรียนรู้โดยบังเอิญว่าหลู่ไช่ของเชาห่าวชือล้วนใส่เปลือกผลฝิ่นเป็นส่วนผสม
เจียงเทากลัวว่าหลินม่ายที่เป็นคู่แข่งจะใช้ข้อมูลนี้ทำลายเครือร้านหลู่ไช่เชาห่าวชือของเขา
ดังนั้นเขาจึงริเริ่มวางแผน เพื่อหวังจะทำลายร้านหลู่ไช่ไป่หลี่เซียงของหลินม่าย
ทว่าขโมยไก่ไม่สำเร็จแล้วยังเสียข้าวหนึ่งกำมือ แทนที่จะทำลายร้านไป่หลี่เซียงของหลินม่าย ธุรกิจของเขากลับล้มเสียเอง
เจียงเทายอมรับสิ่งนี้ไม่ได้ เขาจึงสั่งให้ชายลึกลับมาเกลี้ยกล่อมสวี่เมิ่ง โดยหวังจะทำให้หลินม่ายติดยาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากนั้นเขาจะรายงานเรื่องของหลินม่ายโดยไม่เปิดเผยตัว เพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอและบริษัท ด้วยสิ่งนี้เท่านั้นจึงจะบรรเทาความเกลียดชังของเจียงเทาได้
จากคำสารภาพดังกล่าว ตำรวจในเมืองหลวงผนึกกำลังกับตำรวจในเมืองเจียงเฉิงเพื่อติดตามเบาะแส กระทั่งสามารถจับกุมเจียงเทาได้สำเร็จ
เมื่อต้องเผชิญกับหลักฐานที่หักล้างไม่ได้ เจียงเทาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนนต่อกฎหมาย
ตามสุภาษิตที่ว่า บาปของสวรรค์อาจได้รับการอภัย แต่บาปของตนเองไม่อาจรอดได้
ครั้งสุดท้ายที่เขาพลาดพลั้ง แทนที่เจียงเทาจะตระหนักถึงความผิดพลาดและกลับตัวกลับใจประกอบอาชีพอย่างสุจริต เขากลับมุ่งความสนใจไปที่การแก้แค้นคู่แข่งทางธุรกิจให้ได้
ตอนนี้เขาต้องถูกจับกุมและเข้าไปในห้องขัง เมื่อพิจารณาจากอาชญากรรมที่ร้ายแรง เขาน่าจะต้องโทษประหารชีวิตโดยไม่รอลงอาญา
ในวันที่ห้าหลังจากชายลึกลับถูกจับกุม เมื่อฟางจิ้งเสียนและสามีมารับสวี่เมิ่งไปยังมณฑลกานซู หลินม่ายได้บอกพวกเขาว่าสวี่เมิ่งได้ต่อต้านการล่อลวงของยาเสพติดและช่วยชีวิตเธอไว้
ทั้งฟางจิ้งเสียนและสามีต่างก็หลั่งน้ำตา
โดยเฉพาะฟางจิ้งเสียน หล่อนจับมือหลินม่ายและบอกว่า หากไม่ใช่เพราะหลินม่ายนำสวี่เมิ่งกลับมาประเทศจีน สวี่เมิ่งคงไม่สามารถกลับตัวกลับใจได้เหมือนตอนนี้!
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เมิ่งเมิ่งฉลาดขึ้นนะหลังเลิกยาได้ ถือเป็นเรื่องดีทีเดียว
ไหหม่า(海馬)