บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 869 บดขยี้ด้วยฝีมือ!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 869 บดขยี้ด้วยฝีมือ!
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 869 บดขยี้ด้วยฝีมือ!

ประโยคนี้เอ่ยออกไป ทุกคนกลับคล้ายสัมผัสถึงจิตวิญญาณแห่งเซวียนหยวนอันแข็งแกร่ง เหล่าทหารในสนามรบขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ขวัญกำลังใจของทหารม้าเฮยเฟิงกับหน่วยเงาทมิฬเพิ่มขึ้นพรวดๆ ทหารม้าเฮยเซียวของตระกูลหันราวกับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากวิญญาณแห่งเซวียนหยวน

เมืองผู่เป็นสถานที่ฝังกระดูกของกองทัพเซวียนหยวน

เมื่อหลายปีก่อน กองทัพเซวียนหยวนนับไม่ถ้วนฝังร่างอยู่ ณ ที่นี้ บ้างรบจนตัวตาย บ้างก็ตายโหง

บัดนี้บุตรคนที่เจ็ดแห่งเซวียนหยวนหวนคืน วิญญาณวีรบุรุษระหว่างฟ้าดินเหมือนต่างถูกอัญเชิญออกมา ลมตะวันตกหอบหนึ่งพัดมา ทหารม้าตระกูลหันทั้งหมดขนลุกขนพองกันขึ้นมาเป็นระลอก สันหลังเย็นวาบขึ้นอย่างไร้สาเหตุ!

พวกเขาส่วนใหญ่ต่างลืมคิดไปแล้วว่าตระกูลเซวียนหยวนมีบุตรกี่คนกันแน่ มีเพียงนายท่านห้าหันที่มีปฏิกิริยาขึ้นมา

เขาเอ่ยเสียงเย็น “ตระกูลเซวียนหยวนมีบุตรทั้งหมดหกคน มีคนที่เจ็ดออกมาตั้งแต่เมื่อใดกัน เจ้าสวมรอยเป็นคนของตระกูลเซวียนหยวนชัดๆ !”

อย่าพยายามคิดโน้มน้าวคนที่หัวแข็งดื้อรั้นเลย เพราะเขาไม่ฟังด้วยซ้ำ

เหลี่ยวเฉินไม่ไปเปลืองน้ำลายกับนายท่านห้าหัน เขาพลิกมือเสียบกระบี่ยาวเข้าฝักที่อยู่บนอานม้า แล้วชักทวนยาวออกจากแผ่นหลังแทน

ท่าทางการชักทวนยาวและกระบวนท่าอันธพาลที่จบในกระบวนเดียวนั้นทำให้นายท่านห้าหันตื่นตะลึงขึ้นมาอีกหน

นายท่านห้าหันสีหน้าเคร่งขรึมมองเขา “นี่มัน…”

“โจรกบฏ! ตายซะ!”

เหลี่ยวเฉินฟันทวนลงมา นายท่านห้าหันแม้จะใช้กระบี่ยาวต้านไว้ แต่ครึ่งลำตัวเขาก็ชาดิก สองขาทรุดลงไปในพื้นดินเสียงดังพรวด เห็นได้ชัดว่ากระบวนทวนนี้ของอีกฝ่ายมากมายเพียงใด

“ม้าปีศาจดำ!” นายท่านห้าหันตะโกนลั่น ม้าปีศาจดำพุ่งเข้าชนเหลี่ยวเฉิน

เป้าหมายของเหลี่ยวเฉินไม่ใช่มัน แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ตัวเองโดนชนกระเด็นได้เช่นกัน ในขณะที่เขากำลังจะซัดฝ่ามือใส่ม้าปีศาจดำนั้น ราชาม้าเฮยเฟิงก็ควบวิ่งมาหา แล้วชนม้าปีศาจดำกระเด็นไปอย่างไร้ปรานี!

ม้าปีศาจดำหนุ่มร่างกายแข็งแรง นึกไม่ถึงว่าจะโดนม้าแก่วัยสิบหกปีชนกระเด็นทั้งอย่างนั้น!

แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือหันเย่ที่ประมือกันกับกู้เจียวอยู่ไม่ไกล

เดรัจฉานนี่ ตัวเองเลี้ยงมันมาหลายปีเพียงนั้น พริบตาเดียวมันก็ยอมแพ้ให้ผู้อื่นแล้ว ช่างเป็นสุนัขป่าตาขาวเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ !

หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นเช่นนี้ ตอนนั้นตนคงไม่ฟังฉู่หนานปล่อยให้มันไปตามยถากรรมหรอก

เขาควรจะจับมันกลับมา!

“อ้ากกก”

หันเย่โดนฝ่าเท้าหนักๆ ไปทีหนึ่ง กระเด็นลงพื้นอย่างแรง!

กู้เจียวถือทวนพู่แดงยืนอยู่เบื้องหน้าเขา กดตามองต่ำพลางเอ่ย “อย่าเสียสมาธิสิ ระวังจะตายเอา”

หันเย่กุมหน้าอกที่เจ็บแปลบพลางลุกขึ้นมา ดวงตาเขาลุกโชนจ้องมองกู้เจียว “เจ้า…ใช้วิธีการพิสดารชั่วร้ายบางอย่างเพื่อเพิ่มวรยุทธ์ของตัวเองใช่หรือไม่”

“สู้ไม่ได้ก็บอกมาตรงๆ ” กู้เจียวพาดทวนยาวไว้บนบ่าตน ท่าทางนี้เหมือนกันกับเซวียนผิงโหวพาดดาบใหญ่ทุกกระเบียดนิ้ว

นางยังใช้ทวนวัดหมวกเหล็กของทหารม้าตระกูลหันนายหนึ่งร่วง แล้วเหยียบหมวกเหล็กด้วยเท้าข้างหนึ่งด้วย “ท่านลุงห้าเจ้าใช้ยามิใช่หรือ แต่เจ้าดูสิ เขาชนะหรือไม่”

หันเย่หันหน้าไปมองลุงห้า เห็นยอดฝีมือหายากของตระกูลหันโดนคนผู้หนึ่งที่เรียกตัวเองว่าบุตรคนที่เจ็ดแห่งเซวียนหยวนซัดเสียไม่อาจโต้คืนได้อย่างผิดคาด

ก่อนจะโดนซัดกระเด็นไปอีกหน นายท่านห้าหันกระแทกพื้นอย่างแรง กระอักเลือดดำออกมาจากปาก

“เป็นไปได้อย่างไร…”

นี่ลุงห้าของเขาเชียวนะ!

ผู้เคราะห์ดีที่รอดจากพิษจื่อเฉ่ามาได้ มีกำลังภายในอันน่าตกใจ รวมถึงร่างกายที่เรียกว่า ‘อมตะ’ ไม่กลัวเจ็บด้วย

ร่างกายอมตะเป็นคำเรียกเกินจริง เขาเพียงแค่อดทนต่อความเจ็บปวดได้มากกว่าคนปกติก็เท่านั้น

ไม่ว่าบาดเจ็บภายในจะรุนแรงเพียงใด วันรุ่งขึ้นก็จะหายไปโดยไม่ต้องรักษา

ครานี้ก็จะต้อง…

ความคิดเพิ่งผุดวาบ เหลี่ยวเฉินก็ซัดฝ่ามือสะเทือนใส่ตันเถียนของเขาแตกซ่าน!

เหลี่ยวเฉินมีโอกาสนับไม่ถ้วนในการสังหารเขาตาย แต่เหลี่ยวเฉินไม่ได้ทำเช่นนั้น เหลี่ยวเฉินเอาแต่ซัดให้เขาล้มกระบวนแล้วกระบวนเล่า!

ใช่แล้ว พิษจื่อเฉ่าฟื้นฟูร่างกายของคนได้ แต่มันสามารถฟื้นฟูปณิธานในการต่อสู้ของนักรบได้หรือ

เมื่อปณิธานในการต่อสู้สุดท้ายของนายท่านห้าหันถูกโจมตีพังทลายลง เขากระอักโลหิตนอนจมกองเลือดเต็มพื้น เขาไม่ได้หมดแรง แต่เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างมหาศาลระหว่างตัวเองกับเหลี่ยวเฉินแล้ว

เขาไม่ใช่อัจฉริยะด้านการฝึกยุทธ์อะไรเลย เพราะโดนพิษจื่อเฉ่าจึงได้มีศักยภาพน่าตกใจเช่นนี้

แต่เหลี่ยวเฉินไม่ได้ เขาแข็งแกร่งอย่างแท้จริง!

นายท่านห้าหันยอมรับชะตากรรมในที่สุด เขาหลับตาลงรับจุดจบของตัวเอง

เหลี่ยวเฉินจ่อทวนตรงหว่างคิ้วเขา แต่ไม่ได้แทงลงไป

“ตอนนั้นเจ้าปล่อยพี่หกข้าไป ชีวิตนี้ นับว่าข้าคืนให้เจ้าแทนพี่หก”

เอ่ยจบ เหลี่ยวเฉินก็ชักทวนกลับ หันหลังจากไปอย่างแน่วแน่

ทว่าจู่ๆ นายท่านห้าหันก็ลืมตาโพรง ทอดมองแผ่นหลังจากไปของเหลี่ยวเฉินอย่างอ่อนระโหย ถามขึ้นเสียงแหบพร่า “เสี่ยวลิ่วเขา…ยังมีชีวิตอยู่หรือ”

เหลี่ยวเฉินไม่ได้ตอบเขา

เขาพลิกตัวขึ้นหลังม้าก่อนจะเอ่ยกับกู้เจียวที่กำลังประมือกับหันเย่ “ข้าจะไปสังหารกงซุนอวี่ ที่นี่ยกให้เจ้านะ!”

กู้เจียวใช้ทวนฟาดหันเย่ลงกับพื้น “ไปเถิด!”

เหลี่ยวเฉินพายอดฝีมือหลายสิบนายของหน่วยเงาทมิฬไล่สังหารเข้าไปในอุโมงค์ประตูเมือง

เขาขี่ม้า คนที่เหลือใช้วิชาตัวเบา

หลังเข้าคูเมืองมาแล้ว ทุกคนก็แยกย้าย เร้นกายหายวับไป!

คนกลุ่มใหญ่จะดึงดูดสายตาผู้คน และถูกกองทัพจิ้นล้อมไว้ได้ง่าย แยกกันปฏิบัติการปิดบังได้มากกว่า

อีกเดี๋ยวพวกเขาจะไปรวมตัวกันที่จวนเจ้าเมือง

ใครจะคิดว่าเขาเพิ่งเข้าเมืองมา บนกำแพงเมืองก็มีเสียงร้องตกใจของเด็กลอยมาแล้ว

เขาเหลือบตาขึ้นมอง

เด็กผู้ชายวัยห้าขวบคนหนึ่งกำลังร่วงลงมาจากกำแพงเมือง ความหวาดผวาเต็มสีหน้าถูกเขาเห็นอยู่ในสายตา

เขาทะยานตัวขึ้นมารับอีกฝ่ายกลางอากาศ

ตอนนี้ล่ะ!

ห่าอาวุธลับพร้อมไอสังหารก็พวยพุ่งมาจากกำแพงเมือง!

เด็กคนนี้เป็นเพียงเหยื่อล่อเท่านั้น!

หากเขาไม่ติดกับ เด็กคนนี้ก็จะตกลงมาตายโดยเปล่าประโยชน์!

หากเขาติดกับ เช่นนั้นก็จะโดนอาวุธลับยิงตายด้วยกันกับเด็กคนนี้!

ช่างเป็นแผนการชั่วร้ายเสียจริง!

เหลี่ยวเฉินสะบัดแขนเสื้อโบก ชักกระบี่เสียบเข้ากำแพงเมือง เขาเหยียบคมกระบี่ด้วยเท้าข้างหนึ่ง แรงดีดมหาศาลทำให้ทะยานตัวขึ้นไปข้างบนราวกับลูกธนูออกจากคันชัก!

อาวุธลับห่าใหญ่ปักเข้ากระบี่ดังเคร้งๆ และยิงโดนพื้นหินอ่อนแข็งปั้กเช่นกัน

พาหนะของเขาได้รับบาดเจ็บแล้ว ไม่อาจต่อสู้ต่อได้

เขาอุ้มเด็กไว้ในอ้อมอกคุกเข่าข้างเดียวในมุมถนน “เจ้าไม่เป็นไรกระมัง”

เด็กตกใจจนสติหลุดไปแล้ว แม้แต่ร้องไห้ก็ไม่ร้องสักแอะ

เขาตีหน้าเย็นชา หันหลังทอดมองไปยังกำแพงเมืองสูงตระหง่าน

บนกำแพงเมือง เด็กสาวอาภรณ์ชมพูร่างอรชรนางหนึ่งกำลังแย้มยิ้มมองเขา

“เจ้าคือบุตรคนที่เจ็ดของเซวียนหยวนรึ เซวียนหยวนฉีที่วันนั้นโดนนายท่านสังหารตายก็คือบิดาเจ้า น่าสนใจ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะหลบอาวุธลับบุปผาโปรยของข้าได้!”

น่าสนใจอย่างนั้นรึ

โยนเด็กน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ลงจากกำแพงเมือง นางกลับเอ่ยออกมาจากปากอย่างไม่แยแส

เหลี่ยวเฉินหันไปวางเด็กไว้ในที่ที่ปลอดภัย ไอสังหารดุจดาบทอดมองบนกำแพงเมือง ระยะห่างสูงเพียงนี้ย่อมไม่มีทางใช้วิชาตัวเบาขึ้นไปได้ แต่เมื่อครู่นี้เขาเสียบกระบี่ไว้ สามารถยืมแรงนี้ได้

ลองดูแล้วกัน!

เหลี่ยวเฉินชักทวนยาวออกจากด้านหลัง เสียบลงบนกระบี่ยาว

มีจุดให้ยืมแรงสองจุดแล้ว น่าจะไม่มีทางพลาด!

เหลี่ยวเฉินทะยานตัวขึ้น

“ไม่กระมัง ปีนขึ้นกำแพงเมืองด้วยมือเปล่า! เหอะ เจ้ามั่นอกมั่นใจกับวิชาตัวเบาของตัวเองเกินไปนะ!” เย่ว์หลิ่วอีก็ไม่ได้ลงมือ เอาแต่มองเหลี่ยวเฉินอย่างนั้น นางรอให้คนผู้นี้ร่วงลงไปเอง!

ใครจะคิดว่าเหลี่ยวเฉินจะขึ้นมาได้จริงๆ !

เย่ว์หลิ่วอีเบิกตาโพรงอย่างเหลือเชื่อ มองบุรุษที่ทะยานมาตรงหน้าตน ตกใจจนลืมลงมือไปเลย

ชิ้ง!

ปราณกระบี่ทรงพลังสายหนึ่งฟันใส่ด้านหลังเย่ว์หลิ่วอี!

เหลี่ยวเฉินแววตาเป็นประกายวาบ ซัดผ่ามือใส่กำแพงของกำแพงเมือง ใช้ฝ่ามือยันร่างตีลังกากลับหัวหลบการโจมตี

ชั่วขณะต่อมา ปราณกระบี่สี่ห้าสายที่ทรงพลังกว่าเดิมก็พุ่งเข้าฟาดฟันเหลี่ยวเฉิน!

นี่เป็นการลอบโจมตีกันซึ่งๆ หน้า!

เหลี่ยวเฉินสีหน้าพลันเปลี่ยน

หลบไม่ได้…

เขาโดนปราณกระบี่รุนแรงซัดกระเด็นลงจากกำแพงเมือง

ชั่วขณะที่ทั่วร่างชาดิก กำลังภายในกับวิชาตัวเบาไม่อาจใช้ได้

ต้องตกลงไปตายแล้วหรือ

เขาทอดมองท้องนภาสีฟ้า เมฆขาวโพลนไม่รู้มุดออกมาเมื่อใด เขาเห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยนมีเมตตาของบิดา

ยังไม่ได้ล้างแค้นให้ท่านพ่อเลย ก็จะ…มาตายไปทั้งอย่างนี้แล้วหรือ

ชั่วขณะนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มสายหนึ่งก็ทะยานตัวขึ้นกลางอากาศด้านหลัง โอบเอวที่สวมชุดเกราะของเขาเอาไว้ด้วยมือหนึ่ง พาเขาร่อนลงพื้น

เขาใช้ปลายเท้าแตะพื้น ทั่วร่างพลันหนักอึ้ง หันหน้าไปมองบุรุษที่ปรากฏกายขึ้นกลางอากาศข้างกายเขา แววตาพลันตื่นตะลึงอย่างหนัก “หนิวปี๋จื่อ”

นักบวชชิงเฟิงไม่สนใจเขา ทำเพียงแหงนหน้า ดวงตาเย็นเยียบทอดมองนักกระบี่ห้านายบนกำแพงเมืองก่อนจะเอ่ยนิ่งๆ “ชีวิตของเขา เป็นของข้า”

เหล่ายอดฝีมือสำนักกระบี่พากันขมวดคิ้ว

ไอ้หนูนี่จัดการยากอยู่แล้ว ไยจึงมีเพิ่มมาอีกคนอีก

ดวงตาเมล็ดซิ่งของเย่ว์หลิ่วอีเบิกโพรง “นักบวชหน้าเหม็นนี่เหมือนท่าทางจะแข็งแกร่งเช่นกันนะ จับตัวเขาให้ข้า! พวกเขาสองคนข้าเอาหมด! ข้าจะจับพวกเขาไปลองยา!”

ยอดฝีมือสำนักกระบี่ทั้งห้าพากันทะยานลงจากกำแพงเมือง!

นักบวชชิงเฟิงมองเหลี่ยวเฉินที่มีสีหน้าซีดขาวก่อนจะเอ่ย “เจ้าบาดเจ็บ”

เหลี่ยวเฉินปาดคราบเลือดตรงมุมปาก “ไม่เป็นไร เจ้ามาได้อย่างไร”

นักบวชชิงเฟิงเอ่ย “คำถามนี้ข้าควรเป็นคนถามมากกว่า แต่ก่อนที่เจ้าจะตอบข้า ข้ามีอีกคำถามหนึ่ง”

เห็นแก่ที่คนผู้นี้เจตนาดีช่วยเหลือ เหลี่ยวเฉินจึงไม่เถียงเขาอย่างหาได้ยาก “เจ้าว่ามา”

นักบวชชิงเฟิงถือซาลาเปาแห้งห่อหนึ่งไว้ในมือ ถามอย่างจริงจัง “ที่นี่ใช่ด่านชางเสวี่ยหรือไม่”

เหลี่ยวเฉิน “…”

ด่านชางเสวี่ยอยู่ตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่…คือตะวันตกเฉียงเหนือ

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 869 บดขยี้ด้วยฝีมือ!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
2023-03-18
xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
2023-07-07
e7-4d3a
สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
2026-06-12
dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
2022-08-11

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน