ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 596 เป็นเพียงดอกไม้ที่ร่วงหล่นและสายน้ำไหล
“เช่นนั้น…ก็มาพร้อมกันเลย”
คำพูดที่เย่อหยิ่ง ปลุกคนเหล่านี้ให้ตื่นจากเสน่ห์อันน่าหลงใหลของเจียงหลี
ช่างเย่อหยิ่งยิ่งนัก!
“เจ้าเป็นประมุขเซียนแห่งจยาเซียนที่ไม่เคยปรากฏตัวหรือ” คนหนึ่งในนั้นกระโดดออกไปเผชิญหน้ากับเจียงหลี แต่เจียงหลีกลับนั่งอยู่บนที่นั่งเวทีประลองด้วยท่าทางที่เย้ายวน หว่าง งคิ้วเต็มไปด้วยเสน่ห์อ้อยอิ่งไม่มีใครเทียบ
เจียงหลีไม่จำเป็นต้องเรียนรู้การหว่านเสน่ห์ใดๆ เพราะแค่นางนั่งอยู่เช่นนี้ ก็เป็นสิ่งล่อใจที่ดีสำหรับบุรุษแล้ว
สิ้นเสียงคำพูดนั้น เจียงหลีไม่สนใจเขาเลย ราวกับว่าเขาไม่คู่ควร
แม้จะโดนทำเฉยเมยใส่ แต่ความขุ่นข้องใจก็คลี่คลายไปได้เพราะความงามของเจียงหลี เขามองไปที่เจียงหลีอย่างมึนงง ราวกับว่าเขาลืมไปแล้วว่าเขาต้องทำอะไร
บนตำแหน่งของผู้ตัดสิน ไหวปี้มองดูฉากนี้แล้ว มีความเศร้าโศกในใจ และพูดพึมพำในใจว่า นางยุ่งตลอดทั้งวัน และติดอยู่ในในแดนผนึกมารตั้งหลายปี นางจะมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเจ้าได ด้อย่างไรกันเล่า
“มาเริ่มกันเถิด” สายตาของเจียงหลีจ้องมองไปที่เวทีเวทีประลอง สำหรับคนที่เอาแต่ยั่วยุนั้น นางไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
ท่าที่ที่ไม่เห็นผู้คนอยู่ในสายตาเช่นนี้ ทำให้หลายคนโกรธเคืองในทันที
นอกเวทีเวทีประลองนั้น ที่ริมทะเลสาบมีผู้คนมาชมมากขึ้นเรื่อยๆ และยังปรากฏเสียงร้องตะโกนอีกด้วย
“ประมุขเซียนแห่งจยาเซียน เป็นผู้มีความงามไม่มีใครเทียบได้จริงๆ!”
“ใช่! ข้าคิดว่านางมีเสน่ห์มากกว่าเหล่าสตรีในวังเวิ่นฉิงเสียอีก ทั้งยังเย้ายวน แค่ชำเลืองมองก็ไม่เพียงหัวใจที่ละลาย กระดูก็สลายแล้วด้วย!”
“หญิงสาวที่สวยงามเยี่ยงนี้ ได้มองดูเพียงแค่แวบเดียว ข้าตายตาหลับแล้ว”
“หึ เกรงว่าเพียงเพื่อจะได้มองดูประมุขเซียนแห่งจยาเซียนได้ชัดยิ่งขึ้น ไม่แน่ว่าข้าเองก็อาจจะต้องขึ้นเวทีเวทีประลองสักครั้งเสียแล้ว”
“ไอหยา! พี่ชาย สมแล้วที่ล้วนเป็นวีรบุรุษ ความคิดเห็นตรงกันยิ่งนัก!”
“แหะๆ ข้าขอคิดดูดีๆ ก่อนแล้วกัน!”
“…”
บนเวทีประลอง ทันทีที่สิ้นสุดเสียงของเจียงหลี มู่ชิงเหยียนก็หันกลับมาอย่างเย็นชา และพูดกับผู้คนในเหล่านั้นว่า “ประมุขเซียนพูดแล้วว่าเริ่มได้…”
ผู้คนจำนวนยี่สิบสามสิบคนที่ยืนอยู่บนเวทีเวทีประลอง ในที่สุดก็ตื่นจากอาการหลงใหลในความงามของเจียงหลี
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่ชิงเหยียนก็มีคนยิ้มเยาะเย้ย “พวกข้ายืนอยู่ตรงนี้มานานแล้ว คนของพวกเจ้าอยู่ไหนกัน”
“เพียงห้าคนจะต่อสู้กับพวกข้าที่มียี่สิบสามสิบคนหรือ ช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดยิ่งนัก ไม่รู้ว่จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียแล้ว”
“จองหอง!”
“ไม่สิ นี่มันเรียกว่าโง่ต่างหากเล่า!”
ฮ่าๆๆๆ…
บนเวทีเวทีประลอง เสียงหัวเราะของคนเหล่านี้ลอยมา ราวกับกำลังเยาะเย้ยเจียงหลีว่านางมีรูปลักษณ์ที่สวยงามแต่ไม่มีสมอง
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ไหวปี้มองไปที่เจียงหลีโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับเห็นว่านางยังคงสงบและผ่อนคลาย ราวกับว่าเป้าหมายของการเยาะเย้ยของคนเหล่านั้นไม่ใช่นาง
ดวงตาของไหวปี้หรี่ลงเล็กน้อย เจียงหลีเองเป็นคนเช่นนี้ นางไม่ได้หยิ่งทะนง แต่ดูเหมือนนางเกิดมาเพื่อเป็นจักรพรรดิ ทัศนคติของนางที่มีต่อคนเหล่านี้ไม่ได้หยิ่งทะนงและหยาบคาย ย แต่เพราะนางเกิดมาเหนือพวกเขา แล้วจ้องมองลงมายังพวกเขา
เหมือนดังว่า จะปล่อยให้คนหนึ่งคนไปต่อล้อต่อเถียงกับมดตัวเล็กตัวน้อยได้อย่างไรกัน ไม่จำเป็นต้องตอบโต้เลย เพราะนางไม่สนใจอยู่แล้ว
“จยาเซียนนี่หยิ่งยโสเสียจริง”
“ไม่เป็นไร ก็คนสวย เป็นธรรมดาที่จะหยิ่งยโสเสียหน่อย”
“ใช่ สวยขนาดนี้ นิสัยไม่ดียังไง ข้าก็เห็นว่าน่ารัก”
มีคำพูดที่หยาบคายมาจากข้างทะเลสาบลอยมาตามสายลม ถึงเวทีที่อยู่เหนือทะเลสาบ กระตุ้นสายตาที่เย็นชาของเจียงเฮ่าและฉินเทียนอี
“คนล่ะ คนของพวกเจ้าล่ะ” ผู้ท้าชิงเริ่มอาละวาด
ปากของเจียงหลีกระตุกเล็กน้อย นางจะสนองความอยากรู้ของพวกเขาเอง
แสงสีทองส่องประกาย และอัศวินเกราะทองห้านายยืนอยู่บนเวทีเวทีประลอง ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว ก็นำสภาพอากาศที่แปรปรวนและมีอำนาจข่ม กดทับเสียงทั้งหมดให้เงียบลง
อัศวินเกราะทองทั้งห้าถือดาบขนาดใหญ่อยู่ในมือ และแสงอันเยือกเย็นบนใบมีดเผยให้เห็นร่องรอยของเจตนาฆ่า
“นี่…นี่คืออะไร”
“ประมุขเซียน นี่มันถือว่าผิดกติกาแล้วนะ!”
ใบหน้าของเหล่าผู้ท้าชิงเปลี่ยนไป และดวงตาของพวกเขาวาววับด้วยความตื่นตระหนก
หลังจากถูกเสนอชื่อ ไหวปี้ยิ้ม “ผิดกติกาอะไรกัน หุ่นพวกนี้ไม่ถือว่าเป็นสิ่งของของจยาเซียนหรือ”
“แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งของของจยาเซียนของข้า” มู่ชิงเหยียนกล่าวพร้อมกับยืดอกเชิดหน้า
“นั่นไม่นับว่าผิดกติกา” ไหวปี้ยิ้ม เอนตัวพิงเก้าอี้อย่างนุ่มนวล แสดงความเยินยอของนาง
การพิจารณาตัดสินของนาง ทำให้ผู้ท้าชิงอึ้งกิมกี่พูดอะไรไม่ออก
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ท่ามกลางผู้ท้าชิงที่มารวมตัวกัน ผู้ท้าชิงคนหนึ่งเดินออกมา เขามองไปที่เจียงหลี แต่เห็นนางเอนกายพิงเก้าอี้ ดวงตาของนางดูเหมือนจะง่วง และมุมปากของนาง ก็ยกยิ้ม
เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย เปิดปากพูด” หรือว่า พวกเจ้าจยาเซียนไม่มีคนแม้สักคนเดียวที่จะมางานเลี้ยงเหล่าเซียน ทำได้เพียงพึ่งพาหุ่นเท่านั้นรึ”
“ผู้ตัดสิน บนเวทีชิงอวิ๋นของงานเลี้ยงเหล่าเซียนนี้ฆ่าคนได้ไหม” เจียงหลีพูดพร้อมกับหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง
เมื่อนางอ้าปาก ก็พูดว่าจะฆ่าคนทำให้ผู้คนยี่สิบกว่าคนบนเวทีเวทีประลองตกใจทันที
ไหวปี้พูดอย่างยุติธรรมว่า “มีดดาบไม่มีตา บนเวทีประลองการแข่งขัน ตกตายและบาดเจ็บล้วนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากฆ่าคนตายก่อนที่อีกฝ่ายจะยอมแพ้ ย่อมไม่นับว่าผิดกติกา!”
แน่นอน คำพูดของนางนี้ ทำให้ใบหน้าผู้ท้าชิงซีดเผือดลงทันใด
เจียงหลีถอนหายใจ และดูทนรอไม่ไหวแล้ว เอามือข้างหนึ่งประคองศีรษะไว้ กล่าวด้วยท่าทางที่ขี้เกียจแต่ดูงดงามว่า “อิดออดยืดยาดอยู่ไย จะประลองหรือไม่ หากไม่ก็ออกไปซะ!”
ทันที่สิ้นเสียงของนาง ข้างทะเลสาบจะได้ยินเสียงโห่แซ่ซ้อง ดูเหมือนว่าพวกเขามากมายกำลังหัวเราะเยาะผู้คนท้าชิงที่กลัวหุ่นกระบอกห้าตัวนี้
หากลงจากเวลาดื้อๆ เช่นนี้ คงไม่มีหน้าอยู่ในซีฮวงต่อแล้ว
คนกลุ่มนี้ มองหน้ากันไปมา กัดฟันกรอด พลังวิญญาณของพวกเขาระเบิดออกมา และปิดล้อมอัศวินเกราะทองเอาไว้ ดวงตาของเจียงหลีมีแสงเย็นเยียบ สั่งนักรบชุดเกราะทองด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ฆ่า า” ผู้คนในกลุ่มอำนาจเหล่านี้ มองไปที่จยาเซียน ถ้านางไม่ฆ่าและทำให้ผู้คนหวาดกลัว นางจะตัดกรงเล็บที่พวกเขายื่นออกมาได้อย่างไร
ในโลกของผู้ฝึกฝน การตอบแทนด้วยความเมตตานั้นไม่เป็นที่นิยม
เมื่อได้รับคำสั่งของเจียงหลี อัศวินเกราะทองทั้งห้าก็เงยหน้าขึ้นพร้อมๆ กัน และรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทุออกมาจากร่างกายของพวกเขา และพุ่งตรงไปยังผู้ท้าชิงโดยตรง
“นี่มัน ระดับหลิงหวังนี่!”
“หลิงหวัง!”
“ทั้งหมดล้วนเป็นหลิงหวัง!”
พลังปราณของผู้ที่อยู่ในระดับหลิงหวังแผ่ไปทั่ว ทำให้ผู้ท้าชิงแสดงท่าทีหวาดกลัวในทันที พวกเขาเป็นเพียงหลิงจง จะต่อสู้กับหลิงหวังได้อย่างไร
อีกทั้ง ยังมีห้าตน!
“หลิงหวังรึ พวกเขาทั้งหมดเป็นหุ่นเชิดหลิงหวัง!”
“มันช่างเหลือเชื่อเสียจริง! จยาเซียนมีหุ่นเชิดที่ทรงพลังและเก่งกาจยิ่งนัก”
ผู้ชมที่ริมทะเลสาบ ก็ตกตะลึงเช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกเขารู้เลยว่าจะได้เห็นภาพการสังหารหมู่อย่างไม่ต้องสงสัย
บนเวทีประลอง ในขณะที่ผู้ท้าชิงยังคงตกตะลึง อัศวินเกราะทองเริ่มปฏิบัติตามคำสั่งของเจียงหลี
หลิงหวัง! นางมีหุ่นเชิดที่อยู่ในอาณาเขตหลิงหวัง หัวใจของไหวปี้ตกตะลึง แสงในดวงตาของนางวูบไหว มองไปที่เจียงหลีด้วยดวงตาดั่งคลื่นซัดครั้งแล้วครั้งเล่า
อ๊าก!
เสียงร้องไห้ทุรนทุรายดังขึ้นทีละคน
ยี่สิบกว่าคนนี้ ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตะโกนว่ายอมแพ้ ร่างกายและศีรษะก็ถูกแยกออกจากกันไปคนละทิศละทาง บนเวทีประลองนั้น ในไม่ช้าเลือดก็นองพื้น ผู้คนมากมายเป็นพยานให้กับการส สังหารหมู่ครั้งนี้
ตกตะลึง!
ตกตะลึงไปหมด!
ทันทีที่งานเลี้ยงเหล่าเซียนเปิดฉากก็เกิดภาพนองเลือดที่น่าตื่นเต้นขึ้นแล้ว เลือดสงครามในกายของผู้คนถูกจุดติดขึ้นทันที…