บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 839 โจมตีก่อน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 839 โจมตีก่อน
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 839 โจมตีก่อน

ณ ค่ายพยาบาลเหล่าทัพของเมืองฉวี่หยาง กู้เจียวเพิ่งจะแจกจ่ายยาแก้อักเสบและยาห้ามเลือดให้หมอที่ค่ายเสร็จไปหมาดๆ หลังจากผ่านศึกสงครามมาหลายครั้ง กู้เจียวถึงได้ตระหนักว่ายาพวกนี้เป็นที่ต้องการอย่างมาก

ยาพวกนี้มีอยู่จำนวนหนึ่งที่กล่องยาเตรียมไว้ให้ อีกทั้งก่อนมาที่นี่ กั๋วซือก็ได้เตรียมยาเม็ดและยาทาไว้ให้จำนวนมาก บวกกับระหว่างทางกู้เจียวได้เก็บพวกสมุนไพรมาจำนวนไม่น้อย

หมอที่ค่ายพยาบาลมีจำนวนราวสามสิบคน แต่ละคนล้วนยุ่งวุ่นจนเท้าแทบไม่ติดพื้น แม้พวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการรบโดยตรง แต่พวกเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังสนามรบ มีทหารบาดเจ็บถูกส่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ฉะนั้นสภาพของพวกเขาก็แทบไม่ต่างกันกับทหารที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีเวลาได้พักผ่อน

หมอบางคนทนไม่ไหวจนต้องหลับลงบนพื้น บ้างก็นอนฟุบบนโต๊ะ ส่วนหมอที่ยังทนไหวก็พยายามทำตามหน้าที่ทั้งเปลี่ยนผ้าปิดแผล ตรวจแผล ผ่าตัด รวมถึงงานต่างๆ ในสภาพใต้ตาดำคล้ำ

“ไปตามหมอจากในเมืองเข้ามาที”

กู้เจียวทนเห็นสภาพแบบนี้ไม่ไหว จึงออกคำสั่งกับที่ปรึกษาหู

“ขอรับ”

ค่ายทหารเป็นสถานที่ที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง หากเป็นหน่วยราชการที่อื่น สิบวันอาจยังไม่มีอะไรคืบหน้าด้วยซ้ำ แต่สำหรับค่ายทหาร ต้องดำเนินการตามคำสั่งและต้องบรรลุผลให้เห็นชัดเจนและทันท่วงที

ในคืนแรก ที่ปรึกษาหูเดินทางไปที่เมืองเพื่อไปเกณฑ์นายหมอมาเพิ่มอีกจำนวนสามสิบกว่าคน อีกทั้งเรื่องเจ้าเมืองคนใหม่ก็มีความคืบหน้าแล้วเช่นกัน

เจ้าเมืองคนใหม่มาจากตระกูลเฉียน นามวั่ง เขาเป็นคนค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่เขาไม่ใช่คนสนิทของพวกหนานกง ดังนั้นในเรื่องหน้าที่การงาน เขาจึงถูกมองข้ามมาตลอด

อีกทั้งพวกหนานกงก็ไม่ได้พาเขาเดินทางออกนอกเมืองไปด้วย

กู้เจียวจึงให้เขาขึ้นเป็นเจ้าเมืองฉวี่หยางไปก่อนชั่วคราว

และในเวลาเกือบเที่ยงคืน มู่ชิงเฉินก็กลับมาที่ค่ายด้วยสภาพอิดโรย

มู่ชิงเฉินคาดไม่ถึงว่าการไปคุยกับชาวบ้าน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก) จะใช้พลังงานมากขนาดนี้ ตอนแรกก็เผลอนึกว่าจะสบายที่ไม่ต้องออกไปรบราฆ่าฟันใคร

เรียกได้ว่าลำคอของเขาแทบจะมีควันพุ่งออกมา

กู้เจียวยืนกอดอกพิงต้นไม้พร้อมกับมองเขา “ไม่เลวนี่หัวหน้ามู่ พรุ่งนี้ลุยต่อนะ”

“อะไรนะ” มู่ชิงเฉินตอบด้วยเสียงที่แหบแห้ง

“ก็เจ้าเป็นหัวหน้ามู่อย่างไรเล่า” ก่อนจะเพิ่มคำต่อในใจว่า หัวหน้ากลุ่มสหพันธ์เด็กและสตรี แล้วมองเขาด้วยแววตาประกาย “ไม่มีอะไรหรอก เจ้าไปพักเถอะ”

มู่ชิงเฉินรู้สึกไม่ปลอดภัยชอบกลหลังจากที่ได้เห็นแววตานั้น

แต่เขาเหนื่อยเกินกว่าจะสนใจว่ามีแผนประหลาดอะไรรอเขาอยู่ เขาเดินเข้าไปในห้องของตัวเองแล้วล้มตัวลงนอนทันที

ในช่วงสองวันที่ผ่านมา กู้เจียวไม่ได้ออกคำสั่งเคลื่อนย้ายใดๆ เพียงแต่อนุญาตให้ทหารได้พักฟื้นและพักผ่อนอย่างเต็มที่เท่านั้น

ในคืนที่สอง กู้เจียวเรียกประชุมแม่ทัพทั้งหกและมู่ชิงเฉินเข้าไปในค่ายเพื่อหารือกับพวกเขาว่าจะจัดการกับศัตรูอย่างไร

ตรงกลางที่ประชุมมีกระบะทราย ซึ่งมีแผ่นไม้ปักอยู่บนนั้น อันเป็นตัวแทนของกองทัพและจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ

กู้เจียวชี้ไปที่หุบเขาตรงทางแยกของทั้งสองแคว้น “ตรงนี้คือด่านเยี่ยนเหมิน เดิมทีค่ายและด่านชายแดนจะต้องตั้งอยู่ในหุบเขา ทว่าพวกหนานกงเลือกที่จะปิดด่านนี้ลงเพื่อให้กองทัพแคว้นเหลียงบุกเข้ามาได้ง่ายขึ้น มาตรการป้องกันทั้งหมดในค่ายจึงถูกทำลายเช่นกัน ดังนั้นเมืองฉวี่หยางจึงกลายเป็นอุปสรรคแรกในการสกัดกั้นกองทัพเหลียง พวกเราต้องเพิ่มมาตรการป้องกันเมืองนี้ให้ได้”

ทุกคนเห็นด้วยกับกู้เจียว

เฉิงฟู่กุ้ยกัดฟันโพล่งขึ้นทันที “บังอาจนักพวกหนานกง กล้าทำเรื่องทรยศแผ่นดินเช่นนี้ได้อย่างไร! อย่าให้ข้าเจอพวกมันนะ! จะจับเฉือนด้วยมีดเล่มเดียวเลยคอยดู!”

“พวกเขาจะไปถึงที่ด่านเยียนเหมินในวันรุ่งขึ้น” หลี่จิ้นผู้ซึ่งสงบนิ่งที่สุดในบรรดาทุกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำท่าครุ่นคิดขณะมองไปบนโต๊ะทราย

“ใช่แล้ว” กู้เจียวเอ่ย “แต่ว่าพวกนั้นก็เหมือนกับพวกเราตรงที่ทหารทุกคนจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล คงยังไม่รีบร้อนปิดล้อมเมืองทันที อย่างน้อยก็ต้องพักกันก่อนซักหนึ่งวัน จุดนี้แหละคือโอกาสของพวกเรา”

“หมายความว่าท่านแม่ทัพจะ…” หลี่จิ้นถาม

กู้เจียวจึงอธิบาย “พวกเราจะนั่งรอเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้ ถ้าแผนนี้ได้ผล อย่างมากฉังเวยอาจจะให้ความร่วมมือพานักโทษหมื่นกว่านายมาร่วมรบด้วยกัน หรืออย่างแย่ที่สุดคืออาจเกิดสงครามขึ้นในเมือง”

เฉิงฟู่กุ้ยย่นคิ้วสงสัย “ฉังเวยจะใช้โอกาสนี้ก่อกบฏรึ”

“ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้” หลี่จิ้นเอ่ย

“หรือเราจะรีบกำจัดเขาไปเลยดี” เฉิงฟู่กุ้ยรีบแย้ง

ทุกคนหันไปมองกู้เจียว พวกเขาต่างคิดตรงกันว่าฉังเวยคือตัวปัญหา เป็นการดีกว่าที่จะกำจัดเขาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต

กู้เจียวพูดขึ้นอย่างแน่วแน่ “ถ้าเราไปถึงจุดนั้นจริงๆ และเราต้องการให้กองทัพทั้งหมดเข้าต่อสู้ ข้าจะกำจัดเขาก่อนออกรบแน่นอน”

พอได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็วางใจ

ทุกคนต่างรู้ดีว่าแม่ทัพหนุ่มโหดเหี้ยมเพียงใดในสนามรบ ไม่มีทางที่เขาจะกลับคำ

“แม่ทัพมีแผนการอันใดหรือ เห็นเมื่อครู่นี้บอกว่าให้พวกเรานั่งรอเฉยๆ ไม่ได้” หลี่จิ้นถาม

“กว่ากองกำลังจารราชสำนักจะเดินทางมาถึงที่นี่ต้องใช้เวลาสิบกว่าวัน พวกเราต้องชะลอแผนการโจมตีของกองทัพแคว้นเหลียง” กู้เจียวเอ่ย

จางสือหย่ง ผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายของกองพันสำรองตบมือต้นขาของเขาแล้วพูด “ข้ารู้แล้ว! เผาเสบียงพวกมันเลยดีไหม!”

โจวเหรินผู้บัญชาการฝ่ายขวาของกองพันสำรองได้ยินดังนั้นก็ถลึงตาใส่แล้วเอ่ย “เอาแต่พูดอยู่ได้ว่าจะไปเผาเสบียงชาวบ้าน แล้วใครจะทำล่ะ เจ้ารึไง”

“ก็ให้ข้าไปสิ! พวกเจ้าทุกคนต่อสู้กันในแนวหน้า แต่ข้าทำได้เพียงปกป้องนักโทษในกองพันสำรองเท่านั้น ข้าละอยากต่อสู้กับพวกเขามานานแล้ว!”

กู้เจียวหยิบแผ่นไม้ขึ้นแล้วปักลงบนโต๊ะทรายตรงทิศเหนือของเมืองฉวี่หยาง “ตรงนี้เป็นที่ตั้งของเมืองใหม่ ไม่กี่วันก่อนพวกเขาเพิ่งก้มหัวให้กับพวกหนานกง เดาว่าตอนนี้พวกเขาน่าจะอยู่ที่นี่กัน ที่เมืองใหม่มีจำนวนทหารคุ้มกันเมืองไม่มากนัก หากเสบียงของกงอทัพแคว้นเหลียงถูกเผา พวกเขาจะต้องไปเอาเสบียงจากที่เมืองใหม่อย่างแน่นอน ไม่ว่าตระกูลหนานกงจะร่วมมืออย่างแข็งขันหรือจ่ายส่วยก็ตาม พวกเขาจะไม่ยอมใช้เสบียงของทหารแน่ๆ ”

หลี่จิ้นนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเรียบ “พวกมันจะต้องไปขูดรีดเสบียงจากราษฎรมาอย่างแน่นอน!”

กู้เจียวพยักหน้า

จางสือหย่งเริ่มนึกภาพออก “เช่นนั้น เราอาจยังไม่สามารถเผาเสบียงของกองทัพแคว้นเหลียงได้ในขณะนี้ แต่ถ้าไม่เผา แล้วเราจะชะลอการโจมตีของพวกมันได้อย่างไร”

สายตาของกู้เจียวจับจ้องไปบนโต๊ะทราย “ต้องทำลายอาวุธของพวกมัน”

ทั้งรถม้าและบันไดลิงของกองทัพแคว้นเหลียงล้วนมีประสิทธิภาพสูง หากไม่มียุทโธปกรณ์เหล่านี้ พวกมันจะใช้อะไรแทนล่ะ

แม้ว่าพวกมันสามารถยืมอาวุธยุทโธปกรณ์จากตระกูลหนานกงหรือประกอบอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ได้ แต่ไม่ว่าจะทางเลือกไหน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อกองทัพแคว้นเหลียงแน่ๆ

เฉิงฟู่กุ้ยออกปากชมแผนการนี้ “วิเศษมาก เมื่อก่อนข้าเคยได้ยินแต่วิธีเผาเสบียง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ยินวิธีทำลายอาวุธของอีกฝ่าย”

เหตุผลหลักคืออาวุธไม่ใช่ของที่ทำลายกันได้ง่ายๆ อีกทั้งยังทำให้ศัตรูไหวตัวทันด้วย

แต่ตอนนี้พวกเขามีอาวุธลับที่ทรงพลังสุดๆ นั่นก็คือใยไหมฟ้าแดนหิมะ ซึ่งสามารถทำลายยุทโธปกรณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างไร้ร่องรอย

ในมือพวกเขามีใยไหมฟ้าแดนหิมะอยู่ห้าเส้น หนึ่งเส้นใช้ได้สองคน รวมหน่วยสอดแนม มีทั้งหมดสิบเอ็ดคน

พวกเขาเป็นหน่วยกล้าตาย

เนื่องจากภารกิจนี้อันตรายมาก โอกาสรอดกลับมาอาจมีน้อย

“ข้าไปเอง!” เฉิงฟู่กุ้ยลุกขึ้น

กู้เจียวมองดูแขนของเขาที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล “คืนนี้พวกเจ้าอยู่นี่ก่อน โจวเหริน จางสือหย่ง พวกเจ้าไปตามเหวินเหรินชง จ้าวเติงเฟิงและหลี่เซินมาที”

จากนั้นกู้เจียวจึงเลือกทหารม้าที่มีทักษะที่โดดเด่นและไม่ได้รับบาดเจ็บจากการรบเพิ่มอีกสองสามคน

“ข้าไปด้วย”

เมื่อออกมาจากค่าย กู้เจียวก็เจอกับมู่ชิงเฉินที่กำลังเดินเข้ามา

กู้เจียวเบนสายตามองไปทางที่ปรึกษาหูซึ่งยืนอยู่ด้านหลังมู่ชิงเฉิน

ที่ปรึกษาหูเอ่ยขึ้น “ทะ ทะ ไท่…องค์หญิงทรงมีรับสั่งให้ท่านชายมู่คอยคุ้มกันพระองค์อย่างใกล้ชิด”

ความจริงก็คือ ที่ปรึกษาหูเป็นห่วงเจ้านายของตัวเอง ก็เลยแอบไปตามท่านชายมู่มาช่วย

เพราะถึงอย่างไร ฝีมือการต่อสู้ของมู่ชิงเฉินก็นับว่าดีที่สุดในบรรดาคนเหล่านี้

“ได้” กู้เจียวไม่ปฏิเสธ

ก่อนออกเดินทาง กู้เจียวได้ไปตามใครอีกคนมาด้วย

“หายดีแล้วนี่ ได้เวลาออกไปทำภารกิจแล้ว” กู้เจียวเอามือไขว้หลังพร้อมกับจ้องไปที่ฉังเวยที่กำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย

ฉังเวยพลิกตัวแล้วตอบกลับ “ข้าไม่ยอมทำงานให้เจ้าหรอก!”

กู้เจียวทำท่าแบมือ “ก็ไม่เป็นไรถ้าเจ้าไม่อยากช่วย แต่ขอบอกไว้เลยนะว่าข้าไม่มีทางรักษานักโทษกบฏตั้งมากมายโดยเปล่าประโยชน์หรอก เสบียงของข้ามีจำกัด สู้เอานักโทษอย่างพวกเจ้ามาเป็นอาหารให้ทหารของข้าเสียยังจะดีกว่า”

ฉังเวยจ้องกู้เจียวด้วยสายตาอำมหิต “เจ้ามันคนชั่ว!”

กู้เจียวคลี่ยิ้มอ่อน “เจ้าคือคนที่คุ้นเคยกับพื้นที่เยี่ยนเหมินที่สุด เจ้าจะต้องเป็นคนนำทาง หากเจ้าไม่ทำตาม ข้าจะสั่งให้คนของข้ากำจัดคนของเจ้าทิ้งให้หมดตอนนี้เลยก็ยังได้!”

ฉังเวยรู้ดีว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มเลือดเย็นที่ฆ่าคนได้โดยไม่ต้องกะพริบตา

ในที่สุด เขาก็ยอมทำตามกู้เจียวด้วยความอัปยศอดสูและความรู้สึกเจ็บปวดจากบาดแผล

“ข้าจะใช้ม้าของข้า!”

“ให้เขาไป” กู้เจียวเอ่ย

โจวเหรินสั่งให้คนของเขาจูงม้าเข้ามา

กู้เจียวหรี่ตาลงเมื่อเห็นท่าทางที่กล้าหาญและช่ำชองของฉังเวยขณะที่เขาขี่ม้า

สมกับเป็นฉังเวย ขนาดเพิ่งผ่านการผ่าตัดมายังแข็งแรงขนาดนี้

ทุกคนสวมชุดสายลับเพื่อลดเสียงจากการเสียดสีของชุดเกราะ

จากนั้นพวกเขามุ่งหน้าไปยังด่านเยี่ยนเหมินทางตะวันตก

ตามรายงานจากสายลับ คืนนี้กองทัพแคว้นเหลียงจะปักหลักอยู่ในหุบเขานอกเส้นทางเยี่ยนเหมิน ม้าของพวกเขาไม่สามารถเข้าใกล้เกินไป ไม่เช่นนั้นเสียงกีบม้าอาจดังไปถึงอีกฝ่าย

“เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้แล้ว” ฉังเวยเอ่ยขณะดึงบังเหียนขึ้น

แล้วทุกคนก็กระโดดลงจากม้า

ฉังเวยลงจากม้าเสร็จก็ผูกม้าของเขาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ เมื่อเขาเห็นว่ากู้เจียวและคนอื่นๆ ไม่ได้ผูกม้าแบบที่เขาทำ ก็ทักไป “ผูกม้าไว้สิ ไม่เช่นนั้นมันจะวิ่งหนี ทหารม้าคนอื่นๆ ล่ะ พวกเขาไม่รู้เรื่องนี้เลยหรืออย่างไร”

กู้เจียวร้องอ๋อหนึ่งที ก่อนตอบกลับอย่างจริงจัง “ไม่จำเป็นต้องผูกม้าเฮยเฟิง”

พวกมันมีระเบียบวินัยมากและไม่เคยวิ่งมั่วซั่ว

ฉังเวย “…” เหตุใดจู่ๆ ถึงได้รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างไรอย่างนั้น

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 839 โจมตีก่อน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6188e53dm0GCjCeV
ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ (​จบบริบูรณ์​)
2024-05-20
84-212×300
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
2026-06-14
6350e8
เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
2025-08-29
M8WAKd
เข้าสู่โลกนิยายเพื่อไปเป็นแม่เลี้ยงจอมโหดของสามวายร้าย
2024-12-24

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน